ข่าว
100 year

“จุติ” เข้ากระทรวง พม.วันแรก จ่อของบปี 63 เพิ่มตามนโยบาย ชี้ภาระงานมาก

ไทยรัฐออนไลน์22 ก.ค. 2562 19:02 น.
SHARE

“จุติ” เข้ารับงาน พม.วันแรก ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอก จ่อของบปี 63 เพิ่มตามภารกิจ ชี้ ผู้สูงอายุมากถึง 11.5 ล้านคน น้อมนำพระบรมราโชวาท “ในหลวง ร.9” ให้ข้าราชการในกระทรวงยึดปฏิบัติ

วันที่ 22 ก.ค. 2562 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก โดยช่วงเช้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง อาทิ องค์พระประชาบดี และศาล พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร เพื่อเป็นสิริมงคลในการทำงานเป็นวันแรก โดยมี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวง พร้อมคณะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวง ส.ส. และอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ มาให้กำลังใจหลายคน อาทิ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู, นายบุญยอด สุขถิ่นไทย, น.ส.บุญธิดา สมชัย และนางพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จากนั้น นายจุติ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงเพื่อรับฟังรายงานภารกิจและผลการดำเนินงานในภาพรวมของกระทรวง 


นายจุติ เปิดเผยหลังจากประชุมกว่า 2 ชั่วโมง ว่า ขอให้ข้าราชการกระทรวง พม. เตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูลเพื่อตอบคำถามนโยบายรัฐบาลในการแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถชี้แจงได้ถูกประเด็น ส่วนกรณีที่อาจถูกฝ่ายค้านซักฟอกในรัฐสภานั้น ไม่กลัว เพราะจะทำงานเพื่อประชาชนทุกคนให้เกียรติกับ ส.ส.ทุกพรรค รวมทั้ง ส.ว. เพราะทุกคนเป็นตัวแทนจากประชาชน ส่วนการจัดงบประมาณปี 2563 มุ่งเน้นของบเพิ่มขึ้น เพราะภาระงานของ พม.มีจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านผู้สูงอายุ แม่และเด็กเล็ก ตามนโยบายของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนและจำนวนเงินที่จะได้รับ ซึ่งผู้สูงอายุปัจจุบันมีถึง 11.5 ล้านคน หากทำตามนโยบายที่หาเสียงจะต้องให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคนละ 1,000 บาทกับทุกคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งได้ขอให้ปลัด พม.ช่วยส่งข้อมูลโดยเร็ว รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ จากทุกกรมกองเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานและผลักดันให้เป็นจริง รวมถึงกาารอุดหนุนค่าอาหารผู้สูงอายุที่ได้รับเพียงวันละ 57 บาทต่อคน ซึ่งไม่พอกับอาหาร 3 มื้อ ก็ต้องขอเพิ่ม

ผมได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 4 ธ.ค. 2533 ที่มอบให้กับข้าราชการกระทรวง พม. ทุกคน คือ “...ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัว โดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่า งานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ...” และพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 10 ก.พ. 2522 ว่า “...การที่จะให้งานประสานกันนั้น มีหลักสำคัญอยู่ว่า ทุกฝ่ายจะต้องไม่แบ่งแยกกัน ไม่แย่งประโยชน์ ไม่แย่งความชอบกัน แต่ละฝ่ายแต่ละคนต้องทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ มุ่งหวังผลสำเร็จในการงานเป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น...”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุมสภาประชุมรัฐสภาแถลงนโยบายรัฐบาลจุติ ไกรฤกษ์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้