ข่าว
100 year

โวรู้เศรษฐกิจพอควร "ตู่" ตอบโต้คำปรามาส

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ส.ค. 2562 05:13 น.
SHARE

ฝ่ายค้านย้อนศรวิษณุ งัดหนังสือเจ้าตัวมัด!

“บิ๊กตู่” โต้ลั่นคำหยันนั่ง หน.ทีม ศก. ฟุ้งบริหารมา 5 ปี รู้ปัญหา-อุปสรรคดี พปชร.จัดโควตา ขรก.การเมือง ให้แกนนำภาค-ส.ส.สอบตก “ธรรมนัส” ชี้ รมต.ควรลาออกจาก ส.ส. “วิษณุ” แย้มปรับโครงสร้างดีเอสไอใหม่ เน้นต้องคดีพิเศษจริงๆ ให้เชื่อปมถวายสัตย์ไม่มีผลกระทบรัฐบาล พท.ฉะ “เนติบริกร” โยกโย้บ่ายเบี่ยง “อนุสรณ์” งัดหนังสือที่เจ้าตัวเคยเขียนตีแสกหน้า บอก “วิษณุ” วันนี้ไม่เหมือนวันวาน “ปิยบุตร” ดักคอทำเหมือนพร้อมจะละเมิดไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ “อภิสิทธิ์” ยังห่วงใยบ้านเมือง-ศก.

หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายต่างๆถึงการนั่งเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจ อาจไม่มีความรู้และแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนได้ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศลั่นว่านั่งบริหารราชการมา 5 ปี รู้ดีว่าอะไรคือปัญหาหรืออุปสรรค

พปชร.วางกรอบ ขรก.การเมือง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาวางกรอบและกำหนดทิศทางผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองทั้ง 3 ตำแหน่งคือ ผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรี โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญร่วมประชุมพร้อมหน้า อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ต่อมานายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคลากร ส่วนหนึ่งพิจารณาจากอดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่ ได้คะแนนดี กับผู้ที่ช่วยงานพรรค เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยประธานยุทธศาสตร์แต่ละภาคพิจารณาในเบื้องต้นมาแล้ว แต่ที่ประชุมไม่ได้หารือเรื่องรัฐมนตรีต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.หรือไม่

ส่งรายชื่อให้ “บิ๊กตู่” สแกนอีกที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เสนอนายธนกิจ จิตอารีย์รัตน์ คณะทำงานด้านกฎหมายพรรค เป็นเลขานุการ รมว.ยุติธรรม นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา อดีต ส.ส.ราชบุรี เป็นที่ปรึกษาขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เสนอชื่อนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเลขานุการรัฐมนตรี ส่วนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เสนอนายภิรมย์ พลวิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเลขานุการรัฐมนตรี ทั้งนี้ รายชื่อทั้งหมดจะส่งตรงถึงนายอุตตมเพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ช่วยรัฐมนตรีทุกคนจะจัดสรรให้กับรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลด้วยตัวเอง

ให้โควตาแกนนำภาค-ส.ส.สอบตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรโควตา โดยแบ่งออกเป็นภาคต่างๆ จากผู้สมัคร ส.ส.ที่มีคะแนนจากประชาชนสูงสุด มานั่งในตำแหน่งต่างๆนี้ รวมถึงแกนนำภาคต่างๆ อย่างไรก็ตาม บุคคลที่น่าจะได้ตำแหน่งแน่นอน คือ นายอำนวย คลังผา อดีต. ส.ส.ลพบุรี นายทศพล เพ็งส้ม อดีต ส.ส.นนทบุรี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค จะไม่ได้เป็นรองโฆษกรัฐบาล แต่จะไปเป็นเลขารัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง และจะขึ้นเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐแทน เนื่องจากนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้ลาออกไปเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง

ชี้ รมต.ควรลาออกจาก ส.ส.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พปชร. กล่าวว่า เป็นการวางหลักเกณฑ์นำไปพิจารณาผู้สมัคร ส.ส.สอบตก ว่ากลุ่มไหนควรจะได้รับการ พิจารณา เป็นการคัดเกรดผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตก เมื่อถามว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เป็นรัฐมนตรี ต้องลาออกจาก ส.ส.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ต้องหารือกันก่อน เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคลว่าจะลาออกหรือไม่ แต่เห็นพรรคอื่นเขาลาออก ถ้าถามตนคิดว่าต้องลาออก เพราะมีประเด็นที่เราประมาทไม่ได้ ภายภาคหน้าหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ เราในฐานะเป็น ส.ส.และรัฐมนตรีด้วย จะไม่สามารถลงมติได้ ต้องสูญเสียคะแนนในการโหวต และหากลาออกควรลาออกเหมือนกันและพร้อมกัน

“บิ๊กตู่” ฟุ้งอยู่มา 5 ปีรู้ ศก.พอควร

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีนั่งเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจ ว่า หน้าที่ดูแลฝ่ายเศรษฐกิจ หลายคนถามว่าตนจะรู้เรื่องไหม การดูแลเศรษฐกิจไม่มีใครรู้เรื่องทั้งหมดหรอก แต่ผ่านการบริหารราชการมา 5 ปี รู้ว่าอะไรคือปัญหา อะไรคืออุปสรรคมากพอสมควร ตั้ง ครม.เศรษฐกิจเอารองนายกฯ เอารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน จะเดินหน้าประเทศอย่างไร อะไรทำก่อนหลัง งบฯจะได้มาอย่างไร เพื่อตอบสนองความต้องการประชาชน และตอบสนองนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ตนทำทั้งหมดอยู่แล้วแต่ต้องทำเป็น ขั้นเป็นตอนและตามกฎหมาย ขออย่าให้เป็นประเด็นกันอีกเลย รู้ว่าทุกคนเดือดร้อนมีปัญหาหมด ประชาชน ข้าราชการทุกคนมีปัญหาหมดรัฐบาลจะทำเต็มที่

รบ.สังคายนาโละ คกก.รบ. “ตู่ 1”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการยกเลิกคณะกรรมการที่แต่งตั้งสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วบางคณะไม่มีความจำเป็นแล้ว ว่ามีคณะกรรมการชุดต่างๆ 500-800 ชุด แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.คณะกรรมการที่ตั้งตาม พ.ร.บ. ซึ่งต้องคงอยู่ ยกเว้นการเปลี่ยนตัวบุคคล เช่น คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ กรรมการ ก.พ. กรรมการกฤษฎีกา ยกเลิกไม่ได้ 2.คณะกรรมการที่ตั้งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และ 3.คณะกรรมการที่ตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีอยู่กว่า 100 คณะในทุกกระทรวง ส่วนนี้ยุบง่ายที่สุด ปกติเมื่อ ครม.เปลี่ยนไป กรรมการเหล่านี้ต้องหมดไปด้วย แต่คณะกรรมการส่วนนี้เกิดจากความจำเป็น ถ้าให้หายไปเฉยๆจะเกิดช่องว่าง กรณีนี้ ครม.มีมติแล้วว่าให้ยังคงอยู่ แม้ ครม.จะพ้นไปแล้วโดยให้มีไปจนถึงเดือน ส.ค.-ก.ย. ระหว่างนี้ให้เจ้ากระทรวงลงไปดูถ้าเห็นสมควรให้ยกเลิกอะไรบ้างให้แจ้งมา

ปรับโครงสร้างดีเอสไอใหม่

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ถูกมองว่ารวบอำนาจหลังจะเข้ามากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เองนั้น สำหรับดีเอสไอเชื่อว่าอีกสักพักคงพูดคุยเพื่อปรับโครงสร้าง ต้องหารือร่วมกันระหว่าง นายกฯ รมว.ยุติธรรม สำนักงาน กพร. และตน นายกฯตั้งข้อสังเกตดีเอสไอมาหลายเดือนแล้ว เพราะมีตำรวจปฏิบัติงานมากเกินไป อยากได้นักกฎหมายที่ไม่ใช่จาก สตช.มาทำงานด้วย ดีเอสไอต้องดูแลคดีพิเศษเท่านั้น มี 2 แนวทางในการพิจารณาคดีพิเศษ คืออธิบดีดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา และให้คณะกรรมการคดีพิเศษเป็นผู้พิจารณา แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าพอประชาชนไปร้องตำรวจ เมื่อเรื่องช้าก็ยกขบวน มาร้องดีเอสไอ ดังนั้น หากตำรวจช้าก็ต้องเล่นงานตำรวจ ไม่ใช่ช้าแล้วโอนมาดีเอสไอ ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้หวังใช้ดีเอสไอดำเนินการในคดีความต่างๆ ถ้าต้องการใช้จริงสามารถใช้ได้อยู่แล้วไม่มีประโยชน์ที่จะลงไปเปิดตัว แต่นายกฯต้องการให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น หลังจากนี้ คาดว่าจะมีการสกรีนคดีความต่างๆมากขึ้น ที่ผ่านมาดีเอสไอย่อหย่อน

ให้เชื่อปมถวายสัตย์ไม่กระทบ

เมื่อถามถึงการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 นายวิษณุพยายามปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว กล่าวเพียงว่าไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านี้ เมื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่า “วันหนึ่งจะรู้เองว่าทำไมไม่ควรพูด” นั้น นายวิษณุตอบว่า เป็นวิธีหนึ่งของโวหารที่จะไม่ต้องตอบ เมื่อถามว่า ถึงอย่างไรก็ไม่กระทบต่อการทำงานของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่มีหรอก ขอให้เชื่อมั่นในส่วนนี้ได้ เมื่อถามว่า สังคมยังอยากรู้ ทำอย่างไรจะให้เกิดความ กระจ่างได้ รองนายกฯตอบว่า อย่าไปอยากรู้ในสิ่งที่ ไม่เห็นจะต้องรู้ เขาก็ทำงานของเขาได้ คือได้เข้าสู่ กระบวนการถวายสัตย์แล้ว ได้พระราชทานพรแล้ว ได้แถลงนโยบายแล้ว และลงมือทำงานกันไปแล้ว ก็ถือว่าจบแล้ว และวันที่ 8 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์จะชี้แจงนโยบายเชิงลึกต่อหัวหน้าส่วนราชการ

ฉะ “เนติบริกร” โยกโย้บ่ายเบี่ยง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตอบคำถามของนายวิษณุเป็นการเบี่ยงประเด็น หรือเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรเพราะเป็นการกระทำผิดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ การกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณาเนื้อหาว่าส่วนที่ถูกตัดไปนั้นคือข้อความที่บอกว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ข้อความดังกล่าวถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญที่นายกฯต้องกล่าว แต่สิ่งที่กล่าวออกมานั้นส่งผลให้คณะรัฐมนตรีไม่สมบูรณ์ ดังนั้น การกระทำใดๆของ ครม.เป็นการกระทำที่ไม่สมบูรณ์เช่นกัน

ย้ำส่งผล ครม.ทำหน้าที่มิชอบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายวิษณุตอบคำถามได้ทุกเรื่อง ตีความกฎหมายให้ฝ่ายตัวเองได้ประโยชน์ พยายามอุดช่องโหว่ช่วยรัฐบาลมาตลอด แต่มาถึงกรณีนี้นายวิษณุ พยายามไม่ตอบคำถาม ถือว่าผิดฟอร์มไปมาก อาจเข้าข่ายหมดสภาพ แต่นายวิษณุเคยเขียนบรรยายถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ในหนังสือชื่อ “หลังม่านการเมือง” หน้า 25-53 ระบุชัดว่าหากตกคำว่า “และ” คำว่า “หรือ” ไปสักตัว อาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าได้ถวายสัตย์ฯครบถ้วนหรือยัง เป็นความเห็นในเรื่องเดียวกันที่แตกต่างกับนายวิษณุในปัจจุบัน คำกล่าวหายไปทั้งบรรทัดจะไม่เป็นประเด็นปัญหาได้อย่างไร การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน เท่ากับการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่สมบูรณ์ อาจส่งผลถึงการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลอาจไม่ชอบได้

“ปิยบุตร” กระทุ้งนายกฯรีบเคลียร์

ช่วงบ่ายที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคือตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีนำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ในฐานะที่เป็นคนกล่าวนำการปฏิญาณ หากผิดพลาดควรออกมายอมรับเสียและหาแนวทางการแก้ไขต่อไป หรือถ้าจะยึดกันแบบนี้ยิ่งเป็นอันตราย หากเราบอกว่าการปฏิญาณตนสามารถขาดตกบกพร่องไปได้โดยที่ไม่ใช่คำเชื่อม แต่เป็นข้อความสำคัญที่หายไปเป็นประโยค ถ้าจะยึดตรงนี้เป็นบรรทัดฐาน นายกฯคนต่อไปก็สามารถตัดต่อถ้อยคำการปฏิญาณตนได้ โดยไม่ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอย่างนั้นหรือ

ทำเหมือนพร้อมละเมิด รธน.

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่มาของ พล.อ.ประยุทธ์เองไม่ได้เข้ามาอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย เริ่มจากการยึดอำนาจมา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ การต้องเป็นคนกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณเองทำไมจึงทำไม่ครบ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าหากคำปฏิญาณขาดตกบกพร่องประโยคนี้ นั่นหมายความว่าท่านพร้อมที่จะละเมิดรัฐธรรมนูญ หรือพร้อมที่จะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างนั้นหรือ ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไม่สามารถให้เหตุผลถึงกรณีนี้นั้น ตนเป็นแฟนคลับหนังสือท่านทุกเล่ม ตั้งแต่เป็นนักศึกษา ไม่ว่าจะหนังสือวิชาการหรือหนังสือนิยาย ท่านไม่ตอบไม่เป็นไร แต่ตนคิดว่าเรื่องนี้คำตอบที่ดีที่สุดอยู่ในหนังสือ หลังม่านการเมืองของท่านเอง ในบทที่ 2 ที่พูดถึงเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณอย่างครบถ้วน ตนมองว่านั่นคือ คำตอบที่ดีที่สุด ในสองแง่ คือแง่ของรัฐธรรมนูญ และแง่ประเพณีการปกครองของประเทศไทยด้วย

พรรคฝ่ายค้านถกแนวทางแก้ รธน.

ช่วงบ่ายที่พรรคอนาคตใหม่ มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีแกนนำจากทั้ง 7 พรรคเข้าร่วม เพื่อพิจารณาแนวทางการรณรงค์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมถึงพิจารณาการดำเนินการเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ประเด็นหลักที่พูดคุยกันคือการแก้รัฐธรรมนูญที่จะทำร่วมกับประชาชน ภาควิชาการ และองค์กรต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่แต่ละพรรคจะรณรงค์กันเอง พรรคอนาคตใหม่จะคิกออฟโครงการสภาร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนวันที่ 4 ส.ค. และ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะรณรงค์ร่วมกันเดินสายจัดเวทีทั่วประเทศ ท้ายสุดเราจะทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาแล้วให้ประชาชนเข้าชื่อสนับสนุน เวลาพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมักถูกฝ่ายที่คัดค้านอ้างว่า รัฐธรรมนูญผ่านการประชามติมา หน้าที่ของเราทั้ง 7 พรรคต้องลงไปตอบคำถามเหล่านี้ว่ารัฐธรรมนูญเป็นพิษภัยอย่างไร และการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ความวุ่นวาย

วอนฟังชาวบ้านก่อนออกผังอีอีซี

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ผอ.ฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ แถลงกรณีความเดือดร้อนของประชาชนจากการจัดทำผังเมืองรวมอีอีซี ว่า การจัดทำผังเมืองรวมอีอีซี ถือว่าทำผิดหลักการผังเมือง ไม่ได้พิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ โดยมีคำสั่งให้ยกเลิกผังเมืองรวมเดิม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ก่อนจะให้จัดทำเป็นผังเมืองรวม 3 จังหวัด มีความละเอียดน้อยกว่ามาก ขณะที่หลายพื้นเป็นพื้นที่เกษตรชั้นดี พื้นที่ชุ่มน้ำ หลายโครงการไม่ได้ดูความเหมาะสมของพื้นที่ก่อนกำหนดโครงการ สำหรับพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากจะทำคันดินขึ้นมาสูง 3-4 เมตร แม้จะช่วยให้โรงงานน้ำไม่ท่วมได้ แต่จะส่งผลให้พื้นที่รอบนอกต้องรับปัญหาน้ำท่วมแทน สุดท้ายคือการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ได้เป็นไปอย่างถูกต้อง แม้ว่าทาง คณะกรรมการอีอีซีจะแจ้งว่ามีการหารือกับชาวบ้านแล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร ขณะที่เมื่อประชาชนอีกส่วนมีข้อสงสัยหรือความกังวล ทางสำนักงานคณะกรรมการอีอีซีไม่ได้ออกมาชี้แจงแต่อย่างใด

“อภิสิทธิ์” ยังห่วงใยบ้านเมือง-ศก.

วันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาพบปะ ส.ส. และสมาชิกพรรค อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายเทพไท เสนพงศ์ นายสามารถ มะลูลีม รวมถึงบรรดาแฟนคลับเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 55 ปีในวันที่ 3 ส.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หลังลาออกจาก ส.ส.ได้ใช้ชีวิตพักผ่อนกับครอบครัว ยังไม่คิดถึงอนาคตทางการเมือง อยากใช้เวลากับครอบครัวให้เต็มที่ เพราะทำงานการเมืองมากกว่า 30 ปีแทบไม่มีวันหยุด แต่ยังติดตามข่าวสารบ้านเมืองใกล้ชิด ใครมาสอบถามก็ให้คำปรึกษา อยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ดีกว่านี้ เพราะต้องเผชิญปัญหาใหม่ๆ เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่รับผิดชอบ หวังว่าบ้านเมืองจะหลุดพ้นปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง วันเกิดปีนี้คงไม่ขออะไรพอใจสิ่งที่มีอยู่ ยอมรับว่าตอนนี้มีการติดต่อจากองค์กรที่จะให้ไปทำงานด้วย แม้ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่แต่ยังไม่คิดเรื่องกลับมาทำงานการเมือง ที่พูดคุยกับสมาชิกพรรคก็เป็นเรื่องนโยบายที่เคยดูแลอยู่

ชทพ.ต้อนรับ “จองชัย” อบอุ่น

ช่วงเที่ยงที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมแกนนำ อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค รวมถึงบรรดา ส.ส.สุพรรณบุรี อาทิ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม นายสรชัด สุจิตต์ ร่วมต้อนรับนายจองชัย เที่ยงธรรม ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากออกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย หลังนายจองชัยกรอกใบสมัครแบบตลอดชีพ นายวราวุธได้มอบและสวมเสื้อแจ็กเกตพรรคให้ จากนั้นนายจองชัยขึ้นไปจุดธูปไหว้รูปนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ที่ห้องทำงานของนายบรรหารด้วย

ยันเหตุที่ไปไม่มีเรื่องบาดหมาง

นายจองชัยกล่าวว่า การไปอยู่พรรคภูมิใจไทยเป็นเหตุผลทางการเมือง ไม่ใช่เพราะขัดแย้งหรือบาดหมางกับนายประภัตร ยอมรับว่าเรื่องการเมืองอาจมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง และนายประภัตรเรียกตนว่าเฮียทุกคำ ยังโทรศัพท์ไปอวยพรวันเกิดครบ 70 ปีนายประภัตรด้วย การกลับมาพรรคชาติไทยพัฒนาครั้งนี้คือการรวมเป็นทีมเดียวกันเพื่อดูแลบ้านเมือง และคนสุพรรณบุรี เมื่อถามว่า จะวางบทบาทในพรรคอย่างไร นายจองชัยตอบว่า “ไปเป็นหัวหน้ายาม การมอบหมายหน้าที่ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค” เมื่อถามว่า จะช่วยงานในกระทรวงใดที่พรรคดูแลหรือไม่ นายจองชัยกล่าวติดตลกว่า “ภาษากฎหมายคือการจัดการรับสั่ง หรือภาษาชาวบ้านที่บอกว่า ผมไม่เสือก แล้วแต่จะได้รับมอบหมาย” ขณะที่ น.ส.กัญจนากล่าวว่า ดีใจที่ได้นายจองชัยกลับมาสู่บ้าน เชื่อว่าจะไม่ไปไหนอีก

“ประภัตร” กอดคอแฮปปี้เอนดิ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายประภัตร โผเข้ากอดคอนายจองชัย จับมือพร้อมกล่าวว่า “เลือดสุพรรณ ไปด้วยกัน” จากนั้นนายจองชัยเดินทางไปยังบ้านศิลปอาชา ถนนจรัญสนิทวงศ์ เพื่อพบและกราบคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา สมาชิกอาวุโสของพรรค โดยรถยนต์ส่วนตัวที่นั่งไปกระจกด้านหลังติดสติกเกอร์โลโก้พรรคชาติไทยพัฒนา มีข้อความว่า “บ้านเราแสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหนไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา”

ผู้แทนระดับสูงอียูพบนายกฯ

อีกเรื่องเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ทำเนียบรัฐบาล นางเฟเดริกา โมเกรินิ ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นายกฯกล่าวว่าถือเป็นครั้งสำคัญที่มีผู้แทนระดับสูงจากสหภาพยุโรปมาเยือนไทย การหารือทั้ง 2 ฝ่ายต่างสนับสนุนให้มีการรื้อฟื้นการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป และร่างความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าการลงทุนในอนาคต พร้อมกับขอให้เชื่อมั่นสถานการณ์การเมืองไทย ให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

เชิญ “ทรัมป์” เยือนไทยปลายปี

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายไมค์ ปอมเปโอ รมว. ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา โดยนายกฯกล่าวต้อนรับพร้อมขอบคุณสำหรับแถลงการณ์ต่อการจัดตั้งรัฐบาล และการรับรองต่อรัฐสภาสหรัฐฯว่าไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตย ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างกันได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกล่าวเชิญประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN-US Summit และ East Asia Summit ที่ไทยในปลายปีนี้ ขณะที่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯเห็นพ้องร่วมกันพัฒนาความร่วมมือทางด้านความมั่นคงและการทหาร ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายยังยินดีที่ความร่วมมือในประเด็นทะเลจีนใต้มีความคืบหน้า การเจรจาจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้มีผลสำเร็จ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาอุตตม สาวนายนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจปากท้องประชาชนพรรคพลังประชารัฐรัฐบาลข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้