แถมยธ.หรือกต. ภท.ตัดใจทิ้งคค. สลับกับพลังงาน 7 พรรคพร้อมลุย
“อุตตม” ยันเจรจาตั้งรัฐบาลยังไม่จบ ไม่รู้ 4 กุมารจะได้กลับมาเป็น รมต.หมดไหม ไม่ ได้ยิน “สมคิด” คิดสละเรือ เรื่องแก้ รธน.เดี๋ยวค่อยว่ากัน “วิเชียร” ลั่นเป้าหมายยึดคืนกระทรวงเกรดเอ พปชร.อัดโปรให้พรรคร่วมยื่นหมูยื่นแมว ปชป. ศึกษาธิการแลกพาณิชย์ แถมยุติธรรมหรือบัวแก้วเป็นการปลอบใจ “สมศักดิ์ สามมิตร” ยอมถอยกระทรวงเกษตรฯ ภท.คายคมนาคม คุมพลังงานแทน “บิ๊กตู่” บึ่งถกแกนนำ พปชร. ให้ “สนธิรัตน์” คุมร่างนโยบาย “บิ๊กป้อม” ออกตัวร่างกายไม่แข็งแรงเท่าที่ควร โฆษก ปชป.รวบหัวรวบหางยึดดีลเดิม “วรา จันทร์มณี” ทำจริง คืนรางวัล ปชป. ซัดทรยศประชาชน “ภูมิธรรม” ยก “สมพงษ์” เหมาะนั่งหัวหน้า พท. 7 พรรคจับมือแน่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน “ศรีสุวรรณ” บี้สอบปูดซื้องูเห่า
การเดินเกมเจรจาต่อรองเก้าอี้ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น หลังแกนนำพลังประชารัฐหวังล้มข้อตกลงเดิมที่เคยคุยกันไว้ เพื่อดึงกระทรวงเศรษฐกิจเกรดเอกลับคืนมาบริหารเอง
“บิ๊กตู่” รุกรนบึ่งออกจากทำเนียบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าปฏิบัติภารกิจตามปกติแต่ไม่มีวาระงานการประชุมใดๆ โดยมีผู้สื่อข่าวและช่างภาพเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และจัดสรรโควตารัฐมนตรีกับพรรคร่วมที่ยังไม่ลงตัว ต่อมาเวลา 11.45 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีการแจ้งภารกิจล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ และไม่แจ้งที่หมายปลายทาง เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่เดินทางออกจากกระทรวงกลาโหมในเวลาใกล้เคียงกัน เป็นที่น่าสังเกตว่ามีรถถ่ายทอดสดของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เข้ามาจอดเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดสดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกฯ ที่จะใช้ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบ รัฐบาล เป็นสถานที่รับสนองพระบรมราชโองการ
...
หายจ้อยไปนานกว่า 2 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล หลังออกจากทำเนียบรัฐบาลไปเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นเวลา 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางกลับ ระหว่างนั้นเกิดฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำขังหลายจุดในทำเนียบ โดยขบวนรถนายกฯ ได้ชะลอดูพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ก่อนจะออกจากทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ผู้สื่อข่าวออกมายืนถ่ายภาพที่หน้าห้องผู้สื่อข่าว พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯฝากถึงผู้สื่อข่าวที่ยืนถ่ายรูปอยู่ให้ระวังเป็นหวัด และให้รักษาสุขภาพด้วย
“บิ๊กป้อม” เด้งเชือกไม่รู้เรื่อง
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการล้มดีลการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ว่าทุกอย่างกำลังดำเนินการไป ตนไม่ทราบรายละเอียดเพราะไม่ได้เป็นคนทำ และนายกฯ ไม่ได้มาปรึกษาเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ทำคนเดียว เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ถ้าเกลี่ยตำแหน่งไม่ลงตัว อาจเกิดปัญหาเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลได้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคนเกลี่ยตำแหน่ง และยังไม่ทราบว่าจะเชิญไปนั่งหัวโต๊ะเพื่อพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมดหรือไม่ เพราะยังไม่มีใครมาเชิญ เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการแย่งชิงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนักการเมือง จะไปทราบได้อย่างไรว่าใครควรได้รับเพราะไม่ได้ทำงานนี้ และไม่ได้เล่นการเมือง
ออกตัวร่างกายไม่แข็งแรงแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเทียบเชิญให้ไปเป็นรองนายกฯต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่ ผมแย่แล้วคือไม่สบาย ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร” เมื่อถามย้ำว่า อาการที่ไม่สบายนั้นคือจะไม่รับตำแหน่งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบสั้นๆว่า “ยังไม่รู้” เมื่อถามย้ำว่าไม่สบายแต่ยังพร้อมทำงานใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำว่า “ก็ยังไม่รู้” เมื่อถามว่าเหนียมอายหรือเป็นการสงวนท่าที พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้” เมื่อถามอีกว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งรองนายกฯตำแหน่งเดียวใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรได้แต่ตอบย้ำว่า “ไม่รู้” เมื่อถามว่าที่ระบุว่าไม่สบายทำให้ทุกคนใจหายกันหมด พล.อ.ประวิตรย้อนถามกลับว่า “ทำไม เพราะยังไม่รู้เลย”
ผู้สื่อข่าวพยายามซักถามถึงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมหลายคำถาม แต่ พล.อ.ประวิตรเอาแต่บ่ายเบี่ยงตอบเพียงสั้นๆว่าไม่รู้ แต่ยืนยันว่าเรื่องร่างกายที่ไม่แข็งแรงเท่าที่ควรนั้น เป็นเรื่องจริง รวมถึงยังไม่ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องตำแหน่ง
หวังตั้ง รบ.ทันประชุมอาเซียน
ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หนึ่งในคณะร่างนโยบายรัฐบาล กล่าวว่า กำลังช่วยกันเขียนนโยบายรัฐบาลอยู่ ส่วนของพลังประชารัฐไม่ค่อยมีปัญหามีเค้าโครงอยู่แล้ว รอแค่เอานโยบายของพรรคร่วมมาดูรวมกัน หากกระทรวงที่กำกับดูแลตรงกับนโยบายของพรรคตัวเอง การร่างนโยบายก็จะง่าย คงมานั่งคุยกัน ตอนนี้ยังไม่ลงตัว ส่วนการตั้งรัฐบาลต้องเร็ว เพราะได้นายกฯแล้ว ส่วนตัวอยากให้เสร็จทันก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ระหว่างวันที่ 20-23 มิ.ย. สำหรับกระแสข่าวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อาจไม่อยู่ต่อหากพลังประชารัฐไม่ได้ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ นายสุวิทย์ตอบว่า ไม่ทราบ แต่ส่วนตัวทราบว่านายสมคิดสุขภาพไม่ดี แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุป เมื่อถามว่า นายกฯจะพิจารณาประเด็นที่นายสมคิดอาจไม่ได้ร่วมรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ นายสุวิทย์ตอบว่า เดี๋ยวเขาคงหารือกัน
ตั้ง “สนธิรัตน์” ยกร่างนโยบาย
กระทั่งเวลา 15.45 น. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค นายอุตตมกล่าวว่า ที่ประชุมหารือถึงการพูดคุยกับพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล กระบวนการพูดคุยยังไม่เสร็จต้องหารือต่อ โดยยึดหลักว่าเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศเดินไปข้างหน้า กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐจึงมีมติให้นายสนธิรัตน์เป็นหัวหน้าคณะทำงานร่างนโยบายและผู้ประสานงานพรรคร่วมจัดทำนโยบาย เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายภาพรวมของรัฐบาล ส่วนนโยบายเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะหมดอายุภายในเดือน ก.ย. จะสานต่อทันทีเพื่อความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทยที่จะหารือร่วมกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนและนายอุตตมได้รับมอบหมายให้พูดคุยหารือเพื่อตั้งรัฐบาล จะทำให้เสร็จโดยเร็ว
เรื่องแก้ รธน.เดี๋ยวค่อยว่ากัน
เมื่อถามว่า จะรับข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ที่เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอุตตมตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มีความซับซ้อน ไม่ใช่ว่าพรรคใดพรรคหนึ่งจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องหารือร่วมกัน ยังไม่ได้เสนอว่าจะขอแก้ไขประเด็นใดบ้าง ต้องหารือกันต่อไป เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะเป็นผู้สรุปเคาะตำแหน่งเป็นคนสุดท้าย จะเกิดปัญหาหรือไม่ นายอุตตมตอบว่า เป็นเรื่องธรรมดาคนเป็นนายกฯต้องพิจารณารายชื่อคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเอง ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องดูในภาพรวมทั้งหมด ทั้งการจัดสรรกระทรวง และบุคคลที่เหมาะสม ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของพรรค การจัดสรรตำแหน่งต่างๆจะทำให้ลงตัวที่สุดทั้งภายในพรรคและพรรคร่วม ยังตอบไม่ได้ว่าใครจะได้ตำแหน่งใดบ้าง รวมถึงอดีต 4 รัฐมนตรี ยังไม่ทราบว่าจะได้ตำแหน่งทั้งหมดหรือไม่
ยึดหลักสมดุล-รัฐบาลเข้มแข็ง
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคร่วมมองว่านายสนธิรัตน์และนายอุตตมไม่มีอำนาจจริงในการตัดสินใจเรื่องจัดสรรโควตารัฐมนตรี นายอุตตมตอบว่า พรรคมอบหมายให้ตนและนายสนธิรัตน์เป็นคนพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วม แต่ไม่รู้ว่าคนนอกคิดอย่างไร เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าการเจรจาพูดคุยตั้งรัฐบาลเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว นายสนธิรัตน์กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาตนและนายอุตตม ได้พูดคุยในขั้นต้นมาต่อเนื่อง เมื่อโหวตเลือกนายกฯเสร็จต้องหารือกันเพิ่มเติม ทั้งเรื่องความเหมาะสมและสมดุลให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพและเข้มแข็ง เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อาจไม่อยู่ร่วมในรัฐบาลหน้า หากพรรคไม่ได้ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจหลัก นายอุตตมตอบว่า ส่วนตัวไม่ได้ยินอย่างนั้น
“วิเชียร” ลั่นยึดคืนเก้าอี้เกรดเอ
ด้านนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องกระทรวงหลักที่พรรคพลังประชารัฐต้องการดึงกลับมา ถือเป็นเป้าหมายเราที่อยากได้อยู่ ขณะนี้กำลังเขย่ากันอยู่ เมื่อถามว่าหากไม่สามารถดึงกลับมาได้จะมีปัญหาภายใน โดยเฉพาะ ที่มีข่าวล่าสุดว่านายสมคิดอาจไม่ร่วมในรัฐบาลหน้าหรือไม่ นายวิเชียรตอบว่า อย่าไปคิดแง่ร้ายขนาดนั้น ต้องคิดบวก ไม่เช่นนั้นเสียฟอร์มแกนนำหมด
ยื่นหมูยื่นแมว ศธ.แลกพาณิชย์
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า การล้มดีลเจรจาโควตารัฐมนตรีเดิม ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ที่มี 3 กระทรวงเกรดเอ ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นปมปัญหาใหญ่คุยกันไม่ลงตัว ล่าสุดหลังจบโหวตตำแหน่งนายกฯ เริ่มมีภาพชัดขึ้น ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนยันยึดดีลเดิมที่เคยคุยกันไว้ คือได้ รมว.เกษตรฯ รมว.พาณิชย์ และ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะที่พลังประชารัฐต้องการดึงเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ และ รมว.เกษตรฯคืน โดยยื่นเงื่อนไขต่อรองขอแลกกับ รมว.ศึกษาธิการ และให้เพิ่ม รมว.ยุติธรรม หรือ รมว.ต่างประเทศ บวกกับ 1 รัฐมนตรีช่วย
แถมยุติธรรมเป็นการปลอบใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากประชาธิปัตย์ตอบตกลง มีความเป็นไปได้ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นรองนายกฯควบ รมว.ศึกษาธิการ หรือเลือกเพิ่มเป็นกระทรวงยุติธรรมน่าจะเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส. บัญชีรายชื่อ มาเป็น รมว.ยุติธรรม ขณะที่นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ได้ รมช.มหาดไทย ส่วน รมว.เกษตรและสหกรณ์ที่ก่อนหน้านี้กลุ่มสามมิตรนำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน พยายามทวงคืน มีรายงานว่านายสมศักดิ์ยอมถอยแล้ว โดยจะไปนั่งกระทรวงอื่นแทน หากเป็นตามนี้มีชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็น รมว.เกษตรฯ แต่ยังต้องรอการตัดสินใจของประชาธิปัตย์อีกครั้ง
ภท.คายคมนาคมคุมพลังงาน
ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐมีความพยายามทวงคืนเก้าอี้ รมว.คมนาคม มีรายงานข่าวว่าภูมิใจไทยยอมคืนแล้ว โดยแลกกับกระทรวงพลังงาน ทำให้ภูมิใจไทยจะได้โควตาเบื้องต้น คือ รองนายกฯ ควบ รมว.สาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รมช.มหาดไทย รมช.คมนาคม และอีก 2 รัฐมนตรีช่วย ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา น่าจะนิ่งแล้วโดยคงเป็นไปตามโควตาเดิม คือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ รมช.เกษตรฯ ขณะที่พรรคชาติพัฒนาได้โควตา รมช.อุตสาหกรรม ทั้งนี้ยังเป็นเพียงโควตาเบื้องต้นเท่านั้นที่เกิดจากการเจรจาผ่านแกนนำพรรคแต่ละฝ่าย ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป ทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจถึงความเหมาะสมอีกครั้ง เงื่อนไขต่อรองนี้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคจะนำแจ้งที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อขอเป็นมติพรรค นำไปพูดคุยกับพรรคร่วม หากยังตกลงกันไม่ได้จะส่งให้นายกฯพิจารณา อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ถือว่าคืบหน้าแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์
สั่งเร่งจัดทำนโยบายแต่เนิ่นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง โดย นายกฯเน้นย้ำขอให้เร่งจัดทำนโยบายตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ยึดแนวทางปฏิรูป 11 ด้าน และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากนโยบายแต่ละพรรคในช่วงหาเสียงมีความแตกต่างกัน โดยจะแบ่งเป็นด้านๆ อาทิ เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สวัสดิการ และในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งต่อไป จะนำรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และข้าราชการการเมือง ได้แก่ ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมเห็นชอบ เป็นตามข้อบังคับพรรค และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
ปชป.รวบหัวรวบหางยึดดีลเดิม
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเจรจาจัดตั้ง รัฐบาลถือว่าเสร็จสิ้น และทุกอย่างเป็นข้อยุติแล้ว ต้องถือว่าการตอบรับทั้ง 3 ข้อ เป็นสาระสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ ยืนยันว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ แก้จนสร้างคนสร้างชาติ ประกันรายได้เกษตรกร จะมีการกำหนดไว้เป็นนโยบายของ รัฐบาล แน่นอนว่ามีความจำเป็นที่พรรคจะต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนให้สำเร็จตามแนวนโยบายดังกล่าว เมื่อถามว่า จะมีการล้มดีลการพูดคุยเดิมหรือไม่ นายราเมศตอบว่า เชื่อว่าการตกลงเรื่องร่วมรัฐบาลเป็นข้อตกลงที่มีหลักสาระสำคัญ เพราะนั่นคือพันธสัญญาที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ
ตอกกลับ พท.ถูกบงการจนชิน
นายราเมศยังกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยพาดพิงว่ามีบุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงก้าวก่ายครอบงำพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ควร มาก้าวก่ายกิจการของพรรคอื่น และให้พึงระวัง พรรค เรามีกฎเกณฑ์กติกาชัดเจน ไม่มีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง หลักการพูดคุยคือยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือสาระสำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจนที่สุด พรรคเพื่อไทยเคยชินกับการก้าวก่ายแทรกแซงสั่งการจากบุคคลภายนอก ประชาธิปไตยต้องเริ่มต้น จากภายในพรรค ถ้าพรรคใดมีคนเพียงคนเดียวมาสั่งการ ก็อย่ามาอ้างว่าเป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตย
คืนรางวัล ปชป.ทรยศประชาชน
วันเดียวกัน เวลา 10.20 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวรา จันทร์มณี อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัย รามคำแหง ที่เคยชนะเลิศได้รับโล่เกียรติยศรางวัลที่ 1 ประกวดคำขวัญฉลอง 50 ปีประชาธิปัตย์เมื่อปี 2538 พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท เดินทางมาที่ ด้านหน้าพรรค บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม พร้อมนำเงินรางวัลเป็นธนบัตรใบละ 50 บาท รวม 5,000 บาท พร้อมโล่รางวัลมาคืนให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนพรรคมารับคืน นายวราจึงนำเงินและโล่รางวัลวางคืนไว้ที่บริเวณฐานขององค์พระแม่ธรณีบีบมวยผม สัญลักษณ์ประจำพรรคประชาธิปัตย์ นายวรากล่าวว่า วันนี้มาทำตามคำพูดที่เคยประกาศจะคืนรางวัล หากพรรคมีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ พร้อมกันนี้ขอมอบคำขวัญใหม่ที่ตั้งใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์คือ “73 ปีประชาธิปัตย์ กัดกร่อนประชาธิปไตย ทรยศประชาชน”
แจงขั้นตอนทูลเกล้าฯชื่อนายกฯ
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการนำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯถวายว่า อยู่ในกระบวนการของรัฐสภา เมื่อถามย้ำว่า จะโปรดเกล้าฯแต่งตั้งลงมาในเร็วๆนี้หรือไม่ เพราะทราบว่าทางทำเนียบรัฐบาลได้เตรียมสถานที่ไว้รอรับพระบรมราชโองการแล้ว นายชวนตอบว่า ตอนนี้ พูดได้ว่าอยู่ในกระบวนการของรัฐสภาแล้ว
“จุรินทร์” ลงพื้นที่พังงาบ้านเกิด
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ จ.ภูเก็ต นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จ.พังงาและภูเก็ต หลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเป็นครั้งแรก โดยมีนายเรวัติ อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต นายชัยยศ ปัญญาไวย ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ และนายบำรุง ปิยนามวานิช นายก อบจ.พังงา รอต้อนรับและร่วมยินดีกับนายจุรินทร์ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอบคุณชาวพังงาและชาวภูเก็ตที่ให้การต้อนรับสนับสนุนตนมาตลอด การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ มีเป้าหมายเข้าไปช่วยฟื้นฟูรายได้แก้ปัญหาให้กับเกษตรกร ทั้งยาง ปาล์ม ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ซึ่งที่ผ่านมายังแก้ไม่ตก
ยก “สมพงษ์” เหมาะนั่ง หน.พท.
ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้หารือถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หลังพบปัญหากรณีที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็น ส.ส. ต้องรอการตัดสินใจลาออกของ พล.ต.ท.วิโรจน์ ก่อน ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยสัปดาห์หน้าจะมีการพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรค เพื่อรับทราบมติก่อนเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี คาดว่าไม่เกินวันที่ 20 มิ.ย.จะส่งชื่อผู้นำฝ่ายค้าน ส่วนที่มีข่าวว่ามีชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคคนใหม่ 2 คน คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หรือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.นั้น ยังเป็นเพียงข่าวลือ ต้องหารือกันในกรรมการบริหารพรรคก่อน แต่มองว่านายสมพงษ์เป็นสมาชิกมานาน มีความอาวุโสและเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีเป็นที่ยอมรับ และรู้จักกับนักการเมืองหลายพรรค ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์เป็นคนที่ช่วยงานพรรคได้ดี เชื่อว่าการเสนอชื่อบุคคลทั้งสองจะไม่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง หรือแบ่งขั้วภายในพรรคเพื่อไทย
7 พรรคจับมือพร้อมเป็นฝ่ายค้าน
นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านว่า ทั้ง 7 พรรคที่จับมือกันมา ทำงานร่วมกันอย่างดี เมื่อเป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง เพราะในสถานการณ์ที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ทุกเสียงมีความหมาย ดังนั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านต้องทำงานให้เห็นประสิทธิภาพอย่างชัดเจน ในสัปดาห์หน้าทั้ง 7 พรรคจะมีการพูดคุยเพื่อแบ่งหน้าที่การทำงาน
จี้ ปชป.ใครผู้มีอำนาจนอกพรรค
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงบุคคลที่มีอำนาจเต็มตัวจริงในพรรคพลังประชารัฐนั้น อยากถามว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมาย หากมีการตรวจสอบพบอาจร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคที่มีพฤติการณ์เช่นนั้นได้ พรรคประชาธิปัตย์ตกลงยินยอมกับบุคคลนั้น ต้องถือว่าเป็นบุคคลผู้มีอำนาจนอกพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน จึงเป็นกรณีที่ยินยอมให้บุคคลภายนอกพรรคเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงครอบงำพรรค จนขาดอิสระในการตัดสินใจ อาจถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรคได้เช่นกัน
“อ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้า”
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐล้มดีลที่เคยตกลงเรื่องโควตารัฐมนตรีกับพรรคร่วม ว่า เป็นหลักฐานและสิ่งบ่งชี้ว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง ประเทศต้องเสียเวลาเสียงบประมาณมหาศาล เพื่อสร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อว่าต้องปฏิรูปการเมือง มีการตั้ง สปช. สปท. กรรมการชุดต่างๆขึ้นมามากมายแต่ไม่ได้อะไรเลย ทำให้ประเทศและประชาชนเสียโอกาส ปฏิรูปอย่างไรจากระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง ทำให้อ่อนแอขาดเสถียรภาพ เอาเฉพาะในพรรคพลังประชารัฐมีกลุ่มมุ้งต่างๆไม่ต่ำกว่า 40 มุ้ง ต่อไปใครจะตระบัดสัตย์หักหลังประชาชนมาพายเรือให้ใครนั่ง ต้องคิดดีๆ ได้คุ้มเสียหรือไม่ เพราะอาจไม่มีสัจจะในหมู่คนบางประเภท การเกลี่ยเก้าอี้ใหม่ เข้าทำนอง “อ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้า” ไม่ฝังก็ต้องเผา
“พลภูมิ” โต้เสนอข้อมูลมีอคติ
ขณะที่นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสื่อบางสำนักเขียนพาดพิงพรรคเพื่อไทยที่สนับสนุนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน ว่า คอลัมนิสต์คนดังกล่าวอาจตกหล่นข้อมูล และไม่ติดตามข่าวให้รอบด้าน คนแรกที่ควรพูดคำขอโทษต่อประชาชนคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แล้วสถาปนาตัวเองให้มีอำนาจเต็มมือ ประชาชนตรวจสอบไม่ได้ ใครคิดต่างถูกจับเข้าค่ายปรับทัศนคติ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คน ลงแข่งขันในกติกาที่ฝ่ายตรงข้ามออกแบบไว้เพื่อตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าสู้ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นธรรม แต่เมื่ออาสาประชาชนก็ทำเต็มที่ จนชนะมี ส.ส. เป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่อีกฝ่ายเขียนกติกาเอง ทำตัวเป็นกรรมการแต่ก็ลงมาเล่นในสนามเอง ทำขนาดนี้ยังแพ้ได้ ส.ส.น้อยกว่า ที่สำคัญยังมี ส.ว. 250 คนที่ตั้งมาเองกับมือช่วยอุ้ม ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ก็ชัดแล้วว่าใครทรยศประชาชน ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือทรยศตัวเอง ผิดคำพูด ผิดการกระทำหลายหน
แก้แทน “ทักษิณ” ปมหวยบนดิน
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีหวยบนดินนั้น คดีนี้กระบวนการยุติธรรมชั้นต้นเริ่มด้วย คตส. ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ถือว่าขัดกับหลักนิติธรรม โดยนโยบายนี้ต้องการให้หวยใต้ดินมาอยู่บนดินถูกกฎหมาย และมีรายได้เข้ารัฐ ความจริงควรชมเชยนายทักษิณที่มีนโยบายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคงจะได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงพัฒนากระบวนการยุติธรรมของไทยให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม เช่น ควรยกเลิกการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย โดยหวังว่าคดีที่การพิจารณาโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติตาม ป.วิ.อาญา ควรได้รับการทบทวนหรือเยียวยาในอนาคต
กลุ่มก้าวฯไม่ร่วม “วิสัยทัศน์ใหม่”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกระแสข่าวมีอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติบางส่วน เตรียมจัดตั้งพรรควิสัยทัศน์ใหม่ โดยมีกลุ่ม “ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย” ที่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง และกลุ่มแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้าร่วมจัดตั้งพรรคนั้น ขณะนี้ทางกลุ่มก้าวฯยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะร่วมจัดตั้งพรรคดังกล่าว และมีแนวโน้มสูงจะไม่เข้าร่วม รวมถึงยังไม่ตัดสินใจกลับไปร่วมพรรคเพื่อไทยเช่นกัน แต่ยืนยันว่าสมาชิกในกลุ่มยังคงทำงานการเมือง โดยยึดหลักแนวทางประชาธิปไตย ขณะนี้สมาชิกในกลุ่มกำลังหารือกันว่าจะจัดตั้งพรรคการเมืองเองหรือไม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือน มิ.ย.นี้
อนค.ฟิตทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน
น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอขยายเวลาชี้แจงข้อกล่าวหาถือหุ้นสื่อออกไป 30 วัน ว่า เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้ถูกร้องจะต้องเตรียมการเอกสารพยานหลักฐานให้รัดกุมมากที่สุด แต่อยากเรียกร้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเป็นชุดใหม่ หรือชุดปัจจุบัน ยึดถือบรรทัดฐานแบบเดียวกัน ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐอย่างเป็นธรรม เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีของนายธนาธรเกี่ยวพันกับประเด็นทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ ที่ประชาชนกำลังจับตา ส่วนบทบาทของพรรคอนาคตใหม่นั้น สัปดาห์หน้าจะแถลงแนวทางในฐานะฝ่ายค้าน ทั้งในสภาฯและนอกสภาฯโดยละเอียด
ไฟเขียว “ธนาธร” ยืดเวลาแจง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยคุณสมบัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ประกอบธุรกิจสื่อ อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้สมัครเป็น ส.ส. และอาจเป็นเหตุให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.ลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) และเปิดโอกาสให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ที่ครบกำหนดในวันที่ 7 มิ.ย. โดยนายธนาธรได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอใช้สิทธิขยายเวลาชี้แจงออกไป 30 วัน และศาลอนุญาตตามคำขอขยายเวลาดังกล่าวจนถึงวันที่ 8 ก.ค.
“ศรีสุวรรณ” บี้สอบปูดซื้องูเห่า
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ตรวจสอบกรณีพรรคอนาคตใหม่แถลงข่าวอ้างว่ามีบุคคลติดต่อเสนอเงิน 50-120 ล้านบาท ซื้อตัว ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอย่างน้อย 5 คน เพราะกรณีนี้เป็นอันตรายต่อระบบรัฐสภา มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ถึงขั้นยุบพรรค พรรคอนาคตใหม่ต้องเอาผิดทางกฎหมาย หากไม่ดำเนินการใดๆสาธารณชนอาจมองแค่หวังผลหรือดิสเครดิตทางการเมือง ขอให้ กกต.เรียกกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่และ ส.ส. ที่ร่วมกันแถลงข่าว มาให้ข้อมูล หากมีหลักฐานจริงจะเป็นผลดีต่อการดำเนินการทางกฎหมาย แต่หากไม่มีต้องรับผิดชอบทำความจริงให้ปรากฏ ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ
“ชวน” จัดคิวติวเข้มกู้ภาพ ส.ส.
อีกเรื่อง นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ว่าที่เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือกับนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถึงการจัดอบรม ส.ส. ให้ทราบกฎระเบียบข้อบังคับที่ใช้ประชุมสภาฯ รวมถึงหน้าที่ของ ส.ส.ในฐานะเป็นตัวแทนประชาชนที่จะผลักดันแนวทางแก้ปัญหาในเวทีของสภาฯเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของ ส.ส.โดยเบื้องต้นจะจัดอบรมแบ่งเป็นกลุ่ม ส.ส.ใหม่สมัยแรกอาจใช้เวลาถึง 2 วัน และกลุ่ม ส.ส. หลายสมัย
คืนตำแหน่ง 15 นักการเมืองท้องถิ่น
ช่วงค่ำวันเดียวกัน มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้บุคคลกลับไปรับตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่เดิม หลังจากหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 15 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายก อบจ.ปทุมธานี นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายก อบจ.เลย นางสุกานดา สุทธิพัฒนกุล นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรีนายจรีพร เศวตอมรกุล นายกเทศมนตรีตำบลท่าช้าง นายบุญเรียง บุตรศรี นายกเทศมนตรีตำบลสังคม นายสมภาร เคนหาญ นายก อบต.กุดจิก นายประดับ กลิ่นขำ นายก อบต.พรหมพิราม นายสมศักดิ์ ธรรมเมธาพร สมาชิกเทศบาลตำบลวังน้ำเย็น นายสถิตย์ เฮียงราช ปลัด อบจ.สกลนคร นางบังอร นาคทอง ปลัดเทศบาลตำบลท่าแร่ ส.ต.ต.บุญส่ง ทศพร ปลัด อบต.นพรัตน์ ว่าที่ ร.ต.ฑีชโยดม จันทกูล ปลัด อบต.ท่าตะเกียบ ว่าที่ ร.ต.ชายแดน สุนนท์ชัย ปลัด อบต.โนนค้า ว่าที่ ร.ต.อุดุลย์ศุภเดช พงษ์ประเสริฐ รองปลัดเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร และ จ.อ.ยุทธศักดิ์ บุษนาม รองปลัด อบต.ม่วงลาย