ข่าว
100 year

จับตา "พรรคปฏิบัติการ ภท." ชูปากท้องก่อนรื้อ รธน.ขายฝันเสี่ยงสูญพันธ์ุ

ไทยรัฐออนไลน์17 ก.ค. 2562 17:40 น.
SHARE

ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ค.นี้ โจทย์ใหญ่ท้าทายรัฐบาล "ลุงตู่ เอพพิโซด2" ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ นั่นคือโจทย์ทางการเมือง และโจทย์ทางเศรษฐกิจ โดยโจทย์การเมืองที่ถูกจับตาเป็นอย่างมากนั้น คือ การแก้รัฐธรรมนูญภายใน 1 ปี ตามเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือไม่ ซึ่งบัดนี้มีแนวโน้มค่อนข้างสูง ที่จะไม่ได้รับการผลักดันไปต่อ ด้วยการปฏิเสธอย่างมี "ชั้นเชิง" ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า "สนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลา และต้องทำการศึกษาประชาพิจารณ์ก่อน"

เนื่องจาก นายกฯรู้อยู่เต็มอกว่า หากมีการ "รื้อรัฐธรรมนูญ" จะกระทบต่อโครงสร้างการบริหารประเทศทั้งหมด เพราะเจตนารมณ์ผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกแบบเพื่อ "ซ้อนรูป" คสช.เอาไว้ ไม่นับแรงกระเพื่อมขัดแย้งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นทั้งในและนอกสภา ที่สำคัญจะกระทบต่อความเชื่อมั่นชาวบ้าน ที่เบื่อหน่ายกับปัญหาการเมืองเดิมๆ มาหลายสิบปี

โดยเฉพาะ 5 ปี ที่ผ่านมา ประชาชนยากจนลงมาก สินค้าเกษตรตกต่ำ การประมงเกิดปัญหา คนชั้นกลางเงินเดือนไม่ขึ้น-โบนัสไม่มี บางคนถูกปลดออกจากงานตอนแก่ สวนทางกับบรรดาเหล่าพ่อค้านายทุนชนชั้นลมบน ต่างพากัน "ยิ้ม-รวย" ถ้วนหน้า

ซึ่งการเข้ามาบริหารประเทศ "ภาค 2" ของ พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นจะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้เป็นอันดับแรก ในขณะเดียวกันก็ต้องหลุดพ้นและก้าวข้ามปัญหาการเมืองให้สำเร็จ แต่สุดท้ายจะทำได้หรือไม่นั้น คงต้องร่วมลุ้นกันต่อ เพราะเมื่อหันไปดูพรรคต้นสังกัดอย่างค่าย "พลังประชารัฐ" ก็พร้อมจะตะลุมบอนแย่งชิงตำแหน่งทุกเมื่อ หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา มีหลายกลุ่มหลายก๊วนต้องยอมกลืนเลือด และปล่อยให้อีกฝ่ายได้ดี หรือแม้แต่กระทั่งนโยบายที่ตัวเองหาเสียงเอาไว้ แต่กลับทำไม่ได้ทันที อาทิ ค่าแรง 425 บาท/วัน หลังจาก 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการขึ้นเลยแต่แดงเดียว จนสุดท้ายหลังถูกโจมตี จึงต้องแก้เกี้ยวบอกว่า "จะขึ้นค่าแรง" วันละ 400 บาท ท่ามกลางเสียง "คัดค้าน" จากบรรดาเหล่านายทุนใหญ่ ดังนั้นรอดูกันว่า จะทำได้หรือไม่กับนโยบาย "ขายฝัน" ชิ้นนี้

ด้านค่าย "ภูมิใจไทย" ภายใต้ชื่อ "พรรคปฏิบัติการภูมิใจไทย" นิยามเก๋ๆ จาก "อาจารย์สุขุม นวลสกุล" นักวิชาการชื่อดัง ที่สะท้อนอัตลักษณ์พรรคขนาดกลางออกมา โดยระบุว่า พร้อมทำงานแก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้านทันที หลังรับรู้อารมณ์ของชาวบ้านต้องการ "มีกินมีใช้" ก่อนแก้ปัญหา "การเมือง" และยกระดับ "ประชาธิปไตย" ตามแบบโมเดลชาติตะวันตก โดยพรรคภูมิใจไทย มีความได้เปรียบเพราะไม่ใช่พรรคการเมืองใหญ่ จึงไม่ต้องห่วงทั้งเรื่องการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ เช่น พรรคการเมืองใหญ่ ที่ต้องประสานทั้งสองเรื่องควบคู่กันไป อาทิ การแก้รัฐธรรมนูญหรือป้องกันการล้มล้างมรดก คสช. ตามที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน "ไล่เช็กบิล" หรือ "ปฏิรูปกองทัพ" ทั้งนี้เชื่อว่าหากผลักดันนโยบายได้สำเร็จ ทำให้คนมั่นใจ อนาคตพรรคภูมิใจไทยอาจจะยกระดับกลายเป็นพรรคการเมืองใหญ่ ที่มีความพร้อมขยายภารกิจไปแก้ปัญหาการเมือง ที่มีปัญหากับประเทศชาติอย่างแท้จริงได้

ด้วยเหตุนี้เองภายหลังที่ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ป้ายแดง ในฐานะหัวหน้าพรรค และลูกพรรคทั้ง 51 คน ได้เป็นรัฐบาล จึงลั่นมุ่งหน้าทำงานทันที ผ่านเก้าอี้ รมต.ที่มี ตามที่หาเสียงเอาไว้ เพื่อผลักดันนโยบาย "กัญชา" เสรีเพื่อการแพทย์ ผ่านการลงพื้นที่จัดสัมมนาวิชาการ และพบปะผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ โดยกัญชาได้ถูกบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลไปแล้ว

ต่อด้วยยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขและสุขภาพประชาชน แก้ปัญหาลูกหนี้ กยศ., ขับแกร็บถูกกฎหมาย, พัฒนาจังหวัดอื่นๆ ตามแบบบุรีรัมย์โมเดล, ยกระดับทำถนนหนทางให้มีมาตรฐาน เชื่อมโยงแต่ละพื้นที่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เช่น สร้างถนนเชื่อมโยงมาเลเซีย (ถนนสตูล-เปอร์ลิส) ให้สำเร็จหลังมีการพูดกันมา 50 ปี และสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างรายได้ให้ยั่งยืนแก่ชาวบ้าน โดยไม่ผ่านอำนาจรัฐ เนื่องจาก นายอนุทิน รู้ดีว่าอายุรัฐบาลมีความ "ไม่แน่นอน" จะอยู่จะไปได้ทุกเมื่อ ด้วยสภาวะเสียงปริ่มน้ำ 254 เสียง จาก 19 พรรคร่วม ใครจะเจ็บป่วยหรือลุกเข้าห้องน้ำ ในเวลาลงมติกฎหมายสำคัญ หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเกิดผลกระทบทันที ไม่นับรวม "สนิมเนื้อใน" พรรคร่วมที่คอยทำลาย "เรือเหล็ก" ลำนี้ ในกระแสเกลียวคลื่นกลางนาวา ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงไม่มีเวลา "ฮันนีมูน"

นอกจากนี้สิ่งที่ต้องจับตา คือ บทบาทการทำงานของรัฐมนตรีค่ายภูมิใจไทย อาทิ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในฐานะ รมว.คมนาคม ที่ต้องเตรียมลุยเรื่องแกร็บถูกกฎหมาย เปลี่ยนภาพลักษณ์กระทรวงเศรษฐกิจเป็นกระทรวงแก้ปัญหาปากท้อง, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอแผนการทำงานให้นายกฯในการประชุม ครม.ทันที หลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ที่จะต้องแก้ปากท้องและราคาพืช เพื่อโชว์ศักยภาพ ในฐานะที่คลุกคลีภาคเกษตรมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก 

ด้านฝ่ายนิติบัญญัติ ก่อนหน้านี้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ก็รับเรื่องการยกระดับ อสม.จากสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้, แก้ปัญหาที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน, สนับสนุนการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษา กรณีการต่อสัญญาสัมปทานทางด่วนให้กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้า กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ โดย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค และอภิปรายในสภาฯเพื่อแก้ปัญหาปากท้องเรื่องต่างๆ ให้พี่น้องชาวบ้าน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ด้วยการรับรู้ความต้องการของชาวบ้านลงไปถึงดีเอ็นเอ จึงต้องจับตาดูว่าสิ่งที่ "พรรคภูมิใจไทย" รับปากอะไรเอาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ จะทำได้จริงหรือไม่ มิเช่นนั้นแล้วการเลือกตั้งครั้งหน้า "พรรคปฏิบัติการแห่งนี้" อาจถึงขั้น "สูญพันธุ์" 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62รัฐธรรมนูญภูมิใจไทยรัฐบาล ประยุทธ์ 2เลือกตั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้