ข่าว
100 year

“สามารถ” แนะทางออกให้การทางพิเศษ ปมค่าโง่ทางด่วน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ไทยรัฐออนไลน์20 ก.ค. 2562 11:27 น.
SHARE

“สามารถ” แนะทางออกค่าโง่ทางด่วน 1.37 แสนล้าน ให้การทางพิเศษ หวังพิจารณาเลือกแนวทางที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนหรือประเทศชาติ

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 20 ก.ค. 2562 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่อง “ทางออก ค่าโง่ทางด่วน 1.37 แสนล้าน” ที่คาดว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะต้องจ่ายให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม ผู้รับสัมปทานก่อสร้างและบริหารทางด่วนขั้นที่ 2 จากกรณีข้อพิพาทระหว่างการทางพิเศษฯ กับบีอีเอ็มจำนวน 17 ข้อพิพาท ซึ่งมีเพียงข้อพิพาทเดียวเท่านั้นที่ศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินให้การทางพิเศษฯ แพ้คดี และให้จ่ายเงินชดเชยให้บีอีเอ็มเป็นจำนวน 4,318.4 ล้านบาท สืบเนื่องจากกรมทางหลวงได้ก่อสร้างทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ช่วงอนุสรณ์สถาน-รังสิต มาเป็นคู่แข่งขันกับทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอิน ที่บีอีเอ็มได้รับสัมปทาน ส่วนข้อพิพาทที่เหลืออีก 16 ข้อพิพาทนั้นคดียังไม่ถึงที่สุด

จากจำนวนหนี้ทั้งหมดส่วนใหญ่เกิดจากข้อพิพาท 2 เรื่องหลัก ประกอบด้วย 1. ข้อพิพาทจากการแข่งขันเนื่องจากการขยายทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ 2 ข้อพิพาท คิดเป็นเงิน 78,907.8 ล้านบาท และ 2. ข้อพิพาทจากการไม่ขึ้นค่าทางด่วนจำนวน 11 ข้อพิพาท คิดเป็นเงิน 56,033.6 ล้านบาท ที่เหลือเป็นข้อพิพาทอื่นๆ จำนวน 4 ข้อพิพาท คิดเป็นเงิน 2,574.2 ล้านบาท ที่น่าสนใจก็คือ ข้อพิพาทที่เกิดจากการแข่งขัน 2 ข้อพิพาท เป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุด และจนถึงปัจจุบันนี้ ยังมีการแข่งขันกันอยู่

ทั้งนี้ จากหนี้ทั้งหมด 137,515.6 ล้านบาท การทางพิเศษฯ สามารถต่อรองลงมาเหลือประมาณ 59,000 ล้านบาท และควรออกมาชี้แจงให้ได้ว่าทำไมบีอีเอ็มจึงยอมลดหนี้ให้มากมายขนาดนั้น นอกจากนี้ ยังมีหนี้ที่การทางพิเศษฯ ต้องการให้บีอีเอ็มก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) เหนือทางด่วนในปัจจุบันจากประชาชื่น-อโศก ระยะทาง 17 กิโลเมตร รวมทั้งแก้คอขวดบนทางด่วนอีก 4 จุด รวมเป็นเงิน 31,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหารถติดบนทางด่วน ทำให้การทางพิเศษฯ มีหนี้รวมทั้งหมด 90,000 ล้านบาท ซึ่งหากการทางพิเศษฯ ต้องการจ่ายเป็นเวลาแทนเงิน จะต้องขยายเวลาสัมปทานให้บีอีเอ็มออกไป 30 ปี โดยที่ระยะเวลา 30 ปี ประกอบด้วย 1. เวลาประมาณ 15 ปี เพื่อใช้ทดแทนหนี้ 59,000 ล้านบาท และ 2. เวลาประมาณ 15 ปี เพื่อใช้ทดแทนค่าก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck)

อย่างไรก็ตาม นายสามารถ ได้ขอเสนอแนะให้การทางพิเศษฯ พิจารณาเลือกแนวทางการแก้ปัญหาค่าโง่ทางด่วนดังนี้

1. หากเห็นว่ามีโอกาสชนะคดีสูงจากข้อพิพาทที่เหลืออยู่ก็ควรสู้คดีต่อ แต่จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้บีอีเอ็มในข้อพิพาทที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินแล้วเป็นเงิน 4,318.4 ล้านบาท หรือขยายเวลาสัมปทานทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอินให้แทนเป็นเวลาประมาณ 4-5 ปี

2. หากเห็นว่ามีโอกาสแพ้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อพิพาทจากการแข่งขันที่ศาลปกครองสูงสุดได้เคยตัดสินแล้ว ก็ควรยุติข้อพิพาทที่เหลือทั้งหมด แล้วพิจารณาขยายเวลาให้บีอีเอ็ม แต่ควรขยายเวลาให้ไม่เกิน 15 ปี เพื่อชดเชยหนี้จำนวน 59,000 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ควรนำการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) มาพิจารณารวมกับข้อพิพาท อนึ่ง การก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) นั้น หากการทางพิเศษฯ มั่นใจว่าเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วจะสามารถแก้ปัญหารถติดบนทางด่วนได้จริงก็ควรแยกเป็นโครงการเฉพาะ

ทั้งหมดนี้ หวังว่าการทางพิเศษฯ จะนำไปพิจารณาเลือกแนวทางที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนหรือประเทศชาติโดยส่วนรวม.



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สามารถ ราชพลสิทธิ์ค่าโง่ทางด่วนประชาธิปัตย์การทางพิเศษบีอีเอ็มข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้