หนึ่งในนโยบายสำคัญ ของรัฐบาล ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา คือนโยบายปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น

กวาดล้างทุจริตอย่างถึงลูกถึงคนทั้งนักการเมือง และข้าราชการประจำ

เพื่อเปลี่ยนภูมิทัศน์ประเทศไทยให้ใสสะอาดปราศจากเก๋าเจี๊ยะอย่างสิ้นเชิง

โดยได้กำหนดในนโยบายหลักของรัฐบาล และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องทำให้เห็นผลภายใน 1 ปี

“แม่ลูกจันทร์” ไม่เชื่อว่า “รัฐบาลลุงตู่” จะกวาดล้างเชื้อชั่วโกงบ้านกินเมืองให้เกลี้ยงเกลาเรียบกริ๊บอย่างที่ฉายหนังโฆษณา

เพราะในช่วง 5 ปีในยุครัฐบาล คสช. ข่าวทุจริตคอร์รัปชันไม่ลดลง

หนำซํ้ายังบานฉํ่ายิ่งกว่าเดิม!

ใบเสร็จยืนยันคือ ดัชนีคอร์รัปชัน หรืออันดับความโปร่งใสประเทศไทยล่าสุด หลุดจากอันดับ 95 หล่นไปอยู่อันดับ 99

คะแนนเต็ม 100 ประเทศไทยได้แค่ 36 คะแนน

แต่ถ้ามองแง่ดี การกำหนดนโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งในนโยบายหลัก และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

แสดงว่า นายกฯลุงตู่ ให้ความ สำคัญการกวาดล้างทุจริตคอร์รัปชันยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน

ไม่ต้องถึงขั้นทำให้ทุจริตสูญพันธุ์จากประเทศไทย

แค่ทำให้การทุจริตลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ สามารถประหยัดเก๋าเจี๊ยะได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี

“แม่ลูกจันทร์” หยิบนโยบายปราบปรามทุจริตอย่างเข้มข้นของรัฐบาลมาโชว์

เนื่องจากโครงการจ้างเอกชนเผาขยะมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ของ กทม. ที่กำลังเป็นข่าวฉาวโฉ่จนเสาชิงช้าสะเทือน

จนทำให้ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. ตัดสินใจไขก๊อกลาออกจากตำแหน่งกะทันหัน

เพราะถูกกดดันให้เร่งลงนามอนุมัติโครงการประกวดราคาจ้างเหมาเอกชนกำจัดขยะระบบเตาเผาที่หนองแขม และอ่อนนุชระยะยาว 20 ปี ซึ่งถูกร้องเรียนว่ามีการล็อกสเปกเอื้อเอกชนบางราย

เช่น กำหนดทีโออาร์ฯ ค่าจ้างเผาขยะแพงเว่อร์ถึง 900 บาทต่อตัน

แพงเกินควรไปกว่าสามเท่าตัว

แถมเอกชนที่คาดว่าจะเป็นผู้ชนะการประมูลรับจ้างเผาขยะ กทม. ที่อ่อนนุช และหนองแขม บังเอิญเป็นเจ้าของเดียวกัน

ตั้งสำนักงานตึกเดียวกัน ห้องติดกัน

การตัดสินใจลาออกจากรองผู้ว่าฯ กทม. ของ “นายจักกพันธุ์” ก็เพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ให้ต้องเป็นผู้ลงนามอนุมัติโครงการนี้ แทนผู้ว่าฯกทม.

“แม่ลูกจันทร์” ไม่กล้ายืนยันว่าโครงการนี้มีการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายจริงหรือไม่จริง

เพราะยังอยู่ในขั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช.

แต่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ตัวจริง ชี้แจงว่าการตัดสินใจลาออกกะทันหันของรองผู้ว่าฯกทม. ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการจ้างเอกชนเผาขยะที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม

เพราะยังอยู่ในขั้นดำเนินการ ยังไม่ได้ตัดสินว่าเอกชนรายใดจะเป็นผู้ชนะประมูล

“แม่ลูกจันทร์” จึงขอเชิญให้ พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าฯกทม.ตัวจริงเป็นผู้ลงนามอนุมัติโครงการนี้ด้วยตัวเองให้สิ้นปัญหาคาใจ

ทองแท้ไม่ต้องกลัวไฟลน

คนจริงไม่ต้องให้คนอื่นเซ็นแทน.

“แม่ลูกจันทร์”