ข่าว
100 year

“เจะอามิง” แนะ “บิ๊กตู่” ไม่ต้องคุมตำรวจเอง สำคัญที่การบังคับใช้กฎหมาย

ไทยรัฐออนไลน์1 ส.ค. 2562 14:46 น.
SHARE

“เจะอามิง” อดีต ส.ส.นราธิวาส แนะ “ประยุทธ์” มอบรองนายกฯ ดูแลตำรวจ แล้วหันไปทำเรื่องสำคัญอื่นดีกว่า ชี้ เปลี่ยนหัวไม่เท่าบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ

นายเจะอามิง โต๊ะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้กำกับดูแลตำรวจเอง ว่า การเปลี่ยนหัวหรือตัวบุคคลผู้ดูแล ไม่สำคัญเท่ากับการทำอย่างไรให้ประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจ เป็นที่พึงพอใจของประชาชน ส่วนตัวอยากเห็นการปฏิรูปตำรวจทั้งระบบ ซึ่งขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจดูแลกำกับในตัวอยู่แล้ว จะให้มีประสิทธิภาพต้องกระจายงานให้รองนายกรัฐมนตรีทำเสียน่าจะดีกว่า ไม่จำเป็นต้องดูแลเองทั้งหมด นายกรัฐมนตรีควรคุมงานอื่นที่มีความสำคัญอีกมาก ทั้งเรื่องปากท้องชาวบ้าน ความมั่นคงปลอดภัย งานเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ซึ่งความพึงพอใจของชาวบ้านต้องยึดหลักว่า ตำรวจต้องรู้จักหน้าที่ตัวเอง บังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ จะเปลี่ยนใครนั่งหัวโต๊ะตรงไหนสักกี่คน หากยังบังคับใช้กฎหมายของไม่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีผลดีกับประชาชน

พร้อมกันนี้ นายเจะอามิง ยกตัวอย่าง อำนาจการสอบสวนว่าควรให้อยู่ที่ตำรวจโดยตรงหรือไม่ หรือจะให้หน่วยงานอื่นมาร่วมในการสืบสวนด้วยหรือไม่ แต่ในกรอบความคิดของประชาชนเท่าที่รับฟัง เขาอยากจะเห็นว่า ตำรวจควรมีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมสอบสวนด้วย ไม่ใช่ตำรวจจับเเล้วตำรวจนำสู่กระบวนการยุติธรรมเองทั้งหมด ควรสร้างความสมดุล ถ่วงดุล ที่จับกุมเอง ส่งเอง ทำคดีเองทั้งหมด ประชาชนเขาไม่พึงพอใจ อยากให้นายกรัฐมนตรีดูโครงสร้างการถ่ายโอนภารกิจต่างๆ ไปให้หน่วยงานเเต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องด้วย เช่น ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ควรจะลดไขมันส่วนนี้โดยแก้ไขมอบหมายให้หน่วยงานอื่นไปหรือไม่ ทำไมต้องขึ้นตรงกับกรมตำรวจ ส่วนตัวว่าตำรวจไทยเก่งมาก ทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ที่ตำรวจทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องแปลก ไปดูต่างประเทศบ้างเขายังไม่ทำกันแบบนี้ 

“การแต่งตั้งโยกย้ายบางตำแหน่ง อาทิ ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ควรกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจนในกฎหมาย ไม่ใช่เหมือนการพิจารณาแบบทุกวันนี้ ที่อยู่ที่อนุบัญญัติเท่านั้น คนมาเป็น ผบ.ตร. ต้องคิดตามหลักอาวุโสให้ชัดเจน ไม่ใช่เเต่มองแต่ว่าเข้าเกณฑ์อายุก็ได้รับการพิจารณา ไม่อย่างนั้นคนที่ทำงานมาทั้งชีวิตหากไม่ใกล้ชิดเจ้านายก็ไม่สามารถได้รับพิจารณา ผบ.ตร.ได้ ยกตัวอย่างการวิ่งเต้นของบางคนเพื่อมาฟอกตัวในสามจังหวัดชายเเดนใต้ หวังเพื่อที่จะอยากมีผลงานหรืออายุราชการทวีคูณล้ำหน้าเพื่อน แต่กรณีแบบนี้ผมว่าไม่ถูกต้อง”

(ภาพจากเฟซบุ๊ก เจะอามิง โตะตาหยง)

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติประยุทธ์ จันทร์โอชาเจะอามิง โต๊ะตาหยงปฏิรูปตำรวจข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้