Thairath Logo
กีฬา

"บิ๊กตู่" อุบไต๋ควบกลาโหม ป้อมเปรยขอพัก

Share :
line-share-logo

‘วิษณุ’ เปิดแล้ว 10 กก.เฟ้นส.ว. มีชื่อ ‘พรเพชร’

“บิ๊กตู่” เขย่าโผ ครม. 3 ป. ปิดห้องเคลียร์ใจ นายกฯอุบไต๋ถ่างขาควบรมว.กลาโหม อ้าง “บิ๊กป้อม” มีปัญหาสุขภาพเหลือแค่รองนายกฯ คนใกล้ชิดเผยนายเปรยอาจพักไม่ไปต่อ “ธรรมนัส” วิ่งขาขวิดได้ “ดีอี” ส่งคนในครอบครัวเสียบแทน เขี่ย “กอบศักดิ์” อกหักหลุดโผ ก.แรงงานยังไม่จบ “สุชาติ ชมกลิ่น” กับ “สุชาติ จันทรโชติกุล” เพื่อนนายกฯชิงดำ รมว.แรงงาน 10 พรรคจิ๋วก่อหวอดทวง รมต.ถ้าไม่ได้ขู่ถอนยวง “ชัช-ดำรงค์” โวยได้ 2 บวก 3 ส.ส.ทำไมไม่ได้ รมต.เหมือนชาติพัฒนา ภท.สลับ “ชาดา” รมช.เกษตรฯ “ทรงศักดิ์” รมช.มหาดไทย “ประยุทธ์” ต่อสายตรงปิดจ๊อบดีลเดิม ปชป. รมว.พม.-3 รมช.ยังฝุ่นตลบ โยนที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ชี้ขาด 41 ส.ส.ระทึก “ชวน” ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความถือหุ้นสื่อ

การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีใน ครม.ประยุทธ์ 2 ใกล้ลงตัว โควตารัฐมนตรีของพรรคแกนนำและ 2 พรรคตัวแปร ยังเหลือ รมช.บางตำแหน่งที่ยังไม่นิ่ง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังอุบไต๋กรณีที่มีกระแสข่าวหนาหูว่าจะนั่งนายกฯควบ รมว.กลาโหมเอง โดยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มีปัญหาสุขภาพ เหลือตำแหน่งรองนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียว

“บิ๊กตู่” ยิ้มควง “ป้อม-ป๊อก” ออกงาน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 2 สโมสรทหารบก วิภาวดีรังสิต พล.อ. ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการสร้างการรับรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ฤดูฝน ปี 2562 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมเปิดงาน โดยก่อนเริ่มเปิดงาน พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

นโยบาย รบ.ต้องไม่ใช่ของใครของมัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า รัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลของประเทศ บริหารในนโยบายที่ดี ไม่ใช่นโยบายของใครของมัน และต้องใช้งบ-ประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกหน่วยงาน ถ้าแยกกันทำไปไม่รอดสักหน่วย ต้องทำงานให้สอดคล้องแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งไม่ใช่บังคับต้องทำทุกเรื่อง เพียงแต่ต้องตอบโจทย์ที่กำหนด เชื่อว่าทุกคนทำเพื่อประเทศ ปัญหาน้ำของประเทศมี 2 อย่าง คือภัยแล้งกับอุทกภัย บางคนไม่ได้มีปัญหาน้ำท่วมแต่ท่วมกับเขาไปด้วย คือน้ำท่วมใจ พูดจาโช้งเช้งไปเรื่อยเปื่อย วันนี้ถุงพลาสติกค้างท่อก็ด่านายกฯ ตนเป็นนายกฯ ต้องรับผิดชอบทุกเรื่องแทนทุกคนอยู่แล้ว แต่ต้องขอตำหนิไปบ้าง ปัญหาต่างๆวันนี้ไปให้นายกฯคนใหม่ทำต่อ ทั้งหมดทำเพื่อส่วนรวม อย่าทำทุกเรื่องเป็นกระแสการเมืองไปหมด

5 ปี ใจร้อนเร่งงานแซวตัวเองแก่ไปจม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ยอมรับ 5 ปีที่ผ่านมา ใจร้อนมาก เพราะอยากทำงานให้เสร็จเร็ว อยากแก้ปัญหาใหม่ๆให้ได้ต้องกำชับกัน จะเกลียดกันบ้าง พอใจกันบ้างแต่ต้องขอขอบคุณ พี่น้องข้าราชการ ตำรวจ พลเรือน ทหาร ที่ร่วมมือกันทำงานมาตลอด 4-5 ปี ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะใครจะชอบหรือไม่ชอบ ศาสนาพุทธสอนไว้ “จงไม่ยินดียินร้ายกับคำชมและคำตำหนิ” วันนี้มีใครจะถามอะไรหรือไม่ ถ้าถามคงไม่มีเวลาตอบ ถ้าถามจะตอบว่ายังไม่ได้รับรายงาน รอก่อน จะพูดให้น้อยลง แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะมันคือใจตนวันนี้จะอยู่ได้หรือไม่ได้อยู่ที่ใจ ศรัทธาและความเชื่อมั่น ทั้งหมดทำเพื่อคนไทย แต่ยอมรับว่าไม่ง่าย เพราะปัญหาเต็มไปหมด โซเชียลฯวันนี้ให้เลือกดู ถ้าตนไม่อ่านก็โง่ แต่เชื่อทุกอย่างก็บ้า อย่าเขียนบิดเบือนสร้างความขัดแย้งกันอีกเลย ไม่ต้องการใช้กฎหมายมากขึ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงท้ายนายกฯได้ปล่อยมุกแซวตัวเองว่า “วันนี้ดูรูปตัวเองแก่ไปเยอะ ก่อนหน้านี้ผมไม่เป็นอย่างนี้ สงสัยกล้องไม่ดี”

จะแบ่งโควตา รมต.ให้เร็วที่สุด

ต่อมาเวลา 10.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดพูดคุยพรรคร่วมรัฐบาลถึงการจัดโควตารัฐมนตรีว่า ต้องคุยกันอยู่แล้ววันนี้เริ่มคุยได้แล้ว จะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด แต่จะทำให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่าภายในพรรคพลังประชารัฐเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่เห็นมีปัญหา สื่อเขียนกันจนเละเทะ อย่าทำให้ทุกอย่างเกิดความไม่เชื่อมั่น วันนี้ไม่มีอะไร จะทำให้พอใจทุกคนเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างเข้ามาด้วยกระบวนการประชาธิปไตยเต็มร้อย มีการเลือกตั้งไปดูกันมาว่ามีที่มากันอย่างไร วิธีการปฏิบัติทางการเมืองเป็นอย่างไร ตนต้องปรับตัวเองไปตรงนี้เหมือนกัน ไม่ได้ตัดสินใจเพียงคนเดียว แต่จะมีอำนาจตัดสินใจอีกครั้ง ดังนั้นไม่ต้องกังวล เมื่อถามว่า ครม.ชุดใหม่จะมีรายชื่อคน นอกกี่คน นายกฯถึงกับร้องโอ้โห...ก่อนกล่าวว่า รัฐมนตรีต้องมาจากนักการเมืองเป็นส่วนใหญ่ ทุกคนมาจากการเลือกตั้ง ถ้าเราไม่ฟังเขาเลย ไม่ร่วมมือกันเลยจะไปได้หรือไม่

อุบไต๋ควบ รมว.กห. แทน “ประวิตร”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายกฯจะนั่งควบ รมว.กลาโหมเอง โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ข่าวมาจากไหน กระแสข่าวก็คือกระแส เมื่อถามว่าได้ทาบทาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมงานในรัฐบาลใหม่แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามกลับทันทีว่า “ทำไม รังเกียจอะไรท่านหรือ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ เรื่องเหล่านี้ผมดูเอง แต่ไม่ได้พูดว่าจะดูกลาโหมนะ หมายถึงผมจะดูในภาพรวมเอง”

พี่น้อง 3 ป. ปิดห้องถกลับ 20 นาที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์แล้วได้เดินไปยังห้องรับรองบนชั้น 1 ของสโมสรกองทักบก โดยมี พล.อ.ประวิตรและพล.อ.อนุพงษ์รออยู่ในห้องก่อนแล้ว โดยปิดห้องพูดคุยกันอยู่นานประมาณ 20 นาที ก่อนทั้งหมดแยกย้ายเดินทางกลับ โดยทั้ง 3 คน ไม่มีใครให้สัมภาษณ์ใดๆ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม พล.อ.ประวิตรระหว่างเดินขึ้นรถถึงกระแสข่าวจะเหลือนั่งรองนายกฯเพียงตำแหน่งเดียว โดย พล.อ.ประยุทธ์จะนั่งนายกฯควบรมว.กลาโหม แทน พล.อ.ประวิตร เอาแต่ยิ้มและตอบว่า “ไม่รู้ๆ” อย่างเดียว

“บิ๊กแดง”เข้าทำเนียบฯหารือนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 10.55 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้าเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. จากนั้นเพียงไม่กี่นาที พล.อ.ประยุทธ์ที่เสร็จภารกิจเป็นประธานพิธีเปิดโครงการสร้างการรับรู้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ฤดูฝน ปี 2562 ที่สโมสรทหารบกได้เดินทางกลับเข้าทำเนียบฯ คาดว่าจะเป็นการหารือกันถึงภารกิจงาน คสช.ที่จะสิ้นสุดหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ นำคณะรัฐมนตรี (ครม.)ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 20 นาที ก่อน พล.อ.อภิรัชต์จะเดินทางออกไป

พปชร.สรุปนโยบายรอรวมพรรคร่วม

เมื่อเวลา 10.15 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมคณะทำงานจัดทำนโยบายรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ มีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ในฐานะหัวหน้าคณะประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลในการจัดทำนโยบายเป็นประธาน โดยนายสนธิรัตน์กล่าวว่า หลังพรรคพูดคุยด้านนโยบายในพรรคเรียบร้อยแล้วจะพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป ต้องการให้จับต้องได้จึงเพิ่มรายละเอียดเข้าไปจำนวนมาก เริ่มจาก 12 ประเด็นที่พรรคต้องการทำ จะได้สอดรับกับนโยบายพรรคร่วมรัฐบาล การจัดสรร ครม.นายกฯ เป็นผู้พิจารณา จะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

“ธรรมนัส ”ดันคนนามสกุลเดียวกันเสียบ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่อาคารรัฐสภาใหม่ เกียกกาย นายธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การจัดสรรรัฐมนตรีของพรรคจบแล้ว เป็นไปตามข้อตกลงเดิม เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้เรียกว่าพรรคพลังประชารัฐเสียเก้าอี้ รมว.คมนาคม และ รมว.พาณิชย์ แต่เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ภายในพรรคตกลงกันแล้ว ยืนยันว่าไม่มีปัญหาภายใน เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าได้รับ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ รมช.คลัง รวม 2 เก้าอี้ นายธรรมนัสตอบว่า จะคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถเหมาะสมให้ตรงกับตำแหน่ง ตนจะไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว ต้องการทำงานเป็นส.ส.ดูแลประชาชน 17 จังหวัดภาคเหนือ ส่วนรัฐมนตรีโควตาของตน คงเลือกบุคคลที่มีนามสกุลเหมือนตนมาดำรงตำแหน่ง ช่วงบ่ายวันที่ 13 มิ.ย. จะนัดหารือกับ 10 พรรคเล็กร่วมรัฐบาล เพื่อหารือการทำงานหลายเรื่อง รวมถึงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ คาดว่าจะมีข้อตกลงร่วมกันและมีข้อยุติ

“บิ๊กตู่” อ้างสุขภาพ “พี่ป้อม” ยึด กห.

สำหรับความคืบหน้าการจัดสรรโควตารัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาล หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดดลงมาเคลียร์ปัญหาด้วยตัวเองจนได้ข้อยุติระดับหนึ่ง รวมถึงแกนนำรัฐบาลสำคัญทั้ง 4 คน ยังอยู่ช่วยงานต่อนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าช่วงค่ำวันที่ 11 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือกับ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ โดยเห็นชอบตรงกันถึงข้อตกลงใหม่ที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯควบ รมว.กลาโหมด้วย ส่วน พล.อ.ประวิตรจะเหลือเพียงรองนายกฯ แต่ยังกำกับการบริหารราชการในส่วนของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ยังเป็น รมช.กลาโหมต่อไป เนื่องจากพล.อ.ประวิตรมีปัญหาสุขภาพ และต้องการให้ภาพลักษณ์ผู้นำกองทัพมีความเข้มแข็ง ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังเป็นรองนายกฯ หลังก่อนหน้านี้มีข่าวว่าอาจมีอาการน้อยใจและอาจตัดสินใจไม่ไปต่อ โดยอ้างมีปัญหาสุขภาพ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ยังคงนั่งตำแหน่งเดิมต่อไป

“กอบศักดิ์” ส่อแววชวดนั่ง รมต.

ส่วนอดีตรัฐมนตรี 4 กุมาร เด็กในคาถานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เป็น รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เป็น รมว.อุตสาหกรรม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค ที่มีข่าวจะไปนั่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ล่าสุด อาจไม่มีชื่อเป็นรัฐมนตรีแล้ว หลังช่วงดึกวันที่ 11 มิ.ย.กลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐวิ่งต่อรองแบ่งเก้าอี้กันอีกรอบ โดยตกไปเป็นโควตาของนายธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา แกนนำพรรค ที่จะให้คนในครอบครัวมาเป็นรัฐมนตรีแทน ทำให้แคนดิเดตผู้ที่จะมาเป็น รมว.แรงงาน ยังไม่นิ่งจึงมีทั้งชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และพ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีภาษีดีกว่าเป็นคู่ขับเคี่ยวเบียดจนนายสันติต้องไปนั่งตำแหน่งรมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งแทน นอกจากนี้ ยังมีชื่อนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา บุตรชายนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะได้อยู่ในตำแหน่ง รมช.คมนาคม ด้วย

“หม่อมเต่า” ลงตัว รมว.ต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า สำหรับ รมว.ต่างประเทศ ที่ให้แก่พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรค ได้เจรจากับแกนนำและผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค ไปดำรงตำแหน่งดังกล่าว ขณะที่นายธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ที่จะได้โควตาเก้าอี้ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ส่งชื่อน้องชายคือนายอัครา พรหมเผ่า รองนายก อบจ.พะเยา มารับตำแหน่งแทน

10 พรรคจิ๋วทวงเก้าอี้ไม่ได้ขู่ถอนยวง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แม้พรรคแกนนำและพรรคตัวแปรขนาดใหญ่เริ่มเขย่าโผ ครม.จนคืบหน้าไปมากจนใกล้ลงตัวกันแล้ว แต่กลับไปเกิดปัญหาขึ้นพรรคขนาดเล็กและขนาดจิ๋วที่รวมกลุ่มกันเข้ามาสนับสนุนรัฐบาล ล่าสุด 10 พรรคขนาดจิ๋ว ที่มี ส.ส.เพียงพรรคละ 1 เสียง ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชานิยม พรรคประชาธรรมไทย พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคไทรักธรรม หลังจากรู้แน่ชัดว่าจะไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีใดๆ จึงได้นัดกินอาหารเที่ยงกันวันที่ 13 มิ.ย.ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนวิภาวดีฯ ตรงข้ามตึกชินวัตร 3 เพื่อหารือทิศทางการเมือง ก่อนตบเท้าเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทวงเก้าอี้รัฐมนตรี ถ้าไม่ได้อาจทบทวนท่าทีการสนับสนุนรัฐบาล

“ชัช เตาปูน-เอี้ยง” จับมือกดดัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่พรรคขนาดเล็กที่มี ส.ส.2-3 เสียงก็เคลื่อนไหวเช่นกัน หลังมีความชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐมอบตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้แก่พรรคชาติไทยพัฒนา ปิดโอกาสนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ที่จะให้ไปเป็นผู้ช่วยรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นายดำรงค์ยังวิตกกังวลเพราะเห็นว่าโดยธรรมชาติไม่มีพรรคใดจะให้คนต่างพรรคเข้าไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีแน่ เช่นเดียวกับพรรคพลังท้องถิ่นไทของนายชัชวาลลิ์ คงอุดม หรือ“ชัช เตาปูน” หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทที่มี ส.ส. 3 เสียงแต่ไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรี ไม่เหมือนกับพรรคชาติพัฒนาที่มี ส.ส.เท่ากัน แต่กลับได้โควตา รมช. ดังนั้น แกนนำพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยและแกนนำพรรคพลังท้องถิ่นไท จึงจับมือกันกดดันแกนนำพรรคพลังประชารัฐ

“บิ๊กป้อม” เปรยอาจพักไม่ไปต่อแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.40 น. มีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุว่าหลังจากมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะได้เป็นรองนายกฯเพียงตำแหน่งเดียวใน ครม.ชุดใหม่ พล.อ.ประวิตรได้เปรยว่าจะขอพัก อาจจะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆเลยใน ครม.ชุดหน้า

“ทรงศักดิ์” รมช.มท. “ชาดา” รมช.กษ.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยได้หารือจัดวางบุคคลที่ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตาของพรรค 8 ตำแหน่ง เพื่อจะส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ภายในสัปดาห์หน้านี้โดยจัดสรรกันจนลงตัวแล้ว โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะนั่งเก้าอี้รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค เป็น รมว.คมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เหรัญญิกพรรค เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา หลังนำ ส.ส.เข้าสภาฯได้ 8 ที่นั่ง ส่วน รมช. 4 กระทรวง นายทรงศักดิ์ ทองศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็น รมช.มหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ ลูกสาวนายสุนทร วิลาวัลย์ แกนนำจังหวัดปราจีนบุรี เป็น รมช.ศึกษาธิการ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล(กำนันป้อ) ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทุนภาคอีสาน ประธานบริหาร บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮง จำกัด เป็น รมช.พาณิชย์

“นิพนธ์”เผยนายกฯ ต่อสายยันดีลเดิม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะนัดหารือกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยวันที่ 12 มิ.ย.ว่า ไม่มีการนัดหมาย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.แล้ว ยืนยันโควตาของพรรคประชาธิปัตย์ตามข้อตกลงเดิม แต่พรรคยังไม่ส่งรายชื่อไปให้นายกฯ ต้องรอพรรคพลังประชารัฐแจ้งกำหนดการมาก่อนถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของพรรค นัดประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคกับ ส.ส.เพื่อพิจารณา

“จุรินทร์-เฉลิมชัย-นิพนธ์” นิ่งแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคได้กำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาว่าที่รัฐมนตรีให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรค อาทิ เป็นอดีต ส.ส.ปี 2554 หรือ ส.ส.ปัจจุบัน เกลี่ยตามรายภาคจากสัดส่วน ส.ส.เขต หลักอาวุโส ความรู้ ความสามารถมาประกอบ ยกเว้นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ที่เป็นโควตาพิเศษ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะเป็นรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็น รมว.เกษตรฯ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค จะเป็น รมช.มหาดไทย

รมว.พม.-3 รมช.บี้กันฝุ่นตลบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนอีก 4 ตำแหน่งที่ยังไม่นิ่ง คือ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ รมช.สาธารณสุข รมช.คมนาคม และ รมช.ศึกษาธิการ ที่ประชุมมอบหมายให้รองหัวหน้าพรรครายภาคพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสม สัดส่วนภาคใต้เดิมจะได้ 3 ตำแหน่งถูกลดลงเหลือ 2 ตำแหน่ง เพราะต้องเกลี่ย 1 ตำแหน่งไปให้ภาคเหนือ โดย 2 เก้าอี้ที่เหลือมีหลายคนที่มีอาวุโส อาทิ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าภาคใต้ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง และ ส.ส.ภาคใต้ 5 สมัยอีก 6 คน อาทิ นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี ภาคเหนือ 1 ตำแหน่งมีการเสนอรายชื่อเข้าชิงถึง 4 คน คือนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าภาคเหนือ

รอเคาะในที่ประชุม กก.บห.-ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับสัดส่วนรัฐมนตรีของภาคอีสาน แม้จะได้ ส.ส.เขตเพียงแค่ 2 คนจะได้ 1 เก้าอี้ด้วย มีการเสนอชื่อคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคภาคภารกิจ นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายไชยยศ จิระเมธากร รองหัวหน้าภาคอีสาน ขณะที่ภาคกลางมี ส.ส.เขต 8 คน ได้ รมต. 1 ตำแหน่ง มีการเสนอชื่อนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ และมีชื่อนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อและเป็นรองหัวหน้าพรรค คาดว่านายสาธิตน่าจะได้รับตำแหน่ง รมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้นัดประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.พรรคเพื่อพิจารณารายชื่อรัฐมนตรี ต้องรอให้พรรคพลังประชารัฐแจ้งมาก่อน พร้อมจะเรียกประชุมได้ทันที โดยอำนาจสุดท้ายอยู่ที่หัวหน้าพรรคจะพิจารณาว่าจะใช้หลักเกณฑ์ใดกำหนดบุคคลเป็นรัฐมนตรี

พท.ขยี้จุดด้อย 4 ป. “ประยุทธ์ 2”

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถูกสื่อต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์ถึงชัยชนะด้วยกติกาบิดเบี้ยวเอาเปรียบคู่แข่งขัน สุ่มเสี่ยงจะไม่ได้รับความร่วมมือจากนานาชาติ นับเป็นจุดด้อยของ พล.อ.ประยุทธ์ สรุปได้ “4 ป.” ดังนี้ 1.เปิดทางรัฐธรรมนูญเขียนกติกาต่างๆ เปิดทางให้สืบทอดอำนาจ 2.ปกปิด กกต.ไม่ยอมเปิดเผยคะแนนดิบและปกปิดรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. กระบวนการสรรหาและงบประมาณ 3.โป้ปดประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว.โป้ปดหลายครั้ง 4.ปัดสวะคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสรรหา ส.ว.หายไปจากราชกิจจานุเบกษา พล.อ.ประยุทธ์ปัดให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นคนตอบและปัดว่าเป็นแค่คำสั่งไม่ใช่กฎหมาย จึงไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจาฯ เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อมีข่าวจึงรีบประกาศรายชื่อสมาชิกสำรอง 50 คน พบว่าลำดับที่ 8 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ยังทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ กกต.อยู่ รวมทั้งยังมีบางท่านเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครองอยู่ จึงขอถามว่าควรมีชื่อขึ้นบัญชีหรือไม่

“วิษณุ” รำคาญเปิดชื่อทีมเฟ้น ส.ว.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การปกปิดรายชื่อกรรมการสรรหา ส.ว.ว่า คสช.มีคำสั่ง คสช.ที่ 1/2562 ให้มีกรรมการ 10 คน มาจากรองนายกฯ 5 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พล.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ และตน โดยให้ พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน มีตัวแทน คสช.คือ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย เมื่อกรรมการ 10 คน หาชื่อมาได้เกือบ 500 ชื่อ นายพรเพชรได้ลาออกไป จากนั้นคัดเหลือ 395 ชื่อ มี 194 คน เป็นตัวจริง และตัวสำรอง 50 คน รวบรวมให้ คสช.พิจารณา รายละเอียดจดบันทึกไว้ในรายงานการประชุมทั้งหมด ที่ชี้แจงละเอียดเพราะรู้สึกรำคาญไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร ยืนยันว่าไม่มีใครเสนอชื่อตัวเองเลย บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องประกาศเพราะสังคมเรียกร้อง ทั้งที่รายชื่อกรรมการนี้ได้ส่งไปให้ประธานสภาฯและผู้ตรวจการแผ่นดินนานพอสมควรแล้ว

ชี้ “ดอน” ต้องลาออกก่อนเป็น ส.ว.

นายวิษณุยังกล่าวว่า หากมีตำแหน่ง ส.ว.ว่างลงในกลุ่ม 194 คน จะเลื่อนชื่อนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ รายชื่อลำดับหนึ่งก่อนเพื่อน แต่หากนายดอนยังอยู่ใน ครม.ต้องลาออก แต่สละสิทธิ์ได้ ส่วนกรณีรัฐธรรมนูญมาตรา 269 กำหนดให้ คสช.คัดเลือก ส.ว.ทั้งตัวจริงและตัวสำรองให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับแต่ประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แต่เพิ่งประกาศรายชื่อสำรอง ส.ว.ไป รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าต้องประกาศรายชื่อภายใน 3 วัน เพียงแต่บอกว่าต้องให้ คสช.พิจารณาให้เสร็จภายใน 3 วัน คสช.พิจารณาเสร็จแล้วจริงๆภายในเวลาที่กำหนด

7 พรรค ปชต.ฟอร์มทีมฝ่ายค้าน

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพเชิญพรรคร่วม 7 พรรค ได้แก่ พรรคอนาคตใหม่ประชาชาติ เสรีรวมไทย เพื่อชาติ เศรษฐกิจใหม่และพลังปวงชนไทย พรรคละ 5 คน พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ขอบคุณความร่วมมือในการประชุมรัฐสภาที่ผ่านมาและกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันของ 7 พรรค การเมืองฝ่ายประชาธิปไตย โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า ได้หารือการทำงานในสภาฯ การจัดระบบวิปและทิศทางทำงานในสภาฯ ยืนยัน 7 พรรคยังยืนข้างประชาธิปไตยยังมีพันธสัญญาที่จะต้องร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา ยืนยันว่าไม่อยากเห็นการสืบทอดอำนาจ ฝ่ายประชาธิปไตยจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ไม่ใช่การชวนใครลงถนน แต่ประสานไปยังประชาชนให้เข้าใจถึงเป้าหมายและวิธีการทำงานของทั้ง 7 พรรค และอยากเห็นการตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อ แก้ไขปัญหาประชาชน

ผนึกกำลังเดินสายนอกสภาฯ

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำ 7 พรรค ฝ่ายประชาธิปไตย แถลงผลการหารือร่วมกัน โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า 7 พรรคจะตั้งวิปฝ่ายค้านรวม 30 คน จะประชุมอีกครั้งวันที่ 17-18 มิ.ย. ที่พรรคเพื่อไทยแล้วสลับกันไป จะร่วมกันอภิปรายในสภาฯ พร้อมทั้งมีความเห็นร่วมกันเดินสายรณรงค์ทำความเข้าใจประชาชนนอกสภาฯด้วย ทราบว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ จะยื่นใบลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคอย่างช้าไม่เกินกลางสัปดาห์หน้า และรักษาการกรรมการบริหารพรรคจะคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อย่างช้าไม่เกินปลายเดือน มิ.ย.

“ชวน” ส่งตีความ 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารรัฐสภาใหม่ เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่ทวงคำตอบกรณีการยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการขัดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ของ 41 ส.ส.กรณีการถือครองหุ้นสื่อ ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญว่า ได้ลงนามในหนังสือส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติของ 30 ส.ส.ที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นมาลอตแรกแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 มิ.ย. ขณะที่คุณสมบัติ ส.ส.อีก 11 คน ที่พรรคอนาคตใหม่ส่งมาลอตสองนั้นจะยื่นส่งตามไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเย็นวันที่ 12 มิ.ย. ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ส.ส.ที่ยื่นร้องเรียนมา ผู้สื่อข่าวถามว่า การส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเพราะได้วินิจฉัยแล้วเห็นว่า 41 ส.ส.อาจเข้าข่ายขัดคุณสมบัติตามคำร้อง หรือแค่ทำหน้าที่เป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ในการยื่นเรื่อง นายชวนปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เดินเลี่ยงออกจากวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนไปทันที

พปชร.จัดข้อมูลต่อสู้ในศาล รธน.

นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียน พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคได้เตรียมข้อมูลกรณีการถือครองหุ้นสื่อของ 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไว้ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่การจะยืนยันว่า ส.ส.ทั้ง 27 คนมีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ คงไม่เหมาะสมเพราะเป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก่อนหน้านี้พรรคตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครทุกคนอย่างละเอียดแล้ว ถือเป็นบทบัญญัติใหม่ตามรัฐธรรมนูญที่ไม่เคยมีบรรทัดฐานมาก่อน จึงตอบอะไรไม่ได้มาก

สภาฯจ่อเพิ่ม ปธ.กมธ.ให้ทุกพรรค

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภาใหม่ มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 จำนวน 38 คน เพื่อพิจารณาการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ.ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ รองประธาน กมธ. มี 4 คน ได้แก่ นายไพจิต ศรี-วรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โดยนายวิเชียรให้สัมภาษณ์ว่า กมธ. จะประชุม 3 วันต่อสัปดาห์ ในวันพุธ พฤหัสบดีและศุกร์ เร่งยกร่างข้อบังคับการประชุมให้เสร็จใน 20 วัน จำนวน กมธ.สามัญประจำสภาฯ คงเพิ่มจากเดิมที่มี 35 คณะให้สอดรับกับจำนวน ส.ส.ที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่สรุปว่าจะมีกี่คณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเบื้องต้นที่ประชุมเห็นควรมีคณะกรรมาธิการสามัญ 36-38 คณะ เพื่อเกลี่ยโควตาประธาน กมธ.ชุดต่างๆให้แก่ทุกพรรคที่มี ส.ส.ได้เป็นประธาน กมธ.ทุกพรรค

กกต.ยุติสอบ ทษช.เทคะแนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สำนักงาน กกต.เปิดเผยผลวินิจฉัยกรณีนางฐิติมา ฉายแสง อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ฉะเชิงเทรา และนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เขต 4 ฉะเชิงเทรา พรรคไทยรักษาชาติ ประกาศยกคะแนนให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หลังพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ที่ประชุม กกต.เห็นว่าเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไม่เป็นการควบคุมครอบงำหรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองที่ทำให้ขาดความอิสระ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่ากระทำการอันฝ่าฝืนกฎหมายพรรค การเมือง และกฎหมายเลือกตั้ง จึงมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง

ยังไม่มีคนแจ้ง ม.112 เอาผิด “ช่อ”

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) สั่งการให้เร่งตรวจสอบการแชร์ภาพในอดีตของ น.ส.พรรณิการ์ หรือช่อ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ทั้งในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและอื่นๆว่า พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท.สั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบประวัติย้อนหลังเพื่อรายงานผลให้ พล.ต.ท.ปิยะทราบโดยเร็ว ยืนยันว่าการทำงานจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดแจ้งดำเนินคดีตามมาตรา 112 มีอายุความ 20 ปี

คนส.ร้องยูเอ็นบี้ รบ.หยุดคุกคาม

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก ตัวแทนเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ น.ส.ชลิตา บัณฑุวงษ์ อาจารย์คณะสังคมวิทยา ม.เกษตรศาสตร์ และ น.ส.เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ยื่นหนังสือถึงผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน (OHCHR) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กรณีเหตุการณ์ข่มขู่คุกคามและทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมืองในไทย นายอนุสรณ์ระบุว่า เชื่อว่า ยูเอ็นน่าจะส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลให้ปกป้องสิทธิมนุษยชน ยุติการข่มขู่คุกคามทำร้ายผู้เห็นต่าง เร่งสืบสวนกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ถูกทำร้ายอย่างจริงจัง และขอให้นำเรื่องการให้สิทธิเสรีภาพแสดงออกทางการเมือง เข้าไปรวมในนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา

อ่านเพิ่มเติม...
ประยุทธ์ จันทร์โอชาประวิตร วงษ์สุวรรณอนุพงษ์ เผ่าจินดากระทรวงกลาโหมจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีเก้าอี้รัฐมนตรีข่าวหน้า1