ข่าว
100 year

ทรงให้กำลังใจ ครม.แก้ไขปัญหาตรงเป้าตรงจุด (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.ค. 2562 05:30 น.
SHARE

‘ตู่’ ปลื้ม-มีความสุข เร่งแถลงนโยบาย พท.ซักฟอก 14 รมต. กกต.เด้งรองณัฏฐ์ ‘ดิสทัต’ เลขานายก

ครม. “ประยุทธ์ 2” สุดปลื้มปีติ ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานกำลังใจ ให้ทำงานได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ทำให้ทุกคนปลาบปลื้ม “บิ๊กตู่” นำ ครม.ใหม่ถ่ายภาพหมู่ ตื้นตันมือตบอกบอกมีความสุขขอทำ หน้าที่อย่างดีที่สุด ภารกิจต่อไปแถลงนโยบาย-พ.ร.บ.งบประมาณ ลั่นประเทศหยุดไม่ได้ ครม.รับพระราชดำรัสใส่เกล้าฯ ฟิตสุดๆ เรียกประชุมนัดแรกทันที ตั้ง “ดิสทัต โหตระกิตย์” เป็นเลขาธิการนายกฯ “สมคิด” อุบดึง “กอบศักดิ์” ช่วยงาน “เสี่ยหนู” รับตื่นเต้นห่างทำเนียบไปนาน 13 ปี “พิพัฒน์” ขอทำงานหนักแทนเมีย “สุริยะ” ไม่หวั่นข้อครหาประโยชน์ทับซ้อน พท.จ่อซักฟอก 14 รมต.กราวรูด ไล่บี้ยกเลิกอำนาจแฝง กอ.รมน. เย้ย “ลุงตู่” อย่าจิตตกเกินเหตุ เลขาฯ กกต.เด้ง “ณัฏฐ์” เซ่นจัดเลือกตั้ง อ้างไปรับงานใหญ่

รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” เครื่องฟิตจัด เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกทันที หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ในหลวงรัชกาลที่ 10 มีพระราชดำรัสให้ ครม.ทำงานได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ทำให้ทุกคนปลาบปลื้ม

ร.10 ทรงให้กำลังใจมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 16 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โอกาสนี้มีพระราชดำรัสถึงการปฏิบัติหน้าที่แก่นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีความว่า “ถือโอกาสนี้ให้พรให้ท่านมีกำลังใจ มีความมั่นใจ และความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้ เพื่อความสุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใดๆก็ต้องมีอุปสรรคงานใดๆก็ต้องมีปัญหา เพราะ ฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหา และเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้าตรงจุดและมีความเข้มแข็งอดทน ก็ขอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลได้มีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี ด้วยความถูกต้องต่อไป”

ครม. “ประยุทธ์ 2” คึกคักฟิตสุดๆ

ก่อนหน้านี้เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรดารัฐมนตรีรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” เริ่มทยอยเดินทางมารวมตัวเพื่อรอเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวรัฐมนตรี ที่ตึกภักดีบดินทร์ โดยทั้งหมดแต่งเครื่องแบบปกติขาว โดยรัฐมนตรีชุดแรกๆที่มาถึง อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงเวลา 15.35 น. และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที ส่วนรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย มารวมตัวกันที่ห้องทำงานรองนายกฯ ก่อนเดินไปยังตึกภักดีบดินทร์พร้อมกัน

“สมคิด” อุบดึง “กอบศักดิ์” ช่วยงาน

ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างนำนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เดินจากตึกบัญชาการ 1 มายังตึกภักดีบดินทร์ ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกหลังเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯว่า เป็นการหารือเกี่ยวกับการแถลงร่างนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อถามว่า จะให้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นที่ปรึกษาใช่หรือไม่ นายสมคิดกล่าวเพียงว่า “เดี๋ยวรอดู”

“อนุทิน” ตื่นเต้นห่างทำเนียบไปนาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่ได้มา 13 ปีเเล้ว ส่วนการเเบ่งงานรองนายกฯขึ้นอยู่กับนายกฯมอบหมาย วางแผนการทำงานไว้ว่างานในหน้าที่หลักคงอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขเยอะหน่อย จะมาทำเนียบรัฐบาลต่อเมื่อมีเรื่องเอกสาร หรือพบแขกบ้านแขกเมือง จะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่มีเวลาหยุดพัก จะทำ 7 วันต่อสัปดาห์ ทำ 24 ชั่วโมง จะเข้าสักการะพระพรหม ศาลพระภูมิ และศาลตายาย ในทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 ก.ค. ยึดตามฤกษ์สะดวก

“วีรศักดิ์” ฟุ้งแก้ปากท้องเกษตรกร

นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้น เพราะเพิ่งได้รับตำแหน่ง แต่พร้อมทำงานโดยเฉพาะเรื่องเกษตรกร ปากท้อง ที่ตนคลุกคลีและชำนาญมาตั้งแต่เด็ก ส่วนความท้าทายเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตรคิดว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ต้องทำงานร่วมกันหลายกระทรวง ถ้ากระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพลังงาน ไปในทิศทางเดียวกันกับเรา คิดว่าจะแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกร และพืชผลตกต่ำได้

“พิพัฒน์” ขอทำงานหนักแทนเมีย

สำหรับศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เดินทางมาถึงทำเนียบไล่เลี่ยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ไม่ตื่นเต้น แต่ดีใจที่ได้กลับทำเนียบอีกครั้ง เพราะไม่ได้กลับเข้ามาตั้งแต่ปี 2550 สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ขณะที่นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ แต่พร้อมทำงานถือเป็นกระทรวงหลักที่ทำรายได้เข้าประเทศ ต้องทำงานให้หนักมากกว่าปกติ ตนถือเป็นตัวแทนนางนาที รัชกิจประการ ภรรยา ที่ศาลฎีกาฯพิพากษามีความผิดกรณีไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. และปกติอยู่เบื้องหลังการทำงานของนางนาทีมาโดยตลอด

ทีม ปชป.ลั่นพร้อมปฏิบัติหน้าที่

สำหรับทีมรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดรวมตัวกันที่พรรค ก่อนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะ หัวหน้าพรรค จะนำรัฐมนตรีทั้ง 7 คนเดินทางด้วยรถตู้คันเดียวกันเข้าทำเนียบ มีการทักทายสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส รัฐมนตรีทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่

“สุริยะ” ไม่หวั่นข้อครหาทับซ้อน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงการทำหน้าที่ว่า ไม่รู้สึกหนักใจในข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในธุรกิจอุตสาหกรรม เชื่อว่าชี้แจงได้หากมีการยื่นตรวจสอบ ส่วนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ค. เชื่อว่านายกฯจะชี้แจงรายละเอียดนโยบายของพรรคได้ ทางพรรคเตรียมพร้อมข้อมูลในนโยบายต่างๆไว้ชี้แจงกับฝ่ายค้าน ไม่กังวลว่าฝ่ายค้านจะถือโอกาสใช้เป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จากนั้นเวลา 15.51 น. บรรดารัฐมนตรีเดินขึ้น รถตู้ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้จำนวน 8 คัน ออกเดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ออกจากทำเนียบในเวลา 16.06 น. โดยก่อนจะขึ้นรถได้หันมาส่งยิ้มให้ ผู้สื่อข่าว แต่ไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

นายกฯนำ ครม.ใหม่ถ่ายภาพหมู่

เมื่อเวลา 18.01 น. ภายหลังเข้าเฝ้าฯเพื่อถวาย สัตย์ปฏิญาณ พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นไปสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน และนำ ครม.ชุดใหม่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ร่วมกันที่บริเวณสนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มายืนรอเป็นคนแรก ก่อนที่รัฐมนตรีคนอื่นจะตามมา ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเซลฟี่ตัวเอง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทาย ครม.ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งนี้ก่อนประชุม ครม.นัดแรก พล.อ.ประยุทธ์พร้อมนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกฯ ได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตา-ยาย พร้อมถวายดอกดาวเรืองเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

ปลื้มปีติขอทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ทุกคนปลื้มปีติที่ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ทุกคนได้ถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป พระองค์ท่านได้พระราชทานกำลังใจให้ ครม.ทั้งหมด ให้ทำงานได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ทำให้ทุกคนปลาบปลื้ม หลังจากนี้จะประชุม ครม.เพื่อทำความเข้าใจ คงไม่มีอะไรมากนัก เพราะทุกคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มีประสบการณ์มากกว่าตนด้วยซ้ำ แต่จะคุยกันว่าต่อจากนี้จะทำงานร่วมกันได้อย่างไร

ลั่นอะไรเกิดขึ้นประเทศหยุดไม่ได้

นายกฯกล่าวว่า ยินดีที่ทุกคนมาช่วยงานแบบนี้ จะได้ไม่มีปัญหากันต่อไปในอนาคต ที่ผ่านมา มีปัญหากันอยู่บ้าง แต่เราได้พิสูจน์แล้วว่าเราได้เดินหน้าประเทศมาถึงวันนี้ ได้รัฐบาลใหม่อย่างสมบูรณ์ คิดว่าสิ่งที่เราต้องเตรียมการกันต่อไปคือ การแถลงนโยบาย และการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพื่อให้เดินหน้าไปสู่ความเรียบร้อย ประเทศชาติหยุดไม่ได้ จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม แต่เราต้องยุติปัญหาบางปัญหาที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้บ้าง สร้างความรักความสามัคคี ประเทศชาติให้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ หลักชัยของเราคือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สำหรับพวกเรา คือประชาชนช่วยกัน เพราะรอความหวังจากรัฐบาลนี้อยู่ เมื่อถามถึงการตั้งโฆษกประจำสำนักนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ใช่วันนี้

ตื้นตันมือตบอกบอกมีความสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์ นายกฯ มีสีหน้ายิ้มแย้ม และให้สัมภาษณ์ด้วยความปลาบปลื้มและแสดงความรู้สึกตื้นตัน ทั้งนี้ระหว่างที่นายกฯเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 เป็นประธานการประชุม ครม.นัดแรก ได้ยกมือขวาตบไปที่อกข้างซ้ายเบาๆ พร้อมกล่าวว่า “มีความสุข”

ครม.รับพระราชดำรัสใส่เกล้าฯ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ทรงให้กำลังใจให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และทำงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้เพื่อประเทศชาติ และประชาชน พวกเราทุกคนน้อมรับกระแสพระราชดำรัส ด้านนายสมศักดิ์ เทพ-สุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ครม.พร้อมรับสนองพระบรมราชโองการ ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในหลวงมีกระแสรับสั่งขอให้ตั้งใจทำงาน การทำงานย่อมมีอุปสรรค ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อได้รับฟังพระบรมราโชวาทแล้ว ทุกคนต้องน้อมใส่เกล้าฯ ทำงานเต็มที่เพื่อถวายพระองค์ท่าน ทรงรับสั่งว่าให้ช่วยทำงานเพื่อบ้านเมือง แค่นี้ก็ถือว่าอธิบายทุกอย่าง

ทรงอวยพรให้สุขภาพแข็งแรง

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในหลวงทรงมีรับสั่งให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง ทุกอย่างมีอุปสรรค ทุกอย่างก็มีปัญหา ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแสดงความยินดีต่อ ครม.ขอให้ทำงานมีความสำเร็จ ราบรื่น ก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นพิธีที่ราบรื่น ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จะเดินทางเข้ากระทรวงในวันที่ 18 ก.ค. เวลา 08.00 น. ในหลวงทรงมีกระแสพระราชดำรัสขอให้ครม.มีสุขภาพแข็งแรง และช่วยกันแก้ปัญหา

“ลุงตู่” หวานจ๋อยรับ รมต.ใหม่

กระทั่งเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวเปิดการประชุม ครม.นัดแรกว่า ในโอกาสที่ได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ถือเป็นมงคลแก่ ครม.ทุกคน ขอต้อนรับและแสดงความยินดีทุกคนที่ได้เข้ามาร่วมงานกัน ตั้งใจว่าจะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ฉะนั้นการทำงานจะจัดสรรหน้าที่ในความรับผิดชอบในแต่ละภาคและกลุ่มจังหวัดให้กับทุกคนอีกครั้ง เพื่อให้การทำงานและการดูแลประชาชนทั่วถึงทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ส่วน นโยบายทางการเมืองเป็นเรื่องของแต่ละคน จะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เป็นเกียรติ และมีความสุขที่ได้ทำงานกับพี่ๆทุกคน ห้องประชุมแห่งนี้รอทุกท่านมาหลายปีแล้ว เช่นเดียวกับตนที่รอ ทุกคนมาหลายปีแล้วเช่นกัน การทำงานที่ผ่านมาเดินหน้าตามโรดแม็ป ไม่ได้มุ่งหวังว่าจะอยู่ให้นาน ไม่เคยคิดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ วันเวลาผ่านพ้นไป บางคนอาจรู้สึกว่ามันนานเกินไป ตนรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหามามากมาย วันนี้มีทั้งรัฐมนตรีเก่าและใหม่ ขอให้ทุกคนเดินหน้าทำงานร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี ไม่แบ่งแยก และดูแลทุกอย่างตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้

แจกหนังสือปฏิวัติอุตสาหกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหนังสือ 3 เล่มให้รัฐมนตรีทุกคน ประกอบด้วยหนังสือเศรษฐกิจดิจิทัล, ทางรอดในโลกใบใหม่แห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และหนังสือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 โดยหนังสือทุกเล่มมีลายเซ็นของ พล.อ.ประยุทธ์ และข้อความว่า “ขอแสดง ความยินดีและขอบคุณ ขอให้ประสบความสำเร็จ”

ทุกคนพอใจนโยบายรัฐบาล

ต่อมาเวลา 20.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังประชุม ครม.นัดแรก ว่า ให้ ครม.เรียนรู้ระบบการทำงานในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องงานเอกสาร กฎหมาย ได้เตือนทุกคนระมัดระวังการปฏิบัติหน้าที่ ให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดในฐานะเป็นรัฐบาลใหม่ รัฐบาลเก่าจบไปแล้ว รัฐบาลใหม่เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภา และยังพูดถึงแผนงานหลังแถลงนโยบายคือการจัดสรร แบ่งหน้าที่แต่ละกระทรวง บรรยากาศทุกคนเข้าใจกันดี ยิ้มแย้มแจ่มใสมีมิตรไมตรี ขอให้รักสามัคคี พรรคก็เป็นส่วนของพรรค ตรงนี้เป็นนโยบายที่ตอบทุกพรรคได้ ได้คุยกันหมดแล้วทุกคนพอใจ

ตามโผ “ดิสทัต” นั่งเลขาฯนายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบแต่งตั้งนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังไม่มีการแต่งตั้งกำลังหาอยู่ กำลังพิจารณาทั้งคนนอกและคนใน ยังมีตำแหน่งรองโฆษกรวมทั้งหมด 3 คน ซึ่งคุณสมบัติของโฆษกรัฐบาลต้องรอบรู้ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงประเทศ โลกในยุคโซเชียลดิจิทัล รวมถึงรู้ในระบบราชการ ต้องมีทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายต่างๆ เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ได้นั่งในตำแหน่งนายกฯประชาธิปไตยวันแรก พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับหัวเราะก่อนจะตอบว่า ที่ผ่านมาตนก็เป็นประชาธิปไตย วันนี้เรามาเริ่มต้นในสิ่งที่ดีดีกว่า อะไรที่เป็นความขัดแย้งและเป็นปัญหาขอให้จบ วันนี้เรามาเริ่มต้นเดินหน้าใหม่ก้าวใหม่ของเรา แม้จะไม่ชอบหรือเบื่อตน ก็ขอให้อยู่ไปก่อน พร้อมกับหัวเราะและถอนหายใจ “เฮ้ มีความสุข จริงๆนะ อยากบอกว่าวันนี้มีความสุข ทุกคนน่ารัก”

ในนโยบายรัฐบาลมีหนุนแก้ รธน.

เมื่อถามว่า มีการบรรจุการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในร่างนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ในนโยบายเขียนไว้ว่าสนับสนุน ทุกคนก็ยอมรับ สนับสนุนให้มีการแก้ไขในทุกกฎหมายสามารถแก้ไขได้ แต่ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา ก็แก้ไขกันไปเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อยู่ที่จะทำเร็วหรือทำช้า เรื่องนี้ต้องศึกษาทำประชาพิจารณ์ เช่นเดียวกับการทำประชาพิจารณ์กฎหมายทุกฉบับ และก่อนแถลงนโยบายจะมีการประชุม ครม.ในวันที่ 23 ก.ค. เพราะเรามีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯอีกต้องทำให้เร็ว เพราะจะไม่ทันขณะนี้ล่าช้าไปแล้ว

อำนาจพิเศษไปพร้อม รบ.เก่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศได้ถาม พล.อ. ประยุทธ์เป็นภาษาอังกฤษว่า จะให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่า หลังจากนี้จะไม่ใช้คำสั่ง คสช.เกี่ยวกับการเรียกปรับทัศนคติอีก โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ผู้ประสานงานได้ช่วยแปลเป็นภาษาไทย พร้อมตอบว่า มันไม่มีแล้ว จะมีตรงไหนอีก วันนี้มีแต่กฎหมายปกติ ขณะนี้ได้ยกเลิกกฎหมายพิเศษไปหมดแล้ว กฎหมายพิเศษจบไปพร้อมกับรัฐบาลชุดที่แล้ว อย่าพูดย้อนกลับไปกลับมาอีก เมื่อถามว่า มีความมั่นใจในการควบคุมดูแลกระทรวงกลาโหมอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม พร้อมเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ก่อนส่งสัญลักษณ์มือ ไอเลิฟยูให้กับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี

กำชับ ครม.รีบแจงถ้าถูกพาดพิง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบร่างนโยบายของรัฐบาล โดยนายกฯบอกให้รัฐมนตรีดูแลเรื่องที่ตัวเองรับผิดชอบ ถ้ามีการพาดพิงต้องชี้แจงให้ได้ ในร่างนโยบายมีการบรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกัญชาเสรีด้วย ร่างนโยบายนี้ทุกคนต่างเห็นด้วยไม่มีใครท้วงติงใดๆ ถือว่านโยบายของทุกพรรคได้รับการตอบสนองทั้งหมด หลังจากนี้จะนำกลับไปจัดทำเป็นรูปเล่มก่อนเสนอให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป

แก้ รธน.อยู่ในวาระเร่งด่วน

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ในร่างนโยบายมีการเขียนสนับสนุนให้มีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะให้ใครเป็นผู้เสนอ แต่มีหลายช่องทาง ทั้งให้ภาคประชาชนเสนอ ให้ ส.ว.เสนอ โดยให้อยู่ในวาระเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการภายใน 1 ปี

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ในการประชุมมีการแต่งตั้งนายดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นเลขาธิการนายกฯ

แฮปปี้บรรจุทุกข้อที่ ปชป.เสนอ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในร่างนโยบายรัฐบาลบรรจุครบทุกเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า รัฐมนตรีทั้ง 7 คนของพรรค ต้องหารือเตรียมความพร้อมก่อนแถลงนโยบายหรือไม่ นายเฉลิมชัยตอบว่า อยู่ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะพิจารณา

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช. สาธารณสุข กล่าวว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญถูกบรรจุในข้อ 11 ที่เป็นข้อสุดท้ายในเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล ไม่ได้กำหนดว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำภายใน 1 ปี

จัดลำดับรองนายกฯรักษาการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติเห็นชอบมอบหมายให้รองนายกฯรักษาราชการแทนนายกฯ ตามลำดับดังนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หากผู้รักษาราชการแทนจะสั่งการใดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และการอนุมัติเงินงบประมาณอันอยู่ในอำนาจของนายกฯได้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกฯก่อน

พท.จ่อซักฟอก 14 รมต.กราวรูด

ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ยกระดับการทำงานในสภาฯให้มีความเข้มข้น ภายใต้แนวคิดประชาชนคิดเพื่อไทยทำการอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกมิติ รวมถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่มีผู้เสนอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ จากการรวบรวมข้อมูลในขั้นต้นจะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเรื่องคุณสมบัติจำนวนมาก ตั้งแต่ตัวนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาฯ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.สำนักนายกฯ ถึงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับโลกแห่งความเป็นจริง ที่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง หากเคารพและเชื่อมั่นประชาชน ต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่

ไล่บี้ยกเลิกอำนาจแฝง กอ.รมน.

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯปฏิเสธว่า กอ.รมน.ไม่ได้เรียกบุคคลมาปรับทัศนคติเหมือน คสช.นั้น ไม่เป็นความจริง คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 51/2560 กำหนดให้มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีอำนาจหน้าที่เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลยังอยู่ ตลอด 5 ปี ในยุค คสช. มีคน ถูกเรียกไปปรับทัศนคติจำนวนมาก คำสั่งที่ให้อำนาจ กอ.รมน.ไม่แตกต่างกัน และข้ออ้างนี้ครอบคลุมไปถึง ส.ส.ด้วย หาก กอ.รมน.เห็นว่าการพูดและการแสดงออกนั้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อรัฐบาล ทั้งที่ ส.ส.ทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จะต้องผลักดันให้มีการยกเลิกโดยเร็วต่อไป

เย้ย “บิ๊กตู่” อย่าจิตตกเกินเหตุ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ดักคอฝ่ายค้านอย่าฉวยโอกาสช่วงพิจารณาร่างนโยบาย มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์นอกจากไม่เข้าใจปรัชญาประชาธิปไตยแล้ว ยังไม่รู้เรื่องกลไกของสภาฯอีก ฝาก พล.อ.ประยุทธ์ศึกษาประเพณีปฏิบัติที่สภาฯแต่ละยุคทำกันมา การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลคือการแสดงความเห็นว่านโยบายรัฐบาลจะตอบโจทย์ประเทศและประชาชนหรือไม่ สอดคล้องกับข้อกฎหมายและแผนยุทธศาสตร์หรือไม่ คำนึงถึงสถานะการเงินการคลังของประเทศเพียงใด หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะชี้ให้เห็นถึงความเหมาะของตัวบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ต้องเข้าใจ อย่าวิตกจนเกินไปทำใจให้สบาย รักษาสุขภาพให้ดี และถ้าบอกว่าให้เกียรติสมาชิกควรอยู่ร่วมประชุมให้นานที่สุดด้วย

ยัน กอ.รมน.กักตัวใครไม่ได้

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ. รมน.) กล่าวว่า กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โอนอำนาจให้ กอ.รมน.สามารถเชิญบุคคลเข้ามาปรับทัศนคติได้นั้น ยืนยันไม่ได้โอนอำนาจดังกล่าวให้ กอ.รมน. ในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ แต่กฎหมายดูแลความเรียบร้อยที่ใช้อยู่คือ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เมื่อมีสถานการณ์ขึ้นจะประกาศใช้แล้วต้องมีการใช้กำลังตามมาตรา 16 กอ.รมน.โดยผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ถูกแต่งตั้งจากนายกฯ จะเลือกใช้อำนาจหน้าที่ให้สอดคล้องอย่างไร ส่วนการเชิญตัวบุคคลอยู่ในมาตราที่ 13/1 ข้อที่ 7 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มีคณะกรรมการระดับจังหวัด โดย ผวจ.เป็น ผอ.กอ.รมน.จังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเป็นคณะกรรมการ และเชิญมาให้ข้อมูลไม่ใช่การเรียกตัวมาสอบปากคำกักขัง เป็นกฎหมายคนละอย่างกับ คสช.

กกต.เด้ง “ณัฏฐ์” เซ่นจัดเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน กกต. ปรับย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ที่รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 24 มี.ค. ไปเป็น ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยให้นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต.ด้านการมีส่วนร่วม ปฏิบัติหน้าที่แทน และให้นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง เป็นรองเลขาธิการ กกต.ด้านการมี ส่วนร่วม มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป สาเหตุการปรับย้ายเนื่องจากการจัดเลือกตั้งที่นายณัฏฐ์รับผิดชอบถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เกิดความผิดพลาดหลายเรื่อง ไม่สามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่น กกต.ได้ แม้ตำแหน่ง ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง จะเป็นผู้บริหารระนาบเดียวกับรองเลขาธิการ กกต. แต่เป็นที่รู้กันว่ามีศักดิ์ต่ำกว่า ถือเป็นการย้ายลดชั้นเพื่อลงโทษ ขณะที่นายณัฏฐ์โพสต์เฟซบุ๊กเพียงสั้นๆว่า “หนังเศร้าแต่ฉันก็โอเคเพราะอยู่คนเดียว” โดยมีเจ้าหน้าที่ พนักงานและลูกจ้าง กกต.พากันเข้าไปโพสต์ให้กำลังใจ

เลขาฯแจงย้ายไปรับงานใหญ่

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นเรื่องของสำนักงาน กกต. และฟังความเห็นจาก กกต.ด้วย เมื่อถามว่า สาเหตุมาจากปัญหาการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่ เลขาธิการ กกต.ตอบว่า ไม่ได้เป็นประเด็นหลัก ทุกอย่างพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับ ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองถือว่ามีงานที่ใหญ่รออยู่ เพราะสำนักงาน กกต.กำลังจัดตั้งสถาบันวิทยาการการเมือง ได้พูดคุยกับนายณัฏฐ์แล้ว ยืนยันไม่ได้ออกคำสั่งกะทันหัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถวายสัตย์ปฏิญาณคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาครม.ชุดใหม่แถลงนโยบายประชุมสภาข่าวหน้า1เลือกตั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้