สำหรับสังคมไทย ไม่ว่าจะอยู่วงการไหนๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนก็มี "ความเชื่อ" กันทั้งนั้น แน่นอนแม้แต่แวดวงทางการเมืองก็ไม่หนีพ้น เรื่อง "ฮวงจุ้ย" ยิ่งเป็นสถานที่สำคัญของชาติ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล ก็ต้องมีศาสตร์และศิลป์ในการจัดแต่ง

เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครรู้หรอกว่า ทำตามความเชื่อที่สืบต่อกันมาแล้วจะเจริญรุ่งเรือง จริงหรือไม่ หรือมันอยู่ที่การกระทำของคนในรัฐบาลเองเสียมากกว่า ว่าทำดี ไม่ดี จะไปได้ตลอดรอดฝั่ง หรือจะกลายเป็นประเภทจอดไม่ต้องแจว แต่ถ้ายึดหลักทำแล้วได้ความสบายใจ ก็ทำไปเถอะ 

มาดูกันที่ "ทำเนียบรัฐบาล" หรือ "บ้านนรสิงห์" ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์หนึ่งของรัฐบาล เนื่องจากเป็นสถานที่ทำงานของนายกฯ และรัฐมนตรี ทำให้แต่ละยุคสมัย มีการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์เพื่อเสริมบารมีผู้นำประเทศ ซึ่งมีการปรับฮวงจุ้ยทุกยุคทุกสมัยและทุกรัฐบาล 

หากย้อนไปตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ที่นิยมนำต้นไม้สูง เช่น ต้นปาล์ม มาปลูก รัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา ใช้ต้นข่อยทรงพุ่ม ในความหมายจะทำให้เกิดความมั่นคง ช่วยป้องกันศัตรูหรือภยันตรายต่างๆ จากภายนอกได้

...

ส่วนรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่ได้มีการตกแต่งหรือเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นพิเศษมาถึงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร พยายามแก้ฮวงจุ้ย ด้วยการปรับเปลี่ยนทางเข้า รื้อต้นไม้เก่าออก นำไม้ดอกทางภาคเหนือมาปลูกแทน ทุบทำลายกำแพงคอนกรีตรอบทำเนียบรัฐบาลที่เป็นกำแพงทึบ ให้เป็นรั้วเหล็กดัด ที่มีความโปร่ง มีรูระบาย เพื่อให้คนภายนอกมองเห็นความสวยงาม รวมทั้งยังย้าย ศาลพระภูมิและศาลตายาย ไปอยู่ในมุมอับริมรั้ว ที่ใกล้หม้อแปลงขนาดใหญ่และบ่อบำบัดน้ำเสียแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น จนถึงขั้นคิดจะย้ายทำเนียบรัฐบาลไปอยู่ที่อื่น

รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มีการปรับฮวงจุ้ยเช่นกัน เริ่มจากนำอ่างน้ำพุมาวางไว้ที่หน้าห้องสีม่วงในตึกไทยคู่ฟ้า และนำต้นโมก ต้นโกสน ต้นเข็มอินเดียหลากสี และต้นพุดอินเดียสีขาว มาปรับแต่งตามจุดต่างๆ รอบตึกไทยคู่ฟ้า

ขณะที่ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า มีการติดตั้งหมุดสะท้อนแสงไว้ที่พื้นคอนกรีตหน้าบันไดทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า 2 เดือนต่อมาปรับอีกครั้งด้วยการนำรูปปั้นพระสังกัจจายน์และปี่เซียะ ไปตั้งไว้บนหลังคาตึกไทยคู่ฟ้า ตามความเชื่อแบบจีน

หลังจากม็อบพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบรัฐบาลนานถึง 192 วัน ทางทำเนียบรัฐบาลได้ขุดถอนโค่นต้นไม้เก่าออก ทั้งต้นมะม่วง ด้านหน้าตึกสันติไมตรี ที่ปลูกสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ต้นตะแบก ต้นคูน ต้นราชพฤกษ์ เหลือเพียงต้นโศกน้ำ ดอกสีแดง หน้าตึกบัญชาการ

เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาก็มีการปรับแต่งฮวงจุ้ยหลายครั้ง เริ่มจากการบูรณะทำเนียบฯ ครั้งใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากทรุดโทรมและเสียหายอย่างหนัก

นอกจากทำบุญใหญ่ 5 ศาสนาแล้ว นำต้นโกศลที่เชื่อว่า เป็นกุศล จำนวน 6 กระถาง วางบนสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมทั้งนำลูกแก้ววางตามจุดต่างๆ ในตึกไทยคู่ฟ้า และนำ ไม้บรรทัดสีทอง ติดไว้ที่เหนือประตูทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า และวางเหรียญจีน อายุกว่า 300 ปี วางตามมุมตึกเพื่อลบเหลี่ยมมุมไม่ให้ทิ่มแทงรัฐบาล นอกจากนี้ยังนำเสาธงสีทอง ยอดเสาหรือหัวเสาทำเป็นรูปกรวยสีเขียว มาติดตามรั้วทำเนียบฯทั้ง 4 ทิศ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการแก้เคล็ดที่เสื้อแดง เทเลือดหน้าประตูทำเนียบฯ

ขณะเดียวกันให้สวนนงนุชพัทยา นำต้นปาล์มหลายชนิด เข้ามาปลูก โดยเฉพาะ ปาล์มยะวา จำนวน 13 ต้น ที่ลักษณะของใบเป็นเหมือนใบพัดที่คอยพัดสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากทำเนียบฯ

มาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ปรับภูมิทัศน์อีกครั้ง โดยเฉพาะการย้ายศาลพระภูมิและศาลตายาย ที่ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย เคยย้ายไปไว้ในมุมอับ ที่เต็มไปด้วยมลพิษ เพราะติดกับถนนพิษณุโลก ติดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และใกล้กับบ่อบำบัดน้ำเสีย

โดยทำพิธีอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ออกมาไว้ให้ในที่โล่ง ด้วยการสร้างศาลพระภูมิและศาลตายายใหม่ให้เด่นตระหง่านด้านหน้าฝั่งขวาของตึกไทยคู่ฟ้า ปรับย้ายต้นไม้ เช่น ต้นปาล์มหมี ไปอยู่บริเวณสนามหญ้าข้างตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อความเหมาะสมสวยงาม และซ่อมแซมบริเวณทางเดินหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ที่ชำรุดแตกหัก พร้อมลงต้นไม้ในกระถางไว้บริเวณดังกล่าว คือ ต้นชาฮกเกี้ยน ซึ่งเป็นต้นไม้ประเภทชาดัดใบ โดยดัดเป็นรูปช้าง เพราะเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง

ด้านหน้าสนามหญ้า ตึกไทยคู่ฟ้า มีการปรับองศาของปืนใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 2 กระบอก ทางด้านข้างที่จะหันหน้ายิงเข้ามาในบ้านของตัวเอง ซึ่งถือเป็นหลักความคิดตามหลักยุทธวิธี จะต้องยิงออกนอกบ้าน นอกจากนี้ยังซ่อมบำรุงเรือนแถวที่พักของตำรวจทำเนียบฯที่ค่อนข้างทรุดโทรม ซ่อมแซมป้อมยาม ที่บริเวณประตู 1 เป็นลักษณะน็อกดาวน์ เรือนไม้

กระทั่งมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ได้ทำพิธีบวงสรวงใหญ่ “องค์ท้าวมหาพรหม” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล รวมถึงศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย ในรูปแบบการประกอบพิธีแบบพราหมณ์ฮินดู

ว่ากันว่าเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งอัปมงคลให้พ้นรั้วทำเนียบ หลังจากทำเนียบฯ ต้องปิดทำการถึง 6 เดือน เนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ที่ม็อบ กปปส. ภายใต้การนำของ สุเทพ เทือกสุบรรณ บุกยึดทำเนียบรัฐบาล และสร้างความเป็นสิริมงคลรอต้อนรับรัฐบาลใหม่

โดยทำความสะอาดตึกไทยคู่ฟ้าครั้งใหญ่ ใช้แรงดันน้ำฉีดคราบสกปรกที่เกาะตามผนังปูนออก แต่ไม่ได้ทาสีใหม่ เพราะต้องการคงสีเดิมไว้ให้มากที่สุด ประดับตกแต่งต้นไม้และดอกไม้เพื่อความสวยงาม ห้องแถลงข่าวของรัฐบาล หรือตึกนารีสโมสร ทาสีใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนฝ้าเพดาน เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศทั้งหมด และปรับปรุงอาคารอื่นๆ เช่น ตึกสันติไมตรี

เมื่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาทำงานในเดือน ก.ย. 2557 มีการปรับปรุงอาคารต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงห้องผู้สื่อข่าว หรือรังนกกระจอก

ก่อสร้างอาคาร ‘ภักดีบดินทร์’ อยู่หลังตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อใช้รับรองแขกสำคัญจากต่างประเทศและประชุมงานสำคัญ การจัดสวนรอบอาคารรับรองหลังใหม่ "สวนนงนุช" มาจัดเรียงต้นไม้สลับสูงต่ำ ลักษณะคล้ายกับภูเขา เพื่อเป็นการแก้ฮวงจุ้ย เนื่องจากมองว่า ทำเนียบรัฐบาลถูกล้อมรอบด้วยน้ำ แต่ไม่มีภูเขา พร้อมวางต้นไม้พันธุ์ต่างๆ มาปลูกความร่มรื่นและง่ายต่อการดูแลรักษา

ทั้งมีการตั้งเสาธงชาติสูง 30 เมตร บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี แต่ที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ การนำอ่างบัว และบัวสี ทั้งสีม่วง น้ำเงิน ชมพู และสีขาว มาประดับตกแต่งบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกบัญชา การทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย มาประดับกว่า 10 อ่าง

ว่ากันว่า นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ก็ยังเสริมสิริมงคล เสริมดวงชะตาให้กับรัฐบาลและนายกฯด้วย ซึ่งการวางอ่างบัวทางทิศตะวันออกก็เพื่อเสริมยศตำแหน่ง อีกทั้งรัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าเรื่องปรองดอง พร้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายบริหารประเทศให้เดินหน้าให้ทันตามโรดแม็ป

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ เรื่องฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาล ว่า ความจริงเป็นสิ่งที่เราต้องดูให้ละเอียดเหมือนบ้านเรา เราจะเข้าไปอยู่ทั้งทีก็ต้องดู ผมเองก็มีคนช่วยดูให้อยู่แล้ว เรื่องการจัดต้นไม้หรืออะไร ผมเองยังต้องระวัง

ถามว่า รัฐบาลไหน เราก็ดูให้ทุกคนเหมือนกัน ผมก็ดูให้ทุกรัฐบาล ผมมีคนคอยเช็กให้ผมเหมือนกัน อย่างอ่างบัวเป็นเรื่องของสวนไทย การวางอ่างบัวก็แล้วแต่ใครจะไปคิดอย่างไร แต่ที่วางมันเป็นทำเนียบของการจัดสวนแบบไทยก็ต้องมีอ่างบัวครับ การวางต้นปาล์มในทำเนียบรัฐบาลก็เหมือนกันครับ จะปลูกไม่ให้บังตึกเลย หรือให้บังนิดหน่อยก็ได้ทั้งนั้นครับ

ผมเพียงดูว่า วางอย่างนี้จำนวนเท่านี้แค่นั้น ไม่ได้ดูว่าวางต้นไม้แล้วถูกหรือไม่ถูกฮวงจุ้ยเป็นหลัก ผมมองได้ทั้ง 2 มุม ส่วนที่วางยังไงเจ้าของที่อยู่จะได้เจริญรุ่งเรืองนั้น ผมไม่ได้ดูอย่างนั้น เมื่อเจ้าของบ้านให้วางยังไง ผมก็ทำให้เป็นไปตามที่ต้องการ

ทั้งนี้ มีแหล่งข่าวผู้คร่ำหวอดผ่านมาหลายรัฐบาล ได้เปิดเผยข้อมูลว่ารัฐบาลที่น่าจะยึดถือเรื่องฮวงจุ้ยมากที่สุด น่าจะเป็นรัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ กับ รัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ส่วนที่รองลงมา ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีการปลูกต้นปาล์มไว้ใกล้ริมหน้าต่าง ในทำเนียบรัฐบาลในตอนนั้น โดยซินแสประจำรัฐบาลอภิสิทธิ์ บอกว่า ปลูกไว้แก้เคล็ด ใบต้นปาล์มเป็นเหมือนที่ปัดหยากไย่ ปัดสิ่งไม่ดีออกไป ส่วนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เรื่องการแต่งสวนในทำเนียบฯ ไม่เท่าไร แต่จะไปเน้นการแต่งห้องทำงานมากกว่า

มาถึงรัฐบาล "บิ๊กตู่2/1" ทาง "สวนนงนุชพัทยา" กระซิบบอกเราว่า ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ยังไม่มีท่าทีจะสั่งให้ไปจัดสวนในทำเนียบรัฐบาลเลย เพราะตัวท่านเองก็คงไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้นัก

อ่านเพิ่มเติม รายงานพิเศษเจาะลึกโลกสายมู