"พิชัย" ไล่บี้ "อุตตม" เคลียร์ปมอนุมัติเงินกู้กรุงไทย ก่อนรับตำแหน่ง รมว.คลัง ให้กระจ่าง พร้อมกังขาเป็นโจรปล้นบ้าน แต่ทำไมรอดได้ ถามนั่งรมต.เหมาะสมหรือไม่ จี้ "บิ๊กตู่" ใช้มาตรฐานเดียวกับ รมต.พรรคร่วม ใครไม่ดีตีกลับ อย่าอุ้มเฉพาะคน พปชร. เชื่อเพิกเฉยถูกสภาฯ ตรวจสอบหนัก ขณะที่ภาพลักษณ์รัฐบาลสังคมยี้
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.62 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หลังที่ตัวเองเปิดเผยเอกสารลับในสมัยที่ นายอุตตม เป็นกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามอนุมัติเงินกู้บริษัทในเครือกฤษดามหานคร รวมทั้งเป็นผู้ลงนามรับรองประชุมดังกล่าวจริงหรือไม่ หลังจากรายนามกรรมการ 3 ใน 5 คน ประกอบด้วย ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และ นายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา อดีตกรรมการบอร์ดกรุงไทย ถูกดำเนินคดีติดคุกไปแล้ว
นายพิชัย กล่าวต่อว่า อยากให้ นายอุตตม ชี้แจงว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่อย่างไร เหตุใดถึงไม่ถูกดำเนินคดี รวมทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่า กันไว้เป็นพยานในคดีดังกล่าวจริงหรือไม่ แล้วไม่ถูกดำเนินคดีจริงหรือไม่ หรือข้อเท็จจริง นายอุตตม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวนี้ ซึ่งเชื่อว่าหาก นายอุตตม ชี้แจงเรื่องดังกล่าวทั้งหมด สังคมก็จะคลายความสงสัย แต่หากยังเพิกเฉย ก็จะทำให้การเข้ารับตำแหน่ง รมว.คลัง จะไม่สง่างาม เพราะนอกจากควาสามารถต้องปรากฏเป็นที่ยอมรับแล้ว รมว.คลัง จะต้องมีความซื่อสัตย์ และมีการกระทำในอดีตที่โปร่งใสด้วย
...
"ขออนุญาตเปรียบเทียบหากโจรไปปล้นบ้าน จำนวน 5 คน แต่มีโจร 1-2 คน ที่ร่วมขบวนการด้วย แต่สุดท้ายไปซัดทอดบุคคลทั้ง 3 ให้ติดคุกและตัวเองพ้นโทษ อยากถามว่าถูกต้องหรือไม่ แม้ตัวเองจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่หากถามในเรื่องความผิดก็ยังดำรงอยู่ ขณะที่จริยธรรมก็ขัดอย่างแน่นอน แล้วถ้าจะนำโจรที่ถูกกันเป็นพยานมาเป็น รมว.มหาดไทย จะเหมาะสมไหม เช่นไหนก็เช่นกัน" นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวอีกว่า หาก นายอุตตม ไม่ออกมาชี้แจง ก็ขอเรียกร้องไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ควรแต่งตั้งบุคคลที่มีข้อกล่าวหาเข้าเป็นรัฐมนตรี โดยใช้มาตรฐานเดียวกับรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่ใครภาพลักษณ์ไม่ดีก็ส่งกลับ มิใช่ปกป้องแต่คนในพรรคพลังประชารัฐ เพราะหากเรื่องนี้ยังคลุมเครือต่อไป จะเป็นปัญหาในอนาคต และเชื่อว่าสภาฯ จะหยิบไปเป็นประเด็นตรวจสอบอย่างเข้มข้นแน่นอน ส่งผลให้รัฐบาลชุดนี้ภาพลักษณ์ตกต่ำไปเรื่อยๆ