ข่าว
100 year

ปัดต่อรองคดี ส.ส.-ย้ายค่าย เลขาฯสวด-ออกไปไร้ผล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

“สนธิรัตน์” โต้กลับ “เจ๊หน่อย” ปม “เสี่ยลาว” สวิงขั้วไม่มีเอาคดีมาต่อรอง อ้างหลายคนใน พปชร.ยังสู้คดีอยู่ ประธาน ส.ส.ฉุนเลิกพูดเรื่องคดีซักที “ธนกร” เกทับย้ายเพื่อความสบายใจ “อนุดิษฐ์” เย้ย “พรศักดิ์” ออกไปก็ดีจะได้เปิดทางคนรุ่นใหม่เสียบ พร้อมลุยต่อปม ครม.ถวายสัตย์ฯ “วิษณุ” บอกเดี๋ยวรู้เองสิ่งไม่ควรพูด พปชร.ทยอยเปิดตัวทีมผู้สมัครท้องถิ่นทั่วประเทศ นำร่องโชว์ทีมนายก อบจ. 14 จว.ภาคใต้ก่อน “ประยุทธ์” ลั่น พ.ร.บ.งบฯต้องมีประสิทธิภาพ “ชวน” เล็งเปิดสมัยวิสามัญถกงบประมาณฯ 63 ฝ่ายค้านเสนอแล้ว “สมพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้าน ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน “พัชรวาท” หลังพ้น สนช. พบร่ำรวยขึ้น 78 ล.

จับตาผลกระทบหลังนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ย้ายขั้วไปเข้าพรรคพลังประชารัฐ จนถูกคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แฉว่ามีเรื่องการแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือทางคดีนั้น

ลั่นงบฯ 63 ต้องมีประสิทธิภาพ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่า การจัดทำงบประมาณ ต้องทำให้สอดคล้องกับปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยจะรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากคณะกรรมการชุดต่างๆเพื่อให้การจัดทำงบประมาณ และการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกฯคุมเองถกนัดแรก ก.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าประชุมพิจารณากรอบวงเงินงบประมาณ พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามว่า จะเดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในวันที่ 2 ส.ค.หรือไม่อย่างอารมณ์ดีว่า “ไปจ้ะ” ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามว่า จะเข้าร่วมประชุม ก.ตร.ด้วยหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจหรือไม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ลงมาคุมตำรวจและทหารเอง พล.อ.ประวิตรยังคงไม่ตอบคำถามใดๆ สำหรับการประชุม ก.ตร.จะมีขึ้นเวลา 13.30 น.วันที่ 2 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

“นฤมล” อ้อนขอกำลังใจหน้าใหม่

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังไหว้สักการะศาลพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และศาลตา ศาลยาย ศาลพระภูมิเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ว่า ไม่รู้สึกหนักใจเพราะตั้งใจทำงานเชิงสร้างสรรค์ แต่คงเลี่ยงเจอแรงปะทะไม่ได้ จะพยายามอดทนขอกำลังใจให้คนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองหน้าใหม่ด้วย ขอเป็นตัวอย่างคนหนึ่งที่กล้าเดินเข้ามาพร้อมเผชิญกับทุกอย่าง ที่ตั้งใจไว้คืออยากให้ทีมโฆษกฯ ตอบคำถามอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตอบโต้ในลักษณะทะเลาะเบาะแว้ง สิ่งที่นายกฯอยากเห็นคือให้เปิดกว้าง ให้ฝ่ายที่เห็นต่างได้แสดงความคิดเห็น และนายกฯ ฝากให้ชี้แจงเรื่องต่างๆให้ชัดเจนด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย อยากให้เล่าให้เห็นความเชื่อมโยงกันว่าได้ทำอะไรมาบ้างแล้ว และจากนี้ไปจะมีอะไรเกิดขึ้นที่จะเป็นประโยชน์กับสังคมและประชาชน เมื่อถามถึงเรื่องเฟคนิวส์ที่มีมากในโซเชียลฯ ขณะนี้นางนฤมลตอบว่า ได้หารือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์เฟคนิวส์ขึ้นมา ต้องมาบูรณาการและดูแลร่วมกัน ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ในต่างประเทศก็ทำกัน เพราะมันน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

ครม.ศก.แก้ปัญหาพรรคร่วม

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประจำนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คาดว่าวันที่ 5 ส.ค. ยังไม่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) การมีพรรคร่วมอยู่หลายพรรคการประสานงานจะมีความยากลำบากพอสมควร จำเป็นต้องมี ครม.เศรษฐกิจเพื่อหารือร่วมกัน และถือว่ามีความสำคัญมาก ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการท้าทายในสงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หากรัฐบาลซึ่งมีพรรคร่วมจำนวนมากไม่เตรียมการรับมือให้ดี ปัญหาต่างๆจะกระทบต่อประชาชน เชื่อว่า ครม.เศรษฐกิจนี้จะเป็นทางออกของประเทศไทย ส่วนที่ทางฝ่ายค้านระบุว่านายกฯ คนเดิม ทีม ครม.เศรษฐกิจก็หน้าเดิมๆจะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจได้อย่างไรนั้น ครม.เศรษฐกิจมีมาหลายรัฐบาลแล้ว หัวใจคือการกลั่นกรอง และพูดคุยหารือในรายละเอียด เนื่องจากรัฐบาลนี้ประกอบด้วยหลายพรรค จึงอาจมีปัญหาเมื่อมีการเสนอเรื่องต่างๆเข้าที่ประชุม ครม. แต่หากผ่าน ครม.เศรษฐกิจก่อน ทุกอย่างจะเดินหน้าไปด้วยดี

โต้ “หญิงหน่อย” ไม่มีต่อรองคดี

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า วันที่ 2 ส.ค.นี้ พรรคพลังประชารัฐจะประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค น่าจะมีความชัดเจนในการจัดสรรรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง และคาดจะเสนอรายชื่อให้ ครม.พิจารณาได้ในวันที่ 6 ส.ค. เมื่อถามถึงการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐของนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย นายสนธิรัตน์ตอบว่า ถือเป็นเรื่องปกติของทุกพรรคที่สมาชิกจะโยกย้ายไปพรรคใดก็ได้ แม้แต่สมาชิกพรรคพลังประชารัฐสามารถย้ายไปพรรคอื่นได้ ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของเขา ส่วนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีเรื่องการต่อรองทางคดีมาเกี่ยวข้องนั้น คงไม่จริง ในพรรคหลายคนก็ถูกดำเนินคดี ถือว่าเป็นธรรมแล้ว ไม่มีหรอกว่าใครย้ายมาพรรคพลังประชารัฐเพราะคดี ส่วนการใช้ยุทธศาสตร์ลงพื้นที่ลักษณะเดียวกับ ครม.สัญจรของฝ่ายค้านนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีช่วยกันทำงาน ถ้ามีข้อเสนอที่ดีกลับมาที่รัฐบาลเราก็ยินดี

ทยอยเปิดตัวทีมผู้สมัครท้องถิ่น

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างไร นายสนธิรัตน์ตอบว่า หลังมีการเปิดตัวทีมผู้สมัครนายก อบจ. 14 จังหวัดภาคใต้แล้ว คงมีการเปิดตัวทีมผู้สมัครท้องถิ่นทั่วประเทศเป็นระยะๆ เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เหลือเวลาอีกไม่นาน ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อรักษาฐาน เสียงพรรคในพื้นที่ที่มีคะแนนนิยมจากประชาชนและเป็นพื้นที่ที่มีความคาดหวัง พรรคต้องช่วยกันทำให้ผู้สมัครและสมาชิกพรรคมีโอกาสรับใช้ประชาชน ทุกคนต้องลงไปช่วยกัน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารพรรคอยู่แล้ว

ปธ.ส.ส.ฉุนเลิกพูดเรื่องคดีซะที

นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชายสาบานได้ไม่มีเอาเงื่อนไขเรื่องคดีความมาเป็นเครื่องต่อรองในการชักชวนครั้งนี้ ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ไม่ใช่พูดแต่ว่าตัวเองดีคนเดียว คนอื่นไม่ดีหมด วันนี้โครงสร้างพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางคนอยู่แล้วไม่มีความสุขก็ย้าย ขอร้องในฐานะนักการเมืองด้วยกันต้องพูดความจริงกัน อย่าตะแบงให้ร้ายกัน เลิกพูดเรื่องคดีกันได้แล้ว

ปัด “เสี่ยลาว” ย้ายขั้วเพราะมีชนัก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การย้ายพรรคของนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ เป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญต้องเป็นพรรคที่อยู่แล้วสบายใจ ไม่เกี่ยวกับการต่อรองคดี ที่สำคัญนายพรศักดิ์ไม่ได้มีคดีอะไร กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นที่ศรัทธาของประชาชน ไม่เข้าใจคุณหญิงสุดารัตน์ทำไมไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมในอดีตกว่าจะมาเป็นพรรคเพื่อไทยวันนี้ยิ่งกว่าดูด ส.ส.ด้วยซ้ำ มีการควบรวมหรือดูดมาทั้งพรรค คุณหญิงสุดารัตน์น่าจะทราบดี อย่ามาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้

ชพน.–ชทพ.ชงชื่อ ขรก.การเมือง

ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า การประชุม ครม.ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาแต่งตั้งนายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นที่ปรึกษา และนายธงชัย ลืออดุลย์ รองหัวหน้าพรรคอีกคน เป็นเลขานุการ ส่วนหน่วยงานที่ได้รับแบ่งงานให้รับผิดชอบแล้ว ทั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และสำนักราชบัณฑิตยสภา จะลงไปมอบนโยบายเร็วๆนี้ ส่วนของ พศ.โดยเฉพาะคดีสำคัญๆ เมื่อถามว่า คดี พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และคดีเงินทอนวัดจะต้องรื้อคดีใหม่หรือไม่นั้น นายเทวัญตอบว่า ขอเข้าไปตรวจสอบข้อมูลก่อนทั้ง 2 กรณี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 6 ส.ค. นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมเสนอแต่งตั้ง น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นที่ปรึกษา และนายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง อดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นเลขานุการ

“อนุดิษฐ์” ลุยต่อปมถวายสัตย์ฯ

ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านตรวจสอบการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯใช้ถ้อยคำไม่ครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ในช่วงการอภิปรายนโยบายว่า พรรคฝ่ายค้านได้ชี้แจงต่อรัฐบาลอย่างชัดเจนว่า การกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่นายกฯไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด กลับปล่อยให้สังคมตั้งข้อสงสัยกันต่อไปว่านายกฯจะแก้ไขเรื่องนี้ให้ชอบด้วยกฎหมายได้อย่างไร รู้สึกเป็นห่วงเรื่องนี้ เพราะหากมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องภายหลัง และ ครม. ทั้งคณะถูกชี้ว่ากระทำผิดกฎหมาย ภารกิจต่างๆที่ ครม.ปฏิบัติอาจถือเป็นโมฆะ และการใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินอยู่ขณะนี้อาจผิดกฎหมายตามไปด้วย เมื่อฝ่ายค้านเห็นความไม่ถูกต้องจึงไม่อาจปล่อยปละละเลย ต้องใช้อำนาจหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินถูกต้องโปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย

เย้ย “พรศักดิ์” ลาออกไปก็ไม่มีผล

น.อ.อนุดิษฐ์ยังกล่าวถึงกรณีนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ย้ายไปเข้าพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล เป็นเรื่องส่วนตัว พรรคคงไม่ไปก้าวล่วง แต่เชื่อว่าในสถานะของการเป็นนักการเมืองย่อมไม่เหมือนอาชีพอื่น ที่หนีไม่พ้นความรู้สึกของประชาชน หากเป็นการเรียกร้องจากประชาชนก็เป็นเรื่องที่สมควร แต่ถ้าหากท่านตัดสินใจเองโดยไม่ฟังความเห็นประชาชน หรือทรยศต่อประชาชน คงต้องรอดูกันต่อไปว่าประชาชนจะสนับสนุนให้อยู่บนเส้นทางนี้ต่อไปหรือไม่ ที่สำคัญพื้นที่อีสานเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย การออกไปของสมาชิกจึงไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อพรรค และอาจเป็นการเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคได้เข้ามาขับเคลื่อนงานในสภาฯด้วย

“สุดารัตน์” สอนมวยให้คิดไวทำไว

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การประชุม ครม.เมื่อวันที่ 31 ก.ค. หลังการแถลงนโยบายรัฐบาล ถือเป็นสัญญาณนับหนึ่งการบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ นอกเหนือไปจากปัญหาภัยแล้งที่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเร่งด่วนแล้ว แต่ยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า วันนี้อยากชวนรัฐบาลที่มีทีมเศรษฐกิจหน้าเดิม กลับมาสนใจและชุบชีวิตพี่น้องเอสเอ็มอีทั่วประเทศให้แข็งแกร่งอีกครั้ง เพื่อให้การเติบโตของเอสเอ็มอีเป็นเครื่องมือพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศหนักหน่วงมาก อยากเห็นรัฐบาลไม่ใช่แค่คิดใหม่ทำใหม่ แต่ต้องคิดไวทำไวด้วย ถึงจะไปรอดในโลกยุคใหม่

“วิษณุ” บอกเดี๋ยวรู้เองสิ่งไม่ควรพูด

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านยังมีข้อสงสัยกรณีที่ ครม.กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณโดยใช้ถ้อยคำไม่ครบ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 161 บัญญัติไว้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามในแง่มุมต่างๆ นายวิษณุยังคงยืนยันไม่ตอบคำถามเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ระบุสั้นๆ ว่า “แล้ววันหนึ่งจะรู้เอง ว่าทำไมไม่ควรพูด”

“ชวน” ตรวจความพร้อมย้ายสภา

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าพบคณะผู้บริหารบริษัท ทีโอทีฯ เพื่อขอบคุณเรื่องการให้ใช้สถานที่ประชุมสภาชั่วคราว พร้อมทั้งตรวจสอบความเรียบร้อยการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ จากบริษัท ทีโอทีฯ ไปติดตั้งยังอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ที่จะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ นายชวนกล่าวว่า อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ขณะนี้ตัวอาคารยังไม่พร้อมใช้งาน แต่ในส่วนห้องประชุมมีความพร้อม โดยเฉพาะเครื่องลงคะแนนที่มีการติดตั้งแล้วในวันที่ 1 ส.ค.นี้ และปรับเพิ่มเก้าอี้รองรับสมาชิกจากเดิม 350 ที่นั่ง เป็น 500 ที่นั่ง แต่หากมีประชุมร่วมรัฐสภา 750 คน จะให้ ส.ว.นั่งบนที่นั่งรับรองชั้นบนแทน

เปิดสมัยวิสามัญถก พ.ร.บ.งบฯ 63

นายชวนยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมนำรายชื่อผู้นำฝ่ายค้านขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายว่าพรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านมาแล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมทูลเกล้าฯ นอกจากนี้ยังมี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคต่างๆ ลาออกไปเป็นรัฐมนตรีหลายคน ส่งผลให้มีการเลื่อนลำดับ ส.ส.มาแทนที่ จะดำเนินการให้ ส.ส.ใหม่เข้ามาปฏิญาณตนเข้าทำหน้าที่พร้อมกัน ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 คาดว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาวาระแรกได้วันที่ 18 ต.ค. แต่เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการปิดสมัยประชุมสภา จึงจำเป็นต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญทั่วไปเพื่อพิจารณาต่อไป

“ศุภชัย” คุยระบบพร้อมใช้งาน 99%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทดสอบความพร้อมระบบการทำงานภายในห้องประชุมจันทรา ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ย่านเกียกกาย อาทิ ระบบไมโครโฟน การกดบัตรแสดงตน และการลงคะแนน มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ เข้าร่วมทดสอบ ผลเป็นที่น่าพอใจไม่มีปัญหาขัดข้องใด แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าบรรดาสื่อมวลชน ข้าราชการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมสังเกตการณ์หลายคน วิจารณ์ถึงกลิ่นและฝุ่น ที่เกิดจากการก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี นายศุภชัยกล่าวว่า จากการทดสอบระบบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 99 เปอร์เซ็นต์ แต่ก่อนวันที่ 7 ส.ค. วันประชุม ส.ส.ทุกอย่างต้องพร้อม

“ประภัตร” เปิดบ้านฉลอง 70 ปี

ช่วงเช้าที่บ้านทรงไทย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดบ้านให้บุคคลใกล้ชิดเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดปีที่ 70 มีแกนนำของพรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานที่ปรึกษาพรรค นายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรค รวมทั้ง ส.ส.สุพรรณบุรี บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น นายประภัตรกล่าวชื่นชมนายวราวุธว่า เป็นนักการเมืองคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ ขอให้คนสุพรรณบุรีสนับสนุนให้ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีนายกฯ 2 คน

“กัญจนา” ชมเปาะเก่งทั้งบู๊–บุ๋น

น.ส.กัญจนากล่าวอวยพรว่า หลังจากสิ้นนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคแล้ว นายประภัตรเป็นเสาหลักของพรรคและยืนเคียงข้างตนและนายวราวุธช่วยฝ่าฟันให้ผ่านการเลือกตั้งมาได้ และเป็นขุนพลเคียงคู่นายบรรหาร ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค เชื่อว่านายประภัตรจะทำงานให้ประชาชนจนวินาทีสุดท้ายเหมือนกับนายบรรหาร และเชื่อว่ารัฐมนตรีทั้งสองคนของพรรคจะผนึกกำลังช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ นายประภัตรเก่งทั้งบู๊และบุ๋นได้ทุกรูปแบบ นักการเมืองแบบนี้ไม่รู้จะหาได้จากที่ไหนอีก ขอให้อยู่เป็นเสาหลักเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน พรรคและคนสุพรรณบุรีต่อไป

“จองชัย” ขอกลับมาตายรังเก่า

ด้านนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสจะกลับไปพรรคชาติไทยพัฒนาว่า “เป็นไปตามเพลง บ้านเราแสนสุขใจ” พร้อมหัวเราะ เป็นเรื่องจริง วันที่ 2 ส.ค. จะไปโชว์ตัวที่พรรคชาติไทยพัฒนา ได้คุยกับครอบครัวศิลปอาชา ทั้งคุณหญิงแจ่มใส และ น.ส.กัญจนาแล้ว ยืนยันไม่เคยมีปัญหากับนายประภัตร โพธสุธน ตนจากมาแต่ตัว ใจไม่ได้ออกมา ต้องขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่ให้ที่พักพิง ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่ได้ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย ต้องรอพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอบคุณก่อน เหตุผลที่กลับพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้มีปัญหาอะไร เมื่อเสร็จศึกเลือกตั้งก็กลับเข้าสู่ระบบเดิม

“คุณหญิงแจ่มใส” รับบทกาวใจ

นายวราวุธ ศิลปอาชา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ถือเป็นความตั้งใจดีของหลายฝ่ายที่อยากเห็นเมืองสุพรรณบุรีกลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง อย่างน้อยทำให้เห็นว่าแม้นายบรรหาร ศิลปอาชา จะไม่อยู่แล้ว แต่ศิลปอาชายังคงเป็นหลักให้กับทุกคน ต้องรอให้นายจองชัย ลาออกจากพรรคเก่าให้เรียบร้อยตามกฎหมาย เรื่องนี้มีคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ทำหน้าที่เป็นกาวใจ อยากเห็นทุกคนกลับมาอยู่ร่วมกัน

“พัชรวาท” รวยขึ้น 78 ล. หลังพ้นสนช.

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของอดีต สนช. 4 คน กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 ประกอบด้วย 1.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มีทรัพย์สิน 216,130,510 บาท เป็นทรัพย์สินของตัวเอง 171,804,917 บาท อาทิ เงินฝากธนาคาร 52.1 ล้านบาท เงินลงทุน 81.2 ล้านบาท ที่ดิน 8.6 ล้านบาทและทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ จำพวกพระเครื่องเลี่ยมกรอบทองคำ เหรียญทองคำ เหรียญรัชกาลทองคำและสร้อยทองคำ รวมมูลค่า 7,597,500 บาท ส่วนนางสมถวิล วงษ์สุวรรณ คู่สมรสมีทรัพย์สิน 44,325,593 บาท อาทิ เงินฝากธนาคาร 29.4 ล้านบาท เงินลงทุน 8.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สนช. ปี 2557 ที่มีทรัพย์สิน 137,638,191 บาท พบว่ารวยขึ้น 78,492,319 บาท โดยเพิ่มขึ้นจากเงินฝากและเงินลงทุน ส่วนอีก 3 คน ได้แก่ พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต มีทรัพย์สิน 164,526,835 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนมูลค่า 75.1 ล้านบาท ที่ดิน 82.7 ล้านบาท พล.อ.อ.ชนะ อยู่สถาพร มีทรัพย์สิน 57,042,285 บาท และ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ มีทรัพย์สิน 68,504,313 บาท

“ธนาธร” ชี้ รธน.เหมือนระเบิดต้องรื้อ

ที่ จ.นครสวรรค์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางพบปะสมาชิกที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ และเปิดเวทีเสวนาย่อยกับสมาชิก นายธนาธรกล่าวว่า “ผมไม่มีปืน ไม่มีรถถัง ให้ไปรบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมยังไม่ชนะเลย แล้วจะเอาพลังที่ไหนไปล้มสถาบัน อยากเห็นการเมืองที่สร้างสรรค์ ผลักดันนโยบาย ให้ประชาชนและชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคม เช่น สิทธิบัตรทอง และประกันสังคม พรรคอื่นมักพูดแต่ปัญหาในเชิงประเด็น แต่สำหรับผมอยากให้มองว่าหากเราไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง จะไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงประเด็นได้ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเราไปไกลกว่านี้ไม่ได้ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเหมือนระเบิดเวลา เรากำลังจะเปิดรณรงค์ ที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 4 ส.ค. ในแคมเปญที่ว่า “จิตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” ในงานนี้ผมต้องการให้ทุกๆคนร่วมกันสนับสนุนอย่างแข็งขัน เรื่องนี้สู้ในสภายังไม่พอ เราต้องการพลังของพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ เพื่ออนาคตใหม่ของประเทศไทย”

จีนเชื่อมั่น “บิ๊กตู่” ช่วยยกระดับไทย

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและ รมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 52 โดยนายกฯกล่าวต้อนรับพร้อมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปีนี้ จีนมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามาก ไทยหวังเรียนรู้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากจีน

ด้านนายหวัง อี้กล่าวว่า ประทับใจที่ไทยให้ความสำคัญความสัมพันธ์ทวิภาคี และความร่วมมือระหว่างไทย-จีน เสมอมา ยืนยันว่าจีนพร้อมสานต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไทยจะพัฒนาประเทศให้มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและในโลก และยินดีจะพัฒนาความร่วมมือในด้านใหม่ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยี 5G

สหรัฐฯยันไม่บีบอาเซียนเลือกข้าง

นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 52 ว่า สหรัฐฯไม่เคยขอให้ชาติสมาชิกอาเซียนใดๆ เลือกข้างระหว่างสหรัฐฯกับจีน โดยในหลายสิบปีหลังนโยบายของสหรัฐฯต่ออาเซียนมุ่งเน้นความเป็นหุ้นส่วน เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เคารพในอธิปไตยซึ่งกันและกัน และมีพันธกรณีร่วมกันในหลักนิติรัฐขั้นพื้นฐาน สิทธิมนุษยชนและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ออสเตรเลียช่วยงบแก้ค้ามนุษย์

นางมาริส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมอาเซียนที่กรุงเทพฯว่า รัฐบาลออสเตรเลียมีโครงการช่วยเหลือสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์เป็นวงเงิน 80 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือเกือบ 1,700 ล้านบาท โครงการดังกล่าวในระยะเวลา 10 ปีจะขยายความช่วยเหลือของทางการออสเตรเลียต่อภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นต้นน้ำปลายน้ำของเหยื่อที่ถูกบังคับใช้แรงงานและค้าประเวณีที่พยายามแก้ปัญหานี้ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรเลียได้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กว่า 13,000 นาย และให้แน่ใจถึงการคุ้มครองเหยื่อในกลุ่มอาเซียนด้วย

โซเชียลว่อน “ปวิน” หายตัวลึกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปจากโลกออนไลน์อย่างลึกลับของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งใน 3 บุคคลที่ถูกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกประกาศเตือนประชาชนไม่ให้ติดตาม ติดต่อ หรือเผยแพร่ข้อมูลจากพฤติกรรมวิพากษ์วิจารณ์สถาบันและการเมืองในประเทศไทยอย่างรุนแรง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. นายปวินได้ยุติการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun และหายหน้าไปจากโลกออนไลน์ที่เป็นช่องทางหลักในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล คสช. ส่งผลให้กลุ่มผู้ติดตามออกมาแสดงความห่วงใย ทั้งมีการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย คาดเดาไปต่างๆนานา ล่าสุดในโลกโซเชียลมีเดีย มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการบรรยายทางวิชาการของนายปวิน ที่สถาบัน East-West Center ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เนื้อหาหลักเป็นการพูดถึงการเมืองและสถาบันในประเทศไทยที่มีความยาวกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง

เจ้าตัวแจงถูกชายชุดดำบุกถึงห้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปวินบรรยายถึงเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายร่างกายในที่พักว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลาประมาณ 04.45 น. ตามเวลาในประเทศญี่ปุ่น ขณะตนและเพื่อนอีกคนกำลังนอนหลับอยู่ในห้องพักที่อพาร์ตเมนต์ส่วนตัว ในกรุงโตเกียว มีชายชุดดำสวมหน้ากาก บุกเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู ดึงผ้าห่มที่คลุมตัวออก ก่อนทำการพ่นสเปรย์สารเคมีเข้าใส่ ตนและเพื่อนพยายามไล่จับตัวชายชุดดำรายนี้ แต่ไม่ทันหลบหนีไปได้ เมื่อแจ้งความตำรวจญี่ปุ่นเดินทางมาพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จากการสอบถามและตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตำรวจญี่ปุ่นบอกว่าน่าจะเป็นเรื่องการเมือง ทั้งยังแจ้งว่าจะมีการร่วมมือกับหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล ให้มาตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาคนผิดมาดำเนินคดี และขอให้ไปหลบพักที่เซฟเฮาส์ก่อน ทำให้ตนไม่ได้กลับห้องพักนับตั้งแต่นั้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์พรรคพลังประชารัฐส.ส.ย้ายพรรคพรศักดิ์ เจริญประเสริฐสมาชิกพรรคต่อรองคดีข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้