“ขันติ โสรัจจะ” อดทนอดกลั้นเวลาพูดหรือฟังใครพูด สงบเสงี่ยมเจียมตัว

ย้ำกัน 2–3 รอบติดๆกัน นั่นแสดงว่า งานนี้ตั้งใจเอาจริงเอาจัง กับหลักการที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศจะปรับลุคใหม่ ในการเบิ้ลเก้าอี้ “นายกฯลุงตู่ ภาค 2”

ถ้าทำได้จริง มันจะเป็น “ยันต์มหาอุด” ให้ “ลุงตู่” แคล้วคลาดจากภยันตรายทางการเมือง

เบื้องต้นถือเป็นสถานการณ์เชิงบวกกับสถานการณ์การฟอร์ม ครม. “ลุงตู่ 2/1” ที่ทำสถิติใช้เวลานานสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย หลังเลือกตั้งมา 3 เดือนกว่า

ล่าสุด “สวนดุสิตโพล” เปิดรายชื่อว่าที่รัฐมนตรี “ประยุทธ์ภาค 2” ที่ถูกใจประชาชน 10 อันดับ

เบอร์ 1 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายเศรษฐกิจ) 42.12 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายกฎหมาย) 37.58 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม 30.61 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 4 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 26.82 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 5
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 24.55 เปอร์เซ็นต์

อันดับ 6 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ 20.00 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 7 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.ต่างประเทศ 19.09 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 8 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ 15.30 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 9 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม 12.12 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 10 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.พลังงาน 11.21 เปอร์เซ็นต์

เป็นอะไรที่เห็นได้ชัดเจน แยกแยะตามตัวเลขเชิงสถิติที่ออกมา 5 อันดับแรก คือทีมงาน “ลุงตู่ ภาคแรก” นั่นหมายถึงประชาชนพึงพอใจผลงานรัฐบาล คสช.

...

เป็นอานิสงส์ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาล “ลุงตู่ภาค 1”

ส่วนลำดับ 6 ถึงลำดับ 10 เป็นว่าที่รัฐมนตรีใหม่จากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะที่เซอร์ไพรส์คือ “สมศักดิ์–สุริยะ” ที่ถูกโจมตีภาพลักษณ์ คนในพรรคนอกพรรคตั้งแง่

แต่จุดสำคัญน่าจะเป็นฝีไม้ลายมือเชิงบริหารที่โชว์ไว้สมัยร่วมทีมอดีตรัฐบาลไทยรักไทย

นั่นหมายถึงประชาชน “แยกแยะ” กระแส ภาพลักษณ์ แต่นาทีนี้เลือกเชื่อมืออาชีพเชิงบริหารมากกว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศต้องเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายทางเศรษฐกิจ

ทั้งหมดทั้งปวงนี่คือ “ต้นทุน” เชิงบริหารของ “นายกฯลุงตู่ภาค 2”

ได้มืออาชีพ เน้นพวกเชี่ยวเชิงบริหาร กลบเสียงยีิ้

ภายใต้ไฟต์บังคับต้อง “ปะผุ” เรือรั่ว บรรทุกเสือ สิงห์ กระทิง แรด ฝ่าคลื่นศรัทธา

แต่ในจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามก็หมดมุกเหมือนกัน จับทางจาก “เสี่ยแดง” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ มือเศรษฐกิจทีมดูไบ ที่ขุดเรื่องเก่ายุคพระเจ้าเหา โยนระเบิดใส่ “อุลตร้าอุตตม” นายอุตตม สาวนายน ว่าที่ขุนคลัง ว่าด้วยปมปล่อยกู้กรุงไทย ทั้งๆที่ศาลฎีกาพิพากษาจบไปแล้ว

แนวโน้มยิงนก ตกน้ำ เล่นเกมสะเปะสะปะไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

เหมือนกันกับปมหุ้นสื่อที่ส่อล้างสภา ผลพวงจากทีมอนาคตใหม่ร้องศาลรัฐธรรมนูญไล่บี้ 41 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล นั่นก็ทำให้เจอทีมพลังประชารัฐเบิ้ลกลับ จี้โละ 55 ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน

ถ้าผิดจริง ส.ส.ก็หายไปอื้อทั้งสองฝ่าย บวกลบก็พอๆกัน

ตามรูปเกม กระบวนการในสภาเดินหน้าไปได้ ไม่มีทางตัน

แต่ที่น่าห่วงก็คือ “เค้าลาง” เกมลากการเมืองออกไปนอกสภา ตามสถานการณ์เคลื่อนไหวรายวันของ “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ที่วันนี้ยึดตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีโซเชียลมีเดีย” เต็มตัว

ล่าสุดโชว์ฟอร์มอินเตอร์ แสดงวิสัยทัศน์ประชันเวทีผู้นำอาเซียน นัยว่าเดินจังหวะล้อกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี
ตัวจริงเสียงจริง

“ธนาธร” เดินหมากนอกสภา ตีคู่ขนาน ยกตนทาบ “นายกฯลุงตู่”

ภาพฉาบเงา “ทักษิณ ชินวัตร” แบบถอด “ดีเอ็นเอการเมือง” กันมา

ล้อกันกับกระแสข่าวเชิงลึก ฝ่ายความมั่นคงเห็นเงารางๆมือยุทธศาสตร์มวลชนของ “นายใหญ่ดูไบ” เบอร์ใหญ่ระดับ “บุรุษหูกระต่าย” พันศักดิ์ วิญญรัตน์ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช “เดอะอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย
“แทรกซึม” เข้าไปเป็นกุนซือให้ทีมสีส้มอย่างเงียบๆ

ภายใต้ปรากฏการณ์ “คุณช่อ-อีช่อ” น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่อยู่ๆก็โป๊ะแตก ฟ้องด้วยภาพในอดีตสะท้อนกระบวนความคิดที่ล่อแหลมต่อสถาบัน

โยงกันเป็นฉากๆ “นายใหญ่” พลิกยุทธศาสตร์ เปลี่ยนตัวเล่นจากแกนนำม็อบแดงเป็นทีมสีส้ม

กระตุกรอยแยกจากแบ่งขั้วแบ่งสี เป็นแบ่งพรมแดนเด็กรุ่นใหม่กับผู้ใหญ่รุ่นเก่า

เป้าหมายเขย่าศูนย์อำนาจ “นายใหญ่” ผู้ไม่ยอมแพ้.

ทีมข่าวการเมือง