เข้าสู่โหมดประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์

ภายหลังจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อย รัฐมนตรีแต่ละคนทยอยเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เอาฤกษ์เอาชัยก่อนเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ

เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้าย การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จากนั้นรัฐบาล “ลุงตู่” จะใส่เกียร์เดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มสูบ ตามเค้าลางที่จะถูกสแกนการทำงานอย่างเข้มข้น ต่างกันลิบลับกับการเป็นนายกฯภาคแรก

ถึงเวลา “ลุงตู่” ได้เจอโลกแห่งความเป็นจริง ในยามไม่มีอำนาจพิเศษ มาตรา 44 อยู่ข้างกาย ภายใต้แรงเสียดทานที่ประดังเข้ามาต่อเนื่อง

อย่างที่เห็นเรื่องเฉพาะหน้าที่โหมโรงกันอยู่คือ การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่วางคิวไว้ระหว่างวันที่ 25-27 ก.ค.นี้

ตามสคริปต์ที่ฝ่ายค้านกำลังลับมีดรอ จองกฐินชำแหละ 3 วันเต็ม ถล่มเรื่องคุณสมบัติสีเทาของรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาล อาทิ  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รวมถึง ครม.ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาล นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์

แม้กระทั่งตัว “บิ๊กตู่” ก็อาจถูกหางเลขอภิปรายคุณสมบัติการเป็นนายกฯ กรณีการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

ฝ่ายค้านอาศัยลูกเขี้ยว ซักฟอกคุณสมบัติรัฐมนตรีเกือบยกคณะ ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มทำงาน หยิบประวัติส่วนตัว เรื่องนอกบทโยงให้เป็นเรื่องเดียวกับนโยบายรัฐบาล

ชักแม่น้ำห้าสายมาผสมปนเปให้เข้าบท เป็นเรื่องอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

อุ่นเครื่องซักซ้อมการอภิปรายจนถึงวาระใหญ่ถัดไป ทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 หรือเวทีใหญ่การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

นวดกันให้น่วมไปเรื่อยๆ ในภาวะที่ “เรือเหล็ก” จ่อเผชิญมรสุมหลายลูก นั่นเป็นเรื่องที่ทั้งกัปตันและลูกเรือจะต้องช่วยกันประคับประคองเรือโต้คลื่นไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง

โดยเฉพาะพายุใหญ่ที่ต้องลุ้นกันตัวเกร็งคือ การพลิกฟื้นเศรษฐกิจปัญหาปากท้อง ตามที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เตรียมอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว

เร่งแก้ปัญหาความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ระดับฐานราก คนในเมือง และระดับบน ตรงกับผลโพลทุกสำนักที่สะท้อนทางเดียวกัน อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องชาวบ้านเป็นลำดับแรก

ตามภาวะความซบเซาที่เห็นกันอยู่ตรงหน้า การค้าตลาดล่าง ง่อยเปลี้ยมาพักใหญ่ ย่านการค้าทำเลดังๆยอดขายหล่นวูบ จากที่เคยขายได้หลายหมื่นบาทต่อวัน เหลือแค่ไม่กี่พันบาท พ่อค้าแม่ค้าร้องระงมกันเป็นแถว

และปัญหาล่าสุดที่กำลังตั้งเค้าคือ “ภัยแล้ง” จากสถานการณ์ฝนตกน้อยกว่าค่าปกติในหลายพื้นที่ เขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆเหลือปริมาณน้ำน้อยไม่ถึง 30% หลายแห่งอยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวัง

แนวโน้มส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพาะปลูกข้าว และพืชไร่เกษตรกรรมอื่นๆ ประกอบกับราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ เดือดร้อนกันทั่วหน้า

ยังไม่นับรวมกับเศรษฐกิจตลาดบน ที่เจอปัญหาตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดิ่งวูบ ค่าเงินบาทแข็งโป๊ก นักท่องเที่ยวต่างชาติหดหาย

นี่คือโจทย์ใหญ่เฉพาะหน้าที่ท้าทายฝีมือดรีมทีมเศรษฐกิจ “ลุงตู่” ต้องลงมีดผ่าตัดโดยเร่งด่วน

ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งสะสางมากกว่าเรื่อง “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ตามออปชันที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้บรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลที่ดูแล้วโอกาสแก้ไขสำเร็จยังริบหรี่

เพราะติดเงื่อนไขหลายอย่าง ต้องฝ่าด่าน ส.ว. และผ่านขั้นตอนทำประชามติให้ประชาชนร่วมชี้ขาดอีกด่าน

อย่างมากก็ทำได้แค่ตั้งเรื่องไว้ก่อน เล่นบทซื้อเวลา ถนอมน้ำใจพรรคร่วมฯ ตามที่เคยตกปากรับคำกันไว้ตอนดีลเข้าร่วมรัฐบาล

“บิ๊กตู่” ต้องจัดลำดับความสำคัญตามความเร่งด่วนของภารกิจ ที่ ณ ตอนนี้ยังไงต้องยึดเรื่องปากท้องประชาชนอยู่เหนือผลประโยชน์ของฝ่ายการเมือง

ขืนปล่อยให้ปัญหาปากท้องชาวบ้านลุกลาม เรือเหล็กอาจอับปางเร็วกว่าที่คิด!!!

ทีมข่าวการเมือง