ข่าว
100 year

แย่งห้อง-จองกรมใหญ่ รัฐมนตรีงัดข้อ 2 กระทรวงป่วน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์13 ก.ค. 2562 05:33 น.
SHARE

"ธรรมนัส" ฟัด "ประภัตร" ถาวรขบเหลี่ยมอธิรัฐ "ธนกร" จ่อลุ้นโฆษกรัฐ พท.เลือก กก.บห.ใหม่ เด็ก "เจ๊หน่อย" ยกแผง

รมต.ใหม่เอาฤกษ์เอาชัย ส่งทีมงานจับจอง ห้อง “บิ๊กป้อม” ถือเคล็ดให้ฝ่าย เสธ.อุ้มพระปางมารวิชัยเข้าทำเนียบ “เสี่ยหนู-เทวัญ” ส่งคนดูห้องที่ทำเนียบ ก.คมนาคมส่อเค้าวุ่น ขรก.จับกลุ่มวิจารณ์ปมแบ่งเค้กในพรรคร่วม “อธิรัฐ” ขอจองเก้าอี้กรมเกรดเอ “ทางหลวง-ทางหลวงชนบท-ระบบราง” ขณะที่ “ถาวร” ส่ง “เจือ ราชสีห์” ขอข้อมูลโครงการเมกะโปรเจกต์ “เฉลิมชัย” ปัดจ้องโยกย้าย ขรก.เกษตรฯ ยึดหลักทำงานร่วมกันไม่มี “พระเอกขี่ม้าขาว” ปลัดฯประชดแรงถ้ามีให้ยุบ ก.พ.ไปซะ “ประภัตร-ธรรมนัส” เปิดศึกยกแรก ชิงห้องทำงานที่ กษ. “สมคิด” ตั้ง “กอบศักดิ์” นั่งเลขาฯปลอบใจ “อนุทิน” ไม่ขัด “นาที” ดิ้นอุทธรณ์ พรรคร่วมปิดจ๊อบร่างนโยบายรัฐบาล ฉบับสมบูรณ์ส่งถึงมือนายกฯ 13 ก.ค. เพื่อไทยปรับทัพใหม่ “สมพงษ์” นั่งหัวหน้าตามคาด “อนุดิษฐ์” เลขาฯ มุ่งทำศึกในสภา รอซักฟอก “นโยบาย-งบประมาณ-ไม่ไว้วางใจ”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ภาพลักษณ์รัฐมนตรีที่ร่วมรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดรัฐมนตรีหลายคนได้ส่งทีมงานไปจับจองห้องทำงาน และเคลียร์พื้นที่ก่อนเข้าไปนั่งทำงานอย่างเป็นทางการ แต่หลายกระทรวงเริ่มมีการจับจองกรมระดับเกรดเอ ที่มีงบประมาณมากๆกันแล้ว โดยเฉพาะกระทรวง คมนาคม

พรรคร่วมปิดจ๊อบร่างนโยบาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่ห้องประชุมทีโอที มีการประชุมคณะทำงานประสานงานและจัดทำนโยบายของรัฐบาล ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมทำเนื้อหาร่างนโยบายแถลงต่อรัฐสภา มีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลร่วมประชุม อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะทำงานฯ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายนิกร จำนง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา แต่ขาดตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ต่อมานายสนธิรัตน์แถลงว่า ภาพรวมนโยบายพรรคร่วมรัฐบาลเห็นตรงกันทั้งหมดแล้ว รอปรับรายละเอียดอีกเล็กน้อย ก่อนส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในวันที่ 13 ก.ค. หัวใจคือต้องขับเคลื่อนงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ต้องยึดมาตรการทำงานร่วมกัน วันนี้ที่ไม่มีตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพิจารณาเนื้อหาเป็นที่พอใจแล้ว

“สนธิรัตน์” ฟุ้งเงินไม่ใช่ปัญหา

นายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า ยืนยันว่านโยบายรัฐบาล และมาตรการที่จะเกิดขึ้นเป็นไปตามกรอบงบประมาณ ที่หลายฝ่ายกังวลในเรื่องของเม็ดเงินที่จะนำมาใช้ อาทิ โครงการสวัสดิการแม่และเด็ก ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาท ยืนยันว่ามีแนวทางการขับเคลื่อนได้แน่นอน เรื่องนโยบายรัฐบาลไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น ประเด็นใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนจะนำมาพิจารณาเขียนไว้ด้วย หากมีโอกาสอยากหารือร่วมกับพรรคฝ่ายค้านเช่นกัน ส่วนการแถลงนโยบายควรมีเวลาให้ทุกฝ่ายพิจารณาและแสดงความคิดเห็น ไม่กังวลว่าจะถูกฝ่ายค้านนำเวทีนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือหรือประโยชน์ทางการเมือง มองในแง่ดีที่ว่าทุกฝ่ายต้องร่วมแสดงความเห็นเพื่อประโยชน์ของประเทศ ความเห็นใดที่เป็นประโยชน์ หรือเป็นประเด็นติติงเราพร้อมรับฟัง

“พุทธิพงษ์” ดอดเข้าหา “บิ๊กตู่–สมคิด”

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดคุยกันประมาณ 20 นาที จากนั้นนายพุทธิพงษ์เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า มาที่ห้องทำงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รอง นายกรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการ 1 นายสมคิดกล่าวว่า นายพุทธิพงษ์มาสวัสดีพูดคุยเท่านั้นไม่มีอะไรมาก ได้แสดงความยินดีกับตำแหน่งใหม่ อวยพรและให้คำแนะนำในการทำงานไป เชื่อมั่นว่านายพุทธิพงษ์ทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว

ฉบับสมบูรณ์ถึงมือนายกฯ 13 ก.ค.

นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า มากราบนายกฯตามปกติ และมาสวัสดีนายสมคิด เพื่อขอทราบแนวทางการร่างนโยบายรัฐบาลจากนายกฯ นำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในการร่างนโยบาย คาดว่าจะส่งร่างนโยบายที่เสร็จสมบูรณ์ให้นายกฯได้วันที่ 13 ก.ค. แต่ยังไม่มีการหารือเรื่องตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตรงนี้นายกฯจะเป็นผู้พิจารณา คาดว่าท่านอาจมีบุคคลที่เหมาะสมไว้ในใจแล้ว อาจมาจากพรรคพลังประชารัฐเสนอ หรือที่นายกฯเลือกมาเองก็ได้ ส่วนตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกฯอีก 3 ที่ มาจากพรรคร่วมรัฐบาล สำหรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองในส่วนของพรรคพลังประชารัฐยังมีเวลาพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดการจัดทำร่างนโยบายรัฐบาลเมื่อนำข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาลมารวมแล้ว มีเนื้อหาเพิ่มขึ้นจาก 35 หน้า เป็น 41 หน้า และคาดนายกฯน่าจะใช้เวลาแถลงนำเสนอนโยบายรัฐบาลอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

“วิษณุ” ย้ำแถลงเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 24-25 ก.ค.ว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ต้องไปกำหนดร่วมกับประธานสภาฯ และต้องคุยกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะการแถลงนโยบายต้องมีการประชุมร่วมรัฐสภา ดังนั้นต้องถามทางวุฒิสภาด้วย แต่โดยหลักตัวนโยบายต้องเสร็จก่อน จึงจะกำหนดวันแถลงนโยบายได้ แต่ถ้าเร็วได้ก็เป็นเรื่องดี เท่ากับได้เริ่มงานเร็ว

ไม่หวั่นฝ่ายค้านจองกฐินแต่วัน

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติสมัยร่วม ครม.นายทักษิณ ชินวัตร ออก พ.ร.ก.แปลงสัญญาสัมปทานโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตโดยมิชอบ ว่า อะไรที่เป็นสิทธิเขาทำได้ไม่มีปัญหา ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้จะได้เตรียมตัว แต่ไม่มีอะไรหนักใจเบาใจด้วยซ้ำ เป็นอย่างนี้มาทุกยุคว่าไปตามเกมตามกติกา หากพาดพิงก็ชี้แจงได้ ประชาชนไม่ควรไปตื่นเต้น ช่วยทำใจสนุกไปตามนั้น ยืนยันไม่มีมลทิน ไม่มีอะไรมัวหมอง รู้กันอยู่ กติกาหรือเกมทางการเมืองมันมีอะไรบ้าง ไม่ใช่เรื่องวิชามารอะไร ไม่ใช่ว่าไม่กลัว แต่ทางการเมืองเขาไม่ได้กลัวอะไรกันอยู่แล้ว

รับนโยบายนายกฯไปปรับแก้

ต่อมาเวลา 14.00 น. เลขานุการส่วนตัวนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลโดยเลี่ยงไปขึ้นด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลพร้อมซองเอกสารราชการสีน้ำตาล คาดว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับร่างนโยบายที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกระทรวง ที่นายกฯต้องการให้นำไปศึกษา หรือให้นำไปบรรจุเพิ่มเติมในร่างนโยบายรัฐบาล

“บิ๊กป้อม” เอาเคล็ดเข้าทำเนียบ

สำหรับความเคลื่อนไหวของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เริ่มส่งทีมงานมาดูห้องและสถานที่ทำงานรวมถึงตรวจดูความเรียบร้อยต่างๆ ล่าสุดเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งทีมงานนายทหารประจำสำนักงาน ย้ายโต๊ะหมู่บูชา พร้อมอัญเชิญพระพุทธรูปปางมารวิชัย หรือปางชนะมาร หรือปางสะดุ้งมาร พร้อมพระปางลีลา 25 พุทธศตวรรษ พระพุทธรูปบูชาอื่นๆ และครุฑบูชา 2 องค์ เนื้อทองและเนื้อสัมฤทธิ์ จากห้องทำงานกระทรวงกลาโหม มาไว้ที่ห้องทำงานชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

“เสี่ยหนู–เทวัญ” ส่งทีมจับจองห้อง

กระทั่งเวลา 14.10 น. ทีมงานนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. สาธารณสุข เข้ามาดูห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ 1 โดยใช้ห้องเดิมของ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อดีตรองนายกฯ และเวลาไล่เลี่ยกันนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผอ.พรรคชาติพัฒนา ทีมงานของนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เข้ามาดูห้องทำงานที่ชั้น 2 ตึกบัญชาการ1 คาดว่าช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ ทีมงานรองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะเริ่มเข้ามาเคลียร์พื้นที่ และเตรียมห้องทำงานกันต่อ

3 รมต.คมนาคมส่งทีมงานดูห้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม จากพรรคพลังประชารัฐ ส่งทีมงานมาพบข้าราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม เพื่อเลือกห้องทำงาน โดยนายอธิรัฐเลือกห้องทำงานชั้น 3 ซึ่งเดิมเป็นห้องทำงานของนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ขณะที่นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ไปอยู่ห้องทำงานชั้น 3 อาคาร 3 เดิมเคยเป็นห้อง รมช.คมนาคมมาหลายสมัย แต่สภาพห้องต้องปรับปรุงขนานใหญ่ เพราะถูกปิดตายมาหลายปี ส่วนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย ห้องทำงานจะอยู่ชั้น 2 อาคาร 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานประจำตำแหน่ง รมว.คมนาคมมาทุกสมัย ล่าสุดวันที่ 12 ก.ค. นายอธิรัฐได้ส่งทีมงานมาดูห้องอีกครั้ง แต่ไม่สามารถเข้าไปดูได้เนื่องจากนายไพรินทร์ยังคงมาทำงานอยู่ จึงนัดหมายข้าราชการจะมาดูห้องในช่วงวันหยุดแทน

ส่อเค้าวุ่นแย่งเค้กกรมเกรดเอ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายในกระทรวงเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเรื่องการแบ่งงานกันอย่างกว้างขวาง หลังมีการแจ้งให้ข้าราชการหลายหน่วยงานทราบว่า นายอธิรัฐมีความประสงค์จะกำกับดูแลงานกรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท และงานระบบรางทั้งหมด ขณะที่ก่อนหน้านี้ 1 เดือน นายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา ทีมงานของนายถาวร เสนเนียม เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี เพื่อขอข้อมูลในการดำเนินการโครงการต่างๆที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการอยู่ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อไปศึกษาข้อมูลก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ กรมทางหลวงถือเป็นกรมใหญ่ และมีงบประมาณมาก รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับระบบรางทั้งหมด ถือเป็นภารกิจสำคัญตั้งแต่โครงการรถไฟความเร็วสูง, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โครงการรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆในเมือง ที่ผ่านมามักถูกกำกับดูแลโดย รมว.คมนาคม จึงเป็นที่จับตาเรื่องการแบ่งงาน จะกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐมนตรีที่อยู่ต่างพรรคหรือไม่

“เฉลิมชัย” ปัดจ้องโยกย้าย ขรก.

ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการโยกย้ายข้าราชการเป็นงานแรกหลังเข้าทำงานอย่างเป็นทางการว่าการโยกย้ายข้าราชการ ต้องมีกรอบเวลา ฤดูกาลในการแต่งตั้งโยกย้าย สิ่งที่คำนึงถึงอันดับแรก คือเรื่องราคาสินค้าและปากท้องของเกษตรกร แต่การแต่งตั้งเพื่อทดแทนตำแหน่งเกษียณต้องเกิดขึ้นแน่นอนอีก 2 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ตราบที่ยังไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฤษฎา บุญราช ยังเป็น รมว.เกษตรฯ ต้องให้เกียรติ จะไม่เข้าไปล้วงลูกงานประจำ แต่ในฐานะคนที่จะเข้ามาดูงานจำเป็นต้องรู้งานว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างต้องจับตาสถานการณ์ โดยเฉพาะสถานการณ์ยางพารา หากเข้าไปทำงานเต็มตัวจะเร่งหามาตรการช่วยกระตุ้นราคาให้เป็นไปตามกลไกราคา “เข้าใจกติกาการทำงาน รู้มารยาท จะไม่เข้ามาล้วงลูกจะไม่เสียมารยาท มีคนถามว่าจะไหวไหม เพราะรัฐมนตรี 4 คนมาจาก 4 พรรค ผมมองว่าไม่มีปัญหา 4 พรรคแต่เป็นพรรคร่วม ไม่จำเป็นต้องมีความขัดแย้ง ทุกคนรู้สถานการณ์ดีต้องทำงานเชิงรุก ต้องช่วยกันรับผิดชอบ ไม่มีใครทำงานคนเดียวได้ การทำงานกระทรวงเกษตรฯจะไม่มีพระเอกขี่ม้าขาว”

ปลัดฯประชดถ้ามีให้ยุบ ก.พ.ไปซะ

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากกระแสข่าวดังกล่าวถ้าเกิดขึ้นจริงก็ยุบสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปได้เลย เพราะถือว่าระบบไม่มีแล้ว ประเทศชาติจะอยู่ยังไง เชื่อว่ารัฐมนตรีต้องเข้ามาดูงานก่อนหากจะมีการปรับทัพเป็นเรื่องธรรมดา เพราะถ้างานไม่สามารถเดินได้ก็ปรับทัพ ปรับคนได้ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าต้นทุนการทำงานของกระทรวงเกษตรฯถูกลดทอนลงไป โดยเฉพาะกรมชลประทาน ที่ขณะนี้โครงสร้างการบริหารจัดการน้ำ ไปขึ้นตรงกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จากเดิมกรมชลประทานต้องทำงานให้บริการกับเกษตรกรเพียงอย่างเดียว เมื่อโครงสร้างการบริหารเปลี่ยนใหม่ สิ่งแรกที่กรม ชลประทานต้องดูแลคือน้ำเพื่อการบริโภค แล้วค่อยมาถึงน้ำเพื่อการเกษตรที่หลังๆทำให้ต้นทุนเพิ่ม ประสิทธิภาพเพื่อการเกษตรลดลง

“ธรรมนัส–ประภัตร” เปิดศึกยกแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายประภัตร โพธสุธน และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ได้ส่งทีมงานเข้ามาตรวจสถานที่และดูห้องทำงาน เมื่อทั้ง 2 ทีมดูเสร็จต่างเห็นพ้องกันว่าต้องการใช้ห้องด้านปีกซ้ายของกระทรวง เพราะเป็นห้องใหญ่ห้องเดียว ขณะที่ปีกขวาถูกซอยเป็น 2 ห้องเป็นของรัฐมนตรีช่วย ขนาดห้องเล็กกว่ามาก ทั้งนี้ ห้องด้านปีกซ้ายเป็นห้องที่นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ ใช้อยู่ มีห้องประชุม ห้องรับประทานอาหารด้วย รวมถึงอยู่ติดกับห้องวอร์รูมสถานการณ์น้ำที่มีเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย ซึ่งกรมชลประทานใช้งบประมาณมาสร้าง และยังมีคำร่ำลือว่าใครที่มาใช้หักปีกขวานี้ต้องมีอันหลุดจากเก้าอี้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เกิน 3 เดือน 6 เดือน

“อนุทิน” ไม่ขัด “นาที” ดิ้นอุทธรณ์

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เตรียมยื่นอุทธรณ์หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาสั่งจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปี จากกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ว่าเป็นสิทธิของนางนาที ส่วนจะถูกตัดสิทธิ์สิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ตลอดชีวิตหรือไม่ ต้องรอให้ศาลเป็นผู้สั่ง คาดว่าอีกไม่นานศาลน่าจะส่งคำพิพากษามายังผู้ที่เกี่ยวข้อง การประชุม ส.ส.เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นางนาทีไม่ได้เข้าประชุมเพราะมีอาการป่วยอยู่ เมื่อถามถึงกรณีปรากฏชื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ไปเป็นรองโฆษกรัฐบาล ได้ส่งชื่อไปหรือไม่ นายอนุทินตอบกลับแบบงงๆว่า “ยังไม่ได้ส่ง สื่อรู้ก่อนผมได้ไง”

พปชร.ดัน “ธนกร” ขึ้นโทรโข่ง รบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุตตม สาวนายน หัวหน้า พรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้หารือและเห็นตรงกันจะเสนอชื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อเป็นตัวเลือกในตำแหน่งโฆษกรัฐบาล เพราะมองว่าเชี่ยวชาญการตอบโต้ทางการเมือง ขณะนี้ถือเป็นรัฐบาลปกติแล้วต้องถูกฝ่ายค้านเดินเกมกดดันทุกรูปแบบ จำเป็นต้องมีโฆษกรัฐบาลที่ถึงลูกถึงคน สามารถตอบโต้และชี้แจงได้ ที่ผ่านมานายธนกรเป็นคนเดียวที่คอยปกป้องพรรค และ พล.อ.ประยุทธ์มาตลอด และยังมีความสัมพันธ์กับกลุ่มนักข่าว

“การดี” เหน็บสื่อกระพือเฟกนิวส์

วันเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีชื่อ “Karndee Leopairote” ของ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ที่มีบทบาทเป็นอาจารย์ นักวิชาการ นักธุรกิจ มีชื่อว่าจะมาเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ คนใหม่ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “กราบขอบพระคุณที่มีผู้ใหญ่เล็งตำแหน่งอันทรงเกียรติไว้ให้นะคะ แต่ด้วยความสัตย์จริง ไม่เคยมีการพูดคุยหรือทาบทามแต่อย่างใด ประหลาดใจมากกว่าที่ข่าวทุกสำนัก ทั้งใหญ่และเล็ก “ลอก” ข้อความเดียวกันมาแบบเด๊ะๆ ไม่มีใครโทร.หรือติดต่อมาเช็กข่าวเลย ยกเว้นสำนักเดียวที่ไลน์มาถามส่วนตัวก่อน บ้านเราคงมีปัญหาเรื่องกระพือข่าวกันจริงๆ ตอนนี้ กำลังติดต่อ page ลุงตู่ ข่าวจริงประเทศไทย ให้ใส่ข่าวนี้อยู่ในหมวด Fake News กะเค้าด้วย คิดดูดิถ้าต้องเป็นโฆษกจริง ต้องมานั่งรบ fake news กันเป็นอาชีพจะปวดกบาลขนาดไหนน้อ”

“วัชระ กรรณิการ์” ยังไม่ถูกทาบ

ขณะที่นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กปฏิเสธกระแสข่าวว่าเป็นแคนดิเดตนั่งในทีมโฆษกรัฐบาลว่า “ไม่ใช่...ครับ ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อบางสำนักว่า ผมจะได้รับความไว้วางใจและถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งหนึ่งในทีมโฆษกรัฐบาลนั้น ข่าวดังกล่าวน่าจะมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ข้อเท็จจริง นั้นไม่ได้รับการติดต่อหรือทาบทามใดๆ”

“สมคิด” ตั้ง “กอบศักดิ์” ปลอบใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ที่อกหักจากเก้าอี้รัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เตรียมดึงตัวมาช่วยงานโดยจะให้มาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกฯ นายสมคิด) ซึ่งจะเสนอ ครม.ต่อไป และนายสมคิดได้สั่งให้ปรับปรุงขยายห้องทำงานที่ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 กันส่วนหนึ่งไว้เป็นห้องทำงานของนายกอบศักดิ์แล้ว และมีรายงานข่าวว่าในการประชุม ครม.นัดแรกหลัง ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมีการ เสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วย

“จุติ” ผงะค่าข้าวคนชราเท่านักโทษ

วันเดียวกันเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตภายในศูนย์ฯ เป็นการส่วนตัว และถือโอกาสร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเยาวชนจิตอาสา จากสมาชิกชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาเลี้ยงอาหารกลางวันผู้สูงอายุ โดยกลุ่มผู้สูงอายุต้อนรับด้วยการร้องเพลง “เต่างอย” และ “80 ยังแจ๋ว” ให้ฟัง ร่วมรำวง และขอสวมกอดกันอย่างสนุกสนาน นายจุติกล่าวว่า จะสนับสนุนสวัสดิการเต็มที่เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม นายจุติถึงกับออกอาการตกใจ หลังทราบจากเจ้าหน้าที่ว่างบฯ ค่าอาหารของคนชรา ได้เพียงวันละ 57 บาท เท่ากับนักโทษในเรือนจำ

ปชป.มัดคอ “สนธิรัตน์” รับ 3 เงื่อนไข

นายจุติกล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันเงื่อนไข 3 เรื่องที่ต้องกำหนดในนโยบายรัฐบาล คือ ประกันรายได้เกษตรกร การแก้ไขวิธีการแก้รัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้นภายใน 1 ปี และการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ รับปากทางโทรศัพท์กับหัวหน้าพรรคแล้ว ส่วนที่มีกระแสข่าวจะไม่มีการระบุชัดเจนเรื่องประกันรายได้เกษตรกร และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่พรรคพลังประชารัฐต้องทบทวน เพราะเป็นข้อตกลงเดิม คิดว่าน่าจะส่งให้ทุกพรรคเห็นร่างก่อนแถลงต่อรัฐสภา

“จุติ–กัลยา” จ่อลาออก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า มี ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ที่ไปเป็นรัฐมนตรี 3 คน แต่จะมีการลาออกจากตำแหน่ง 2 คน คือ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ยกเว้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค ที่ต้องทำหน้าที่ประสานงานในสภาผู้แทนราษฎร และเป็นข้อตกลงในที่ประชุมพรรคไว้ก่อนแล้ว โดยนายจุติและคุณหญิงกัลยา จะลาออกหลังเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตน สำหรับผู้ที่จะได้เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อแทน คือลำดับที่ 22 นายพิสิฐ ลี้อาธรรม และลำดับที่ 23 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งจากนายชวน หลีกภัย ให้เป็นเลขานุการประธานรัฐสภา ทั้งนี้ มีประเด็นที่มีความเห็นภายในพรรคว่า นายอิสระควรตัดสินใจเลือกตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ระหว่างเลขานุการประธานรัฐสภา กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเปิดทางให้คนอื่นได้เข้ามาทำงาน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน

พท.ปรับทัพเลือก กก.บห.ใหม่

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 ประจำปี 2562 เพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยมีแกนนำพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมคึกคัก อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ หาเสียง นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. มีการจัดเตรียมคูหาไว้ให้ลงคะแนนเพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่

“สมพงษ์–อนุดิษฐ์” ถือธงตามโผ

ต่อมาที่ประชุมมีมติเลือกกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 29 คน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้า พรรค ขณะที่รองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายไพจิต ศรีวรขาน นายเกรียง กัลป์ตินันท์ นายวิทยา บุรณศิริ นายสามารถ แก้วมีชัย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นายนคร มาฉิม พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ มี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นเลขาธิการพรรค น.ส.ละออง ติยะไพรัช นายจตุพร เจริญเชื้อ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายศราวุธ เพชรพนมพร นายสุรชาติ เทียนทอง น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เป็นรองเลขาธิการพรรค นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรค นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค นายประพนธ์ เนตรรังสี และนายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค

ผวายุบพรรค 11 ส.ส.ถูกตัดสิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย 29 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มสายตรงคนแดนไกล กลุ่มกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมสายนายภูมิธรรม เวชยชัย อาทิ นายชูศักดิ์ นางลดาวัลลิ์ นายเผ่าภูมิ ขณะที่กลุ่มใหญ่สุดเป็นสายคุณหญิงสุดารัตน์ ที่มีทั้ง ส.ส.และอดีต ส.ส.ในทุกภาค เช่น น.อ.อนุดิษฐ นายวิชาญ นายสามารถ นายประเสริฐ นายจตุพร นพ.ชลน่าน นายจิรายุ และนายอนุสรณ์ แต่ในกรรมการบริหารพรรคมี ส.ส.ร่วมอยู่ด้วยถึง 11 คน จึงเกิดความกังวลว่า ขณะที่พรรคเพื่อไทยถูกจ้องเล่นงานจากขั้วตรงข้าม หากเกิดอุบัติเหตุ การเมืองโดยเฉพาะถูกยุบพรรค อาจทำให้พรรคเสียบุคลากรที่เป็น ส.ส.ที่กำลังมีบทบาทโดดเด่นในสภาฯ ต้องถูกเว้นวรรคการเมืองไปมากถึง 11 คน

ประเดิมซักฟอกนโยบายรัฐบาล

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แถลงว่า กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค นำพาพรรคไปในแนวทางที่ถูกที่ควร ทั้ง 29 คน เป็นคนรุ่นใหม่ มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ไม่มีสตันต์แมนหรือนอมินี จะสนับ สนุนการอภิปรายในสภาฯ เจาะประเด็นในสิ่งที่รัฐบาลทำเสียหายต่อประเทศ มีเจตจำนงแก้ปัญหาให้ลุล่วง หาทางผลักดันให้รัฐบาลรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ส่วนแผนทำงานในสภาฯ จะเริ่มตั้งแต่อภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาล เรื่องจริยธรรม ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และก่อนปิดสมัยประชุมต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากกรรมการบริหารพรรคแล้ว ยังมีบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในคณะต่างๆ เช่น คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค มีนายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค มีคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นประธาน

เย้ยปริ่มน้ำต้องขยันให้มากหน่อย

นายสมพงษ์กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีบางส่วนมาจาก ครม.ชุดที่ผ่านมา เราจะดูการทำงานของ ครม.ทั้งสองชุดควบคู่กันไป ขณะนี้ไม่ยังเจาะจงไปที่ใครแต่เชื่อว่าท่านรู้ตัวท่านเอง ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุไม่อยากให้ใช้เวทีสภาฯเป็นที่ล้มรัฐบาลนั้นสภาฯ ไม่ได้เป็นที่ล้มรัฐบาลแต่เป็นเพราะประชาชนจะเห็นเอง การล้มรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่าย เขามีเสียงส่วนใหญ่เกินเราไป 5-6 เสียง แต่เขาก็ยังรวมกันได้เขาก็ต้องขยันกันหน่อย

“อนุดิษฐ์” ลั่นนำ พท.สู่ความยิ่งใหญ่

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยฝ่าฟันสถานการณ์การเมืองมามากมาย แต่ประสบความสำเร็จมาตลอด ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ขอสัญญาและปวารณาว่าจากนี้จะทำเพื่อพรรค ให้เป็นพรรคยิ่งใหญ่เพื่อประชาธิปไตย และขอให้โอกาสตนเป็นตัวเชื่อมระหว่าง ส.ส. และผู้บริหารในส่วนกลาง จะมีโครงการเพิ่มความสามารถยกระดับสมาชิกพรรค เพื่อประโยชน์ ในภารกิจในฐานะตัวแทนประชาชน

“เจ๊” คึกเน้นฝ่ายค้านทรงอานุภาพ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เผชิญอยู่ตอนนี้ ต้องเตรียมพร้อม 3 เรื่อง คือ ความท้าทายทางการเมือง การต่อสู้กับรัฐธรรมนูญและกติกาที่บิดเบี้ยว กับประชาธิปไตยจอมปลอม ความท้าทายทางเศรษฐกิจ และความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เพื่อไทยยุคใหม่จะเข้าถึงและนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในสภาฯมากขึ้น เป็นเครื่องมือทำงานให้ประชาชนได้ทรงอานุภาพ จะ เป็นฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง ดูแลผลประโยชน์ประชาชน

“ป๋าเหนาะ” ยังสู้หายใจได้ไม่มีเลิก

นายเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราเป็นฝ่ายค้าน มีเสียงมากที่สุดแต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะนักกฎหมายเขียนกฎหมายมีจิตใจต่ำช้าสามานย์ เขียนตามคำสั่งโจรห้าร้อย เอาอำนาจอธิปไตยจากประชาชนเป็นของ เผด็จการ สร้างความเสียหายให้บ้านเมืองย่อยยับ วันนี้ต้องขอบคุณกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่ให้เกียรติ หัวใจยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้มีคนมาขอให้เลิกแต่ยังไม่เลิก คำว่าเลิก เท่ากับปฏิเสธความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง หากยังมีลมหายใจ ไปไหนมาไหนได้จะไม่ยอมเลิก มีอะไรที่พอให้ทำได้ ไม่ต้องเกรงใจ ยังพอมีบารมีพอสมควร ขอย้ำว่าสมาชิกในพรรคยังรักและสามัคคีกัน คงไม่มีสัตว์เลื้อยคลานในพรรคอย่างแน่นอน

“ภูมิธรรม” ไฟเขียว รบ.ปั๊มนโยบาย

นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวถึงที่กรณีรัฐบาลจะนำเอานโยบายของฝ่ายค้านไปใช้ประกอบการทำงานว่า หากนำไปทำ ถือว่าเป็นเรื่องดี ไม่ต้องเหนียมอาย แต่หวังว่าจะนำไปทำอย่างเข้าใจ ไม่ใช่ ทำเพื่อให้เป็นรูปแบบว่าได้ร่วมมือกับฝ่ายค้าน ในยุคของเราตั้งใจว่าจะไม่ใช้แต่วาทกรรมทำลายหรือโต้แย้งกัน จะทำหน้าที่เสนอแนะรัฐบาล รัฐบาลต้องปรับตัวเคยชินแต่ที่ไม่มีฝ่ายค้าน ทำดีเราสนับสนุน ทำไม่ดีต้องท้วงติงเป็นธรรมดา ต้องเข้าใจว่าการคัดค้าน การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจล้วนเป็นวิถีทางประชาธิปไตย อย่าคิดว่าฝ่ายค้านเพียงแค่ต้องการมาล้มล้างรัฐบาล เพราะทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาประชาชน

อนค.สับ ศก.โตอย่างเดียวคือหนี้

ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ผอ.ฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ปรับลดเป้าจีดีพีลงจากร้อยละ 3.3 เหลือ ร้อยละ 2.9 เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัว รายได้ภาคการเกษตรและภาคแรงงาน ทั้งราคาพืชผล ค่าจ้างรายวัน หรือเงินเดือนลดลง ที่โตอย่างเดียวคือหนี้ภาคครัวเรือนร้อยละ 6.5 ส่วนหนึ่งมาจากค่าจ้างขั้นต่ำประกาศไม่ได้กว่า 3 เดือน เพราะตั้งรัฐบาลล่าช้า เร่งให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ และการจับจ่ายใช้สอยไม่ใช่แค่มาตรการช็อปช่วยชาติที่กระจุกอยู่แค่ที่ชนชั้นกลาง แต่ต้องให้ครอบคลุมรากหญ้า เมื่อถามว่า โฉมหน้า ครม.ด้านเศรษฐกิจจะสร้างความเชื่อมั่นได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า สร้างความเชื่อมั่นได้เท่ากับ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นคนเดิมเสียส่วนใหญ่ ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีโครงการที่ดี แต่มีปัญหาเรื่องการ ทำให้เกิดผลได้จริง จึงทำให้เอกชนยังเกิดความกังวล เหมือนเดิม เมื่อรองนายกฯเศรษฐกิจยังเป็นคนเดิม

“ท็อป” เบิร์ธเดย์อ้อนคนสุพรรณ

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานฉลองวันเกิดครบรอบ 46 ปี และถือโอกาสขอบคุณชาวสุพรรณบุรี โดยมีนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค นำทีม ส.ส.และผู้บริหารพรรคเข้าอวยพร และมีประชาชนร่วมงานคับคั่ง นายวราวุธกล่าวว่า ขอให้คำมั่นสัญญาจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด วันเกิดปีนี้เป็นปีที่พิเศษที่สุดเป็นการเริ่มต้นปีที่ 46 ด้วยหน้าที่ใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องในพรรคและชาวสุพรรณบุรีทุกคนให้เข้ารับใช้ประเทศชาติ และขอให้เป็นกำลังใจอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ ให้ได้มีโอกาสทำงานเพื่อ จ.สุพรรณบุรี และร่วมกันพัฒนาประเทศไทยตลอดไป

18 ปี กสม.กุมขมับคนยังไม่เชื่อถือ

ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 18 ปี โดยนายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. กล่าวบรรยายหัวข้อ “สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกับบทบาทในการร่วมพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า กสม.ชุดนี้ทำงานมาเกือบ 5 ปี มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา 2,200 เรื่อง ออกรายงานเสร็จสิ้นไปแล้วร้อยละ 82 และที่ผ่านมา กสม.ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชน ผลักดันเรื่องธุรกิจและสิทธิมนุษยชน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการทำงานของ กสม.โดยเฉพาะการออกรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าใดนัก เพราะขาดเหตุผลที่น่าเชื่อถือ หรือบางครั้งมีคนเข้าใจผิดว่า กสม.เป็นองค์กรเอ็นจีโอทั้งที่เป็นหน่วยงานรัฐ

“ประยุทธ์” กล่อมประธาน WEF

อีกเรื่องเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล นายเคลาส์ ชวาป ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร World Economic Forum (WEF) เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯขอให้ประธานบริหาร WEF เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดใหม่มีความมุ่งมั่นที่จะสานต่อนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นเสถียรภาพความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ขณะที่ประธานบริหาร WEF อยากเห็นภูมิภาคอาเซียนเข้มแข็ง และเพิ่มพูนความร่วมมือกับภูมิภาคอื่น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แย่งห้องประยุทธ์ จันทร์โอชารัฐมนตรีวิษณุ เครืองามธรรมนัส พรหมเผ่าประวิตร วงษ์สุวรรณข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้