ข่าว
100 year

ประยุทธ์กำรายชื่อรัฐมนตรี คาดตัดสินใจหลังจบอาเซียน!

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 มิ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

สุริยะถอนคำพูดไม่รับตำแหน่ง

พปชร.ส่งโผ ครม.ถึงมือ “บิ๊กตู่” เรียบร้อยแล้ว “สนธิรัตน์” หวั่นภาพการเมืองติดลบ ติงอย่าขุดปมเก่าต่อรองโจมตีกัน ชพน.ส่งซิกทวง 1 เก้าอี้อะไรก็ได้ คนสนิท “สุวัจน์” ย่องเข้าตึกไทยคู่ฟ้า “สุริยะ” ถอนคำพูดไม่ขัดข้องพร้อมรับทุกตำแหน่ง “บิ๊กป้อม” โบ้ยไม่รู้อนาคตยังไงก็ได้ ย้ำถ้ามีคำสั่งโปรดเกล้าฯลงมา ก็ทำงานต่อ ปัดไม่นั่งเก้าอี้กุนซือใหญ่ พปชร. “วิษณุ” ยันไร้ทาบทามร่วม ครม. ชี้ “บิ๊กตู่” ขึ้น หน.พปชร.ไร้ปมข้อกฎหมาย “จุรินทร์” นั่งหัวโต๊ะเคาะ 7 เก้าอี้ ปชป. “นิพิฏฐ์-วิรัช” แอ่นอกเสนอตัวเข้าชิง ซัดตูมกลางวง ทำไม รมต.กระจุกตัวที่สงขลา ภูมิใจไทย นิ่ง “อนุทิน” ฟินสนิท ขณะที่ผู้นำแรงงานผิดหวังชื่อว่าที่จับกัง 1 “ศรีสุวรรณ” ไม่ละเว้นตามสอย 16 ส.ส. ส่อถือหุ้นสื่อ “ธนาธร” ปลุกประชาชนต้านปฏิวัติ วอนหยุดใช้สถาบันเป็นเครื่องมือ

การเมืองว่าด้วยเรื่องต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เขย่ากันไปมาจนนาทีสุดท้าย โดยล่าสุดรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐแกนนำตั้งรัฐบาลถึงมือนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พปชร.ส่งโผใส่มือ “บิ๊กตู่” แล้ว

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงมาเคลียร์ปัญหาโควตารัฐมนตรีด้วยตัวเอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เปิดเผยว่า การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคเรียบร้อยแล้ว โควตารัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดอยู่ที่นายกฯตัดสินใจ หลังจากที่พรรคร่วมทยอยส่งรายชื่อมาให้นายกฯ รวมถึงพลังประชารัฐได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีไปให้นายกฯตรวจสอบคุณสมบัติบ้างแล้ว ใครจะไปอยู่ในตำแหน่งใดต้องรอดู คาดหลังประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนทั้งหมดชัดเจน เชื่อนายกฯ รู้จักพวกเราเป็นอย่างดีและจะพิจารณาด้วยดุลพินิจซึ่งต้องใช้เวลา

หวั่นภาพลบอย่าขุดปมเก่าต่อรอง

เมื่อถามว่า มองอย่างไรมีกระแสข่าวโจมตีผู้ที่มีชื่อเป็นรัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ตอบว่า ไม่รู้ว่าใครปล่อย ต้องกรองข่าวสารให้ดี และไม่อยากให้นำคดีความเก่าๆหรือเรื่องลบมาโจมตีกัน จะทำให้ ประชาชนมองว่า สุดท้ายการเมืองคือการแย่งชิงกัน คนเรามีทั้งดีและเสีย ไม่มีใครดีพร้อมที่สุด เปิดใจให้กว้าง มองประเทศและความสามารถของบุคคลที่จะมาทำงานเป็นตัวตั้ง เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวมีบางกลุ่มในพรรคไม่พอใจในการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ตอบว่า ทุกพรรคมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจเรื่องปกติ คงทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ ผู้บริหารพรรคต้องทำความเข้าใจจัดสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้สมาชิก

นายกฯโปรยยิ้มไม่ตอบจัดโผ ครม.

สำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ และเก็บตัวเงียบบนห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ตลอดทั้งวัน ต่อมาเวลา 14.10 น.นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผอ.พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) คนสนิทนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล โดยได้เดินขึ้นด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมถือซองเอกสารขึ้นไปไม่ถึง 15 นาที จึงเดินกลับลงมาโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อมาเวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินลงจากห้องทำงานเพื่อเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวได้ตะโกนถามว่า โผ ครม.เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งนายกฯยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม

ชพน.ส่งซิกทวง 1 เก้าอี้อะไรก็ได้

นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้พรรคชาติพัฒนารอการพูดคุยหารือรายละเอียดของงานที่จะได้รับมอบหมายและนโยบายที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล ที่ผ่านมาพรรคชาติพัฒนาให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดกลไกการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล ยืนยัน 3 เสียงของพรรคมีความเป็นปึกแผ่นมีเอกภาพทำให้เกิดเสถียรภาพกับรัฐบาล แม้เสียงรัฐบาลจะปริ่มน้ำแต่เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถนำพารัฐบาลบริหารประเทศไปได้อย่างเรียบร้อย หลังวันเลือกตั้งผู้ใหญ่และแกนนำทั้ง 2 พรรค พูดคุยและหารือกันมาตลอดในเรื่อง นโยบายร่วมกัน รวมทั้ง 1 ตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะมอบให้พรรคชาติพัฒนาไม่ได้ตั้งเงื่อนไขจะต้องได้ตำแหน่งกระทรวงใด ให้นายกฯพิจารณาตามความเหมาะสม ขณะนี้รอการนัดหมายอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือร่วมกัน

“สุริยะ” ไม่ขัดข้องพร้อมนั่ง รมต.

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์รายการ “เจาะลึกทั่วไปอินไซด์ไทยแลนด์” กรณีมีข่าวจะหลุดจากโผ ครม.ว่า ไม่ทราบเพราะอยู่สหรัฐฯ ขอย้ำว่าอำนาจการตัดสินใจเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์แต่ผู้เดียว

เมื่อถามว่า มีข่าวว่านายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จะกลับมาอยู่กระทรวงพลังงาน นายสุริยะตอบว่า “ผมไม่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจอย่างไรไม่มีปัญหา” เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ อาจจะไม่รับตำแหน่งใน ครม.ชุดใหม่ นายสุริยะ ตอบว่า นายสมคิดเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ถ้าอยู่ในรัฐบาลสมัยหน้าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลอย่างมาก ล่าสุดเมื่อ 12 ชั่วโมง ที่ได้คุยกับนายสมคิด ก็บอกว่า ถ้านายกฯอยากให้อยู่ในตำแหน่งต่อก็ไม่ขัดข้อง ส่วนเรื่องที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่รับตำแหน่งในการเข้ามาร่วมกับพลังประชารัฐนั้น มาถึงตอนนี้ยอมรับว่า ขอถอนคำพูด

“บิ๊กป้อม” ไม่รู้อนาคตยังไงก็ได้

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ในรัฐบาล ชุดหน้าว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะขอพักไม่รับตำแหน่ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขอให้ดูไปแล้วกัน ถ้ามีคำสั่งโปรดเกล้าฯ ลงมาก็ทำ แต่ถ้าไม่มีคำสั่งโปรดเกล้าฯลงมาก็ไม่ทำ ยังไม่รู้อะไรเลย เมื่อถามว่า หรือว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งรองนายกฯเพียงตำแหน่งเดียว พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ก็ไม่รู้ ยังไงก็ได้ ทั้งหมดอยู่ที่นายกฯคนเดียว ยังไม่ได้มาคุยกับผม เพราะมัวแต่จัดการภายในพรรคอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการประชุมผู้นำอาเซียน เนื่องจากเรายังคงใช้ ครม.รัฐบาลชุดเก่าอยู่”

ปัดไม่นั่งเก้าอี้กุนซือใหญ่ พปชร.

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวที่จะไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ พล.อ. ประวิตร ตอบว่า “ยังไม่มีการพูดคุย แล้วหลุดไปได้อย่างไร ใครเป็นคนพูด ผมไม่รู้และไม่รู้จริงๆ” เมื่อถามย้ำว่า จะรับเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ไม่รับ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค” เมื่อถามว่า ที่ปิดห้องคุยกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พูดเรื่องพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า กินกาแฟกันเฉยๆไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องอะไรทั้งสิ้น

“วิษณุ” ยันไม่มีใครทาบร่วม ครม.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกทาบทามให้นั่งรองนายกฯในรัฐบาลหน้าว่า “ไม่มีใครมาขอเลย” เมื่อถามว่า ขณะนี้เริ่มมีการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีบ้างหรือยัง นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบเพราะเลขาธิการ ครม.เป็นคนทำ ปกติจะไม่พูดเรื่องนี้กับคนอื่น เวลาตรวจคุณสมบัติจะใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันทำการ ต้องถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงพาณิชย์ ที่จะยากคือเรื่องการถือหุ้นสื่อกับกิจการสัมปทาน และยิ่งตอนนี้กฎหมายกำหนดคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามไปถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมไปถึงกิ๊กด้วย

ชี้ “บิ๊กตู่” ขึ้น หน.พปชร.ไร้ปัญหา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าใช่หรือไม่ใช่ หากเป็นจริงก็ไม่มีปัญหาในทางกฎหมาย ไม่มีอะไรห้าม แต่ในทาง การเมืองตนไม่ทราบ ส่วนในแง่ของจริยธรรมนั้นตอนเลือกนายกฯมีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งหากนายธนาธรชนะก็เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเหมือนกัน

อวย “ดิสทัต” ตรงสเปกเลขานายกฯ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการทาบทาม นายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกฯอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเลขาธิการนายกฯในรัฐบาลชุดหน้า นายวิษณุตอบว่า เห็นข่าวใน นสพ. แต่ไม่ทราบจริงหรือไม่จริง นายดิสทัตทำงานด้วยกันในอดีตไม่มีปัญหา เป็นคนละเอียดรอบคอบ ตนเป็นอาจารย์เอาไว้ให้ลูกของตนค่อยเป็นลูกศิษย์ของนายดิสทัตต่อ ความจริงถ้าพูดตามกฎหมายแล้ว ภาระหน้าที่ของเลขาธิการนายกฯกำหนดไว้ตายตัวอยู่แล้วคือ หัวหน้าส่วนราชการกรมหนึ่ง เพียงแต่เป็นข้าราชการการเมือง ขณะที่นายดิสทัตกล่าวเพียงสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวว่า แล้วแต่นายกฯจะเห็นสมควร

“สนธิรัตน์” หนุน “ลุงตู่” ดีหลายอย่าง

ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่หากกรุณามาจริงคงดีหลายอย่าง พรรคจะได้มีผู้นำที่เข้มแข็ง จะทำให้การทำงานของพรรคสอดคล้องกับการทำงานรัฐบาล ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ตนเป็นอยู่หากจะเปลี่ยนแปลงก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้ามาเป็นหัวหน้าพรรค

“จุรินทร์” นั่งหัวโต๊ะเคาะ รมต.ปชป.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าเป็นประธานการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า ที่ประชุมจะพิจารณาถึงตัวบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีให้ได้ข้อยุติ ซึ่งการพิจารณาจะเป็นไปตามข้อบังคับพรรค เช่น ความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ และความเสียสละเพื่อพรรค รวมถึงจะนำข้อเสนอของทุกฝ่ายมาประกอบ ก่อนจะส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งอื่นๆ รวมทั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีแจ้งมาก่อนว่ามีตำแหน่งใดบ้าง พรรคถึงจะพิจารณาต่อไป

ที่ประชุม ปชป.เคาะ 7 ชื่อนั่ง รมต.

ต่อมาเวลา 14.30 น. จึงเริ่มการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาตัวบุคคลเพื่อเป็นรัฐมนตรีตามโควตาของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ 8 ตำแหน่ง 7 ตัวบุคคล โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคทำหน้าที่ประธานและผู้รายงานนำเสนอประเด็นคุณสมบัติของบุคคลเพื่อพิจารณาในที่ประชุมตามลำดับ เมื่อเริ่มต้นการประชุม นายเฉลิมชัยได้รายงานต่อที่ประชุมว่าก่อนหน้านี้หัวหน้าพรรคได้มอบหมายให้รองหัวหน้าภาคเป็นผู้เสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับพรรค และให้เจ้าหน้าที่พรรคแจกรายชื่อของบุคคลที่ผู้บริหารพรรคพิจารณาแล้วว่ามีคุณสมบัติที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีมีทั้งสิ้น 7 รายชื่อตามเอกสารที่แจกให้คือ 1.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค 2.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคและผู้ประสานงานเจรจาพรรคอื่น 3.นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคภารกิจและหนึ่งในทีมเจรจาฯ 4.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค 5.นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีตเลขาธิการพรรค 6.นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าภาคกลาง และ 7.นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา

“นิพิฏฐ์-วิรัช” โวขอเสนอตัวแข่ง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ กก.บห.พรรคสามารถแสดงความเห็นได้ ซึ่งบุคคลที่ 1-6 ที่ประชุม ส่วนใหญ่เห็นชอบ ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าภาคใต้แสดงความเห็นว่า เหตุใดครั้งนี้จึงมีผู้เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีจึงกระจุกตัวที่ จ.สงขลาถึง 2 คน แทนที่จะกระจายให้ผู้เหมาะสมในจังหวัดอื่น หากคิดถึงสัดส่วนจำนวน ส.ส. ภาคใต้ควรได้ 3 เก้าอี้ ไม่ใช่ 2 เก้าอี้ ตามสัดส่วน ส.ส. 22 คน และตนก็มีอาวุโสและมีคุณสมบัติตรงตามข้อบังคับพรรคเช่นกัน จึงขอเสนอตัวเป็นผู้แข่งขัน ส่วนนายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง 8 สมัย กล่าวว่า หากใช้หลักเกณฑ์ทำงานให้พรรคยาวนาน ตนเป็น ส.ส.ตั้งแต่ปี 2535 ถือว่ามีอาวุโสสูงสุดในพรรค ที่ผ่านมาต่อสู้ให้เพื่อนๆในคณะกรรมการบริหารพรรค ครั้งนี้จำเป็นต้องสู้ เพราะไม่เช่นนั้นตอบคนระนองไม่ได้ ดังนั้นก็ขอเสนอตัวเช่นกัน ที่ประชุมจึงให้มีการลงคะแนนลับ ปรากฏว่านายถาวรได้ 19 คะแนน นายนิพิฏฐ์ได้ 11 คะแนน นายวิรัชได้ 5 คะแนน จากนั้นจึงเป็นการประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารและ ส.ส.พรรคในเวลา 17.40 น.

“เสี่ยหนู” จัดส่งรายชื่อ รมต.ให้ “บิ๊กตู่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย 8 ตำแหน่งตามเดิม ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนรายชื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น ซึ่งทางพรรคยังยืนยันจะส่งไปรับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์เช่นเดิม และให้สิทธิ์นายกฯเป็นผู้พิจารณาตัดสินขั้นสุดท้าย

ภูมิใจไทยนิ่ง “อนุทิน” ฟินสนิท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนรายชื่อ ครม.ของพรรคภูมิใจไทย ลงตัวหมดนิ่งสนิทแล้ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเป็นรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคเป็น รมว.คมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรค เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ส่วน รมช. 4 กระทรวง นายทรงศักดิ์ ทองศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็น รมช.มหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านั้นมีชื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เป็น รมช.มหาดไทย สุดท้ายนายชาดาถูกโยกไปนั่งเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ ลูกสาวนายสุนทร วิลาวัลย์ เป็น รมช.ศึกษาธิการ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทุนภาคอีสาน ประธานบริหาร บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮง จำกัด เป็น รมช.พาณิชย์ ทั้งนี้ จะว่าไปแล้วทั้งกำนันป้อและนายสุนทร ต่างคาดหวังอยากจะได้เก้าอี้ รมช.มหาดไทย เพราะจะได้ทำงานใกล้ชิดชาวบ้าน

ผู้นำแรงงานผิดหวังชื่อว่าที่จับกัง 1

นายสมพร ขวัญเนตร ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า เมื่อดูรายชื่อ รมว.แรงงาน ที่เป็นข่าวแต่ละรายชื่อล้วนน่าผิดหวัง คนหนึ่งเป็นทหาร เพื่อนนายกฯ อีกคนจากฝั่งชลบุรีถูกร้องถือหุ้นสื่อ ถ้ามาจริงคงอยู่ได้ไม่นาน รมว.แรงงาน ต้องรู้ปัญหาแรงงานจริงต้องลึกซึ้ง ไม่ใช่มานับหนึ่งใหม่ ข้าราชการก็ทำงานลำบาก และหากจะเปิดตำแหน่ง รมช.แรงงาน เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าไม่เข้าใจงาน คนมากไปก็เท่านั้น ควรใช้คนที่ทำงานได้นโยบายด้านแรงงานที่เคยหาเสียงไว้ต้องขับเคลื่อนไปตามที่พูด โดยเฉพาะการปรับค่าจ้างแม้จะขึ้นไม่ถึง 400 บาท ต้องมีความชัดเจนว่าจะปรับแค่ไหนเพราะอะไร รวมทั้งการปฏิรูปประกันสังคม และการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่แทนชุดเดิมที่มาจากมาตรา 44

“ดำรงค์” ช้ำจ่อทบทวนร่วมรัฐบาล

นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ตนเตรียมแถลงทบทวนการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และอาจจะมีพรรคอื่นๆที่เป็นพรรคเล็กแถลงจุดยืนตามด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาตนแสดงจุดยืนมาตลอดว่าต้องการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และตั้งพรรครักษ์ผืนป่าขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้ โดยหาเสียงกับประชาชนมาตลอดว่าจะเข้ามาทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ดูแลผืนป่า สัตว์ป่า ทรัพยากรของประเทศ หากไม่ได้ทำงานที่เป็นหัวใจหลักและตามนโยบายของพรรคก็ไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งทุกคะแนนเสียงที่เลือกพรรครักษ์ผืนป่าฯ เข้ามาก็ต้องการให้มาทำงานด้านนี้ อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจดีว่าเป็นพรรคเล็กมีเพียง 2 เสียง ไม่ได้ต้องการมีตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ต้องการจะไปทำงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายดำรงค์ได้รับข้อเสนอว่าจะให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีทรัพยากรฯหรือเลขา รมว.ทรัพยากรฯ ซึ่งจะเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ แต่ที่สุดกลับมีชื่อนายวราวุธ ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา เป็น รมว.ทรัพยากรฯ โดยนายวราวุธจะนำทีมงานพรรคชาติไทย พัฒนาเข้ามาทำงานเองทั้งหมด

“ศรีสุวรรณ” จี้สอย 16 ส.ส. ถือหุ้นสื่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำหลักฐานใบบริคณห์สนธิเข้ายื่นให้ กกต.ตรวจสอบกรณี ส.ส. 16 คน จากพรรคพลังประชารัฐและพรรคชาติพัฒนาเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน นายศรีสุวรรณกล่าวว่า หวังให้ กกต.พิจารณาโดยเร็วจะเป็นบทพิสูจน์เลือกที่รักมักที่ชังหรือไม่ กรณี ส.ส. ทั้ง 16 คน มีข้อมูลว่าบางบริษัทไม่ได้ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ เพียงแต่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิแตกต่างจากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถือครองหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบกิจการวารสารหรือนิตยสาร ดังนั้น กกต. ต้องหาข้อยุติโดยส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน

เปิดรายชื่อ “ณัฏฐพล” นำขบวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ส. 16 คน ที่นายศรีสุวรรณ ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบ มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 15 คน ประกอบด้วย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี น.ส.กุลวดี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส. สมุทรปราการ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี นายสัมพันธ์ มะยูโต๊ะ ส.ส.นราธิวาส และนายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก อีก 1 คน คือ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา

หวั่น 27 ส.ส.พปชร. ติดล็อกปมหุ้น

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี 27 ส.ส.พลังประชารัฐถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.อาจเข้าข่ายถือหุ้นสื่อสารมวลชนว่า พรรคมีคณะทำงานมอบหมายให้นายทศพล เพ็งส้ม อดีตผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี ดูแลควบคู่ไปกับการดูในข้อกฎหมายเพื่อเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการถือหุ้นสื่อถือเป็นประเด็นใหม่ทางการเมือง และถูกหยิบขึ้นมาดำเนินการจนพันกันไปหมด ต้องดูข้อเท็จจริงกันเป็นเรื่องๆไปเป็นรายบุคคล

“พีระวิทย์” ตื๊อทวงคำตอบ กกต.รอบ 7

นายพีระวิทย์ เลืองลือดลภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ทวงถามเป็นครั้งที่ 7 กรณีที่ กกต.คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ หลังเลือกตั้งซ่อมเขต 8 เชียงใหม่ทำให้ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส. นายพีระวิทย์กล่าวว่า ต้องการคำชี้แจงจาก กกต.กรณีผลคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ กกต.รายงานวันที่ 28 มี.ค. กับวันที่ 8 พ.ค. ว่า ทำไมคะแนนรวมของพรรคประชาธิปัตย์จึงเพิ่มขึ้นถึง 9,894 คะแนน เมื่อนำมารวมกับคะแนนรวมของการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่วันที่ 26 พ.ค.แล้วคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ ทำให้ตนพ้นจากการเป็น ส.ส.โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.เข้าไปแทน จึงขอเรียกผลต่างของคะแนนนั้นว่า “คะแนนโขย่ง” และขอเปลี่ยนสโลแกน กกต.เป็น กกต.ทุจริต โปร่งแสง ไร้ความเป็นธรรม เพราะทวงมา 6 ครั้ง 18 วันแล้วยังไม่มีคำตอบให้

ยื่นร้อง ป.ป.ช.เอาผิด 9 กก.สรรหา

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นาย ศรีสุวรรณเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนเอาผิดคณะกรรมการสรรหา ส.ว. โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า มายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวน 9 กรรมการสรรหา ส.ว.ที่ทำหน้าที่การพิจารณาคัดเลือก ส.ว. เพราะ 5 กรรมการสรรหา ส.ว.ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงยังมีเครือญาติของคณะกรรมการอีกหลายคนได้รับการเสนอชื่อด้วย การใช้อำนาจดังกล่าวของคณะกรรมการสรรหาอาจเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนและทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และมาตรฐานทางจริยธรรมปี 2561 นอกจากนี้ยังขอให้ ป.ป.ช.เอาผิดเลขาธิการ ครม. และรักษาการ ผอ.กองอาลักษณ์ ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมนำหนังสือคำสั่ง คสช.ที่ 1/2562 มาประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบตามกฎหมาย

มธ.เสวนาสำรวจทิศทาง-วิกฤติ

เมื่อเวลา 13.20 น. ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดงาน 70 ปี สถาปนา คณะรัฐศาสตร์ “วิชาการเพื่อราษฎร์ ศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย” มีการเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ การเมืองของความหวัง หรือ จุดเริ่มต้นของวิกฤติครั้งต่อไป” โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ และนายโกวิท พวงงาม สมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท ร่วมเสวนา

“ธนาธร” ปลุกประชาชนต้านปฏิวัติ

นายธนาธรกล่าวว่า สิ่งที่เราเป็นอยู่ไม่ใช่วิกฤติครั้งใหม่ แต่เป็นวิกฤติเดิมที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 19 ก.ย.49 ใจกลางปัญหาไม่ได้อยู่ที่บุคลิกหน้าตาหรือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แต่อยู่ที่อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร 20 ปีที่ผ่านมาเรามีรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับ เป็นการบอกว่าเราตกลงกันไม่ได้ว่าอำนาจของประเทศอยู่ที่ใคร มีฝั่งหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าอำนาจของประเทศนี้เป็นของประชาชน ขณะที่อีกฝั่งมีผู้สนับสนุนน้อยกว่า แต่เชื่อว่าอำนาจในประเทศนี้เป็นของอภิสิทธิชนเพียงไม่กี่คน แต่คนกลุ่มนี้มีอำนาจปืน มีรถถัง ถือตราชั่งทางกฎหมาย นี่คือปัญหาใจกลางของสังคมไทยที่ยังแก้ไม่ได้ ต้นตอของความขัดแย้งคืออะไร คือคนเรียกร้องประชาธิปไตยหรือคนที่ขโมยอำนาจไปแล้วไม่คืน ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน หากเกิดรัฐประหารอีกครั้ง ขอให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ ต่อต้านการรัฐประหารไปด้วยกัน ศตวรรษที่ 21 ไม่ควรเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว

พท.-อนค. ขอกระทุ้งร่างทรง คสช.

นายพงศ์เทพกล่าวว่า เมื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ มาตรา 44 ที่ปิดปากสื่อมา 5 ปี การตรวจสอบไม่ได้ จะหมดไป แม้ คสช.จะหมดไปแล้ว แต่ร่างทรงและวิญญาณของ คสช. ยังอยู่ในชื่อเดิม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อยู่ในคณะรัฐมนตรี ถ้าอยู่กับ สนช.จะถูกประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน แต่ในสภาผู้แทนฯนั้น พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ จะตรวจสอบร่างทรง คสช.อย่างเข้มข้น ที่ผ่านมาเรามีข้อสงสัยไปพึ่งองค์กรอิสระก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น แต่ในสภาฯข้อสงสัยของพี่น้องประชาชนจะได้รับการเปิดเผยผ่านการตั้งกระทู้ทุกสัปดาห์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐต้องทำหน้าที่พิทักษ์ร่างทรง คสช.อย่างหนัก ส่วน ส.ว. นั้นมีความกังวลใจ ไม่มีการเปิดเผย ทำอะไรลับๆล่อๆ ทำให้สังคมคลางแคลงใจสงสัยคณะกรรมการสรรหาและหลักเกณฑ์ แต่นายวิษณุ เครืองาม เนติบริกรอาวุโส พยายามบิดไม่ยอมตอบจนยิ่งสงสัย

“พลังท้องถิ่นไท” แนะจุดไฟความหวัง

นายโกวิทกล่าวว่า การทำให้ประเทศเดินหน้าต้องทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นได้ การเดินไปสู่ความหวังหรือวิกฤตินั้นต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น หน้าตาของ ครม. โดยเฉพาะฝีมือในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เห็นประโยชน์พรรคหรือตัวบุคคล ในลักษณะที่หลายฝ่ายมองเป็นการถอนทุนคืน ส่วนตัวมองว่าทางออกของวิกฤติการเมือง คือนักการเมืองต้องร่วมมือทำงานในสภา พรรคพลังท้องถิ่นไทพร้อมสนับสนุนทุกฝ่าย ทุกพรรคเพื่อทำให้การเมืองเป็นความหวัง อยากบอกนายกฯว่าต้องมีเรื่องกระจายอำนาจเขียนไว้ในนโยบายด้วย และต้องให้ประชาชนมีโอกาสตรวจสอบรัฐบาล เพื่อให้เป็นนายกฯในระบอบประชาธิปไตย

พปชร. วอนร่วมกู้ศรัทธาการเมือง

นายวิเชียรกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่เกิดขึ้นมาได้เพียง 6-7 เดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยมีความมุ่งหมายเกี่ยวเนื่องกับทิศทางการเมืองหลังจากที่หยุดไป 5 ปี หลังการเลือกตั้งกลับมีความรู้สึกเฟื่องฟูอีกครั้ง แต่บรรยากาศการเมืองที่น่ากลัวเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องผลการเลือกตั้งคะแนนปริ่มน้ำ แต่เรากำลังต่อสู้โดยการโจมตีกล่าวหา การอภิปรายในสภาไม่ได้บอกว่าตัวเองดีอย่างไร แต่บอกว่าเพื่อนไม่ดีอย่างไร หากท่านสังเกตจากการประชุมสภา สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเขาต้องต่อสู้จนเป็นคดีสู่ศาล สุดท้ายก็กลายเป็นการสู้รบปรบมือ แต่หากเราทำการเมืองให้เป็นการโฆษณาให้เขาเคารพรักศรัทธา ทำแบบสร้างสรรค์ จะไม่นำคนไปสู่ท้องถนนอีก

วอนหยุดใช้สถาบันเป็นเครื่องมือ

ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรง และมาตรา 112 กับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ว่า ไม่กระทบต่อการทำงานของพรรค และยังมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโฆษกและตนเอง พรรคอนาคตใหม่จะยังคงเดินหน้าทำงานต่อไป ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา มีความพยายามใช้ข้อหาหมิ่นสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง สร้างความเกลียดชังในหมู่ของประชาชน ฉะนั้นเพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ยั่งยืนสถาพร ขออย่าเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมืองเลย การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจประชาชนที่จะต่อสู้กับเผด็จการ ส่วนกรณีของการตรวจสอบพฤติกรรมของโฆษกพรรค ก่อนที่จะเป็น ส.ส.นั้นเป็นเรื่องที่ผ่านมานานกว่า 10 ปีแล้ว จึงไม่ได้ตรวจสอบอะไร

ยื่น ผบ.ตร.สอบภาพ “ปรีชา-ภรรยา”

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายปกป้องความยุติธรรม และพระพุทธศาสนา เดินทางมายื่นหนังสือกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของบุคคลในภาพที่มีการอ้างว่าคือนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา โดยมี พ.ต.ท.นิสิต แสนเพ็ชร์ รอง ผกก.6 ส.3 รับหนังสือเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ น.ส.เบญจรัตน์กล่าวว่า เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานเป็นภาพถ่ายที่รวบรวมจากเว็บไซต์ต่างๆ และในสื่อโซเชียลมีเดีย เช่นในทวิตเตอร์ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยในโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่เห็นมีผู้ใดออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่บุคคลในภาพ ประกอบกับช่วงนี้เห็นมีการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง เอาผิดกับนักการเมืองที่โพสต์ข้อความทางโซเชียล เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูงหรือไม่ จึงขอให้ตรวจสอบว่าเป็นภาพจริงหรือภาพที่ถูกนำไปบิดเบือนตัดต่อทำขึ้นมา หากเป็นภาพจริงและเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายก็ขอให้ดำเนินคดีกับบุคคลในภาพ แต่หากเป็นภาพปลอมจะได้เป็นการคืนความบริสุทธิ์ให้กับบุคคลที่อยู่ในภาพ ชื่อเสียงของผู้ที่ถูกพาดพิง

ลุยเรียกค่าเสียหายทุจริตจำนำข้าว

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีทางแพ่งเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในคดีทุจริตโครงการจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า ตามที่นายเทพสิทธิ์ รักไตรรงค์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง แจ้งให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ทราบเมื่อเดือน ธ.ค.61 ว่า สำนวนคดีจาก อคส. จำนวน 246 คดี และจาก อ.ต.ก. จำนวน 89 คดี เอกสารยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น ปรากฏว่าตั้งแต่ ม.ค.62 อคส. และ อ.ต.ก. รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพิ่มเติมกลับมาให้คณะทำงานอัยการ พิจารณาสำนวนกว่า 300 คดี โดยอัยการทยอยยื่นฟ้องคดีในนาม อคส. และ อ.ต.ก. ต่อศาลปกครองกลาง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการไต่สวน ก่อนจะมีคำพิพากษาต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โผ ครม.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพรรคพลังประชารัฐโควตารัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้