ข่าว
100 year

"อุตตม"อ่วม วงเสวนา ห่วง"บิ๊กตู่"ตั้งเป็นรมว.คลัง ชี้ขาดคุณสมบัติ

ไทยรัฐออนไลน์30 มิ.ย. 2562 17:37 น.
SHARE

เสวนา ตรวจโผ ครม.ประยุทธ์ 2 อัด “อุตตม” หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตกรุงไทย รอดคดี แถมได้เป็น รมต.ต่อเนื่อง “ธีระชัย” อดีต รมว.คลัง ห่วง “บิ๊กตู่” ตั้ง รมต.ขาดคุณสมบัติ กระทบภาพลักษณ์รัฐบาล

คณะกรรมการตรวจสอบภาคประชาชน และเครือข่ายภาคประชาชน พร้อมด้วยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมจัดงานเสวนาในหัวข้อ “ตรวจสอบโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 กับเสียงสะท้อนของประชาชน”

โดยนายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ บอกว่า การเสวนาวันนี้จะพุ่งเป้าไปที่การวิพากษ์วิจารณ์ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่มีชื่ออยู่ในตำแหน่ง รมว.คลัง เหตุผลที่มีการพูดถึงนายอุตตม เพราะเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ในคดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ 9 พันล้านบาทให้กับบริษัทกฤษดามหานคร

ด้าน นายวันชัย บุนนาค ทนายความและนักวิชาการด้านกฎหมายอิสระ กล่าวว่า การอนุมัติสินเชื่อที่นำไปสู่การทุจริตวงเงิน 9 พันกว่าล้านบาท เราพบความผิดปกติในหลายเรื่อง แต่หนึ่งในนั้นคือ เรื่องของคณะกรรมการที่มีอำนาจลงนามในการอนุมัติสินเชื่อ ที่มีทั้งหมด 5 คน มีชื่อของนายอุตตมร่วมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2546 ที่มีการอนุมัติสินเชื่อจนนำไปสู่การตรวจสอบทุจริต รายงานการประชุมวันดังกล่าวมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า นายอุตตม เข้าร่วมประชุม และไม่ได้แสดงความเห็นคัดค้าน พร้อมร่วมลงนามในการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวด้วย แต่เมื่อคดีนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้ต้องหา คณะกรรมการอนุมัติสินเชื่อชุดนี้กลับถูกดำเนินคดีเพียง 3 คน โดยคณะกรรมการ คตส.ที่ถูกตั้งขึ้นมา โดยคณะรัฐประหารเมื่อปี 2549 ได้รับสำนวนคดีมาสืบสวนต่อ จนกระทั่งมีมติเห็นว่า นายอุตตม ไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิด ส่วนนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ อีกหนึ่งคณะกรรมการก็ถูกกันตัวไว้เป็นพยานในคดีตั้งแต่แรก

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากการจัดทำโผคณะรัฐมนตรียุติแล้ว ตามคำกล่าวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีชื่อนายอุตตมเข้าไปเป็น รมว.คลัง ในฐานะที่ตัวเองเป็นอดีต รมว.คลัง ขอพูดด้วยความห่วงใยว่า หากมีรัฐมนตรีที่มีลักษณะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเข้าไปทำหน้าที่จะทำให้ ครม.มีปัญหา โดยคำพิพากษาคดีปล่อยกู้กรุงไทยตอนหนึ่งได้บรรยายพฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความไม่ชอบมาพากล โดยระบุว่าคณะกรรมการบริหารที่มีอำนาจอนุมัติสินเชื่อ มีเจตนาช่วยเหลือให้จำเลยที่ 19 คือ บริษัทกฤษดามหานครได้รับอนุมัติสินเชื่อ 9,900 ล้านบาท มิได้รักษาประโยชน์ของธนาคารผู้เสียหาย มีเจตนาเพื่อช่วยเหลือกลุ่มจำเลยที่ 19 ได้รับเงินจากผู้เสียหาย เพื่อนำไปเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 20 หากอ่านข้อความตามความเข้าใจของตัวเอง ศาลกำลังบอกว่ามีพฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ดี และรู้ดีอยู่แล้ว ที่จะไม่ควรอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งศาลพูดถึงคณะกรรมการบริหารที่มีอยู่ 5 คน หากอ่านตามนี้ กรณีการดำเนินการของนายอุตตมก็ต้องอยู่ในข่ายโดนวิพากษ์วิจารณ์ในคำพิพากษาของศาล และทำให้รู้สึกว่าหลุดจากคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ เพราะมาตรา 160 แห่งรัฐธรรมนูญระบุว่า รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ดังนั้นการแต่งตั้งบุคคลลักษณะนี้ไปเป็นรัฐมนตรี ไม่เคารพ ไม่สนใจต่อกฎหมาย และยังไม่พูดถึงว่าเป็นการตั้งบุคคลลักษณะนี้จะเข้าข่ายหลบหลู่ดูหมิ่น 3 สถาบันหลักหรือไม่

นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินคดีไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมการบริหารที่มี 5 คนผิดแน่นอน แต่กลับมีปัญหาที่ว่า นายณรงค์ชัย และ นายอุตตม กลับถูกกันตัวไว้เป็นพยาน และขึ้นเบิกความเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 โดยคำพิพากษาคดีนี้ยังพบด้วยว่าคำให้การของ 2 คนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยกับที่ศาลชี้ว่า กรรมการบริหารที่มีอำนาจอนุมัติสินเชื่อมีความผิด เพราะพยานหลักฐานจากแหล่งข้อมูลอื่นถือว่ามีมมากพออยู่แล้ว ขณะเดียวกันเชื่อว่าคดีนี้มีเป้าหมายที่ต้องการโยงถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นจำเลยที่ 1 จึงต้องการให้ นายชัยณรงค์ และนายอุตตม ให้การเชื่อมโยงไปถึงนายทักษิณ ท้ายที่สุด คำให้การทั้ง 2 คนก็ไม่ได้ทำให้ศาลชี้ได้ชัดเจนว่า “ซูเปอร์บอส” ที่ถูกพูดถึงนายทักษิณ เรื่องนี้จึงไม่ชอบมาพากล และต้องย้อนกลับไปดูว่าคดีนี้ที่เริ่มต้นตั้งแต่ ป.ป.ช. ก่อนถูกส่งต่อให้คณะกรรมการ คตส. ในช่วงที่มีการรัฐประหาร 2549 กระทั่งนำไปสู่การพิจารณาในชั้นศาลในที่สุด ใครเป็นคนเห็นว่าจะไม่ดำเนินคดีกับนายชัยณรงค์ เพื่อกันตัวไว้เป็นพยาน และใครที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายอุตตม ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นจำเลยที่ 19 ในชั้นสอบสวนของ คตส.

นายพนัส กล่าวด้วยว่า แม้ว่าศาลจะพิพากษาคดีนี้ไปแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้เสียหายยังสามารถรื้อฟื้นคดีได้อีก ซึ่งการขอฟื้นคดีต้องมีหลักฐานใหม่ไปนำเสนอ โดยกรณีนี้หลักฐานใหม่คือ คำพิพากษาคดีนี้ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจนถึงที่สิ้นสุดแล้ว เพราะมีข้อมูลที่ชี้ชัดเจนว่า นายอุตตม และนายณรงค์ชัย ต้องถือเป็นผู้กระทำความผิดร่วมด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62อุตตม สาวนายนรมว.คลังบิ๊กตู่เสวนาหัวหน้าพลังประชารัฐทุจริตธนาคารกรุงไทยเลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้