สภาผู้แทนราษฎร เตรียมรับมอบพื้นที่ 40% จากซิโน-ไทย ประเดิมใช้รัฐสภาใหม่ประชุม ส.ว. 5 ส.ค.นี้ แต่ยังพบปัญหาเพียบ เผย ใช้ที่เดิมไม่ได้เพราะงบหมด

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประชุมร่วมกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับเหมาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ร่วมกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับมอบพื้นที่จาก ซิโน-ไทย 40% ของพื้นที่ เพื่อเตรียมใช้งานพื้นที่บางส่วนตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป โดยการรับมอบจะส่งผลให้การประกันวินาศภัยทั้งหมดจาก ซิโน-ไทย หมดไป ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากเกิดอุบัติเหตุ หรือความสูญเสียแก่ชีวิต หรือทรัพย์สินภายใน เนื่องจากการก่อสร้างยังไม่เสร็จสิ้น 100% เบื้องต้นสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีบริษัทประภัยแล้ว 2 บริษัทที่จะพิจารณา โดยมีค่าใช้จ่าย 7 ล้านบาท 

ด้านตัวแทนจาก ซิโน-ไทย แสดงความเป็นห่วงการเข้าครอบครองพื้นที่ของรัฐสภาที่อาจจะยังไม่มีความพร้อมการใช้งานระบบกุญแจที่เป็นระบบมาสเตอร์คีย์ ซึ่งผู้ออกแบบระบบอยู่ที่เยอรมัน หากหายต้องไปผลิตใหม่ที่เยอรมัน ดังนั้นจะให้แม่บ้านถือแทนไม่ได้ ต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีระบบแอร์รวมและระบบรักษาปลอดภัย ควรให้รัฐสภาจัดเจ้าหน้าที่มาอบรมการใช้อาคารกับซิโน-ไทย พร้อมยืนยันว่า พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้นยังมีประกันภัยรับผิดความเสียหาย ชำรุด หรือเกิดอัคคีภัย ซึ่งเป็นประกันภัยในส่วนของซิโน-ไทย แต่พื้นที่ใดที่รับมอบไปแล้วประกันภัยจะไม่ครอบคลุม 

ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม ฝ่ายซิโน-ไทย ได้ซักถามปัญหาทางการเงินจาก บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT (เอไอที) ผู้รับเหมาติดตั้งระบบ ICT และครุภัณฑ์ภายในรัฐสภา ที่มีความล่าช้าในการติดตั้งไมโครโฟนและอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องประชุมกรรมาธิการ ที่ยังค้างอยู่ 23 ห้อง ทำให้ ซิโน-ไทย ยังไม่สามารถส่งมอบห้องบางส่วนได้ทั้งหมด ว่าเป็นเพราะมีปัญหาทางการเงินหรือไม่ ซึ่งตัวแทนจาก AIT ยอมรับว่าบริษัทกำลังจะมีปัญหา เพราะเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ การดำเนินการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ ซึ่งบริษัทต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้ง 23 ห้องภายใน 30 วัน แต่ไม่กล้ารับปากเพราะยังมีปัญหาเรื่องท่อร้อยสาย ซึ่งซิโน-ไทย ยื่นคำขาดให้ AIT จัดการให้เสร็จภายใน 7 วัน เฉพาะระบบไมโครโฟน นอกจากนั้น บริษัท ซิโน-ไทย ยังขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งตัวแทนไปอบรมกับทางบริษัทเกี่ยวกับระบบปรับอากาศที่เป็นระบบรวม เนื่องจากการใช้งานแต่ละครั้งจะต้องวอร์มเครื่องก่อน 30-40 นาที 

...

สำหรับระบบโสตทัศนูปกรณ์ภายในห้องประชุมกรรมาธิการต่างๆ AIT ผู้รับเหมาคาดระบบโสตทัศนูปกรณ์และไอซีที ระบุว่า ห้องประชุมกรรมาธิการ ชั้น 3 และ 4 รวม 23 ห้อง จะแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค. แต่เบื้องต้นกลางเดือนนี้จะเร่งดำเนินการห้องประชุมกรรมาธิการชั้น 4 จำนวน 10 ห้องให้แล้วเสร็จก่อน พร้อมยอมรับว่า ในช่วง 30 วันหลังจากนี้ AIT จะขาดสภาพคล่องแล้ว จึงจะต้องสั่ง และชำระเงินการนำเข้าวัสดุไปก่อน และยังถูกเร่งรัดการติดตั้ง และการนำเข้าระบบไอซีที จากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย 

สำหรับการใช้งานห้องประชุมจันทราของวุฒิสภานั้น ระบบไมโครโฟนและระบบลงคะแนนพร้อมแล้วสำหรับสมาชิก 350 ที่นั่ง เหลือเพียงระบบออดเรียกประชุมที่จะต้องปรับโทนเสียง แต่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเอง ยังกังวลกับระบบลงคะแนนหากมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 500 คน และการประชุมร่วมรัฐสภา 750 คน ว่าจะใช้วิธีใด แต่ AIT ระบุว่าไม่สามารถเพิ่มจำนวนเครื่องลงคะแนนได้ เนื่องจากระบบได้ติดตั้งสำหรับ 350 ที่นั่งตามที่ออกแบบไว้ ทำได้เพียงสำรองเก้าอี้เสริม 150 ที่นั่ง ทางสภาผู้แทนราษฎรจึงหารืออาจให้สมาชิกลงคะแนน 2 รอบ หรือไม่แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป 

ขณะที่ นายสุชาติ ชี้แจงว่า สาเหตุที่จะต้องเร่งรัดการใช้อาคารรัฐสภาแห่งนี้ใหม่นี้ เนื่องจากการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีก 5 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณแจ้งว่าขณะนี้ไม่มีงบประมาณให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว สำหรับการประชุมวุฒิสภา หรือ ส.ว. ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ จะเป็นวันแรกที่จะประเดิมการใช้ห้องประชุมจันทรา.