ข่าว
100 year

“ป๊อก” ออกโรงตั้งแง่แก้รัฐธรรมนูญ ให้ทำประชามติก่อน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ก.ค. 2562 05:30 น.
SHARE

นิพนธ์หวัง พปชร.รักษาสัจจะ ‘จุติ’ พลิ้วบอกไม่ใช่เรื่องด่วน ‘ลุงตู่’ ขอบคุณปิดฉาก คสช.

“ประยุทธ์” หอบร่างนโยบายรัฐบาล หารือ ครม.เก่านัดพิเศษ เลี่ยงเปิดศึกในใส่ข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญแค่ กว้างๆพอเป็นพิธี อ้อมแอ้มไม่ขัดแก้ รัฐธรรมนูญ “จุรินทร์” รูดซิปปากพรรคร่วมฯขวางรื้อ รธน.ในปีแรก “นิพนธ์” รอดูร่างสุดท้ายมั่นใจเงื่อนไขหลักยังต้องมี ย้ำการเมืองสำคัญต้องรักษาคำพูด “จุติ” พลิ้วรัฐธรรมนูญเรื่องเร่งด่วน แต่ปากท้องประชาชนเร่งด่วนสำคัญสุด พท. อาสาทวงสัจจะพรรคการเมืองเบี้ยวสัญญาหาเสียง กาหัวขย่มคุณสมบัตินายกฯ-6 รมต. พรรคฝ่ายค้านเมินรัฐบาลยึกยักลุยขอมติมหาชนกดดัน “ชำนาญ” โต้รื้อ รธน.ไม่เกี่ยวช่วย “ธนาธร” พ้นคดีหุ้นสื่อ “พิชัย” ฉะขึ้นค่าแรงก้าวกระโดดทุบเศรษฐกิจพัง เฉ่ง “อุตตม” ชงลดภาษีกลบข่าวฉาวเงินกู้กรุงไทย ปชป.ปัดข่าวฮั้ว พปชร.หลีกทางชิงผู้ว่าฯ กทม. “องอาจ” ลั่นพร้อมชนทุกพรรค

ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเข้าบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเก่านัดพิเศษส่งท้าย และเรียกประชุม ครม.ใหม่ทันทีหลังเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนทำหน้าที่ เพื่อมอบนโยบายและแจ้งให้รับทราบถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน ขณะที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งเลื่อนกำหนดการเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯในวันที่ 16 ก.ค. จากเวลา 18.00 น. มาเป็น 17.00 น.

นายกฯประชุม ครม.เก่านัดพิเศษ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดเก่านัดพิเศษ ก่อนที่ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 16 ก.ค. โดยมีระเบียบ วาระจะพิจารณาตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอให้ ครม.พิจารณามาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ทั้งนี้ นายกฯตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า ประชุม ครม.เก่านัดพิเศษเพราะมีเรื่องต้องพิจารณา เมื่อถามว่ามีวาระพิจารณาเกี่ยวกับเกษตรกรด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์พยักหน้ารับ เมื่อถามถึงกรณีข่าวพรรคพลังประชารัฐ เตรียมส่งนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ จ.พะเยา มาลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายกฯไม่ได้ตอบคำถาม เดินขึ้นห้องประชุม ครม.ทันที

มอบอำนาจปลัด พม.ประชุมที่ลาว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม.ครั้งนี้ เป็นการหารือกรณีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในนามรัฐบาลไทยต้องไปประชุมที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ผูกมัดกับประเทศไทยมีเรื่องต้องลงนามเอ็มโอยู หากต้องรอรัฐบาลหน้าที่ยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา รมว.การพัฒนาสังคมฯคนใหม่จะยังไปไม่ได้ จึงมอบหมายให้ปลัดกระทรวง พม.ไปแทน จึงต้องประชุม ครม.เพื่อมอบอำนาจให้ ส่วนวาระอื่นๆไม่ได้มีการแจ้งเข้ามา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐเตรียมทาบทามนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯพะเยา ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อาจขาดคุณสมบัติหรือไม่ เนื่องจากทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ไม่ครบ 1 ปี หากมีการเลือกตั้งปลายปีนี้ ว่า “ไม่รู้ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้ ผมก็ไม่รู้อย่างไรเหมือนกัน”

เลื่อนเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ 17.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาศ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งผู้สื่อข่าวว่า จากกำหนดการเดิม ครม.เข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ในวันที่ 16 ก.ค. เวลา 18.00 น.นั้น เปลี่ยนเป็นเวลา 17.00 น.

ยัน ครม.นัดพิเศษไม่มีอนุมัติทิ้งทวน

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า การประชุม ครม.ครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงว่ารัฐบาลนี้จะอนุมัติอะไรในการประชุมครั้งสุดท้าย เรื่องสำคัญที่หารือกันคือได้รับทราบความก้าวหน้าการทำงานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะเรื่องเหล่านี้รอไม่ได้ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ เพราะโลกเคลื่อนไหวทุกวัน ต้องดูแลประชาชน เพื่อสานต่อไปยังรัฐบาลหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะมีขึ้นวันที่ 16 ก.ค. อาทิ ครม.เห็นชอบการประชุมรัฐมนตรีระดับอาเซียนที่รับผิดชอบเยาวชนที่ สปป.ลาว ในวันที่ 16 ก.ค. และการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน วันที่ 30 ก.ค. มีเวลาเตรียมการอีกไม่กี่วัน จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คิดว่าการประชุม ครม.ครั้งที่แล้วจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ติดเรื่องกระทรวงการต่างประเทศจึงมีประชุม ครม.ด่วน

ค่ำ 16 ก.ค.ถก ครม.มอบนโยบาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลัง ครม.ใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 16 ก.ค. เป็นการประชุม ครม.ทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาการทำงาน หารือถึงระเบียบขั้นตอนการทำงานรัฐบาลให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ร่วมกันทำงาน เตรียมการต่างๆ ได้คิดไว้แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ได้ทำไว้และรัฐบาลใหม่ต้องทำต่อ เดี๋ยวตนจะมีสารออกไปในนามของหัวหน้า คสช. เนื่องจาก คสช.จะต้องยกเลิก หรือสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.หลังการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นต้นไป ตนจะมีสารถึงพี่น้องประชาชนและทุกหน่วยงานเพื่อขอบคุณในการทำงานร่วมกันมา 5 ปี ซึ่งมีความก้าวหน้าหลายเรื่องด้วยกัน

ดักคออภิปรายนโยบายไม่ใช่ซักฟอก

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงนโยบายรัฐบาลว่าคำว่านโยบายของรัฐบาลทุกคนต้องเข้าใจว่าถือเป็นแบบฟอร์มหนึ่ง เหมือนกรอบการทำงานที่จะตอบรับการทำงานของทุกพรรคการเมือง และรัฐมนตรีที่มาทำงานร่วมกัน แต่ต้องมีมาตรการหลายเรื่องต้องระมัดระวัง นโยบายที่จะทำนั้นต้องสอดคล้องกับงานด้านความมั่นคง แผนสภาพัฒน์ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูป จะมีทั้งนโยบายเร่งด่วนและระยะยาวที่ต้องดำเนินการ จึงขอให้ทุกคนเข้าใจการแถลงนโยบายกำหนดไว้วันที่ 25 ก.ค.ยังคงเป็นไปตามนั้น ขอให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องการแถลงนโยบาย และการเสนอข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นคนละเรื่อง คนละวาระกัน ขอกราบเรียนสมาชิกผู้ทรงเกียรติต่างๆไว้ด้วย เพราะเห็นว่าหลายอย่างยังไม่ตรงกับหน้าที่ในการทำงาน เพราะมันไม่ใช่เรื่องการอภิปรายการทำงานของรัฐบาล ถือเป็นคนละเรื่อง ผมเคารพทุกคนให้เกียรติทุกคนเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล และให้เกียรติประชาชนที่เลือกพวกท่านเข้ามาด้วย เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญของตน

ไม่ขัดแก้ รธน.ต้องว่าไปตามขั้นตอน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ร่างนโยบายที่จะแถลงต่อสภาฯถึงมือเรียบร้อยแล้ว กำลังปรับแก้อยู่ ส่วนจะใช้เวลาแถลงนโยบายกี่วันคงต้องหารือร่วมกัน หลายเรื่องตนต้องสงวนคำพูดไว้บ้าง โดยบางอย่างต้องหารือได้ ส่วนจะมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใดแถลงนโยบายบ้างนั้น รัฐมนตรีทั้ง 36 คนจะต้องไปร่วมประชุมด้วยกันอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเห็นว่าไม่มีการบรรจุประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเลย จะร่างอะไรออกมาเดี๋ยวก็รู้เอง เมื่อถามว่าสรุปจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า “สนับสนุน ผมพร้อมสนับสนุนให้มีการดำเนินการแก้ไขทุกกฎหมาย เพราะกฎหมายบางฉบับก็มีปัญหาอยู่ ต้องไปว่ากันตามกระบวนการขั้นตอน ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับใคร วันนี้เราเป็นรัฐบาลของประเทศ”

“อนุพงษ์” นัดปฐมนิเทศ รมช.มท.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า วันที่ 18 ก.ค.จะปฐมนิเทศ รมช.คนใหม่ โดยกระทรวงมหาดไทยทั้งกระทรวงจะสรุปให้ รมช.ใหม่ฟังว่ามีหน้าที่และภารกิจอะไรบ้าง ตนจะพูดเชิงนโยบายว่าจะมีแนวทางการทำงานร่วมกัน เติมเต็มทางด้านความคิด และช่วยกันบริหารงานให้ประชาชนได้ประโยชน์ และจะเปิดโอกาสให้ รมช.ใหม่ทั้งสองคนได้สอบถามเกี่ยวกับการทำงาน จากนั้นจะเริ่มทำงานทันที จะนำ รมช.ใหม่ลงพื้นที่ตรวจราชการ 6 กรม 7 รัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย คาดว่าจะใช้เวลา 3 วัน เมื่อถามกรณีขณะนี้ ผวจ.ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือสิงห์ทองมากที่สุด และยังเป็นนายอำเภอกับปลัดอำเภอจำนวนมากว่า เป็นไปตามอัตโนมัติ ยืนยันว่าไม่มีการแบ่งแยก ระวังเรื่องนี้อยู่โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องการแต่งตั้ง ปล่อยให้ดำเนินการไป ถ้าคนคุมคุมไม่ได้ ตนจะเป็นคนคุมเอง ถ้าอธิบดีกรมไหนเอียงหรือเลือกแต่พวกพ้องจะเล่นงานอธิบดี

ตั้งแง่ต้องทำประชามติถาม ปชช.

พล.อ.อนุพงษ์ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ขอให้บรรจุในร่างนโยบายรัฐบาลว่า จะแก้หรือไม่แก้ต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายตามที่นายกฯบอกไว้ หน่วยงานใดมีส่วนเกี่ยวข้องไปดำเนินการ รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน ให้ภาคส่วนที่ต้องการแก้เสนอดีกว่า ถ้าใครจะแก้รัฐธรรมนูญก็มีกลไกอยู่แล้ว คนในรัฐบาลก็ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก “ผมไม่ได้พูดนะว่าบรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในนโยบายรัฐบาล อย่ามั่ว เพราะนายกฯเพียงบอกว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุน อย่าเอาตนไปเป็นเชลย และหากกระบวนการจะต้องทำประชามติก็ต้องทำ ต้องถามประชาชนก่อน ใครจะแก้ต้องทำประชามติก่อน ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมายมากมาย”

แก้ รธน.เขียนกว้างๆให้ทุกฝ่ายรับได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุม ครม.เก่านัดพิเศษว่า นายกฯได้นำร่างนโยบายรัฐบาลที่ต้องแถลงต่อรัฐสภามาหารือกับที่ประชุม โดยสอบถามความคิดเห็นแต่ละด้านที่อยากให้เพิ่มเติม ในฐานะได้ ดำเนินงานมาในฐานะรัฐบาลเก่าทั้งระยะสั้น ระยะยาว อยากให้ช่วยแสดงความคิดเห็น เนื่องจากเป็นนโยบายที่เกิดจากรัฐบาลผสมหลายพรรค มีเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าร่วมรับฟัง เพราะต้องนำร่างนโยบายรัฐบาลไปปรับปรุงถ้อยคำให้ถูกต้อง ร่างนโยบายรัฐบาลที่นายกฯแถลงต่อรัฐสภาจะอยู่ในส่วนของนโยบายที่เป็นกรอบกว้างๆเน้นย้ำแนวทางการทำงานรัฐบาลใหม่ ต้องไม่ทำให้เศรษฐกิจถดถอยและนำประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หารือกันว่าจะระบุไว้ด้วยแต่จะใช้คำพูดกว้างๆที่ทุกฝ่ายรับได้

“บิ๊กตู่” เบิร์ธเดย์ 66 ปี “สมคิด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายประชุม ครม. นายกฯได้มอบแจกันดอกไม้อวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 66 ปีให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ โดยนายกฯอวยพรขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่นายสมคิดกล่าวขอบคุณและกล่าวว่า “ให้กำลังใจนายกฯนะครับ”

“จุรินทร์” รูดซิปปากไม่วิจารณ์ไปก่อน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลจับมือพรรคพลังประชารัฐ สกัดข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปีแรกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องการให้ระบุไว้ในนโยบายของรัฐบาลว่า ต้องรอให้คนที่ไปเจรจา และร่วมยกร่างนโยบายรัฐบาลรายงานรายละเอียดให้ทราบก่อน ในชั้นนี้ยังไม่อยากพูดอะไรไปก่อน เพราะยังไม่แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่

“นิพนธ์” มั่นใจแก้ รธน.มีในนโยบาย

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมเจรจาประสานงานเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล กล่าวว่า ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าเขายังรักษาคำพูดตามเงื่อนไขที่คุยกัน ข่าวที่ออกมายังเชื่อว่าเป็นแค่เบื้องต้น ยังไม่ใช่ร่างนโยบายร่างสุดท้ายที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทำหน้าที่เลขานุการในการประชุมร่วมยกร่างนโยบายจะเป็นคนเขียน จึงต้องขอให้ดูร่างนโยบายรัฐบาลร่างสุดท้ายก่อนที่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าในวันที่ 16 ก.ค.จะได้เห็นร่างนี้

รอดูร่างสุดท้ายย้ำคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า ต้องดูสาระและการระบุถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในนโยบายรัฐบาลว่าเป็นอย่างไร จึงไม่ขอวิจารณ์ในเรื่องนี้ก่อน เพราะต้องให้เกียรติกัน ทำงานการเมืองสำคัญที่คำพูด ฉะนั้นส่วนตัวยังเชื่อว่าอย่างไรเสียการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเขียนไว้ในนโยบายรัฐบาล ได้เรียนให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทราบคร่าวๆแล้ว เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคหลักรวมหัวกันหักพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องนี้จะทำอย่างไร นายนิพนธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าทำงานการเมืองร่วมกัน ขั้วเดียวกันต้องให้เกียรติกัน รักษาคำพูด ในชั้นนี้เป็นเพียงข่าวในหน้าสื่อรายงานมา จึงต้องขอให้เห็นร่างสุดท้ายก่อนเสนอเข้า ครม.ก่อน

“จุติ” บอกรัฐบาลต้องฟังเสียง ปชช.

นายจุติ ไกฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ร่วมยกร่างนโยบายรัฐบาล กล่าวถึงกระแสข่าวที่ไม่มีการบรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในร่างนโยบายรัฐบาลว่า ยืนยันว่ามีการบรรจุการแก้รัฐธรรมนูญไว้ในร่างนโยบายแต่ยังไม่เห็นรายละเอียด พรรคร่วมรัฐบาลอื่นคิดอย่างไรไปละลาบละล้วงไม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่ามีการบรรจุไว้ในร่างนโยบาย หากไม่มีการบรรจุถึงตอนนั้นต้องมาคุยกันว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร การเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นหัวหน้ารัฐบาล คงต้องฟังเสียงจากประชาชนและตอบสังคมได้

พลิ้ว รธน.เรื่องเร่งด่วนไม่เท่าปากท้อง

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ถูกหลอกให้เข้าร่วมรัฐบาลแล้วหักหลัง ไม่ทำตามเงื่อนไข นายจุติตอบว่า ไม่มีคำว่าถ้า ขณะนี้ทุกฝ่ายควรมุ่งไปแก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อน เพราะปัญหาปาก ท้องไม่มีเวลามาทะเลาะ ไม่มีเวลาน้อยใจ เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือเรื่องปากท้องประชาชน ภารกิจหลักของรัฐบาลชุดนี้คือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในขณะที่เศรษฐกิจโลกผันผวน มีปัจจัยลบเยอะรัฐบาลต้องตั้งหลักและจับมือกันแก้ปัญหาให้กระทบกับคน ไทยน้อยที่สุด ถ้าสร้างบ้านประชาธิปไตยให้สวย แต่คนในบ้านอดอยากตายกันหมดก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้น รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน แต่ปัญหาปากท้องและปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนและสำคัญที่สุด

ปัดฮั้ว พปชร.งดส่งคนชิงผู้ว่าฯ กทม.

นายราเมศ รัตนะชเวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ และมีข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐขอร้องให้งดส่งผู้สมัครลงไปแย่งฐานเสียงกันเองว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องยอมรับว่ามีบุคคลที่เหมาะสมหลายคนที่มีศักยภาพพร้อมทำงานให้กับประชาชนพี่น้องชาว กทม. พรรคพร้อมทำงานรับใช้ ดังนั้นการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนี้ ท้ายที่สุดกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมเพื่อลงแข่งขันต่อไป ส่วนพรรคอื่นถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละพรรคที่จะส่งใครลงสมัคร ไม่มีความกังวลใจ และพรรคไม่เคยได้รับการประสานหรือต่อรองจากใครว่าจะส่งผู้สมัครลงชิงผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ เพราะหลักการคือเป็นสิทธิของพรรคการเมืองอยู่แล้ว

“องอาจ” ยังไม่เคาะพร้อมสู้ทุกพรรค

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครชิงผู้ว่าฯกรุงเทพฯว่า พรรคกำลังพิจารณาบุคคลอย่างไม่เป็นทางการ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะมีหลายคนสนใจลงสมัคร และมีหลายคนที่พรรคให้ความสนใจ ส่วนข่าวที่ว่าพรรคพลังประชารัฐขอให้พรรคประชาธิปัตย์งดส่งผู้สมัครเพื่อไม่ให้แย่งฐานเสียงกัน ไม่เคยมีการพูดคุยกัน พรรคประชาธิปัตย์ทำเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมาตลอด กฎหมายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเกือบทุกฉบับ พรรคมีส่วนริเริ่มผลักดันให้เกิดขึ้น รวมทั้งลักษณะการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เช่น กรุงเทพฯหรือเมืองพัทยา โดยหลักการพรรคต้องเตรียมพร้อมส่งผู้สมัครทุกเวลาที่มีชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ด้วยนั้น พรรคยังไม่เคยมีการคุยกันว่าใครเหมาะสม ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกรรมการบริหารพรรค เราพร้อมจะแข่งขันกับทุกพรรคอยู่แล้ว

“วีรศักดิ์” อิดออดขอทิ้ง ส.ส.หลังซักฟอก

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 16 ก.ค. เวลา 15.00 น. ได้นัดหมายรัฐมนตรีของพรรคมารวมตัวกันที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ก่อนเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ส่วนการลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ตามนโยบายของพรรคพร้อมลาออก แต่ยังมีข้อกังวลในตำแหน่งรัฐมนตรี ที่อาจถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รู้สึกกลัวๆเหมือนกันเพราะเป็น ส.ส.สมัยแรก และยังได้รับความไว้วางใจให้เป็น รมช.พาณิชย์ ทั้งยังมีคนเคยบอกตนว่าไม่ได้เป็นหรอกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงอยากจะเข้าไปร้องขอกับหัวหน้าพรรคว่า ยังไม่อยากลาออกทันทีแต่ขอเวลาสักระยะ ถ้าไม่ได้ก็พร้อมลาออก

“พิชัย” เฉ่ง “อุตตม” ชงลดภาษี

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า หลังแต่งตั้ง ครม.ที่มีเสียงยี้ดังกันไปทั่ว โดยเฉพาะนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้เสนอลดภาษีบุคคลธรรมดาให้ใกล้เคียงภาษีนิติบุคคล โดยหลักการควรเป็นเช่นนั้น ถ้าประเทศมีการกระจายรายได้ที่ดีพอ อยากให้นายอุตตมไปศึกษาโครงสร้างผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาให้ดีก่อนที่จะเสนอ รัฐบาลมีนโยบายต้องใช้เงินในโครงการประชารัฐจำนวนมาก ที่ผ่านมา 5 ปีก่อหนี้กว่า 2 ล้านล้านบาท จะลดภาษีที่เป็นรายได้ของรัฐแล้วจะเอาเงินจากที่ไหน จะกลายเป็นการกู้เพื่อแจก สร้างปัญหามากขึ้น ไม่อยากให้ประชาชนคิดว่านายอุตตมต้องการออกนโยบายนี้เพียงเพื่อจะกลบกระแสข่าวลบเรื่องเงินกู้กรุงไทย รัฐบาลที่ดีควรต้องแก้ความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งขยายฐานรายได้ของผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาก่อนจะคิดลดภาษี

ฉะขึ้นค่าแรงก้าวกระโดดฉุด ศก.ทรุด

นายพิชัยกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องค่าแรงชั้นต่ำนั้นควรจะต้องขึ้น และควรต้องทยอยขึ้นทุกปีตามอัตราเงินเฟ้อ แต่ที่ผ่านมา 5 ปี รัฐบาลแทบไม่ยอมขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเลยหรือขึ้นก็น้อยมาก แต่การจะขึ้นค่าแรงแบบก้าวกระโดดทั้งที่การลงทุนในประเทศมีน้อยอยู่แล้วจะยิ่งทำให้การลงทุนยิ่งหายไปอีก เศรษฐกิจจะยิ่งทรุด หากไ่ม่มีการปฏิวัติการลงทุนจะเป็นปกติทุกปี ค่าแรงก็จะทยอยปรับขึ้นทุกปี ป่านนี้ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 400 บาทแล้ว

ฝ่ายค้านทวงสัญญาพรรคร่วม รบ.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบของพรรคฝ่ายค้านในสภาฯ ว่า วันที่ 15 ก.ค. จะพูดคุยเตรียมการทำงานสภาฯ ประเด็นสำคัญคือการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา หลายนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลหาเสียงไว้ แต่ถึงเวลาเหมือนไม่ทำตามที่พูดไว้ เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาททันทีของพรรคพลังประชารัฐ แต่พอเป็นรัฐบาลกลับบอกว่าต้องพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานก่อนแล้วจะขึ้นแบบขั้นบันไดอีกทั้งการที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ตอนนี้บอกว่าจะแก้ปากท้องก่อน เหล่านี้เป็นการทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมตอนหาเสียงหรือไม่ เราจะเป็นปากเสียงแทนประชาชนสอบถามรัฐบาล

จ่อขอดเกล็ดคุณสมบัตินายกฯ-6 รมต.

นายอนุสรณ์กล่าวว่า นอกจากเรื่องนโยบายแล้ว สิ่งที่เราจะทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนคือการตรวจสอบคุณสมบัติ ความเหมาะสมของรัฐมนตรี เนื่องจากโพลหลายสำนักบอกตรงกันว่าประชาชนรู้สึกสิ้นหวังกับรายชื่อที่ออกมา เหมือนรัฐบาลพยายามนำบุคคลที่มีความไม่เหมาะสม ประชาชนคลางแคลงใจมาเป็นรัฐมนตรี ทั้งนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ที่มีปัญหาการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีปัญหาความเหมาะสมเรื่องคดีความในอดีต นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว. แรงงาน ที่มีส่วนร่วมในการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ เหล่านี้ มองว่าเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นไม่ให้สังคมโจมตีคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯหรือไม่ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านไม่ลืมประเด็นเหล่านี้ เราจะนำไปอภิปรายอย่างแน่นอน

พท.จัดทัพถล่มนโยบายรัฐบาล

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ครั้งแรกเตรียมการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า เราให้ความสำคัญทุกเรื่อง สิ่งที่เป็นปัญหาของประชาชนขณะนี้คือสภาพเศรษฐกิจถดถอย รวยกระจุกจนกระจายทั่วประเทศ หลังการแถลงนโยบายแล้วการบริหารงานจะเป็นอีกเรื่องที่ฝ่ายค้านให้ความ สำคัญ ได้วางตัวบุคคลที่จะอภิปรายนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาไว้แล้วยืนยันว่าจะไม่มีการตีรวน และจะขอหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในเร็ววันนี้ ขณะเดียวกันจะรอรัฐบาลส่งรายละเอียดของนโยบายมาด้วย เพื่อจะได้พิจารณารายละเอียดว่าต้องอภิปรายเรื่องใดบ้าง ตนจะเป็นหนึ่งในผู้อภิปรายภาพรวมของนโยบายว่าเป็นไปตามที่หาเสียงกับประชาชนหรือไม่

จี้ “บิ๊กตู่” เคลียร์ทุกข้อกังขา

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างเห็นชอบร่วมกัน หากได้ข้อตกลงชัดเจนน่าจะเดินหน้าแก้ไขบางมาตราได้ แต่สิ่งสำคัญต้องขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นชอบและเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้หรือไม่ ส่วนกรณีที่มีผู้เสนอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติรัฐมนตรีบางราย เป็นหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องพิจารณาว่ารัฐมนตรีท่านนั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ และต้องตอบข้อสงสัยของประชาชนให้ได้ หากตอบไม่ได้จะทำให้ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านสงสัย และประเด็นนี้จะเป็นปัญหาต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

โต้แก้ รธน.ไม่เกี่ยวช่วย “ธนาธร”

นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงร่างนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระเร่งด่วน เพราะจะเข้าทางปลดล็อกทำให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หลุดจากคดีว่า ไม่แปลกใจเพราะต่างรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อใคร รัฐบาลได้ประโยชน์จากกลไกรัฐธรรมนูญ ต้องไม่อยากแก้ไขเป็นเรื่องธรรมดา ที่พาดพิงถึงนายธนาธรเป็นความหวาดกลัวกันไปเอง เรื่องถือหุ้นสื่ออยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ลุยขอมติมหาชนกดดันนักการเมือง

“แม้รัฐบาลจะไม่ผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ 7 พรรคฝ่ายค้านจะเดินหน้ารณรงค์ขอมติมหาชน เหมือนกับการผลักดันรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่กระแสสังคมพร้อมใจกันสนับสนุนกดดันนักการเมืองต้องทำตาม ส่วนนโยบายต่างๆหาเสียงไว้ หากทำไม่ได้เท่ากับผิดสัญญา จะกลายเป็นตัวตลกไร้ความน่าเชื่อถือไปเอง” นายชำนาญกล่าว

พท.หนุน “ชัชชาติ” รับใช้คนกรุง

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคพลังประชารัฐได้ทาบทามนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา มาลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคเพื่อไทยไม่กังวล เพราะสนามนี้แตกต่างกับการเลือกตั้งทั่วไป พรรคจะสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถลงชิงตำแหน่ง เน้นคัดเลือกจากบุคลากรภายในพรรคและผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคมากกว่าจะทาบทามบุคคลภายนอกมาลง เนื่องจากในพรรคมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถหลายคน ส่วนตัวเห็นว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด ทั้งเรื่องคุณสมบัติความสามารถรวมถึงประสบการณ์ หากนายชัชชาติตอบรับจะลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคพร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่

ส.ว.เต้นเจอครหาสันหลังยาว

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีการประชุมวุฒิสภา โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในที่ประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก ส.ว.หยิบยกประเด็นที่สังคมโซเชียลมีเดียวิจารณ์การทำงานของ ส.ว.ผ่านภาพถ่ายในห้องประชุมที่มี ส.ว.จำนวนน้อยเข้าประชุม มีแต่ภาพเก้าอี้ว่างเปล่า เขียนบรรยายระบุเป็นสภาฯสันหลังยาวขึ้นมาหารือ โดยนายวันชัยกล่าวว่า ขอให้ที่ประชุมวางมาตรการป้องกัน เข้าใจว่าการถ่ายทอดภาพการ ประชุมเป็นหน้าที่สื่อมวลชน แต่การนำภาพสมาชิกที่ในห้องประชุมจำนวนน้อย และเขียนคำบรรยายใต้ภาพวิจารณ์การทำหน้าที่ ส.ว.ว่าสันหลังยาวนั้น วุฒิสภาต้องชี้แจงเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะ ส.ว.ไม่ได้ร่วมประชุมในห้องประชุมใหญ่เท่านั้น แต่มีกรรมาธิการชุดต่างๆด้วย ทั้งการประชุมไม่มีพักเที่ยง ทำให้มีสมาชิกออกจากห้องไปรับประทานอาหารกลางวัน

“พรเพชร” สั่ง จนท.ส่งไลน์เตือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นมี ส.ว.อภิปรายเสนอความเห็นหลากหลาย อาทิ ขอให้กำหนดช่วงพักเพื่อให้ ส.ว.รับประทานอาหาร การกำหนดองค์ประชุม ส.ว.ต้องอยู่ในห้องประชุมจำนวน 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 5 ของสมาชิก ให้นำภาพการประชุม กมธ.ของ ส.ว.ตัดออกอากาศสลับกับภาพในห้องประชุมใหญ่ และให้ประธานวุฒิสภาชี้แจงการทำหน้าที่ของ ส.ว.กับประชาชนเป็นระยะๆว่ามีการประชุม กมธ.ในช่วงเวลาเดียวกับที่ประชุมใหญ่ เป็นต้น ทั้งนี้นายพรเพชรกล่าวว่า ได้วางมาตรการป้องกันคือให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ แจ้งเตือนไปยัง ส.ว.ระบุว่ามีสมาชิกในห้องประชุมน้อย จากนั้นให้เป็นดุลพินิจที่ ส.ว.จะเข้าร่วมประชุม ขณะที่ข้อเสนออื่นต่างๆจะรับไว้พิจารณ

“สมชาย” เย้ย อนค.แห้วจ้อบีบีซี

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กว่า คำตอบจากแหล่งข่าวระดับสูงสุดของคนในวงการสื่อ ทำให้ถึงบางอ้อว่าทำไมนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส. บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ อุตส่าห์บินข้ามทวีปไปถึงสำนักงานใหญ่ของบีบีซี ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้วทำไมไม่เห็นภาพนักข่าวฝรั่งมาสัมภาษณ์หรือเข้าไปนั่งพูดคุยสนทนาสอบถามเรื่องการเมืองไทยกับทั้งสองคน ในกองบรรณาธิการข่าวหรือในสตูดิโอรายการข่าว อย่างที่หลายคนหมายมั่น ปั้นมือ หวังถ่ายภาพโปรโมตเป็นเรื่องใหญ่ให้เอฟซีตื่นเต้นเหมือนเคย ที่แท้เพราะความไม่สนใจของกองบรรณาธิการบีบีซี หรือความไม่ประสีของคนประสานงานแต่ที่แน่ๆแหล่งข่าวระดับสูงยิ่งในสื่อสารมวลชนไทยบอกความจริงให้รู้แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ ขำจนเกือบตกเก้าอี้ Head office ของบีบีซีย้ายไปอยู่เมืองแมนเชสเตอร์ จริงหรือไม่ใครช่วยไขความรู้ให้ทราบที ได้แต่สงสารพวกสร้างภาพ แห้วหงอยพิลึก

“หม่อมเต่า” ส่งพระไพรีฯ–ร.5 เบิกร่อง

เวลา 14.30 น. ที่กระทรวงแรงงาน น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นตัวแทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน อัญเชิญพระไพรีพินาศกะไหล่ทอง ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว รุ่น 80 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวรฯ วัดบวรนิเวศวิหาร สร้างปี 2536 และพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ครึ่งพระองค์ ทำจากหินอ่อนสีขาว ตั้งประดิษฐานบนโต๊ะหมู่บูชาในห้องทำงาน รมว.แรงงานบนชั้น 6 ของอาคาร 15 ชั้น โดย น.ส.อนุสรี กล่าวว่า เข้ามาช่วยดูแลความเรียบร้อยก่อน ม.ร.ว.จัตุมงคลจะเข้ากระทรวงวันที่ 17 ก.ค. เวลา 09.09 น. เป็นวันดีวันพระใหญ่ เหมาะกับการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้เป็นวันหยุดราชการไม่ได้รบกวนมากนัก วันต่อไปจะได้ทำงานได้เลย ให้ข้าราชการต้อนรับเรียบง่าย ไม่ต้องเตรียมอะไรพิเศษ พระปางประทานพร ท่านให้นำมาจากบ้าน ไม่ได้คิดจะมาปราบใคร และตระกูลของ ม.ร.ว.จัตุมงคลสืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่ 5 จึงนำพระบรมรูปมาสักการะบูชา

เคยเป็น กก.ค่าจ้างรู้เรื่องแรงงานดี

น.ส.อนุสรีกล่าวอีกว่า ในอดีตคนอาจมองว่าม.ร.ว.จัตุมงคลเข้มงวด สมัยเป็นปลัดกระทรวงการคลังต้องดูแลงบประมาณประเทศจึงต้องเข้มหรือดุไปบ้าง แต่เมื่อมาดูแรงงานมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย 38 ล้านคน ตั้งใจเข้ามาทำงานและเข้าใจมิติภาคแรงงานดี เคยเป็นคณะกรรมการค่าจ้าง รู้เรื่องแรงงานดีระดับหนึ่ง จึงไม่มีปัญหาในการทำงาน ส่วนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทเป็นนโยบายของรัฐบาล มีแนวทางอยู่แล้ว ต้องให้คณะกรรมการค่าจ้างในระบบไตรภาคีพูดคุยกัน

แม่ค้า–ลูกค้างงโรงอาหารหรูปิดแอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงานว่า บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในศูนย์อาหารของกระทรวงแรงงาน ตลอดจนข้าราชการและประชาชนที่เข้าไปใช้บริการ ต่างพากันบ่นกับสภาพอากาศในศูนย์อาหารที่มีการตกแต่งภายใน เปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ และติดตั้งระบบปรับ อากาศใหม่ทั้งหลัง ด้วยงบประมาณสูงถึง 11,650,000 บาท เริ่มเปิดให้บริการ 1 ก.ค. เป็นวันแรกในสภาพอากาศเย็นฉ่ำ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.ไม่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศอีกเลย ทำให้อากาศอบอ้าวอึดอัด ทั้งลูกค้าและแม่ค้าข้าวแกง พากันบ่นว่าจะเป็นลม ต่อมาได้เปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้ลมไหลผ่านได้ แต่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ข้าราชการว่าสร้างหรู ดูแพง แต่กลัวจ่ายค่าไฟเดือนละ 5 หมื่น

“บิ๊กป้อม” อำลาสภากลาโหม

พ.อ.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหมวาระพิเศษ ที่ศาลาว่าการกลาโหม โดย พล.อ.ประวิตรได้ขอบคุณสมาชิกสภากลาโหมและกำลังพลทุกเหล่าทัพ ที่ร่วมกันทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของรัฐบาล ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงต่อเนื่องเกือบ 5 ปี ทั้งการป้องกันประเทศ รักษาความมั่นคงความสงบเรียบร้อยภายใน การปกป้องสถาบันหลักและดูแลผลประโยชน์ชาติ แก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนภารกิจที่รัฐบาลมอบหมาย และขอให้กองทัพดำรงความมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นหลัก ประกันความมั่นคงของชาติเคียงข้างประชาชนต่อไป

“วิษณุ” แจง กอ.รมน.ไม่มีอำนาจกักตัว

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมบุคคลมาปรับทัศนคติไม่ได้ถูกยกเลิกไป แต่ปรับเปลี่ยนให้เป็นอำนาจของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า กอ.รมน.ไม่ใช่ทหาร เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนสังกัดสำนักนายกฯ ทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย การเรียกปรับทัศนคติ จะไม่มีการกักตัว ทุกวันนี้มีเชิญไปปรับอยู่แล้วคือขอร้อง แต่ไม่สามารถเอาไปควบคุมตัวได้ การจะคงอำนาจแบบนี้ไว้ไม่เป็นไร เพราะเป็นอำนาจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ดีกว่าเอะอะแล้วประกาศกฎอัยการศึก ไม่เช่นนั้นเขาจะประกาศกฎอัยการศึก

“อัศวิน” อยู่ต่อจนนายกฯ เปลี่ยนคำสั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ช่วงเย็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เดินทางเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ โดยหารือกันเป็นเวลาสั้นๆ ต่อมานายวิษณุเปิดเผยว่า พล.ต.อ.อัศวินไม่ได้มาหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวินจะอยู่ในตำแหน่งไปจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ถึงแม้ว่าไม่มี คสช.แล้วคำสั่งดังกล่าวระบุว่าจะอยู่ต่อไปจนกว่านายกฯจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หากนายกฯมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องให้ปลัด กทม.รักษาการ แต่ไม่สามารถออกคำสั่งแต่งตั้งคนใหม่ได้

“ประยุทธ์” แถลงปิดฉาก คสช.

เมื่อเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้อ่านสารผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในโอกาสสิ้นสุดการทำหน้าที่หัวหน้า คสช.ตอนหนึ่งว่า ถือโอกาสอำลาประชาชนและขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือด้วยดี บัดนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ มี ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากความเห็นชอบของรัฐสภา สิทธิเสรีภาพต่างๆได้รับหลักประกันคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญตามแบบอย่างนานาอารยประเทศ ปัญหาทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขตามกฎเกณฑ์ปกติโดยไม่มีอำนาจพิเศษใดๆอีกต่อไป ทั้งนี้จะเป็นรัฐบาลของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นรัฐบาลของชาวไทยทุกคน ไม่แบ่งแยกพื้นที่ตามฐานเสียงพรรคการเมือง ทุกคนมีหน้าที่ต้องสนองพระบรมราชปณิธานของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดและปกป้องรักษาแผ่นดินไทย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนุพงษ์ เผ่าจินดาแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญพรรคประชาธิปัตย์ประชามติประชามติรัฐธรรมนูญข่าวหน้า1เลือกตั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้