‘เรืองไกร’ สอย ‘60ส.ว.’
“บิ๊กตู่” ได้ฤกษ์เข้ากลาโหม จัดทีมผสมเพื่อน “บิ๊กตู่-บิ๊กแดง” นั่งสตาฟฟ์ รมว.กลาโหม “ประยุทธ์” คุมเบ็ดเสร็จ จัดโผทหาร-ตำรวจ นั่ง ปธ.ก.ตร. คุม สตช.-ดีเอสไอ อ้างช่วยแบ่งเบาภาระ-สุขภาพ “พี่ใหญ่” ด้าน “ประวิตร” บอกสื่อยังช่วยนายกฯคุมตำรวจ นายกฯสั่งเข้ม ครม.ชุดใหม่ห้ามทุจริตเด็ดขาด ย้ำเป็นครอบครัวเดียวกันต้องรักกันทำงานเป็นทีม ฟื้น ครม.เศรษฐกิจตัดปัญหารองนายกฯต่างพรรค “วิษณุ” ชี้ชัดนายกฯดูเอง สตช.ต้องตัดสินใจประธาน ก.ตร.มอบหมายเป็นครั้งคราวไม่ได้ พท.จ่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความนโยบายรัฐบาลไม่มีที่มางบฯผิด รธน. “อนาคตใหม่” ดันแก้ก.ม.อาญาฟ้องคนยึดอำนาจ 4 ส.ค. คิกออฟขอฉันทามติร่าง รธน.ใหม่ “เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบ 60 ส.ว. 1 ส.ส. ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งในหน่วยราชการ-หน่วยงานรัฐ ส.ว.สาย ครม.เก่าสุ่มเสี่ยงขัด รธน. “พรเพชร-วิเชียร” เข้าข่ายต้องห้าม
การแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นที่น่าจับตาว่าจะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง 2 ป. หรือไม่ หลังนายกฯ ระบุว่าจะเข้ามากำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เอง เพื่อช่วยแบ่งเบาภารกิจและสุขภาพของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรยังคงยืนยันกับสื่อมวลชนว่ายังช่วยงานนายกฯดูแล สตช.อยู่
“บิ๊กตู่” เข้า กห.ไหว้ศาลหลักเมือง
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ก.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรก โดยมีการจัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ นายทหารระดับสูงกระทรวงกลาโหม และข้าราชการทหารกระทรวงกลาโหมให้การต้อนรับ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำพิธีสักการะองค์พระหลักเมือง ไหว้หอพระพุทธรูป องค์พระหลักเมืองจำลอง องค์พระหลักเมืององค์จริง หอเทพารักษ์ทั้ง 5 และเติมน้ำมันตะเกียงพระนาคปรก พระพุทธรูปประจำวันเสาร์วันเกิดของนายกฯ ทั้งนี้ช่วงเช้าก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางมาถึง คณะฝ่ายเสนาธิการของ พล.อ.ประยุทธ์ได้อัญเชิญพระพุทธรูป 5 องค์ หนึ่งในนั้นเป็นพระนาคปรก และหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี บางกอกใหญ่ กทม.มาตั้งบูชาด้วย
...
“สุชาติ” นั่งเลขาฯ รมว.กลาโหม
จากนั้นเวลา 07.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ เดินทางเข้ามาภายในกระทรวงกลาโหม รับการเคารพจากการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ บริเวณลานอเนกประสงค์ภายในศาลาว่าการกลาโหม ก่อนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลาว่าการกลาโหม ทั้งศาลเจ้าพ่อหอกลอง พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 รูปปั้นเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี จากนั้นรับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของ กห.ที่ห้องภาณุรังษี คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ประกอบด้วย พล.อ.สุชาติ หนองบัว อดีตผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพลในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ. และอดีตสมาชิก สนช.มาเป็นเลขานุการ รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.ศักดา เนียมคำ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ.และอดีต ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5)กอ.รมน.เพื่อน ตท.20ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และอดีตกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเป็น หน.สนง.รมว.กลาโหม นอกจากนี้ พล.ท.หม่อมหลวง กุลชาต ดิศกุล หรือ เสธ.กวาง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกและอดีตที่ปรึกษาสำนักโฆษกประจำสำนักนายกฯ หนึ่งในทีมงานตึกไทยคู่ฟ้ามาเป็นตำแหน่งช่วยราชการสำนักงาน รมว.กลาโหม ขณะที่ พล.ต.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ ยังคงทำงานเป็นทีมงานนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นมือประสานสิบทิศด้านการเมือง
สั่งปรับบ่อน้ำโบราณเป็นที่ท่องเที่ยว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองทหารเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพแล้วเสร็จได้เดินไปสักการะศาลเจ้าพ่อหอกลอง ระหว่างเดินผ่านบ่อน้ำโบราณ พล.อ.ณัฐได้เชิญไปดูบ่อน้ำโบราณ อธิบายว่ากระทรวงกลาโหมเคยเป็นโรงนอนเก่าและมีโรงม้า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้สอบถามถึงระดับน้ำในบ่อระบุว่าน้ำใสแจ๋ว แต่จะสะอาดหรือไม่ ขอให้ไปตรวจสอบคุณภาพน้ำเอาไปพิสูจน์และปรับภูมิทัศน์จุดดังกล่าวให้สวยงามทำให้ดี พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในกระทรวงกลาโหม เพื่อให้คนได้เข้ามาดู
พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า คงเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลำบาก เพราะเป็นสถานที่ความมั่นคงและเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ ได้สั่งการให้ประสานกับกรมศิลปากรเข้ามาตรวจความเก่าแก่ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าสมัยก่อนเป็นโรงนอนและมีบ่อน้ำใช้เพื่ออุปโภคบริโภค สังเกตจากการเรียงอิฐมอญสวยงาม พื้นที่นี้เดิมเป็นพื้นที่เลี้ยงช้างและม้า ก่อนเราจะมาเจอได้ปรับเป็นพื้นที่ลานจอดรถแต่ทรุด หินปิดปากบ่ออายุมากหัก ทำให้ดินทรุด จึงให้ทหารช่างมาปรับพื้นที่จนเจอบ่อน้ำดังกล่าว
ยึดเบ็ดเสร็จจัดโผทหาร-ตำรวจ
ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความรู้สึกหลังกลับมาที่กระทรวงกลาโหมในฐานะ รมว.กลาโหม ว่ารู้สึกปกติ เข้ามาบ่อยอยู่แล้วตั้งแต่เป็นทหารมีความคุ้นเคย วันนี้ได้มอบนโยบายให้ข้าราชการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณทุกคนขอให้ร่วมมือกันทำงานต่อไปภายใต้สายงานอย่างระมัดระวัง ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาใดๆ ส่วนที่มีความเป็นห่วงเรื่องการใช้อำนาจ รมว.กลาโหม นั้น มีกฎหมายดูแลอยู่แล้ว ได้มอบนโยบายให้ทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจเสียสละ ทำหน้าที่ให้ทันต่อยุคสมัย เพราะทุกวันนี้มีเรื่องโซเชียล เทคโนโลยีและดิจิทัลต้องก้าวตามให้ทัน ในส่วนของนโยบายเร่งด่วนคือการปฏิรูปกองทัพ เดิมมีอยู่แล้วแต่ต้องมาทบทวนว่าไปถึงไหนแล้วต้องมาดูให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนหลักการพิจารณาโผโยกย้ายนายทหารประจำปี ต้องให้ทาง หน่วยทำขึ้นมา ตนให้สิทธิทั้งทหารและตำรวจทำรายชื่อขึ้นมา ผู้นำหน่วยต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ตนจะเป็นผู้ตรวจทานความเหมาะสม และขีดความสามารถว่าได้หรือไม่ได้อย่างไร การแต่งตั้งตำรวจและทหารแม่ทัพต้องรับผิดชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการภาคต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่โยนความรับผิดชอบมาให้ตน เพราะจะดูแลความเหมาะสมให้ทุกคน
คุมเอง สตช.แบ่งเบาภาระ “พี่ใหญ่”
เมื่อถามว่านายกฯมาดูเรื่องความมั่นคง เพราะจะควบรวมเรื่องความมั่นคงทั้งหมด โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้ควบรวม แต่มอบหมายหน้าที่ในระดับรัฐบาลว่าจะเข้าไปดูอะไรบ้าง เวลาเข้าไปดูแล้วใช่ว่าจะไปทำอะไรได้ทั้งหมด ต้องเข้าไปดูการปฏิบัติงานเพื่อให้ชัดเจนขึ้น รวมถึงการดำเนินการต่างๆที่ยังคั่งค้างอยู่ว่าจะทำอย่างไร เพราะประชาชนให้ความสนใจดีเอสไอควรทำหน้าที่เฉพาะ แต่มีหลายคนมองว่ามีตำรวจมากไปหรือไม่ ต้องเข้าไปดูว่าโครงสร้างเป็นอย่างไร ไม่ใช่จะดึงดีเอสไอมาขึ้นตรงกับสำนักนายกฯ แต่เป็นเรื่องการกำกับดูแล โดยมอบหมายให้รองนายกฯดูแล และบางหน่วยงานนายกฯกำกับดูแลได้ เมื่อถามว่านายกฯจะดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ด้วยตนเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่าตนสมควรจะดูหรือไม่
เมื่อถามว่าการที่นายกฯ ไปดู สตช.เองเพราะต้องการแบ่งเบาภาระ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใช่ เพื่อแบ่งเบาภาระ พล.อ.ประวิตรและเรื่องสุขภาพ “ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรมีความตั้งใจในการทำงานอย่างมาก และท่านยังคงทำหน้าที่ต่อไปในการดูแลความมั่นคง เช่น สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขก.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
เดินหน้าต่อซื้อเพิ่มเรือดำน้ำ
เมื่อถามถึงงบประมาณกองทัพปี 2563 อาจถูกจับตาเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องซื้อให้ถูกต้อง มีกรรมการตรวจสอบการจัดซื้ออยู่แล้ว ต้องทำให้โปร่งใสไม่เช่นนั้นจะกล่าวอ้างกันไปมา จะไม่เกิดความเชื่อมั่น เมื่อถามย้ำว่ารวมถึงนโยบายเรือดำน้ำด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “ทำไมล่ะจะให้ซื้อลำเดียวแล้วพอหรืออย่างไร แล้วถ้าเกิดเสียหรือมีการจอดพัก เพื่อหมุนเวียนการทำงานแล้วจะทำอย่างไร เราต้องดูความเหมาะสมและความจำเป็น”
ด้าน พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่านายกฯยังไม่ได้กำหนดว่าจะเข้ามาทำงานในกระทรวงกลาโหมวันไหน แต่หากมีแขกบ้านแขกเมืองมานายกฯจะมาต้อนรับเองเป็นวาระไป ฝ่ายเสนาธิการของนายกฯได้เข้ามาทำงานที่สำนักงานหมดแล้ว สำหรับโผทหารนายกฯให้ส่งรายชื่อตามช่วงเวลาปกติ
ยิ้มร่านั่งหัวโต๊ะถก ครม.นัดแรก
จากนั้นเวลา 09.50 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศคึกคัก ได้เชิญหน่วยงานมาแนะนำข้อพึงปฏิบัติและข้อควรระมัดระวังของ ครม. อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ระบุจะชี้แจงการกรอกยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีต่อ ป.ป.ช.ตามกฎหมายใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ที่อยู่กินฉันสามีภรรยาเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิม รวมถึงกรอบระยะเวลาเปลี่ยนจาก 30 วันเป็น 60 วันนับตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ส่วนรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งไม่เกิน 30 วันแล้วมารับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกไม่จำเป็นต้องยื่น หากจะยื่นทำได้
ลั่น ครม.ต้องไม่มีทุจริตเด็ดขาด
ต่อมาเวลา 14.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่าถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีเต็มตัวหลังแถลงนโยบายรัฐบาล ได้กำชับหลายเรื่องทั้งกฎหมายการปฏิบัติหน้าที่ จากคณะกรรมการต่างๆเพื่อทำความเข้าใจการทำงานร่วมกัน โดยมีคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบและประเมินผลการทำงานรัฐบาล สิ่งสำคัญที่ย้ำไปคือต้องไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด เมื่อถามว่านายกฯให้คะแนนการแถลงนโยบายรัฐบาลอย่างไร หลังฝ่ายค้านบอกจับต้องไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของประชาชน แต่ที่พูดไปเป็นข้อเท็จจริง ได้สั่งการแก้ปัญหาให้โดยเร็วและต้องมีมาตรการเพิ่มเติม ส่วนตนต้องปรับตัวอีกเยอะ ถือเป็นครั้งแรกที่เข้าสภาฯ ถ้ามีอะไรไม่เหมาะสมขอโทษด้วย ครั้งหน้าแก้ตัวใหม่
เรือลำนี้ไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลายเรื่องได้ชี้แจงไปในรัฐสภา ถือเป็นเรื่องในสภาฯ จะไม่นำมาวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้ แต่ให้ติดตามต่อไปว่าอะไรคือข้อเท็จจริง ช่วงนี้ขอให้ระมัดระวังข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ แม้คำพูดตนวันแถลงนโยบายยังถูกบิดเบือน จำไว้ด้วยไม่เคยไปดูถูกว่าคนจนไม่เคยเสียภาษี แต่พูดว่ามีภาษีกี่ประเภท ภาษีบุคคล คนที่มีรายได้น้อยไม่ต้องเสียตรงนี้แต่ไปเสียตรงอื่นพูดเช่นนี้ ขอร้องให้ฟังคำพูดที่เป็นข้อเท็จจริง ส่วนการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. หลังกฎหมายใหม่เปิดช่องให้นายกฯและรัฐมนตรีชุดเก่าที่พ้นตำแหน่งไม่เกิน 30 วันไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าให้ยื่นก็ต้องยื่น เมื่อถามว่ามองรัฐบาลชุดนี้เป็นเรือประเภทใด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า วันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรืออะไร ต้องเป็นเรือที่พาคน 70 ล้านคนไปด้วยกันให้ได้ เรือจะลอยหรือจม ไปได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำคือประชาชนที่จะทำให้เรือลำนี้วิ่งต่อไปได้ ดังนั้นขอร้องถ้าไม่พายอย่าไปราน้ำ เพราะเรือหนักพอสมควรแล้ว ขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วย
ตั้ง ครม.ศก.แก้รองนายกฯต่างพรรค
นายกฯกล่าวต่อว่า ครม.ได้แบ่งงานรองนายกฯเรียบร้อย แต่งตั้งข้าราชการการเมืองบางกระทรวงที่พร้อม ได้หารือคณะกรรมการกฤษฎีกาพบว่า ส.ส.ดำรงตำแหน่งไม่ได้ ต้องหาวิธีบรรจุบุคคลอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน แต่ถ้าเป็น ส.ส.ต้องลาออกก่อน เช่น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ ครม.มีมติแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯได้ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐแล้ว รวมถึง ครม. เห็นชอบแต่งตั้ง ครม.เศรษฐกิจมีตนเป็นประธาน มีรองนายกฯทุกคนเนื่องจากแต่ละคนกำกับดูแล กระทรวงที่รับผิดชอบ การขับเคลื่อนอาจมีปัญหาไม่สอดคล้องกันอยู่บ้าง จำเป็นต้องนำมารวมกัน ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณา เน้นกระตุ้นการบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว เร่งรัดใช้จ่ายภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ให้แนวทางจัดทำโครงการให้สอดคล้องกับไตรมาสปี 63 ผลักดันโครงการต่างๆให้ขับเคลื่อนเบิกจ่ายใช้ได้ตามห้วงเวลา ถ้าเบิกจ่ายไม่ได้เดือน ก.ย.ต้องเรียกคืนแล้วปรับเป็นโครงการใหม่ บางทีต้องโยกงบฯไปใช้ในปีต่อไปทำให้เสียเวลา ขอให้เห็นใจด้วย แม้จะมีกฎหมาย มีวิธีบริหารจัดการงบประมาณ ถ้าไม่ผ่านความคิดเห็นประชาชนก็ลำบาก แต่เราพยายามทำเต็มที่
กั๊กสังกัด พปชร.ขอตัดสินใจเอง
เมื่อถามว่า จะตัดสินใจเข้าสมัครสังกัดพรรคพลังประชารัฐหรือเป็นหัวหน้าพรรคจะตัดสินใจห้วงเวลาใด หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯสมัครเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงว่า “เรื่องท่าทีไม่ตอบดีกว่า ผมจะเป็นอะไรเมื่อไหร่ ขอให้ผมได้ตัดสินใจเองแล้วกันนะครับ”
“ประวิตร” ยันยังช่วยนายกฯคุม สตช.
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม.ถึงการแบ่งงานว่า ยังต้องช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อยู่
สตช.เวียนหนังสือต้อนรับนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า ช่วงเที่ยงวันที่ 30 ก.ค. พ.ต.อ.ชัชวาล ปี่ทอง รอง ผบก.สลก.ตร.ปฏิบัติราชการแทนเลขานุการ ก.ตร.มีบันทึกข้อความเป็นหนังสือด่วนที่สุดถึงจเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร.หรือตำแหน่งเทียบเท่าทุกนายเข้าร่วมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯที่ได้นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นครั้งแรก เป็นการประชุมครั้งที่ 7/2562 วันที่ 31 ก.ค.เวลา 10.00 น. ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีวาระสำคัญคือการแก้ไขกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในเดือน ส.ค.ที่จะมีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.-ผบก.ประจำปี 62 จะถือเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นประธาน ก.ตร.หลัง ครม.ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯกำกับดูแล สตช.มาโดยตลอด
งงคล้อยหลัง 3 ชม.ยกเลิกนัด ก.ตร.
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังมีหนังสือเวียนนัดประชุม ก.ตร.ผ่านไปราว 3 ชั่วโมง สตช.ได้มีหนังสืออีกฉบับของรักษาราชการแทนเลขานุการ ก.ตร.ให้ยกเลิกการประชุมไปก่อนโดยไม่มีกำหนด คาดว่าอาจเกิดจากนายกฯมีภารกิจเร่งด่วน
แบ่งงาน “บิ๊กป้อม” คุม มท.-ทส.-ดีอี
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงผลการประชุม ครม.ว่าที่ประชุมมีการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กำกับดูแล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวง มหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงแรงงาน โดยมีการมอบหมายให้อำนาจการปฏิบัติราชการแผ่นดินแทนในสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในส่วนองค์การมหาชน สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน และมอบหมายให้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในประกาศสำนักนายกฯเกี่ยวข้องกับการมีพระบรมราชโองการในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย การสถาปนาพระอิสริยยศ อิสริยศักดิ์ และสมณศักดิ์ รวมถึงการแต่งตั้งประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ข้าราชการตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงและกรม เอกอัครราชทูตประจำประเทศและกงสุลที่มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญ
“สมคิด” คุม ศก.“วิษณุ” ดู ยธ.เว้นดีเอสไอ
นางนฤมลกล่าวอีกว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กำกับดูแลกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สศช. สำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) บริษัท อสมท จำกัด สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานบริหารและพัฒนาความรู้องค์การมหาชนและกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง นายวิษณุ เครืองาม กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม ยกเว้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวัฒนธรรม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข
“กอบศักดิ์” นั่งเลขาฯ ครม.เศรษฐกิจ
นางนฤมลกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบตั้ง ครม.เศรษฐกิจ โดยมีนายกฯเป็นประธาน และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เป็นกรรมการและเลขานุการ สมัยก่อนเคยมี ครม.เศรษฐกิจแบบนี้มาแล้ว เนื่องจากเราเป็นรัฐบาลพรรคร่วมมีหลายพรรคดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ ครม.เศรษฐกิจจึงถือเป็นกลไกหนึ่งที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆให้เห็นผลได้ คาดว่าจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อนำผลหารือเข้าที่ประชุม ครม.ชุดใหญ่ในวันอังคาร
8 ส.ค.ประชุม หน.ส่วนราชการ
นางนฤมลกล่าวด้วยว่า บรรยากาศการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการครั้งแรกเป็นไปอย่างดี โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่าขอให้เรารักกัน เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว มีใครอึดอัดอะไรบ้างหรือไม่ รัฐมนตรีทุกคนก็ยิ้ม ไม่มีใครพูดอะไร นายกฯจึงบอกด้วยว่าถ้ามีอะไรเรามาพูดคุยกันได้ เราครอบครัวเดียวกัน ขอให้ช่วยกันทำงาน วันที่ 8 ส.ค.นายกฯ นัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการทั่วประเทศ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อถ่ายทอดนโยบายรัฐบาลเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติภายหลังที่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา และวันที่ 31 ก.ค.ตนจะเข้ามาสักการะท้าวมหาพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้าและศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตาศาลยายเริ่มทำงาน
กำชับ ครม.ทำงานเป็นทีม
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่าที่ประชุมมีมติตั้ง ครม.เศรษฐกิจมีนายกฯเป็นประธาน โดยนายกฯกำชับให้เราทำงานเป็นทีม เราช่วยกันทำงานอยู่แล้วเพราะเป็นครอบครัวเดียวกัน การประชุม ครม.เศรษฐกิจคาดว่าน่าจะเริ่มได้วันที่ 5 ส.ค. ต้องรอดูทั้งภัยแล้ง ระดับน้ำ การเกษตร การส่งออกเกี่ยวกับเศรษฐกิจทั้งหมด รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการตามที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายกฯได้เร่งรัดให้นำนโยบายไปสู่ผู้ปฏิบัติให้เร็วที่สุด รวมถึงภัยแล้งได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดัน
“วิษณุ” ชี้ ปธ.ก.ตร.มอบหมายรายครั้งไม่ได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งงานรองนายกฯที่ไม่มีผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่าอะไรที่ไม่ปรากฏในการแบ่งงานของรองนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมจะเป็นผู้กำกับดูแลเองทั้งสตช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกระทรวงกลาโหม ส่วนการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุว่าต้องช่วยดูแลตำรวจด้วยนั้นไม่ทราบรายละเอียด แต่อาจช่วยคัดกรองในบางเรื่อง เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ดู สตช.เองต้องเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ด้วยใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่ทราบอาจมอบหมายได้ การประชุม ก.ตร.มีปัญหาข้อกฎหมายเหมือนกัน เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความว่าหากเป็นประธาน ก.ตร.แล้วไม่ว่าจะมอบหมายให้ใครเป็นประธานการประชุมเฉพาะคราวไม่ได้ นายกฯจึงต้องคิดว่าจะมอบเด็ดขาดหรือไม่ เป็นเรื่องที่นายกฯต้องตัดสินใจวันที่ 30 ก.ค.จึงยังไม่มีคำสั่งออกมา หลังจากนี้จะมีคำสั่งออกมาอีกหลายฉบับเกี่ยวกับการมอบหมายงาน คำสั่งวันที่ 30 ก.ค.มีแต่การกำกับงาน การแต่งตั้งกรรมการต่างๆยังไม่ออกมา จะมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆภายในสัปดาห์หน้า
สัปดาห์หน้า พปชร.ส่งชื่อกุนซือ
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคจะนำรายชื่อผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ที่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่มีความเหมาะสมโดยยึดจากการทำพื้นที่ต่อเนื่อง มีประสบการณ์ทำงานในกระทรวงต่างๆให้รัฐมนตรีพิจารณา สัปดาห์หน้าจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคยังไม่มีการพูดถึง ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ จะประชุมกรรมการบริหารพรรคพิจารณาบุคคลที่จะมาเป็นข้าราชการการเมืองวันที่ 2 ส.ค.
“อนุพงษ์” ยันไม่รวบอำนาจคนเดียว
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จากนี้ตนและ รมช.จะลงไปตรวจหน่วยงานต่างๆพร้อมมอบนโยบาย รัฐมนตรีทั้ง 3 คนจะมาคุยกันเพื่อกำหนดนโยบายภาพรวมและแบ่งหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ ทุกคนพูดคุยกันได้ไม่มีการรวบอำนาจยืนยันได้ รมช.ทั้ง 2 คนเข้ามาหารือได้ว่าอยากดูแลหน่วยงานใด หรือจะขับเคลื่อนนโยบายของพรรคในกระทรวงอย่างไร แต่ต้องรับผิดชอบการทำงาน เช่น หากมีปัญหาเกี่ยวกับกรมที่ดินที่ถูกร้องเรียนมากจะต้องรับผิดชอบ ต้องกำกับให้ดีให้โปร่งใส ส่วนการห้าม ส.ส.เป็นข้าราชการการเมือง กฎหมายว่าอย่างนั้นต้องทำตาม ประเทศไทยมีคนมากมายเลือกมาทำงานได้
“ท็อป” ไม่กลัวตอลุยสอบการ์มองเต้
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า นโยบายพรรคชาติไทยพัฒนาชัดเจนว่าจะใช้บุคลากรในพรรคที่ช่วยงานมีหลายคน ส.ส.พรรคมีภารกิจมากอยู่แล้วคงไม่สะดวกมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนการตรวจสอบ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รุกล้ำพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ล่าสุดได้ปักป้ายตามมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯตามกฎหมาย ไม่ใช่การรื้อถอนอะไร เป็นช่วงผู้ประกอบการไปดำเนินการกับศาล กระทรวงทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมายที่ทำได้แล้ว ต้องรอดูว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร เมื่อถามว่า จะถือโอกาสสังคายนาการก่อสร้างรุกล้ำอุทยานฯทุกพื้นที่เลยหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ปัจจุบันดำเนินการไปหลายพื้นที่แล้วยังเหลืออีกหลายพื้นที่ต้องดำเนินการให้จบโดยเร็ว เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าจะเจอตอหรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า “เราว่ากันตามกฎหมาย ตอไหนไม่รู้เหมือนกัน”
“สุวิทย์” ชี้มารดาประชารัฐเริ่มปี 63
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงนโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐว่า กำลังดูรายละเอียดทั้งโครงการมารดาประชารัฐและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องปรับปรุง มีผู้ลงทะเบียนสูงถึง 14.5 ล้านคน แต่มีคนไม่เข้าข่ายต้องคัดออก ยังมีคนต้องการบัตรประชารัฐ โครงการมารดาประชารัฐเป็นสวัสดิการแก่มารดาตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงบุตรอายุ 6 ขวบ คาดเริ่มต้นได้เดือน ม.ค.ปี 63 อาจเริ่มจากคนที่มีรายได้น้อยก่อนและขยายต่อไปต้องดูงบประมาณ บางส่วนมีงบฯปกติอยู่แล้ว เช่น สวัสดิการให้หญิงตั้งครรภ์ที่จะคลอด ต้องไม่ให้งบฯซ้ำซ้อน
พท.จ่อร้องฟันรัฐบาลทำผิด รธน.
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่ผ่านมา ที่เกิดกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่พอใจการแบ่งเวลาอภิปรายว่า เรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะมีการแบ่งเวลากันแล้ว แต่ระหว่างการอภิปรายมีการประท้วง อาจจะเกินเวลาทำให้คนถัดไปได้เวลาน้อยลง เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่เชื่อว่าจะทำความเข้าใจกันได้ ยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิเท่ากัน ไม่มีใครเป็นเด็กใครหรือไม่มีการจะให้ใครอภิปราย หรือมีสิทธิมากกว่าใคร อย่างไรก็ตามปัญหาอยู่ที่เวลาอภิปรายน้อยเกินไป และในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องกำหนดที่มางบประมาณ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้องชอบธรรม จะหารือกับฝ่ายกฎหมายเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
เตือน “บิ๊กตู่” คุมอารมณ์ในสภาฯ
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่าสำหรับบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มี 2 เรื่องคือการไม่เข้าใจในระบบรัฐสภา แม้ที่ผ่านมาใช้สภาฯแต่เป็นอยู่ภายใต้ปีกของ คสช. จึงสะท้อนว่าเป็นเพียงสภาตรายางที่นายกฯ สามารถลุกขึ้นมาชี้นำดุด่าว่ากล่าวได้ รัฐสภามีหลักเกณฑ์ข้อบังคับที่ต้องทำตามแต่นายกฯไม่เคยทำ ต่อไปควรจะเคารพและให้เกียรติกัน รวมถึงควรควบคุมอารมณ์ด้วย
อนค.แก้ ก.ม.ฟ้องคนยึดอำนาจ
เมื่อเวลา 13.15 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงเปิดแผนงานและเครื่องมือติดตามผลงานของพรรคและ ส.ส.ผ่านโครงการ “Open future forward Project” ว่า ต้องการเปิดช่องทางให้ประชาชนติดตามการทำงานของ ส.ส. 81 คน ของพรรคว่า ทำอะไรตามที่หาเสียงไว้ รวมทั้งความคืบหน้าในแต่ละนโยบาย โดยเฉพาะการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113/1 กรณีความผิดฐานกบฏในราชอาณาจักร แต่ไม่มีใครถูกดำเนินคดีหรือหากมี แต่ศาลยกฟ้องทุกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าผู้ฟ้องไม่ใช่ผู้เสียหายหรือมีการนิรโทษกรรมไปแล้ว โดยเขียนระบุให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดเป็นผู้เสียหาย หากมีการยึดอำนาจเกิดขึ้น สามารถฟ้องเป็นคดีพิเศษ ศาลต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง และเพื่อเป็นการประกันเสรีภาพในการแสดงความเห็นให้ยกเลิกโทษอาญา ความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่น เปลี่ยนเป็นความผิดทางแพ่ง จ่ายค่าเสียหายทางแพ่งเหมือนที่ประเทศอื่นๆทำกัน รวมทั้งให้ยกเลิกมาตรา 14 15 และ 20 เกี่ยวกับกฎหมายความผิดอาญาทางคอมพิวเตอร์ เพราะทุกวันนี้ใช้ผิดวัตถุประสงค์
คิกออฟขอฉันทามติร่าง รธน.ใหม่
นายปิยบุตรกล่าวว่า เช่นเดียวกับการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎอัยการศึก ที่ใช้กันมาตั้งแต่ พ.ศ.2457 โดยจะไม่อนุญาตให้ทหารประกาศกฎ อัยการศึกกันเอง รวมทั้งร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินยกเลิกกฎหมาย กอ.รมน. และการเสนอแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปิดทางให้เลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เราจะลงไปรับฟังความเห็นสร้างฉันทามติใหม่ว่าประเทศไทยควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วหรือยัง โครงการนี้จะเริ่มวันที่ 4 ส.ค. นอกจากนี้การปฏิรูปกองทัพ เราเดินหน้าได้เลยในส่วนการยกเลิกการเกณฑ์ทหารจะเริ่มอภิปรายตั้งกระทู้ถาม เพื่อทำให้กองทัพทันสมัยขึ้น สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
“เรืองไกร” ร้อง กกต.สอบ ส.ว.–ส.ส
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบสมาชิกภาพของ ส.ว. 60 คน และ ส.ส. 1 คน อาจสิ้นสุดลงเนื่องจากขณะได้รับแต่งตั้งเป็น ส.ว.และ ส.ส.ยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (7) มาตรา 101 (7) ประกอบมาตรา 184 (1) และมาตรา 108 ข (2) หรือไม่ โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า จากการตรวจสอบเว็บไซต์ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า ส.ว.ที่ได้รับการคัดเลือกจาก คสช.ใน 194 คนไม่พบว่ามีหนังสือหรือเอกสารลาออกจากการเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศแห่งชาติและคณะกรรมการกฤษฎีกา รัฐธรรมนูญมาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 184 (1) บัญญัติเป็นลักษณะต้องห้ามว่า ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เหมือนกับกรณี ส.ส.ห้ามไปเป็นฝ่ายบริหารหรือช่วยงานฝ่ายบริหารที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯพูดไว้และยึดตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2551
เปิดรายชื่อ ส.ว.สุ่มเสี่ยงขัด รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคำร้องนายเรืองไกร ระบุถึง ส.ว.ที่เคยดำรงตำแหน่งต่างๆ ประกอบด้วย ส.ว.ที่เคยดำรงตำแหน่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.ต.อ.ชัชวาล สุขสมจิตร์ พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายเสรี สุวรรณภานนท์ และ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม ส.ว.ที่เคยเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆประกอบด้วย พล.ต.ต.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย นายถวิล เปลี่ยนศรี นายคำนูณ สิทธิสมาน คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสมชาย หาญหิรัญ นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นายพลเดช ปิ่นประทีป นายจิรชัย มูลทองโร่ย นายสมเดช นิลพันธุ์ นายอำพล จินดาวัฒนะ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายปานเทพ กล้ารณรงค์ราญ นายกล้านรงค์ จันทิก พล.ร.อ.พระจุณณ์ ตามประทีป ขณะที่บางคนได้เป็น ส.ส.คือนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ
“พรเพชร” ติดบ่วงเป็น กก.กฤษฎีกา
ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ต่อมาได้รับเลือกเป็น ส.ว.ได้แก่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตองและนายพลเดช ปิ่นประทีป และบางคนเป็นคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ แล้วได้เป็น ส.ว.คือ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร พล.อ.ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม นายสถิต ลิ่มพงษ์พันธุ์ นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ และนางวรารัตน์ อติแพทย์ คณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น ส.ว.ประกอบด้วย นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ พล.ต.อ.ชัชวาล สุขสมจิตร์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ และนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ส่วน สนช.ที่เป็น ส.ว.ประกอบด้วยนายตวง อันทะไชย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์และนายมณเฑียร บุญตัน
“บิ๊กจิน-บิ๊กฉัตร” อดีต ครม.เข้าข่าย
ขณะเดียวกัน ยังพบ ส.ว.ที่มาจากข้าราชการการเมืองหรือกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีหลายรายคือนางจินตนา ชัยยวรรณาการ พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย พล.อ.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร พล.อ.ประสาท สุขเกษตร พล.อ.สกล ชื่นตระกูล นายสมชาย ชาญณรงค์กุล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์ พล.อ.อักษรา เกิดผล นายสมชาย เสียงหลาย พล.อ.จีระศักดิ์ ชมประสพ และนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามี ส.ว.ที่มาจากอดีตรัฐมนตรี ซึ่งลาออกจากตำแหน่งเพียง 1-2 วันก่อนได้รับสรรหาคือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ นายลักษณ์ วจนานวัช นายสุธี มากบุญ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ นายอุดม คชินทร และนายสมชาย หาญหิรัญ
เรียงลำดับเวลาไขก๊อกไม่น่าทัน
นายเรืองไกร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กรณีนี้การลาออกจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอาจเลยขั้นตอนการแสดงหนังสือยินยอม เช่น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.ยุติธรรมในขณะนั้น ลาออกวันที่ 9 พ.ค.และได้รับแต่งตั้งเป็น ส.ว.ลำดับที่ 98 วันที่ 11 พ.ค.หรือนายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรขณะนั้นลาออกวันที่ 10 พ.ค.และได้รับแต่งตั้งเป็น ส.ว.ลำดับที่ 248 วันที่ 11 พ.ค.ระยะเวลาเพียง 1-2 วันการยื่นลาออกและการแสดงหนังสือยินยอมได้รับการสรรหาไม่น่าจะทำได้ทัน เรื่องนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้สังคมตั้งคำถามกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ถึงขั้นตอนระเบียบการสรรหา ส.ว. เมื่อเรียงลำดับวันเวลาแล้วน่าจะมีปัญหาขาดคุณสมบัติ
“เสี่ยลาว” ทิ้ง พท.ซบ พปชร.
นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ หรือเสี่ยลาว อดีตรมช.เกษตรฯในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะอดีต ส.ส.ศรีสะเกษและหัวหน้าทีม ส.ส.ศรีสะเกษและสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวจะไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐว่า ต้องยอมรับว่าการเมืองที่ผ่านมา 5 ปีไม่มีการพัฒนา ตอนนี้หากยังอยู่พรรคฝ่ายค้านพื้นที่ก็จะไม่มีการพัฒนา นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐที่สนิทกันได้ชักชวนให้มาร่วมงานจะได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ และได้สอบถามประชาชนในพื้นที่ไม่คัดค้าน จึงตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่ได้เรียกร้องตำแหน่งใดๆ ไม่ได้เรียกร้องเงินทองสักบาท เพราะถ้าเรียกร้องเงินทองคงไปตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ส่วนจะเปิดตัวเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเมื่อไหร่ ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาชัดเจน
2 ส.ส.ใหม่ภูมิใจไทยรายงานตัว
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย 2 ส.ส.ใหม่ คือ พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณและ นพ.มารุต มัสยวาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เข้ารายงานตัวเป็น ส.ส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหลังได้เลื่อนลำดับขึ้นเป็น ส.ส.แทนนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทยและนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์
“บิ๊กแดง” กัดติดโซเชียลล้างสมอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.จะเขียนบทความกึ่งวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการเมือง โดยเฉพาะอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียที่ทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไป คาดว่าจะเขียนเสร็จปลายเดือน ส.ค.ศึกษาติดตามจากกระแสความคิดทางสังคมและการเมืองของเยาวชนที่นิยมต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ใช้โซเชียลโฆษณาชวนเชื่อ สร้างกระแส นิยมให้เข้าไปมีอำนาจหรือต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ยังสนใจติดตามดูภาพยนตร์เรื่อง The Great Hack ทางช่อง Netflix แนวสืบสวนเปิดโปงวิธีการใช้ข้อมูลโซเชียลเป็นช่องทางควบคุมความคิดของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เนื้อเรื่องเป็นการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลจากโซเชียลมีเดียของบริษัท Cambridge Analytica (CA) ให้กับฝ่ายการเมืองช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯปี 2016 พล.อ.อภิรัชต์มองว่าใกล้เคียงกับการเมืองไทยและแนะนำคนใกล้ชิดให้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
“อังคณา-เตือนใจ” จ่อไขก๊อก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนางเตือนใจ ดีเทศน์ กสม. เตรียมจะยื่นหนังสือลาออก เนื่องจากบรรยากาศการทำงานไม่เอื้อต่อการจะคุ้มครองสิทธิผู้ถูกละเมิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมี กสม.บางคนแทรกแซงการบริหารงานภายในสำนักงานอย่างไม่เหมาะสม ขณะนี้อยู่ระหว่างสรรหา กสม.ชุดใหม่แล้ว ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ให้มี กสม. 7 คน ชุดปัจจุบันตามรัฐธรรมนูญ 2550 ต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี กสม.ชุดใหม่ ถ้าทั้ง 2 คนลาออกอาจส่งผลกระทบ เพราะก่อนหน้านี้ นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย อ้างมีปัญหาสุขภาพและนายชาติชาย สุทธิกลม ลาออกไปเป็นกรรมการ ป.ป.ท.จะเหลือกรรมการ 3 คนคือนายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ และนางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง กสม.
นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ยอมรับมีความคิดจะลาออกอยู่ แต่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าลาออกจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบทันที ตนกับนางเตือนใจมาจากภาคประชาชน รู้จักกันมาเป็น 10 ปี ห้องทำงานอยู่ติดกันคุยกันตลอด แต่เป็นความเห็นส่วนตัวแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องคิดและทำเหมือนกัน