ข่าว
100 year

"สุริยะ" ต้องได้พลังงาน สามมิตรบู๊ แฮงค์ รมช. คลัง!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ก.ค. 2562 05:32 น.
SHARE

ถ้าไม่ได้-มีปัญหา ตะเพิดเลขาพรรค "สนธิรัตน์" รีบคาย บิ๊กตู่ขอโทษปชช.

สามมิตรเล่นแรง กดดัน “บิ๊กตู่” อย่าเปลี่ยน โผ “เสี่ยแฮงค์” ย้ำให้ยึดดีลเดิมตัวเอง รมช. คลัง “สุริยะ” ต้องนั่ง รมว.พลังงาน ยกงานในสภาฯขึ้นข่ม ลั่นถ้าไม่ได้ตามนี้ทบทวนจุดยืนอีกครั้ง “สิระ” รุกฆาตยื่นขับไล่ “สนธิรัตน์” พ้นเลขาพรรค ซัดบริหารงานผิดพลาด-ทำพรรคแตกแยก-ไร้ภาวะผู้นำ-เข้าถึงยาก-ไม่เห็นหัว ส.ส. “สนธิรัตน์” ทนแรงบีบไม่ไหวยอมคายพลังงาน ยันไม่ได้จิ้มเลือกกระทรวงเอง “บิ๊กตู่” ไม่สบายใจ ศึกแย่งชามข้าวใน พปชร. ร่อนสารขอโทษประชาชน ยังหวังจะเดินหน้าต่อไปได้ “บิ๊กป้อม” เชื่อมั่นความเด็ดขาดเอาอยู่ พท.ปราม “พี่ใหญ่-พี่รอง-น้องๆกุมาร” เพลาๆลงหน่อย 7 พรรคผุดแคมเปญฝ่ายค้านเพื่อประชาชน “เจ๊หน่อย” โวยวุ่นในรัฐบาลไม่พอยังป่วนมาถึงฝ่ายค้าน

ปัญหาการจัดโผ ครม.รัฐบาลประยุทธ์ 2 หุบไม่ลง แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะออกมาปรามให้หยุดเคลื่อนไหว แต่ล่าสุดกลุ่มสามมิตรยังคงยืนยันตามข้อตกลงเดิม และเตรียมยกระดับการกดดันขับไล่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

“บิ๊กตู่” ปิดปาก พปชร.ฟัดกันนัว

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 7/2562 ก่อนเข้าประชุมผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการทบทวนรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่อีกหรือไม่ หลังในพรรค พลังประชารัฐมีปัญหาความขัดแย้ง พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ยิ้มโดยไม่ตอบคำถามใดๆ เมื่อถามย้ำว่าได้นำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์หันมาตอบว่า “ถามกันแต่โผยันแหละ”

ขอโทษประชาชนศึกแย่งชามข้าว

ต่อมาเวลา 11.30 น. หลังการประชุม กพอ. ทีมงานนำสารนายกฯที่อ้างว่าเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์มาแจกผู้สื่อข่าว มีเนื้อหาชี้แจงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐจากการจัดตั้ง ครม.ว่า นายกฯมีความรู้สึกไม่สบายใจ และต้องขอโทษพี่น้องประชาชนแทนพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเป็นบุคคลที่พรรคเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากในห้วงเวลานี้มีข่าวสารความขัดแย้งภายในพรรคปรากฏตามสื่อต่างๆมากมาย อย่างไรก็ตาม จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถึงแม้จะมีปัญหาอยู่บ้างในการบริหารภายในพรรค เนื่องจากเป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นใหม่ สมาชิกมาจากหลายกลุ่มหลายสาขาที่มีความมุ่งมั่นจะทำหน้าที่ ส.ส.และหน้าที่บริหารในคณะรัฐมนตรีให้ดีที่สุด

ยังหวังจะเดินหน้าต่อไปได้

พล.อ.ประยุทธ์ยังระบุอีกว่า การบริหารบุคลากรเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไร ประชาชนจะมีความเชื่อมั่นในรัฐบาล และทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้มากที่สุด โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในฐานะรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งจะถือเป็นการเริ่มต้นปฏิรูปทางการเมืองของรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อมิให้การดำเนินการทางการเมืองกลับไปเป็นปัญหาเช่นเดิม จนต้องเกิดการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆที่ทุกคนไม่ต้องการขึ้นมาอีก ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการตำหนิใครหรือสร้างความขัดแย้งใดๆขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตามนายกฯ ครม. และ ส.ส.ทุกคน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ้ายค้านก็ต้องทำงานให้ได้ เพราะทุกคนคือคนไทย แผ่นดินไทยทุกตารางนิ้วต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลประชาธิปไตยอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม ขอบคุณครับ

“พี่ใหญ่” เชื่อความเด็ดขาดเอาอยู่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ยังมีการต่อรองตำแหน่งภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่ได้อยู่ในพรรคพลังประชารัฐจะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อถามว่าเป็นห่วง พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ห่วงเลยนายกฯรับไหว เชื่อว่าสามารถเคลียร์ได้ ขึ้นอยู่กับนายกฯท่านเป็นคนเด็ดขาดอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาบานปลายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่บานปลาย และไม่หวั่น เมื่อถามว่าถึงขณะนี้โผ ครม.นิ่งแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบสั้นๆว่า นิ่งแล้ว

สามมิตรยกทีมถกผู้ใหญ่พรรค

เวลา 10.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อม ส.ส.ในกลุ่มสามมิตรกว่า 30 คน รวมทั้ง ส.ส.กลุ่มกำแพงเพชร อาทิ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรรัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร เข้าประชุมที่พรรคเพื่อให้กำลังใจกลุ่มสามมิตร หลังมีกระแสข่าวเกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ตัดโควตากลุ่มสามมิตรออก เพื่อเปิดทางให้พรรคชาติพัฒนาเข้าร่วม ครม. นายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้มาประชุม มีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยหารือกัน ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไร เมื่อถามว่าจะมีการพูดถึงการหลุดจากตำแหน่ง รมช.คลังของนายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ไม่ทราบ แต่มีหลายประเด็นที่ต้องคุยกัน ยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายไปได้

กดดันขอนายกฯอย่าเปลี่ยนโผ

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ แถลงภายหลังการหารือว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. มีโผ ครม.ออกมา โดยในกลุ่มสามมิตร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะได้เป็น รมว.ยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เป็น รมว.พลังงาน และตนได้นั่ง รมช.คลัง คนทั้งประเทศทราบข่าว รวมถึงสมาชิกและ ส.ส.ต่างแสดงความยินดี ทางกลุ่มขอบคุณนายกฯที่สนับสนุนให้มีตำแหน่ง แต่มาในวันนี้ทุกคนกลับรู้สึกผิดหวัง เมื่อทราบว่ามีการสลับชื่อโผ ครม. แต่เรายังเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยังรักษาคำพูด โดยไม่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆตามที่แจ้งไว้เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.

ย้ำ “สุริยะ” เหมาะนั่ง รมว.พลังงาน

นายอนุชากล่าวว่า ทางกลุ่มขอแสดงจุดยืน 5 ข้อ ดังนี้ 1.นายสุริยะมีความเหมาะสมในตำแหน่ง รมว.พลังงาน มากกว่า รมว.อุตสาหกรรม เพราะหากไปเป็น รมว.อุตสาหกรรมอาจถูกวิจารณ์ได้ เนื่องจากตระกูลของนายสุริยะมีธุรกิจขนาดใหญ่ด้านอุตสาหกรรม อีกทั้งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เสนอชื่อนายสุริยะเป็น รมว.พลังงานต่อนายกฯไปแล้ว และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคก็เห็นชอบ ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีคนอื่นในพรรคเรียกร้องตำแหน่งดังกล่าว ยังไม่พบว่าหากนายสุริยะได้เป็น รมว.พลังงานแล้วจะมีปัญหาแต่อย่างใด การสลับตำแหน่งย่อมทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาโดยไม่จำเป็น

ถ้าไม่ได้ตามนี้ถกจุดยืนอีกครั้ง

นายอนุชากล่าวอีกว่า ในส่วนของตนขอให้ยึดตามโผที่มีชื่อเป็น รมช.คลัง เชื่อว่าหากเป็นไปตามเดิมจะไม่มีปัญหาความยุ่งยากอย่างที่เป็นอยู่ แม้การแต่งตั้ง ครม.จะเป็นอำนาจโดยตรงของนายกฯ แต่เมื่อพรรคเสนอบุคคลที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งต่างๆ ไปให้พิจารณาแล้ว หากไม่มีปัญหาอะไรสมควรให้เป็นไปตามที่เสนอ เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติกับพรรคร่วมรัฐบาล 2.เราเชื่อมั่นว่าทั้งนายสมศักดิ์ นายสุริยะ และตน จะทำงานร่วมกับนายกฯและรัฐบาล เพื่อผลักดันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว 3.กลุ่มเราเชื่อมั่นว่า นอกจากงานด้านบริหารแล้ว ทั้ง 3 คนในกลุ่มสามมิตรที่มีชื่อเป็นรัฐมนตรี จะช่วยงานนายกฯขับเคลื่อนงานในสภาฯได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.หากมีการเปลี่ยนแปลงและสลับตำแหน่งจากเดิม ทางกลุ่มมีความเห็นตรงกันว่ารัฐบาลจะขาดบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ เข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จะทำให้การบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการยอมรับและศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคแน่นอน 5.หลังมีประกาศรายชื่อ ครม.อย่างเป็นทางการแล้ว หากไม่ตรงกับความเห็นของกลุ่ม ทางกลุ่มจะหารือเพื่อแสดงจุดยืนอีกครั้ง

รุกฆาตยื่นขับไล่ “สนธิรัตน์”

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตร กล่าวว่า การประชุม ส.ส.พรรคประจำสัปดาห์ วันที่ 2 ก.ค.นี้ ตนจะเสนอญัตติขับไล่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจากตำแหน่ง เลขาธิการพรรค เพราะเห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของพรรคและรัฐบาลเป็นอย่างสูง ถ้าปล่อยให้เป็นเลขาธิการพรรคต่อไปจะเป็นอันตรายต่อพรรคมาก เพราะนายสนธิรัตน์บริหารงานผิดพลาดหลายเรื่อง และไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ เวลาต้องการจะปรึกษาปัญหาไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ ไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหา ทำงานไม่ยึดโยงแลไม่เห็นหัว ส.ส.ในพรรคแม้แต่คนเดียว หน้าที่เลขาธิการพรรคคือแม่บ้านที่ต้องดูแลทุกอย่าง ทั้งความเป็นอยู่และความสัมพันธ์ แต่นายสนธิรัตน์กลับทำให้พรรคแตกแยก ปัญหาเหล่านี้อยู่ที่ตัวนายสนธิรัตน์ ปัจจุบันพรรคมีปัญหาขั้นวิกฤติ แต่นายสนธิรัตน์ก็ยังไม่อยู่ให้พวกเราปรึกษา เห็นว่านายสนธิรัตน์ต้องแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการเสียสละลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค และแสดงความรับผิดชอบไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ชุดใหม่

ต้องรับผิดชอบความแตกแยก

เมื่อถามว่า ให้ออกจากเลขาธิการพรรคหรือให้ออกจากพรรคเลย นายสิระตอบว่า ออกจากเลขาธิการพรรคก่อน เพราะเป็นความรับผิดชอบ ยังไม่ถึงให้ออกจากสมาชิกพรรค ท่านต้องรับผิดชอบในฐานะแม่บ้าน ท่านต้องเสียสละให้กับพรรคโดยไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี ท่านบอกทำงานเพื่อพรรค เพื่อประชาชน เพื่อประเทศ ท่านต้องเสียสละไม่รับตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น เมื่อถามว่า หยั่งเสียงแล้วพอจะขับไล่ได้หรือไม่ นายสิระตอบว่า เสียงเป็นสิ่งที่สะท้อนรอยร้าวของพรรค ที่อย่างน้อยมี 1 ใน 3 แล้ว และยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้มา ถือว่าท่านต้องรับผิดชอบ เพราะความแตกแยกของคนในพรรครุนแรงขนาดนี้ ท่านต้องพิจารณาตัวเอง ย้ำว่าต้องเสียสละแล้วไม่รับตำแหน่งใดๆใน ครม. เมื่อถามว่า จุดแตกหักคืออะไร นายสิระตอบว่า ต้องทบทวนกันอีกที เบื้องต้นมี ส.ส.กว่า 30 คนที่จะเข้าชื่อขับไล่

แฉเตะสกัดเพื่อนล็อบบี้ขอนั่งเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มสามมิตรทราบความเคลื่อนไหวของนายสนธิรัตน์ ที่พยายามล็อบบี้ผ่าน “เสธ.คนดัง” ไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขอสลับ รมว.พลังงาน จากนายสุริยะมาเป็นนายสนธิรัตน์ที่ถูกวางตัวเป็น รมว.อุตสาหกรรม โดยอ้างว่ากลุ่มทุนพลังงานขนาดใหญ่ไม่ยอมรับนายสุริยะ และพยายามกล่าวหาว่านายสุริยะมีภาพลักษณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตหลายโครงการสมัยร่วมรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อาจส่งผลให้การบริหารงานของกระทรวงพลังงานมีปัญหาได้ ก่อนหน้านี้มีความพยายามสกัดนายสุริยะอย่างหนักมาแล้ว โดยเสี่ยเจ้าของบริษัทด้านพลังงานชั้นนำ ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ ผ่าน เสธ.คนดังกล่าว เพราะกังวลว่าหากนายสุริยะเข้ามากำกับกระทรวงพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตด้านพลังงานที่มีมูลค่ามหาศาล จึงเสนอชื่อบุคคลอื่น

ทนแรงบีบไม่ไหวต้องยอมคาย

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงผ่านทางไลน์กลุ่มสื่อพรรคพลังประชารัฐว่า จากที่จะมีการขับตนออกจากเลขาธิการพรรค ขณะที่เข้ามาทำงานการเมืองในทุกตำแหน่ง ตนทุ่มเทตั้งใจรับใช้ชาติบ้านเมือง ส่วนประเด็นปัญหาความขัดแย้งการเข้าดำรงตำแหน่งในกระทรวงขณะนี้ ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะเลือกกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งทำงาน เช่น ตอนแรกที่มีข่าวได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้เตรียมงานและเตรียมนโยบายบริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนกรณีกระแสข่าวที่จะไปดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงาน ตนรู้สึกเสียใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เข้าไปมีส่วนรับรู้ ดังนั้นขอแสดงเจตนารมณ์ไม่ขอรับ รมว.พลังงาน และหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางที่ดี

“สุรพร” อ้อนมีปัญหาคุยในพรรค

นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ทุกคนล้วนเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง รวมทั้งอดีตกลุ่มสามมิตร นำโดยนายสุริยะ นายสมศักดิ์ และนายอนุชา ที่มาร่วมฟันฝ่าอุปสรรคทางการเมืองจนวันนี้ การพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นอำนาจโดยตรงของนายกฯ สารของนายกฯได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่ ห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนที่ยังมีคำถามต่างๆ ให้นำมาพูดคุยในพรรค เพราะกระแสข่าวความขัดแย้งที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อแนวทางที่นายกฯกำลังทำงาน เชื่อว่าทุกคนรักพรรคและต้องการเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตำแหน่งการเมือง

“วิษณุ” รับนายกฯทาบทามแล้ว

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯได้พูดคุยกับตนเกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่งใน ครม.ใหม่แล้ว แต่ไม่ขอลงรายละเอียด สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ประสานมาแล้วจะนำแบบฟอร์มกรอกประวัติมาให้ เมื่อถามว่า การ จัดตั้ง ครม.ล่าช้า จะกระทบการทำงานของสภาฯหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่กระทบ เขาตั้งกระทู้ยื่นญัตติทุกวันไม่มีปัญหาอะไร

ผุดแคมเปญฝ่ายค้านเพื่อ ปชช.

ช่วงบ่ายที่พรรคเพื่อไทย ตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 7 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ เพื่อชาติ ประชาชาติ เศรษฐกิจใหม่ เสรีรวมไทย และพลังปวงชนไทย ประชุมร่วมกัน ต่อมานายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงว่า คณะทำงานเห็นชอบจัดทำแคมเปญ “ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน” โดยจะชวนรัฐบาลมาทำงานเพื่อประชาชน เราจะลงไปพบปะประชาชน และออกข่าวตามช่องทางต่างๆ พร้อมเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการกระทำที่เป็นการประทุษร้ายต่อผู้ใช้สิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีผู้เห็นต่างทางการเมืองถูกทำร้ายหลายครั้ง และยังคงเดินหน้าตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว.ต่อไป และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้งที่ไม่เที่ยงธรรมด้วย

“เจ๊หน่อย” โวยป่วนมาถึงฝ่ายค้าน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ แม้นายกฯจะส่งสารขอโทษประชาชน แต่การพูดโดยที่ไม่ลงมือแก้ไขทำให้ถูกต้อง ไม่เกิดประโยชน์อะไร เป็นครั้งแรกที่ผ่านการเลือกตั้งมากว่า 3 เดือนแล้วยังจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่เห็นพูดถึงปัญหาประชาชน มีแต่ข่าวคนนั้นกลุ่มนั้นจะเอากระทรวงนั้นกระทรวงนี้ มีแต่การแก่งแย่งผลประโยชน์ ในสภาวะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน เมื่อตั้งรัฐบาลยังไม่ได้ทำให้ฝ่ายค้านทำงานไม่ได้ด้วย จะตั้งกระทู้ถามความเดือดร้อนให้ประชาชนก็ไม่มีใครมาตอบ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรทำคือเร่งแก้ไขและจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ใช้ภาวะผู้นำจัดการแก้ปัญหาให้จบ ทุกวันนี้ประชาชนเสียโอกาสมามาก ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน รอให้มีรัฐบาลมาเร่งแก้ไข

“พี่ใหญ่-พี่รอง” เพลาๆลงได้แล้ว

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาการจัดโผ ครม.ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ยังไม่นิ่งว่า ติดตามการจัด ครม.ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปรากฏตามหน้าสื่อ พบว่าหลายคนเป็นคนหน้าเดิมๆจากรัฐบาลประยุทธ์ 1 จึงมีคำถามว่าจะแก้ปัญหาปากท้องประชาชนที่สะสมมานานมากกว่า 5 ปีได้จริงหรือไม่ ที่ผ่านมาพิสูจน์เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร และ ครม.ที่ผ่านมาไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้ไม่เข้าใจปัญหาประชาชน ขณะที่ประชาชนคาดหวังสูงว่าหลังเลือกตั้งจะได้รัฐบาลที่เขาสัมผัสได้ เข้าใจ เข้าถึงและแก้ปัญหาให้อย่างจริงจัง “ขอฝากว่า พี่ใหญ่ พี่รอง และคณะน้องๆกุมาร เที่ยวนี้ต้องชะลอไว้ก่อน ให้เป็นคณะทำงานของท่านนายกฯก็พอ เพราะวันนี้ประเทศต้องมาก่อน ไม่ใช่พรรคพวกต้องมาก่อน”

ฉะผู้นำหลงไหลเกมยึดอำนาจ

ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากสารนายกฯที่ระบุถึงวิธีแก้ปัญหาการเมืองแบบเดิมๆนั้น หมายถึงอะไร ท่านกำลังข่มขู่ประชาชนว่า ถ้าทนความวุ่นวายทางการเมืองไม่ไหว จะสั่งให้กองทัพออกมายึดอำนาจใช่หรือไม่ การพูดเช่นนี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่สร้างสรรค์ มีความคิดล้มล้างรัฐธรรมนูญและการปกครอง ยิ่งตอกฝาโลงทางเศรษฐกิจ ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซ้ำเติมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจให้เลวร้าย หนักกว่าเดิม ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ควรวางตัวให้เหมาะสม น่าจะรู้ว่าอะไรสมควรพูดอะไรไม่สมควรพูด อย่าอ้างว่าพูดเพื่อปรามพรรคร่วมรัฐบาลไม่ให้แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะการเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรีควรยึดหลักความรู้ความสามารถ สะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไร้ความสามารถในการเป็นผู้นำประเทศอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังฝักใฝ่ระบอบเผด็จการ และอำนาจนิยม รวมทั้งหลงใหลการยึดอำนาจจนเข้ากระดูกดำ

ส.ว.จ่อรุมฟ้องกลับ “เรืองไกร”

ช่วงเช้าที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวถึงการฟ้องดำเนินคดีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ที่ยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ว. 21 คน เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญกรณีถือหุ้นกิจการสื่อสารมวลชน ว่า ขณะนี้ ส.ว.ที่ถูกร้องได้หารือโดยดูแนวทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องของพรรคอนาคตใหม่ตรวจสอบ ส.ส. 32 คน หาก ส.ว.คนใดจดวัตถุประสงค์ในกิจการสื่อ แต่ไม่ได้ประกอบกิจการจริง ให้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ชี้แจง กกต. ที่ผ่านมา คสช.ได้แจ้งผู้ผ่านการคัดเลือกเป็น ส.ว.ว่าให้ตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนวันที่ 8 พ.ค. ส่วนตัวยืนยันว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ บริษัท แคนนู ไฮเรอร์ จำกัด ที่ตนตั้งขึ้นไม่ได้ประกอบกิจการสื่อสารมวลชน และยืนยันว่าตนรวมถึง ส.ว.คนอื่นที่มั่นใจในคุณสมบัติตัวเอง จะดำเนินคดีกับนายเรืองไกรแน่นอน

8 ส.ส.ปชป.พร้อมสู้คดีหุ้นสื่อ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าคณะทนายความผู้รับผิดชอบคดี 8 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ถือหุ้นสื่อ กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค.จะเรียกประชุมทีมทนายความที่ดูแลคดี เตรียมข้อต่อสู้ 7-8 ประเด็น อาทิ คุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) เกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อ บริษัทที่เปิดทำกิจการสื่อมวลชนจริงหรือไม่ ที่มารายได้ รายการเสียภาษี บัญชีงบดุลของบริษัท รวมถึงภาพถ่ายกิจการหลักฐานต่างๆ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ทำกิจการสื่อ เมื่อถามว่าศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่เคยวินิจฉัยตัดสิทธิผู้สมัคร ส.ส.บางคนไปแล้วที่ระบุวัตถุประสงค์ของบริษัทไว้เพื่อประกอบกิจการสื่อจะมีผลหรือไม่ นายราเมศตอบว่า ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการตั้งต้นใหม่หมด ใช้ระบบไต่สวน โดยวางหลักการไว้ว่าผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนต้องไม่ทำกิจการสื่อมวลชนจริง และย้ำถึงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ห้าม ส.ส.ถือหุ้นสื่อ เพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

ประชาธรรมไทยขับสมาชิกพรรค

นายอนิรุทธิ์ สมุทรโคจร โฆษกพรรคประชาธรรมไทย กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติขับไล่นายชัยวุฑ ตรึกตรอง พ้นจากสมาชิกพรรค เนื่องจากไม่นำเอกสารและหลักฐานบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่ง กกต. ตามที่กฎหมายกำหนด และพรรคได้ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว และแจ้งให้ กกต.ทราบแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 155 และขอให้นายชัยวุฑส่งเอกสารและหลักฐานทางบัญชีมายังที่ทำการพรรค ภายในวันที่ 15 ก.ค.นี้

“จุรินทร์” ลุยพบชาวไร่มันอีสาน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานเทศบาลตำบลไชยมงคล อ.เมืองนครราชสีมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ เดินทางมาติดตามสถานการณ์ราคามันสำปะหลังในพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยมีนายสมโภชน์ นามประสิทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลไชยมงคล สมาคมมันโรงงานสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ประกอบการ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่กว่า 300 คน ร่วมประชุม นายจุรินทร์กล่าวว่า มารับทราบข้อมูล และแลกเปลี่ยนความเห็นกับชาวไร่มันสำปะหลัง ลานมันฯ โรงมันฯ และผู้ส่งออก มุ่งเน้นการประกันรายได้เกษตรกรเพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพส่งให้ผู้ประกอบการ

ไม่มีอะไรจะฝากถึงนายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามเรื่องฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี นายจุรินทร์ตอบว่า ตอนนี้มีแค่นายกรัฐมนตรี ส่วนรัฐบาลต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ครม.ก่อน ส่วนระบบการตรวจสอบของฝ่ายค้านเป็นเรื่องปกติ สามารถทำได้ ในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เราต้องรับการตรวจสอบและสนับสนุนให้มีการตรวจสอบ ส่วนการตีรวนกันในพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่มีอะไรให้ข้อคิดกับนายกฯ เพราะท่านพอจะทราบอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร

อนค.ยันไม่มีนโยบายขวางอีอีซี

ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า พรรคมุ่งเน้นการจัดเวทีเพื่อรวบรวมปัญหาและความเห็นของประชาชน สัปดาห์ที่ผ่านมาจัดงานเปิดตัวโครงการ Eastern Life Corridor (ELC) พรรคเราไม่มีนโยบายขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ไม่เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์และคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าแลก จึงเสนอแนวคิดคู่ขนานระเบียงชีวิตภาคตะวันออก ให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถทำโดยการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปด้วยกันได้ ทั้งเรื่องประมง การจัดการน้ำ การจัดการขยะ ปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ผลตอบรับถือว่าน่าพอใจอย่างมาก สิ่งที่เรารวบรวมได้จะถูกนำไปขับเคลื่อนเป็นนโยบายพรรค ทั้งในระดับชาติผ่าน ส.ส. และระดับท้องถิ่น

ต่อสัมปทานทางด่วนหวั่นหมกเม็ด

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีความพยายามจะขยายสัมปทานสัญญาทางด่วน โดยจะผลักดันเข้า ครม.ในวันที่ 2 ก.ค. เรื่องนี้มีเงื่อนงำ และมีผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง เกิดมาจากค่าโง่ 4,300 ล้านบาท โดยพยายามพ่วงด้วยการขยายสัมปทานทางด่วนใหม่มูลค่า 430,000 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี ขอให้หยุดการดำเนินการ และขอให้ ส.ส.และประชาชนตรวจสอบก่อนจะ มีการดำเนินการใดๆ อยากให้สังเกตท่าทีแต่ละพรรคต่อกรณีดังกล่าว จุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ชัดเจน คือจำเป็นต้องตรวจสอบสัญญาก่อน เราจะผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะการตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯที่เป็นหัวหน้า คสช. คาดว่าญัตตินี้ผ่านแน่นอน หากไม่มีการกลับลำ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าฝ่ายค้านไม่ได้ค้านทุกเรื่อง แต่สนับสนุนให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐอย่างเข้มข้น

พลังธรรมใหม่เบรกสัมปทานค่าโง่

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นตัวแทน นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ยื่นเรื่องร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบมติของคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (บอร์ด กทพ.) ที่อนุมัติต่อสัญญาสัมปทานหรือค่าโง่ทางด่วนให้กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ออกไปอีก 30 ปี โดยนายปิยะ ลือเดชกุล ผอ.การสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รับเรื่อง นายจาตุรันต์กล่าวว่า พรรคพลังธรรมใหม่เห็นว่าการพิจารณาต่ออายุสัมปทานซึ่งมีมูลค่า 8.5 แสนล้านบาท ควรรอให้รัฐบาลชุดใหม่ทำหน้าที่อนุมัติ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม ขณะนี้ทราบว่า กทพ.ส่งเรื่องให้กระทรวงคมนาคมเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 2 ก.ค. จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งเรื่องให้ ครม.ชะลอพิจารณาอนุมัติการต่อสัญญาสัมปทานดังกล่าว

สรส.ออกโรงจี้นายกฯ ทบทวน

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. คัดค้านและขอให้ทบทวนการขยายระยะเวลาสัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด นายสาวิทย์กล่าวว่า ที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการเจรจาไม่มีความชัดเจน ไม่น่าเชื่อถือไม่ผ่านการตรวจสอบ ไม่สามารถอธิบายได้ว่าผลการเจรจาเป็นการบรรเทาความเสียหายของรัฐอย่างไร มีการนำข้อพิพาท รวมเงินต้นและดอกเบี้ย มาเป็นต้นเหตุในการต่อสัญญาสัมปทาน เหตุใดจึงไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ชัดเจน หรือเปิดให้มีการแข่งขันของนักลงทุน สมาพันธ์ฯ ขอเรียกร้องให้นายกฯ ทบทวนเรื่องดังกล่าว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดด้วย

โวยบัวแก้วประมูลอีพาสปอร์ต

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ นายมานพ กุลประกอบลาภ และนายธิติพงศ์ บุพโพดม ผู้แทนกิจการร่วมค้า WIN ประกอบด้วย บริษัท ศิริวัฒนาซีเคียวริตี้พริ้นท์, บริษัท MSCS สิทธิผล จำกัด และเดอร์มาล็อก โอเดนติฟิเคชั่น ซิสเต็มส์ จีเอ็มบีเอช (เยอรมัน) นายณฐพงศ์ พินิตพงศ์กุล กับนายปิยะ ยืนยงสุวรรณ ผู้แทนกิจการร่วมค้า TIM ประกอบด้วยบริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด, IDEMIA (ฝรั่งเศส) MSC และ ซีพี และนายไพรัชต์ สิทธิรัตนยืนยง กับนายธนัญญชัย แซ่ฉั่ว ผู้แทน กิจการร่วมค้า จันวาณิชย์ ประกอบด้วยบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด และบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยข้อมูลด้านเทคนิคที่ตัดสินให้กิจการร่วมค้าดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง เป็นคู่สัญญาทำบัตรประจำตัวประชาชน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ Gemalto ชนะการประกวดราคาจ้างผลิต และให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ระยะที่ 3 ด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ครั้งที่ 2 วงเงิน 7,463,250,000 บาท

อาจพึ่งศาลปกครองขอดูทีโออาร์

นายธนัญญชัย แซ่ฉั่ว ผู้แทนกิจการร่วมค้า จันวาณิชย์ กล่าวว่า หนังสือเดินทางไทย ปัจจุบันจะ ใช้เทคโนโลยีความปลอดภัย 2 ชุด คือ สร้างภาพ เสมือนจริงด้วยเลเซอร์เป็นรูปใบหน้าคน (Laser Engraving) และปรุภาพเสมือนจริงด้วยเลเซอร์ (Image Perforation using laser) แต่การที่กระทรวงการต่างประเทศแก้ไขทีโออาร์แล้วบอกว่า เทคนิคความปลอดภัยจากการปลอมแปลงที่กิจการร่วมค้าดาต้าโปรดักส์ ทอปปัง ชนะประกวดราคาสูงกว่ามาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และดีกว่ามาตรฐานเดิมนั้น เราอยากรู้รายละเอียด ถ้าดีกว่าจริงพวกเรายอมรับและไม่ติดใจ ขณะที่นายณฐพงศ์ พินิตพงศ์กุล ผู้แทนกิจการร่วมค้า TIM กล่าวว่า อยากให้กระทรวงฯ เปิดเผยรายละเอียดให้สังคมทราบ ถ้าผลออกมาเป็นเทคโนโลยีที่ดีกว่าของพวกเราทั้ง 3 กิจการค้า เรายอมรับ ไม่เช่นนั้นอาจต้องพึ่งศาลปกครองต่อไป

“ธานี” ยันโปร่งใสทุกขั้นตอน

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ยืนยันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการผลิตและให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์โปร่งใส ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง มีผู้สังเกตการณ์อิสระจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเข้าร่วมทุกขั้นตอน มีเกณฑ์การประเมินกำหนดสัดส่วนด้านราคาที่ร้อยละ 40 และด้านประสิทธิภาพที่ร้อยละ 60 ผู้ชนะการประมูล คือผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุด อาจไม่ใช่ผู้เสนอราคาต่ำสุด โดยผู้ยื่นประกวด ราคาในระบบ e-bidding สามารถยื่นราคาได้เพียงครั้งเดียวตามระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ของกระทรวงการคลัง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจรมว.พลังงานประยุทธ์ จันทร์โอชาอนุชา นาคาศัยพรรคพลังประชารัฐรมช.คลังข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้