ข่าว
100 year

บนเส้นทางอำนาจที่เลือกเอง

สายล่อฟ้า3 ก.ค. 2562 05:03 น.
SHARE

ต้อนเข้า “มุมอับ”...“โป๊ะแตก”

ยังไม่ทันได้ตั้งรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็ม เพราะรายชื่อ ครม. ยังไม่ลงตัวจนประชาชนตั้งคำถามว่านี่ก็ผ่านมา 3 เดือนแล้วยังตั้งรัฐบาลไม่ได้

มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?

ว่าไปแล้วการที่รัฐบาลมีเสียง “ปริ่มน้ำ” ก็มองเห็นภาพความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น แม้จะออกตัวว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะคิดว่าสามารถควบคุมเสียงได้ แต่ก็เป็นการปลอมใจตัวเองมากกว่า

แม้แต่ปัญหาขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐที่เกิดเรื่อง เกิดราวขึ้นมาก็เป็นเครื่องบ่งบอกได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาในอนาคต

อีกทั้งกรณี “หุ้นสื่อ” แม้จะเกี่ยวพันทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไร

นี่เป็นเรื่องของรัฐบาลโดยตรง

ไม่ต้องพูดถึงฝ่ายค้านที่จักรกลสำคัญอยู่ที่เพื่อไทยและอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อเอาชนะฝ่ายรัฐบาลในสภาผู้แทนฯก็ไม่ธรรมดา

มีการทำการบ้านมาอย่างดี พร้อมที่จะรุกไล่แบบไม่ให้ตั้งตัวมาตั้งแต่เริ่มเปิดประชุมแล้วด้วย การทำงานในสภาฯอย่างเป็นรูปขบวน

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ในสภาฯเท่านั้น แต่ยังตีวงกว้างไปนอกสภาฯอีกด้วย

ล่าสุด ก็เป็นประเด็นที่มองข้ามไม่ได้ เมื่อมีคนร้ายได้ทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) นักเคลื่อนไหวการเมืองที่ต่อต้าน คสช.มาตลอดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ถูกรุมชี้เป้าว่าเกิดจากการกระทำของผู้มีอำนาจและคนที่ต้องรับผิดชอบคือ พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯ

เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลจับตัวคนร้ายให้ได้ และต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ฝ่ายค้านเท่านั้นที่ร่วมกันกดดัน

แต่ภาคประชาชน นักศึกษา และองค์กรอื่นๆต่างเคลื่อนไหวและชี้เป้าไม่ต่างกันว่าเป็นเรื่องของอำนาจรัฐที่กระทำการในเรื่องนี้

เพราะด้วยสมมติฐานในทางการเมืองที่เคยปรากฏมาก่อนหน้านี้มักจะเกิดเหตุเช่นนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเพื่อปรามฝ่ายตรงข้าม

สุดท้ายก็จะกลายเป็น “ชนวน” ที่จะทำให้เกิดอะไรขึ้นมาก็ได้

“จำเลยสังคม” ก็คือฝ่ายอำนาจรัฐ

ด้วยปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาลอย่างช่วยไม่ได้

ในขณะที่สื่อโซเชียลมีเดียซึ่งมีอิทธิพลต่อสังคมอย่างสูง

ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พร้อมจะรุมขย้ำฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ในพริบตา

“พล.อ.ประยุทธ์” ในฐานะนายกฯจะพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับตัวเองด้วยท่าทีที่นิ่มนวลขึ้น เพื่อให้เกิดการยอมรับ

เพราะเป็นนายกฯที่เข้ามาสู่ขบวนการประชาธิปไตยที่จะต้องทำงานร่วมกับนักการเมืองอันมีสภาฯเป็นเวทีสำคัญ

แต่คงเป็นเรื่องเฉพาะตัวเท่านั้น

ทว่าการเมืองที่เป็นจริงนั้นต่างกับการเป็นนายกฯ คสช.อย่างชัดเจน เพราะเครื่องมือในอำนาจนั้นอยู่ที่เสียงสนับสนุนจากนักการเมือง

ยังมีเสียงของประชาชนที่ปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากการที่พวกเขาลงคะแนนเลือกตั้งเข้ามาเป็นเสียงที่ต้องรับฟัง

คงเป็นเรื่องที่จะต้อง “พิสูจน์ตัวตน” และ “ความสามารถ” ที่ท้าทายยิ่ง.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลใหม่ครม.ใหม่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำพรรคพลังประชารัฐความขัดแย้งกล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าเลือกตั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้