กีฬา
100 year

32 ส.ส.โดนคดีถือหุ้นสื่อ ศาลรัฐธรรมนูญอุ้มไม่ต้องยุติทําหน้าที่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 มิ.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

พลังประชารัฐเจอ 21 ราย ปชป.8 พร้อมหม่อมเต่า ปล่อยผีไม่มีมลทิน 9 คน

32 ส.ส.พรรครัฐบาลระทึก ศาล รธน.ตั้งแท่นรับคำร้องปมถือหุ้นสื่อไว้วินิจฉัย ส่วนอีก 9 คน รอดตัวเห็นว่าไม่เข้าข่าย แต่ทั้งหมดยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ รีบแจงเทียบกับคดี “ธนาธร” เพราะ กกต. สอบสวนหาข้อเท็จจริงมาก่อนแล้ว “ณัฏฐพล-สาธิต-หม่อมเต่า-เทวัญ” มีลุ้นเสียว พรรคฝ่ายค้านรุมถล่มรายงานแผนปฏิรูปสุดเหลว “ชวน” ย้ำสติ ส.ส.เสียงปริ่มน้ำ “ศุภชัย โพธิ์สุ” รับลูกไม่ตั้ง กมธ.สอบสรรหา ส.ว. “บิ๊กตู่” แจงปมคนหลุดโผ รมต. เหตุพรรคร่วมชงชื่อมาเกิน พท.ซัดคนรับใช้ คสช.อยู่รอดปลอดภัย เลขาฯ ป.ป.ช.ย้ำยืมเพื่อนจริงไม่ต้องแจ้งทรัพย์สิน ตร.ยกแม่น้ำอ้างตามตัว “แรมโบ้” ไม่ทัน

หลัง 41 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลรอลุ้นระทึกมาพักใหญ่ ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.เป็นอันสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญกรณีถูกร้องว่าถือครองหุ้นสื่อ โดยรับไว้พิจารณาวินิจฉัย 32 คน ขณะที่อีก 9 คนเห็นว่าไม่เข้าข่าย โดยทั้งหมดยังไม่เข้าเงื่อนไขต้องสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่

ศาล รธน.ปล่อย 9 ส.ส.รอดถือหุ้นสื่อ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 จำนวน 2 คำร้อง คือ ขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.จำนวน 41 คน สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ โดยศาลประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าไม่รับคำร้องของผู้ถูกร้อง 9 คน ประกอบด้วย จากพรรคพลังประชารัฐ 6 คน คือ นายศาสตรา ศรีปาน นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรธ์ น.ส.ภริม พูลเจริญ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน คือ นายกรณ์ จาติกวณิช นายประมวล พงศ์ถาวราเดช นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ระบุว่าประกอบกิจการค้ากระดาษ เครื่องเขียน แบบเรียน แบบพิมพ์ หนังสืออุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์ถ่ายภาพและภาพยนตร์ เครื่องคํานวณ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์การพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ตู้เก็บเอกสาร และเครื่องใช้สำนักงานทุกชนิด เครื่องมือสื่อสารคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่ของสินค้า หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกให้แก่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เป็นวัตถุประสงค์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ที่จะมีลักษณะเข้าข่ายอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส.ทั้ง 9 คนต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ

32 ส.ส.มีเสียวแต่ไม่ต้องยุติหน้าที่

สำหรับผู้ถูกร้องอีก 32 คน ศาลรับไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรค 2 บัญญัติเงื่อนไขไว้ว่าต้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง แต่ในคดีนี้ผู้ร้องไม่ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง มีเพียงเอกสารประกอบคำร้องเป็นหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ระบุรายละเอียดวัตถุประสงค์ กับสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเท่านั้น ไม่ปรากฏแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัทและแบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด จึงยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ถูกร้องประกอบธุรกิจใด ศาลต้องดำเนินการไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริง จึงยังไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้ง 32 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนี้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ พร้อมส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องทั้ง 32 คน ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

เทียบคดี “ธนาธร” กกต.สอบสวนแล้ว

ขณะที่คดีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพของนายธนาธร ผ่านการสอบสวนของ กกต.ซึ่งมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงมาก่อนยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีเอกสารประกอบคำร้อง เช่น แบบ สสช.1 ระบุสินค้าหรือบริการที่ประกอบการว่าประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ โรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย ประกอบกับแบบส่งงบการเงินที่บริษัทของนายธนาธร ยื่นต่อกรมธุรกิจการค้า 2554-2558 ระบุไว้ชัดเจนว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร และรายได้จากการให้บริการโฆษณา จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่านายธนาธรมีกรณีตามที่ถูกร้องศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรค 2

เปิดชื่อ 21 ส.ส.พปชร.ที่มีเสียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อ ส.ส. 32 คน ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาคุณสมบัติ เป็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 21 ราย ประกอบด้วย นายกษิติ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชี รายชื่อ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม น.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี นายสมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ น.ส.ภาดา วรกานนท์ ส.ส.กทม.

“สาธิต–หม่อมเต่า–เทวัญ”โดน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากพรรคประชาธิปัตย์ 8 คน ประกอบด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎร์ธานี น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน คือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค จากพรรคชาติพัฒนา 1 คน คือ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค และพรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน คือนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรค

“สาธิต” ไม่หนักใจพร้อมชี้แจง

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังทราบผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่ายืนยันไม่หนักใจ เพราะไม่ได้ประกอบกิจการใดเกี่ยวกับสื่อ ทั้งนี้ได้จัดทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเตรียมพร้อมแก้ข้อกล่าวหาเพื่อส่งให้ศาลแล้ว พร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน คือเอกสารการจดทะเบียนเพื่อขอจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และบริษัทจำกัด เป็นการกรอกตามแบบฟอร์มในหนังสือบริคณห์สนธิ ที่สำคัญทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดที่ว่านั้นจัดตั้งมากว่า 30 ปีแล้วเป็นการประกอบธุรกิจอื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชนใดๆ เชื่อมั่นว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนไม่เข้าข่ายความผิดตามที่มีการร้องเรียน “หากนำข้อเท็จจริงตามบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิพากษาไว้ มาเทียบเคียงกรณีของตน เชื่อมั่นว่าสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ โดยจะส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานี้ภายใน 15 วัน ตามที่ศาลกำหนด”

“เทวัญ” ยันค้าที่ดินไม่ได้ทำสื่อ

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ยืนยันว่า บริษัท เอส.ซี.เค.แลนด์ จำกัด ที่มีชื่อตนถือหุ้นอยู่เป็นของมารดาที่จดทะเบียนมาเกือบ 30 ปีแล้ว มารดาคงเป็นห่วงจึงยกหุ้นให้ตนด้วย เป็นบริษัทประกอบกิจการค้าที่ดินไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ ไม่ได้กังวลอะไร คงชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญไปตามข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวถือเป็นการจดทะเบียนตามแบบฟอร์มทั่วไปของกระทรวงพาณิชย์ ส่วนจะกระทบต่อการทำหน้าที่รัฐมนตรีที่ล่าสุดเป็น 1 ใน 36 คนที่มีชื่อร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ แต่เบื้องต้นในเรื่องหุ้นต้องหาวิธีเอาหุ้นออกไปจากตัวเราก่อน โดยจะนัดหารือกับฝ่ายกฎหมาย และจะทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 27 มิ.ย.

เอาคืนทันควันฟ้อง 32 ส.ส.ฝ่ายค้าน

ต่อมาช่วงค่ำ นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีกรณี 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ถูกร้องถือครองหุ้นสื่อ กล่าวว่า จะให้ ส.ส.ทั้ง 21 คนรวบรวมเอกสารโดยเฉพาะงบดุลบริษัทมาพิจารณา เพราะเห็นแล้วว่าศาลรับฟังข้อเท็จจริง ทำให้เห็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการต่อไป ต้องทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเชื่อว่า ส.ส.ทั้ง 21 คนไม่ได้ถือครองหุ้นสื่อ และคงต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญนำคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้ง 2 คดีก่อนหน้านี้มาเปรียบเทียบ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ต้องกราบขอบคุณศาลที่ให้โอกาส ส.ส.ของพรรค และฝ่ายรัฐบาลได้ทำหน้าที่ต่อ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่วนกรณีการยื่นฟ้อง ส.ส. 7 พรรคฝ่ายค้านจำนวน 55 คนนั้น จากผลของศาลรัฐธรรมนูญ ทีมทนายได้นำมาพิจารณาตัด ส.ส.ที่เข้าข่ายเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องออก ทำให้เหลือ 32 คน บางคนพบว่าประกอบธุรกิจสื่อมวลชนจริง ส่วนใหญ่เป็นของพรรคเพื่อไทย และบางคนเป็นถึงหัวหน้าพรรค คาดว่ายื่นเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้

“ปิยบุตร” หวังใช้มาตรฐานเดียวกัน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เราตั้งข้อสังเกตว่าดูเหมือนศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เกณฑ์ในการพิจารณาที่แตกต่างจากแนวทางของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ที่พิจารณาแต่เพียงหนังสือบริคณห์สนธิ ดูวัตถุประสงค์เรียงข้อและมีการตัดสิทธิเลือกตั้งไปแล้ว 2 ราย ดังนั้นแนวแบบนี้ยังไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินแบบใด แต่จากเอกสารที่ออกมา ดูเหมือนศาลรัฐธรรมนูญจะบอกว่าไม่ได้ดูแต่เหตุผลในหนังสือบริคณห์สนธิ และความประสงค์จะทำกิจการเท่านั้น แต่ดูว่าประกอบกิจการจริงหรือไม่ การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่สั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ผิดกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เรายังหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้มาตรฐานเทียบเคียงกับกรณี 2 ผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ด้วย

อนค.ข้องใจโครงสร้าง กอ.รมน.

วันเดียวกันเวลา 14.00 น. ที่หอประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดเป็นครั้งแรกของสภาชุดใหม่ โดย พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่เริ่มต้นตั้งกระทู้ถามสดกระทู้แรก เรื่องโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน.ที่ยังคงอำนาจ คสช. รวมถึงควบคุมสิทธิเสรีภาพประชาชน เหตุใดกองทัพจึงให้ความสำคัญกับภารกิจรองมากกว่าภารกิจหลัก คือการป้องกันอริราชศัตรู เพราะผู้ขับเคลื่อน กอ.รมน.ในโครงสร้างยังเป็นทหารมีอำนาจเข้าตรวจค้น รวมถึงยึดทรัพย์ได้ ขณะเดียวกันคำสั่ง คสช.และมาตรการต่างๆยังคงมีอยู่เหมือนก่อนเลือกตั้ง ยกเว้นแค่เรื่องห้ามชุมนุมเกิน 5 คนเท่านั้น การคงคำสั่งไว้ทำให้เกิดความได้เปรียบทางการเมือง

“บิ๊กช้าง” รับหน้าที่ชี้แจง

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า กองทัพยังคงภารกิจหลักดูแลป้องกันประเทศ เป็นไปตามระเบียบแบบแผนปฏิบัติ คำสั่งที่ 3/58 และคำสั่งที่ 13/59 ทั้ง 2 ฉบับ อยู่ระหว่างพิจารณายกเลิก ที่เป็นห่วงเรื่องกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในระดับจังหวัด และระดับภาค ขณะนี้ความมั่นคงไม่ใช่เฉพาะเรื่องภายนอก แต่มีความมั่นคงภายในที่จะส่งผลกระทบในพื้นที่ บทบาทของ กอ.รมน.คือการอำนวยการและแก้ไขปัญหาความมั่นคง และประสานกับทุกภาคส่วนตามอำนาจที่ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้อำนาจ กอ.รมน.ดูแลทุกมิติในเรื่องของความมั่นคง

3 รมต.เบี้ยวตอบกระทู้เพื่อไทย

ต่อมาเป็นการตั้งกระทู้ถามทั่วไป โดยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ถาม 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การก่อสร้างถนนสาย 226 จาก 2 ช่องทาง ขยายเป็น 4 ช่องทางจราจร ของกระทรวงคมนาคม 2.มาตรการแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ของกระทรวงศึกษาธิการ และ 3.การขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้ว อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่นายชวนแจ้งต่อที่ประชุมว่า รัฐมนตรีทั้ง 3 กระทรวงติดภารกิจไม่สามารถมาตอบคำถามได้ เมื่อสภาพเป็นเช่นนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างรัฐบาลปัจจุบันกับรัฐบาลใหม่ นายครูมานิตย์กล่าวว่า รู้สึกสับสนมากกว่าเรามาถึงจุดที่มีรัฐบาลและนายกฯแบบไหนกันแน่ ไม่รู้เป็นรัฐบาลรักษาการหรือรัฐบาลอะไร กระทู้เหล่านี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไข จนพวกเขารู้สึกว่าตอนอยากเป็นนายกฯก็กระเสือกกระสนทำทุกอย่าง แต่จนวันนี้ยังไม่ได้ ครม.ชุดใหม่

ซัดแหลกปฏิรูปประเทศเหลว

จากนั้นเป็นการพิจารณารายงานผลดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ที่ให้ ครม.แจ้งความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบทุก 3 เดือน มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ จากนั้นเปิดให้ ส.ส.อภิปรายแสดงความคิดเห็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การทำแผนปฏิรูปครั้งนี้ ทำเพื่อสืบทอดอำนาจ เป็นห่วงแผนปฏิรูปทั้ง 11 ด้านที่ไม่มีตัวชี้วัดชัดเจน และไม่มีความคืบหน้า มีแต่ความล้มเหลวทุกด้าน โดยเฉพาะความล้มเหลวด้านการปฏิรูปการเมือง ผ่านการเลือกตั้งมา 4 เดือน แต่ยังไม่มีรัฐบาล และ ครม. ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นยุทธศาสตร์เข้าสู่อำนาจของคนบางกลุ่มเท่านั้น ถือว่าอันตรายมาก เพราะไม่มีประเทศใดเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาตินานถึง 20 ปี และการปฏิรูปประเทศขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน เป็นแค่ความคิดของคนกลุ่มหนึ่ง แผนปฏิรูป 11 ด้านจึงอยู่บนพื้นฐานของรัฐราชการ ไม่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง

อนค.ถล่มออกกฎหมายฟุ่มเฟือย

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หลายโครงการในการปฏิรูปมีความยิบย่อย ซ้ำซ้อน เช่น โครงการ “เลือกตั้งซื่อสัตย์และเป็นธรรม” ได้รับงบ 18 ล้านบาท ทั้งที่มี กกต.อยู่แล้ว ส่วนโครงการทางการเมืองไม่มีอะไรเสร็จสิ้น ที่สำเร็จคือการออกกฎหมายโดยสนช. เวลา 1 เดือนออกไป 26 ฉบับ รวมระยะเวลา 5 ปี สนช.ออกกฎหมาย 456 ฉบับ บางเรื่องแปลงร่างมาจากมาตรา 44 เช่น กฎหมายอีอีซี แสดงให้เห็นว่า ยิ่งปฏิรูปยิ่งล้มลุกคุกคลาน การปฏิรูปจึงเป็นเพียงข้ออ้างของการทำรัฐประหาร การรัฐ– ประหารเมื่อปี 2549 ใช้งบปฏิรูป 1,300 ล้านบาท ได้ 1,000 ข้อเสนอ ส่วนการรัฐประหารปี 2557 สภาปฏิรูปใช้เงินไป 1,700 ล้านบาท มีกรรมการปฏิรูป 11 คณะ เบิกเบี้ยประชุม 300 ล้านบาทต่อปี ได้มา 1,300 ข้อเสนอ รู้สึกเสียดายความพยายามที่จะปฏิรูปที่ควรเห็นความก้าวหน้ามากกว่านี้กับทรัพยากรที่เสียไป

แฉยึดสถานที่ราชการแจกเงิน

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การปฏิรูปประเทศที่ผ่านมาไม่มีรายละเอียด มีแต่ชื่อโครงการ เป็นเพียงวาทกรรม ไม่ใช่เรื่องปฏิบัติหวังผลจริงจัง เสียเวลา เสียงบเป็นพันล้าน แต่ผลไม่เกิด ทำประเทศถอยหลังไม่น้อยกว่า 30 ปี เห็นได้จากเรื่อง ส.ว. เดิมประชาชนเลือก ส.ว.ให้มาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถอยหลังไม่ให้ประชาชนเลือก แต่อำนาจ ส.ว.กลับมีมากขึ้นสามารถเลือกนายกฯได้

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า เห็นรายงานแล้วไม่เชื่อว่าจะปฏิรูปประเทศได้ ทุกคนเพิ่งได้รับรายงานในห้องประชุม ทั้งที่ควรได้ก่อนวันประชุม 4-5 วัน เหมือนต้องการให้สภาฯเป็นตรายาง รับทราบเฉยๆ การเลือกตั้งที่บอกว่าต้องการให้เกิดความสุจริต อยาก ถามว่าสุจริตแค่ไหน อยากบอกว่าเป็นการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงมโหฬารมากกว่าทุกครั้ง ใช้อำนาจรัฐอย่างไม่อายชาวบ้าน ที่ว่าการอำเภอบางแห่งเอาเงินพรรคการเมืองหนึ่งไปให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านกันอย่างโจ๋งครึ่ม

ไม่บรรจุญัตติสอบสรรหา ส.ว.

ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติเสนอตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบกระบวนการสรรหา ส.ว. ว่า มอบให้ฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรไปกลั่นกรองญัตติอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ได้ข้อสรุปว่าไม่สามารถตั้งคณะกรรมาธิการฯตามที่ฝ่ายค้านร้องขอมาได้ เพราะกระบวนการสรรหา ส.ว. เป็นอำนาจของ คสช.ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน อยู่นอกเหนืออำนาจสภาฯจะไปตรวจสอบหน้าที่ของสภาฯคือตรวจสอบกระบวนการทำงานของรัฐบาล แต่ คสช.ไม่ใช่รัฐบาล ไม่เกี่ยวกับการเกรงใจไม่กล้าตรวจสอบ คสช. ได้แจ้งเรื่องนี้ให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทราบแล้ว นายชวนระบุว่า ถ้ามีข้อกฎหมายและข้อบังคับรองรับ ก็ให้ยึดตามเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่เสนอมา

“ชวน” ย้ำสติ ส.ส.ปมเสียงปริ่มน้ำ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี ส.ส.ที่จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อาจทำให้เกิดปัญหาเสียงปริ่มน้ำว่า ส่วนตัวเห็นว่า ส.ส.ที่ไปเป็นรัฐมนตรี เวลามีปะชุมสภาฯหากไม่ติดภารกิจต้องมาประชุมสภาฯด้วย เพราะยังต้องทำหน้าที่ ส.ส.อยู่ หากมีการโหวตอะไรก็มีสิทธิโหวต ลงมติได้ เรื่องเสียงปริ่มน้ำต้องระวังไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหา สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ก็มีเสียงปริ่มน้ำเช่นกัน แต่สามารถทำงานได้จนเกือบครบ 4 ปี ขาดเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น

ชงศาล รธน.สอบคุณสมบัติ “บิ๊กตู่”

ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงว่า รวบรวมรายชื่อ ส.ส.จำนวน 101 คน ยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) หรือไม่ เพราะเหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ สาระหลักที่เรายื่นคือความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หลังประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคพลังประชารัฐ ลงสู้ศึกเลือกตั้ง และคนในรัฐบาลโดยที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีความชัดเจน ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 98 (5) และไม่มีผลผูกพันกับศาลรัฐธรรมนูญด้วย

พท.ไล่บี้อย่าบิดพลิ้วช่วยรัฐบาล

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีวิปรัฐบาลมีมติไม่ยอมให้พรรคฝ่ายค้านตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสอบสวนการสรรหาส.ว. ว่า ที่ฝ่ายรัฐบาลขัดขวางคงกลัวว่าจะสะท้อนความจริงถึงความผิดปกติและความฉ้อฉล มีการเล่นพรรคเล่นพวก จึงพยายามทำทุกวิถีทางสกัดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่จะยิ่งทำให้ประชาชนไม่พอใจ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ทนไม่ไหวกับความฉ้อฉล อาจแสดงปฏิกิริยาจนรัฐบาลไม่สามารถต้านทานได้ ขอเรียกร้องไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้พิจารณาบรรจุญัตติของฝ่ายค้านเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อตั้งกรรมาธิการฯ อย่าได้บิดเบี้ยวไปจากทำนองคลองธรรม เพียงแค่จะปกป้องความไม่ชอบมา พากล เพราะอาจกลายเป็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมมือกับ คสช. และรัฐบาล โดยไม่นำพาต่อผลเสียหาย

เสนอตั้ง กมธ.เช็ดล้าง ม.44

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ส.ส.พรรคฝ่ายค้านร่วมกันเข้าชื่อตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เสนอญัตติด่วนต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 เพราะต้องการตรวจสอบการใช้อำนาจของ คสช. ตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 จนถึงวันที่มี ครม.ชุดใหม่ แม้จะมีการเลือกตั้งแล้วแต่ยังมีการรับรองการใช้มาตรา 44 อยู่ สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากผลกระทบตามมาตรา 44 ในทุกด้าน สำหรับพิจารณาแก้ปัญหาและเยียวยาในอนาคตต่อไป

“บิ๊กตู่” แจงปมหลุดโผเหตุชงเกิน

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่เคยระบุว่ารายชื่อที่แต่ละพรรคเสนอมาเป็นรัฐมนตรีอาจมีหลุดโผไปบ้างนั้น พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ใช่แบบนั้น แต่คือเขาเสนอมา 40 กว่าคน ต้องมีหลุดบ้างแหละมั้ง เพราะมี 36 ตำแหน่ง”

“บิ๊กป้อม” ปัดเคลียร์โควตา พปชร.

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวร่วมรับประทานอาหาร และพูดคุยกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อคลี่คลายปัญหาการแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่า “ไม่มี ไปกินที่ไหน” เมื่อถามย้ำว่าได้คำตอบหรือยังว่าจะร่วม ครม.ต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบบ่ายเบี่ยงว่า “ไม่ร่วม ก็ยังไม่รู้นะ แต่ก็ไม่ไหวแล้ว” ผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อว่ายังอยู่ใน ครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำว่า “ไม่รู้ ยังไม่รู้เลย อยู่ที่นายกฯ”

“บิ๊กป้อม” ปัด “เสธ.นิมิตต์” ลาออก

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่า พล.ต.พล.ต.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ ยื่นลาออกจากราชการทหาร เพื่อไปช่วยงานการเมือง พล.อ.ประยุทธ์อย่างเต็มตัว ว่า ไม่ทราบ ยังไม่ได้รับรายงานว่า พล.ต.นิมิตต์ลาออก คิดว่าคงไม่มีการลาออก เพราะยังไม่เห็นหนังสือลาออก หากจะลาออกจากการเป็นทหารต้องมารายงานตัวกับตน
พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีหนังสือลาออกของ พล.ต.นิมิตต์ส่งมาที่ตน และยังไม่ได้ลงนามอะไรทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า พล.ต.นิมิตต์ได้ยื่นใบลาออกจากข้าราชการทหารจริง แต่มาเปลี่ยนใจภายหลัง และขอยกเลิกใบลาออกดังกล่าวจากสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม

บี้ สตง.ทวงเงิน อบจ.สงขลา

ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทวงถามความคืบหน้าการทวงเงินคืนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ที่มีนายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นนายก อบจ.สงขลา เบิกจ่ายเป็นเงินอุดหนุน อบจ.สงขลา ประจำปี 2558-2559 ให้สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสงขลา 22 ล้านบาท เกินอำนาจหน้าที่และไม่ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงินอุดหนุนปี 2543 นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีนี้ สตง.มีมติให้ อบจ.สงขลา นำเงินที่เบิกจ่ายไม่เป็นไปตามระเบียบและให้ส่งคืนคลัง โดยคืนไปแล้ว 3-4 ล้านบาท ขณะนี้นายนิพนธ์ถูกเสนอชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็น รมช.มหาดไทย เกรงว่าอาจไปยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐานจึงต้องทวงถามความคืบหน้า และขอให้ สตง.กระตุ้นไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่งตรวจสอบ

แนะวรรณกรรม “สุนทรภู่” นำชีวิต

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในวันสุนทรภู่ 26 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. อยากให้คนไทยเรียนรู้ประวัติและผลงานของสุนทรภู่ กวีเอก 4 แผ่นดิน ที่ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านงานวรรณกรรม คนทั่วไปอาจเรียนรู้ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดพัฒนาไปให้ถึงจุดสูงสุดโดยนำข้อคิดที่ได้จากผลงานสุนทรภู่ เช่น นิราศ กลอน บทละคร วรรณคดี ฯลฯ ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ โดยเฉพาะภาษาและวรรณคดีไทยที่ถือเป็นมรดกของชาติภายใต้ 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ช่วยกันรักษาและสืบทอดให้คงอยู่คู่กับสังคมไทย

ป.ป.ช.ย้ำยืมเพื่อนจริงไม่ต้องแจ้ง

อีกเรื่อง นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีตัวแทน ป.ป.ช.ตอบคำถามระหว่างการสัมมนา ส.ส.ระบุการยืมทรัพย์สินเพื่อนไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ประเด็นการยืมทรัพย์สินระหว่างกันหรือมีเหตุควรสงสัยว่า เป็นการยืมทรัพย์สินกันจริงหรือไม่นั้น ป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป เช่น กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับรถยนต์โฟล์กสวาเก้นที่พบในบ้านของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม แม้มีการอ้างว่า บุคคลอื่นให้ยืมใช้ทรัพย์สิน แต่ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า เป็นทรัพย์สินของนายสุพจน์จริง หรือกรณีการครอบครองนาฬิกาหลายเรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ตรวจสอบหลักฐานรับฟังได้ว่า ยืมเพื่อนมาใส่ในช่วงเวลาหนึ่งแล้วคืนกลับไป จึงไม่เป็นทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตรที่ต้องนำมาแสดง ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะพิจารณาวินิจฉัยเรื่องใด ต้องดูข้อเท็จจริงพยานหลักฐานและหลักกฎหมาย ไม่อาจวินิจฉัยตามความรู้สึกหรือกระแสสังคมได้

ญาติวีรชนยุ “บิ๊กตู่” ทิ้ง “ป้อม-ป๊อก”

ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเวทีประชาชน “ตรวจสอบรายชื่อคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 2 กับเสียงสะท้อนประชาชน” โดยนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มธ. กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่เกรงใจพี่เพื่อนพ้องนายพล 2 ป. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มัวหมองเรื่องยืมนาฬิกาเพื่อน และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มีคดีบอลลูนและจีที 200 อาจได้รับขนานนามเหมือน พล.อ.เปรม เป็นรัฐมหาบุรุษประชาธิปไตย ขอให้เป็นรัฐบาลโดยหลักกฎหมายนิติธรรม ยกเลิกคำสั่งที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ให้ทหารกลับเข้ากรมกอง ใช้มาตรา 44 สั่งให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่ง ยุบ ป.ป.ช. ยุบองค์กรอิสระที่มีจำนวนมาก และปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม จะได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญจากคนรุ่นหลังระลึกถึงตลอดกาลนาน ขอให้เปลี่ยนตัวเองจากเผด็จการเป็นประชาธิปไตยด้วยสันติวิธี ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ประเทศคงต้องไปถึงทางเลือกสุดท้ายคือเกิดความรุนแรง

“ธีระชัย” จ่อแฉ “อุตตม” คดีกรุงไทย

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า โจทย์สำคัญของรัฐบาลต้องไม่มีการตั้ง ครม.ที่ผิดรัฐธรรมนูญ เช่น นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่จะนั่ง รมว.คลัง ต้องเคลียร์ตัวเองให้ชัดก่อน ในเรื่องอนุมัติให้นายพานทองแท้ ชินวัตร กู้เงินธนาคารกรุงไทย นำไปสู่คดีฟอกเงิน ที่นายอุตตมเป็นกรรมการในขณะนั้น มีกรรมการโดนศาลลงโทษ 3 คน ไม่โดน 2 คน 1 ในนั้นคือนายอุตตม เพราะเป็นพยานซัดทอดนายทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นผู้โทร.สั่งกรรมการให้ปล่อยสินเชื่อ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) (5) ระบุว่า รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมเท่ากับทำผิดร้ายแรง ตนเป็นอดีตรองผู้ว่าการแบงก์ชาติ และอดีต ก.ล.ต. มีข้อมูลที่จะสรุปให้สังคมทราบในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ว่ากรรมการแบงก์กรุงไทยเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ และยังมีเรื่องที่แบงก์ชาติและ ก.ล.ต. อาจต้องดำเนินการเพิ่มเติมทางคดีแพ่งและอาญา

ตามตัว “แรมโบ้” ไม่ทันอายุคดี

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีสำนักงานอัยการระบุเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถควบคุมตัวนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน” อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ในคดีล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ที่พัทยา จ.ชลบุรี ทำให้ขาดอายุความนั้น ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้รับเรื่องร้องทุกข์เดือน มี.ค.2558 จากนั้นส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย ในเดือน ส.ค.60 ซึ่งอยู่ในกรอบระยะ เวลา ต่อมาพนักงานอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในหลายประเด็น และส่งสำนวนไปอีกครั้งในเดือน ม.ค.61 กระทั่งวันที่ 3 เม.ย.62 อัยการประสานให้ติดตามตัวนายสุภรณ์ ก่อนออกหมายจับวันที่ 4 เม.ย.62 ซึ่งจะขาดอายุความในวันที่ 11 เม.ย.62 เพียงแค่ 7 วัน ทุกอย่างอยู่ในกรอบระยะเวลา ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ปล่อยปละละเลยทำเต็มที่แล้ว แต่กรณีนี้ได้รับรายงานจากท้องที่พัทยาว่า ในพื้นที่มีคดีความจำนวนมาก ทำให้ล่าช้าในการติดตามตัวนายสุภรณ์ไม่เกี่ยวกับการเมืองและไม่มีการช่วยเหลืออย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญ32ส.ส.ถือหุ้นสื่อเลือกตั้ง62ถือหุ้นสื่อวินิจฉัยไม่ยุติปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED