ข่าว
100 year

รอโปรดเกล้าฯ ครม. บิ๊กตู่มั่นใจไปได้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ค. 2562 05:31 น.
SHARE

เล่นลิ้นสื่อนั่งเทียน! ธรรมนัสคุมแรงงาน อุตตมโต้คดีกรุงไทย เพื่อไทยจี้ให้โชว์หลักฐาน

“วิษณุ” เผยนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว คาดทุกอย่างเสร็จสิ้นภายใน ก.ค.นี้ “บิ๊กตู่” บอกโปรดเกล้าฯ ครม.ลงมาก็รู้ เชื่อรัฐบาลใหม่ไปได้แน่ เล่นลิ้นสื่อนั่งเทียนข่าว “ผู้กองนัส” นั่ง รมว.แรงงาน “อุตตม” ตบะแตกโต้เอี่ยวคดีกรุงไทย พปชร.ซัดฝ่ายค้านจ้องดิสเครดิต “ชัยเกษม” ท้าทาย “อุตตม” โชว์หลักฐานให้สังคมเห็นจะจะ ข้องใจ คตส.-ป.ป.ช.ช่วยเป็นการเฉพาะหรือไม่ “ชวน” ส่งคำร้องฝ่ายค้านให้ศาล รธน. วินิจฉัยคุณสมบัติ “บิ๊กตู่” แล้ว “นิพิฏฐ์” จี้หาคนสังเวยคดี “แรมโบ้” “เสี่ยหนู” พูดเป็นนัยต้องรีบทำงาน เพราะไม่รู้รัฐบาลจะเจ๊งเมื่อไหร่ “บิ๊กตู่” ลุยฝนขันนอตแก้น้ำท่วมกรุง สั่ง “อัศวิน” เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง

หลังจากเฝ้ารอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่กันมานานกว่า 3 เดือนหลังเลือกตั้ง เพราะปัญหาการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี ทั้งในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล และปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐเอง ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าได้นำรายชื่อ ครม.ทั้งหมด ขึ้นทูลเกล้าฯถวายแล้ว

“บิ๊กตู่” เชื่อรัฐบาลใหม่ไปได้แน่

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่สถานีสูบน้ำคลองบางซื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ติดตามการประชุมสภาฯเกือบทุกวัน ฟังการอภิปรายของ ส.ส.จะเห็นว่ามีปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องไปดูว่าเราแก้ไขปัญหาอะไรไปแล้วบ้าง ไม่ใช่ไม่แก้อะไรเลย ภาระรัฐบาลมีหน้าที่หางบ– ประมาณมาดำเนินการ ปีหนึ่งมีเป็นแสนโครงการทั้งประเทศ มีงบประมาณแค่ 3 ล้านล้านบาท ถ้ามีเงินพร้อมทำให้ทั้งหมด แต่ต้องหาเงินก่อน เรามีโครงการเกือบทุกอย่าง อยู่ที่จะผลักดันในรัฐบาลหน้าได้อย่างไร แต่ไม่ต้องกังวลเพราะมีแนวทางปฏิบัติแล้ว เชื่อว่ารัฐบาลหน้าจะไปได้ และเมื่อรัฐบาลเป็นของประชาชน ขออย่าขยายความขัดแย้งกันอีก สื่อก็เช่นกัน

บอกโปรดเกล้าฯครม.ลงมาก็รู้

เมื่อถามว่า นำรายชื่อ ครม.ใหม่ทูลเกล้าฯ ถวายแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ลงมาก็รู้ เดี๋ยวก็ลงมาแล้ว ต้องมีระยะเวลาหนึ่งที่จะต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ” เมื่อถามว่า เป็นไปตามโผที่สื่อมวลชนรายงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า แล้วใครเป็นคนทำโผ เมื่อถามย้ำว่าในโผมีชื่อนายธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา แกนนำพรรคพลัง–ประชารัฐ นั่ง รมว.แรงงาน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่จริงมั้ง เมื่อนั่งเทียนกันมาก็เป็นไปตามนั้นก่อนแหละ ถ้าไม่ใช่จะทำยังไง รับผิดชอบเอง สื่อไปตั้งเขา”

“วิษณุ” เผยทูลเกล้าฯชื่อ ครม.แล้ว

ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง กรอบและทิศทางการพัฒนาด้านสังคมของไทย ภายใต้ยุคนวัตกรรมและดิจิทัล ระหว่างเป็นประธานเปิดงาน Thailand Social Expo 2019 ว่า กระแสโจมตีเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้านั้น ยืนยันว่าไม่ช้า ที่ผ่านมาเพิ่งจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเสร็จ จึงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้ ขณะนี้ได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีทั้งหมดนำความขึ้นกราบบังคมทูลแล้ว เพื่อรอโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงมา ก่อนจะนำ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน คาดว่าจะเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้ เป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้

ให้รอนายกฯแจงรายชื่ออีกครั้ง

นายวิษณุให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ให้รอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มาตอบคำถามเรื่องรายชื่อ ครม.อีกครั้ง แต่เมื่อโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว รัฐบาลจะทำหนังสือขอเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในการเข้ารับตำแหน่ง ก่อนที่จะนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้า ส่วนรายชื่อจะตรงตามโผที่ออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ และไม่ทราบว่าจะได้นั่งตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายเช่นเดิมหรือไม่ ก่อนเอ่ยแซวนักข่าวระหว่างที่ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มายืนรอส่งขึ้นรถว่า “อาจมาอยู่กับปลัดฯก็ได้”

“อุตตม” ตบะแตกโต้คดีกรุงไทย

ขณะที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า ไม่คิดว่าต้อง มาชี้แจงกรณีการปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยอีก ครั้ง แต่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาโจมตีตลอด เจตนาหวังผลทางการเมืองให้ตนเป็นผู้ผิด ทั้งที่ข้อเท็จจริงการตรวจสอบไต่สวนทุกกระบวนการ ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ทั้ง ป.ป.ช. และอัยการ เห็นพ้องกับ คตส. ไม่ยื่นฟ้องในคดีนี้ เพราะจากการสอบสวนทั้งหมดมีหลักฐานชี้ว่าไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย สุดท้ายจึงไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ร่วมรับผิดแต่อย่างใด กระบวนการทั้งหมดจึงยืนยันได้ว่าไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอน พรรคฝ่ายค้านและผู้ที่สนใจเรื่องนี้กรุณาอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง ถ้าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ช่วยตามหาจำเลยในคดีนี้ที่ยังหลบหนีคดี มาสู่กระบวนการศาลสถิตยุติธรรมจะดีกว่า

ซัดฝ่ายค้านจ้องแต่ดิสเครดิต

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯหากแต่งตั้งนายอุตตม สาวนายน เป็น รมว.คลังนั้น นายอุตตมมีคุณสมบัติตามรัฐ– ธรรมนูญที่จะเป็นรัฐมนตรี ฝ่ายค้านพยายามดิสเครดิตเรื่องคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ทั้งที่เคยชี้แจงมาหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ผ่านการตรวจสอบจากทุกหน่วยงานมาแล้ว ที่สำคัญศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินไปแล้วว่านายอุตตมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เข้าใจฝ่ายค้านเสมือนพยายามสร้างภาพให้นายอุตตมเป็นผู้ร้าย การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทำได้ แต่ควรให้รัฐบาลได้บริหารงานก่อน ยังไม่ได้บริหารงานเลยจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว แบบนี้แค่รัฐบาลหายใจคงผิดแล้ว

ได้ฤกษ์ยำรวมมิตรนโยบาย รบ.

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคส่งร่างนโยบายมาที่พรรคพลังประชารัฐแล้ว อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา เราจะรวบรวมนโยบายทั้งหมดเพื่อเขียนเป็นร่างนโยบายรัฐบาล เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. จะเชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลมาหารือถึงการร่างนโยบายที่คิดว่าจะทำได้ทันที และเราจะเสนอต่อที่ประชุม โดยนโยบายหลักของเราได้แก่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พักหนี้เกษตรกร มารดาประชารัฐ ตอนนี้ต้องเร่งร่างนโยบายรัฐบาลให้เสร็จ อุปสรรคสำคัญคือมีหลายพรรคต้องใช้เวลาคุยกันให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการอภิปรายในประเด็นเรื่องงบประมาณของพรรคฝ่ายค้าน ท้ายที่สุดเชื่อว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน ทันทีที่รัฐบาลแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

ท้า “อุตตม” โชว์หลักฐานต่อสังคม

นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตามที่นายอุตตม สาว–นายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตกรรมการธนาคารกรุงไทย หนึ่งในผู้อนุมัติสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กับเครือกฤษดามหานคร ยืนยันว่าผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้กระทำผิดนั้น นายอุตตมต้องเอาพยานหลักฐานออกมาเปิดเผยต่อประชาชน ต่อสังคม ให้หายเคลือบแคลงสงสัยว่าเหตุใดจึงเป็นผู้ลงนามเข้าร่วมประชุมอนุมัติสินเชื่อ และมีพยานหลักฐานหรือรายงานการประชุมไม่เห็นด้วย หรือคัดค้านการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่มีก็เท่ากับนายอุตตมเห็นด้วย ต้องถือว่ามีความผิดและถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับบุคคลอื่น และถ้ามีชื่อนายอุตตมร่วมประชุมจริง ไปตัดชื่อออกเฉยๆได้อย่างไร หากจะอ้างว่ากันไว้เป็นพยาน ขอให้นำหลักฐานมาชี้แจงว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร หากไม่สามารถชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานมาคลายความสงสัยได้ ขอตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา คตส. หรือ ป.ป.ช. มีการช่วยเหลือนายอุตตมเป็นการเฉพาะหรือไม่

สับ “ชวน” ตีตกญัตติสอบที่มา ส.ว.

อีกเรื่อง นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายชวน หลีกภัย ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ระบุเหตุผลที่ไม่บรรจุญัตติขอตั้งกรรมาธิการสอบสวนที่มาของ ส.ว. ว่าเกิดจากสับสนในสาระของญัตตินั้น นายชวนคงเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือสับสนในตัวเอง ความจริงคือเจ้าหน้าที่สภาตอบเป็นหนังสือมาว่าประธานมีบัญชาว่าสภาไม่มีอำนาจดำเนินการได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 เป็นคนละเหตุผลกับที่นายชวนอ้างฝ่ายค้านยื่นญัตติเรื่องเดียวกันไป 3 ญัตติ คือของตน ของพรรคอนาคตใหม่ และของพรรคพลังปวงชนไทย มีเพียงญัตติของพรรคพลังปวงชนไทยเท่านั้นที่ใช้คำว่าส่งศาลรัฐ– ธรรมนูญ อีก 2 ญัตติไม่ได้ใช้คำดังกล่าว ถือว่ามีความสมบูรณ์ หากนายชวนเห็นว่าร่างของพรรคพลังปวงชนไทยใช้คำสับสน ก็ไม่ต้องบรรจุญัตตินั้น ส่วนอีก 2 ญัตติสามารถบรรจุได้เพราะสาระต่างกัน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เคลือบแคลงว่าเหตุผลที่ไม่บรรจุญัตตินี้คืออะไรแน่ ปกติหากการเสนอญัตติมีถ้อยคำที่ไม่ตรงตามข้อบังคับสภา ก็เลือกใช้วิธีการเชิญไปปรับแก้ ครั้งนี้ไม่มีแต่ตีตกเลย และยังใช้เวลาพิจารณาญัตตินี้ถึง 10 วัน ถือว่าผิดข้อบังคับชัดเจน

แจงเหตุไม่บรรจุญัตติฝ่ายค้าน

ที่อาคารรัฐสภาใหม่ ย่านเกียกกาย นายสุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงชี้แจงต่อเรื่องดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง การที่นายชวน หลีกภัย ไม่บรรจุญัตติดังกล่าวในระเบียบวาระ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับการประชุมสภา มีการเสนอมา 3 ญัตติโดย 2 ญัตติของพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ เป็นไปในทำนองเดียวกัน ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการสรรหา ส.ว. ส่วนญัตติของพรรคพลังปวงชนไทย ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสืบสวนและสอบสวน ส.ว. และขอให้ส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่ไม่บรรจุทั้ง 3 ญัตติในระเบียบวาระ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาฯ ทำให้ญัตติต้องตกไป ส่งหนังสือแจ้งไปยังนายสุทินเรียบร้อยภายในระยะเวลาที่กำหนด

ส่งศาล รธน.ชี้คุณสมบัติ “บิ๊กตู่”

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และคณะ ร่วมกันเข้าชื่อขอให้ประธานสภาฯ ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังจากตรวจสอบคำร้อง และเอกสารประกอบของผู้เสนอคำร้องและคณะว่าถูกต้อง นายชวนตรวจสอบทั้งลายมือชื่อ ส.ส. 110 คน ที่ร่วมกันเข้าชื่อ รวมถึงตรวจสอบจำนวนการเข้าชื่อ ที่ต้องรวมกันได้จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสภาฯ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงส่งคำร้อง ดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยต่อไป

“จุรินทร์” ขึ้นเหนือพบชาวสวนลำไย

วันเดียวกัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน พบเกษตรกรชาวสวนลำไย-กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ นายจุรินทร์กล่าวว่า มาเยี่ยมชาวสวนลำไยรับฟังปัญหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่ออัปเดตข้อมูลช่วยแก้ไขปัญหา มอบหมายให้นายนราพัฒน์ แก้ว– ทอง รองหัวหน้าพรรค ร่วมหารือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตแปรรูป เพิ่มช่องทางการตลาดลำไยให้ครบวงจร กับศูนย์วิจัยและพัฒนาลำไย มหาวิทยาลัยแม่โจ้

แนะ ส.ส.รุ่นใหม่โชว์สร้างสรรค์

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ส.ส.รุ่นใหม่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งกายในวันประชุมสภา ว่า ไม่อยากก้าวล่วงสิทธิส่วนบุคคล แต่อยากให้คำนึงถึงกาลเทศะ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญขั้นพื้นฐานในการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มที่สังคมจับจ้องเป็นจำนวนมาก ต้องระมัดระวังการวางตัวและการกระทำทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกพวกเรานักการเมืองเข้ามาทำหน้าที่ ต้องอิดหนาระอาใจ ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่กำลังทำหน้าที่ในสภาฯ ขอให้คนรุ่นใหม่แสดงพลังการทำงานทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ติดกับดักการทำงานแบบเดิม

“วีรชน” เหน็บไม่รู้จักกาลเทศะ

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และอินสตาแกรมส่วนตัวมีข้อความระบุว่า “เห็นข่าวเรื่องการแต่งตัวของสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางคน สะท้อนให้เห็นว่าคนเหล่านั้นยังไม่เข้าใจความแตกต่างของสถานภาพของตัวเอง ระหว่างการเป็นนักกิจกรรม กับการเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยที่จำเป็นต้องมีวุฒิภาวะ สรุปง่ายๆคือไม่รู้จักกาลเทศะนั่นเองครับ เรื่องแค่นี้ยังแยกแยะไม่ออก แล้วเรื่องสำคัญกว่านี้จะฝากความหวังอะไรได้ #ไม่พูดเยอะเจ็บคอ”

“นิพิฏฐ์” จี้หาคนสังเวยคดี “แรมโบ้”

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “กระบวนการยุติธรรมเมืองไทยมีแค่นี้จริงๆหรือ?” ประเทศไทยมีปัญหาขัดแย้งหลัก 2 เรื่อง คือ ความเห็นต่างเรื่องประชาธิปไตย และเรื่องความยุติธรรม ขอยกกรณีอัยการฟ้องนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้” ที่ล้มการประชุมผู้นำอาเซียนเมื่อปี 2552 ไม่ทันตามเวลาขาดอายุความ ทั้งตำรวจ อัยการ และรัฐบาล ต่างปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่อย่าลืมว่า “แรมโบ้” ย้ายข้างจากเสื้อแดงมาอยู่ฝั่งรัฐบาลเต็มตัว อาจเป็นสาเหตุให้ฟ้องไม่ทัน หากเราเห็นว่ามันเป็นความ “อยุติธรรม” เรื่องนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อความยุติธรรมของประเทศ เราจะจบเรื่องนี้กันแค่นี้หรือประเทศเป็นของทุกคนว่าจบมันก็จบ แต่เรื่องนี้ต้องมีคนสังเวยความอยุติธรรม ไม่ว่าตำรวจ อัยการ หรือรัฐบาลคอยดู

“เสี่ยหนู” ยัน “นาที” วูบไม่เกี่ยวคดี

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงระหว่างการประชุมสภาฯ ว่า นางนาทีวูบเนื่องจากความดันขึ้นสูง ตอนนี้กลับบ้านเรียบร้อยแล้ว เกิดจากพักผ่อนน้อย คาดว่าสัปดาห์หน้าจะหายดีและกลับมาร่วมประชุมสภาฯได้ เมื่อถามว่านางนาทีเครียดเรื่องขึ้นศาลคดีแจ้งบัญชีทรัพย์อันเป็นเท็จหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า คิดว่าไม่เกี่ยวกัน ระดับนี้แล้วคงไม่มีปัญหาอะไร

ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเจ๊งเมื่อไหร่

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายของพรรคได้ส่งให้พรรคพลังประชารัฐ เพื่อรวบรวมเป็นนโยบายของรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว บางส่วนกำลังรวบรวมเพิ่มเติม เช่น แกร็บคาร์ กัญชาเสรี พักชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อย่างการผลักดันการใช้กัญชาทางการแพทย์ จะทำทันให้ตนเซ็นหรือไม่ รัฐบาลเจ๊งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันปริ่มน้ำเหลือเกิน เพราะฉะนั้นต้องเร็ว ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่าที่ รมว.คลัง ถือเป็นกลไกรัฐสภา คนเป็น ส.ส.หรือฝ่ายบริหาร ต้องพร้อมตอบข้อสงสัยชี้แจงได้ทุกสิ่ง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

“บิ๊กตู่” ลุยฝนขันนอตแก้น้ำท่วมกรุง

เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. ลงพื้นที่ กทม.เพื่อติดตามการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ท่ามกลางสายฝนที่ตกปรอยๆตลอดเวลา จุดแรกเป็นการติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) บริเวณหน้าหมู่บ้านอัมรินทร์ วงเวียนบางเขน ที่มีก่อสร้างบ่อรับน้ำ 2บ่อในซอยอัมรินทร์ 3 และที่ปลายคลองบางบัวเพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าดึงน้ำฝนที่ท่วมขังย่านวงเวียนบางเขน ระบายลงคลองบางบัวและลงคลองรางอ้อรางแก้ว

สั่ง “อัศวิน” เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกฝ่ายเตรียมการรับมือทั้งเจ้าหน้าที่และเครื่องมือ ตลอด 24 ชั่วโมง คิดแก้ปัญหานอกกรอบต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ เพราะฝนตกติดต่อกันหลายชั่วโมงอย่างไรก็รับไม่ไหว ต้องลงไปแก้ปัญหาพื้นที่ที่ประชาชนเดือดร้อนมากที่สุดก่อน เจ้าหน้าที่ต้องรีบลงพื้นที่ให้ประชาชนอุ่นใจ ผู้ว่าฯ กทม. ต้องโดดลงไปแก้ก่อน คนที่ 2 คือตน ยืนยันรัฐบาลนี้และรัฐบาลต่อไปจะทำให้เต็มที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังถามแบบกระเซ้า พล.ต.อ.อัศวิน ด้วยว่า กทม.มีงบฯเพียงพอหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินเลยตอบว่า โครงการแก้น้ำท่วมจะเสร็จแน่ในรัฐบาลนี้ ขณะนี้โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก 17 จุดเสี่ยง เสร็จแล้ว 3 จุด เหลือ 14 จุดที่ต้องทำต่อ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปดู งานก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำ (Pipe Joking) ถนนพหลโยธิน บริเวณถนนประเสริฐมนูญกิจ คลองบางบัว และไปติดตามงานเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ถนนวิภาวดีรังสิต จุดคลองบางซื่อ

“เสรี” ฟ้องหมิ่นประมาท “หมอระวี”

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา คำฟ้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2562 จำเลยแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนระบุว่า “การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้อาจมองในแง่หนึ่งได้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเอาสถาบันกับไม่เอาสถาบัน” และข้อความอื่นๆ ย่อมหมายความว่า เหตุที่จำเลยและสมาชิกพรรคของจำเลยไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับโจทก์ และพรรคการเมืองอื่นรวม 7 พรรค แต่ไปเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากโจทก์เป็นหนึ่งใน 7 พรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้ประชาชนทั่วไปในสังคมเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมืองที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย ศาลรับคำฟ้องไว้ไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 26 ส.ค.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาครม.รัฐบาลใหม่อุตตม สาวนายนกอบศักดิ์ ภูตระกูลชัยเกษม นิติสิริข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้