ข่าว
100 year

เคาะ 3.2 ล้านล้าน กรอบวงเงินงบปี 63 พร้อมชงเข้า ครม. 6 ส.ค.นี้

ไทยรัฐออนไลน์1 ส.ค. 2562 15:11 น.
SHARE

“บิ๊กตู่” พร้อม “สมคิด-อุตตม” และ 4 หน่วยงานประชุมพิจารณางบปี 63 เคาะที่ 3.2 ล้านล้าน พร้อมชงเข้า ครม. 6 ส.ค. ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อ

วันที่ 1 ส.ค. 2562 ภายหลังช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม

ในเวลาต่อมา นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แถลงผลการประชุมที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร โดยสรุปสาระสำคัญว่า ที่ประชุมร่วม 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ให้สำนักงบประมาณนำเสนอคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 6 ส.ค. ในวงเงินงบประมาณรายจ่าย 3.2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย รายได้รัฐบาลสุทธิที่จะจัดเก็บได้ ที่เดิมทีประมาณการไว้ที่ 2.75 ล้านล้านบาท จะคงเหลือที่ 2.31 ล้านล้านบาท หรือลดลงไป 19,000 ล้านล้านบาท จากเดิมที่เคยเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อตอนต้นปี ซึ่งสำนักงบประมาณจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป
 
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ยังกล่าวอีกว่า ตามปฏิทินงบประมาณที่เสนอไปเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยสรุปคือ วันนี้มีการประชุม 4 หน่วยงานเพื่อที่จะเห็นชอบให้สำนักงบประมาณนำกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เสนอ ครม. วันที่ 6 ส.ค. ซึ่งคำของบประมาณจะเข้ามาที่สำนักงบประมาณวันที่ 9 ส.ค. โดยสำนักงบประมาณคาดว่าจะสามารถนําเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระที่ 1 ตามกำหนดการวันที่ 17 ต.ค. และวาระที่ 2-3 ประมาณต้นเดือน ม.ค. 2563 จากนั้นจึงเสนอวุฒิสภาพิจารณาประมาณกลางเดือน ม.ค. 2563 คาดว่าจะสามารถนําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ขึ้นทูลเกล้าฯ ประมาณปลายเดือน ม.ค. 2563
 


ขณะที่ แผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2563-2565) จะมีการปรับในส่วนของรายได้รัฐบาลสุทธิ จากเดิมกำหนดประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิในปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 2,750,000 ล้านบาท ก็ได้ปรับลดลงมา 19,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังจะมีการประชุมทบทวนกำหนดกรอบรายได้รัฐบาลสุทธิของแผนการคลังระยะปานกลางอีกครั้ง คาดการณ์ว่าแผนการคลังระยะปานกลางจะสมดุลในปี 2573 ซึ่งต้องดูตามความเป็นจริงอีกครั้งว่าจะสามารถถึงจุดสมดุลได้ในปีนั้นหรือไม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยว่าจะต้องใช้จ่ายงบประมาณเท่าไรในการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละปีจากนี้ไป
 
อย่างไรก็ตาม นายเดชาภิวัฒน์ ระบุด้วยว่า ช่วงที่รอ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 ประกาศใช้ สำนักงบประมาณจะนำเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบใช้งบประมาณปีก่อนหน้าไปพลางก่อน โดยใช้ฐานงบประมาณปี 2562 จัดสรรให้ไม่เกินกึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่ง ประกอบด้วย เรื่องของเงินเดือน รายจ่ายประจำ ที่มีฐานเดิมอยู่ในปี 2562 และงบลงทุนที่มีสัญญาแล้ว ซึ่งงบฯ ไปพลางก่อนจะไม่มีรายการใหม่

ฉะนั้น งบประมาณที่มีการพูดถึงว่าจะหายไปนั้นที่จริงแล้วยังมีอยู่ เงินเดือน ทุกอย่างพร้อมที่จะจ่ายทั้งหมด และงบลงทุนก็ยังมีของรัฐวิสาหกิจอยู่ ยังมีรายการที่ภาครัฐและเอกชนร่วมลงทุน หรือ PPP และมีกองทุน Thailand Future Fund ที่จะนำมาใช้กระตุ้น หรือรักษาเสถียรภาพของการใช้จ่ายในช่วง 3 เดือนจากนี้ไปคือ ต.ค., พ.ย. และ ธ.ค.ได้ เมื่องบประมาณประจำปี พ.ศ. 2563 ออกมาประมาณเดือนมกราคม 2563 ก็เริ่มดำเนินการได้ ซึ่งระหว่างเดือน ม.ค. 2563 ก่อนหน้านั้น สำนักงบประมาณจะออกมาตรการด้านการงบประมาณ เพื่อที่จะสนับสนุนให้มีการใช้จ่ายทันทีหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณร่ายประจำปี พ.ศ. 2563 ประกาศใช้.

(ภาพจาก thaigov.go.th)

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งบปี 63งบประมาณงบประมาณปี 63รัฐบาลครม.ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้