ข่าว
100 year

ระเบิดป่วนใครลองของใคร?

สายล่อฟ้า6 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ควบแน่นอำนาจต้องจับให้อยู่

อย่าลืมว่าโครงสร้างอำนาจรัฐบาลปัจจุบันกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้น แม้โดยรวมจะไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

พูดง่ายๆว่าเป็นการบริหารผสมผสานร่วมกัน นักการเมืองทำให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น ได้รับการยอมรับมากขึ้น

แต่ลึกลงไปปรากฏว่ามีการรวมศูนย์อำนาจเอาไว้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯมากขึ้น คือรับผิดชอบด้านความมั่นคง ความยุติธรรมเบื้องต้น และยังโยงไปถึงด้านเศรษฐกิจอีกด้วย

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตำรวจ ดีเอสไอ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่ละความรับผิดชอบนั้น

เป็นงานหนักแทบทุกเรื่องทุกความรับผิดชอบ...

นั่นเท่ากับทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต้องลดบทบาทลงไปโดยปริยาย จากเคยควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตำรวจ ดีเอสไอ และงานอื่นๆอีกเพียบ

อีกทั้งยังกุมสภาพการเมืองอย่างพรรคพลังประชารัฐจนทำให้สามารถได้กลับมาเป็นรัฐบาล เพราะเป็นแกนนำรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ให้เหตุผลที่ต้องเข้ามาดูแลหลายด้านแทน พล.อ.ประวิตร ก็เพราะสุขภาพของ “พี่ใหญ่” ไม่ค่อยจะดีนักรับผิดชอบงานหลักๆมากเกินไปอาจจะเกิดปัญหาได้

หรือหากมองกันตามประสาชาวบ้านที่มองสภาพการณ์แล้วน่าจะเห็นตรงกันว่าเหตุหนึ่งเพราะ พล.อ.ประวิตรนั้นเป็น “จุดอ่อน” ที่ชัดเจนที่สุด

แม้จะมี “จุดแข็ง” อยู่ในตัวก็ตาม

ตรงนี้ก็เลยมีการมองกันว่าด้วยความที่เคยดูแลงานสำคัญๆมากบารมี สามารถเป็นตัวประสานได้ทั้งระบบ

แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปจะเกิดความรู้สึกอย่างไร ถึงกับให้จับตามองกันว่าในวันที่ 11 ส.ค. 62 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ

พล.อ.ประวิตร ครบ 73 ปี บารมีที่เคยมีมาจะถดถอยไปหรือไม่

จะยังคงคึกคักด้วยบุคคลที่จะเข้าอวยพรเหมือนกับดังเช่นที่ผ่านมาหรือไม่

ก็เป็นแง่คิดในมุมหนึ่งของผู้นำมากบารมี

เช่นกันการขับเคลื่อนทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร ด้วยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีการคาดกันว่าน่าจะมีตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค

คือขาข้างหนึ่งเข้าไปสู่การเมืองอย่างเต็มตัวเท่ากับว่าจะต้องดูแลพรรคการเมือง นักการเมืองที่เคยเกิดปัญหาความไม่เป็น “เอกภาพ” มาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ในกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ก็เช่นกัน ก็มีข่าวว่าจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วยการเข้าไปเป็นหัวหน้าพรรคแต่ก็ยังเงียบๆอยู่

หาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจริงก็เท่ากับว่าสามารถคุมอำนาจ “2 ขา” คือ นายกฯที่มีอำนาจเต็มๆ และยังเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองอีกด้วย

การแบ่งงานและกุมสภาพทั้งหมดนั้นมีข่าวทำนองว่า พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจเองทั้งหมดด้วยการประมวลจากเรื่องสุขภาพที่ร่วงโรยของ พล.อ.ประวิตรเป็นด้านหลัก

สังเกตจากท่าทีของ “พี่ใหญ่” ดูเหมือนจะลดบทบาทตัวเองลงโดยปริยาย

จะคิดการณ์ใดก็ต้องติดตามดูกันต่อไป

ประเด็นหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ก็คือนายกฯในรัฐบาลชุดใหม่นั้นไม่มีอำนาจ ม.44 อยู่ในมือ ซึ่งเป็น “อำนาจพิเศษ” เหนือกว่าอำนาจปกติ

การก่อเหตุระเบิดทั่วกรุงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการไม่มีอำนาจ ม.44 ก็เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งเพื่อ “ลองของ” ว่าจะควบคุมสถานการณ์ด้านความมั่นคงได้มากน้อยแค่ไหน

ใครจะลอง “ลองของ” ใคร?...เวลาจะเป็นข้อพิสูจน์.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณแกนนำรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐกล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้า

คุณอาจสนใจข่าวนี้