"ธนาธร" แถลงวิสัยทัศน์นอกสภา พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความจริง เปลี่ยนแปลงประเทศ เพื่อให้เดินไปข้างหน้า ลั่นประเทศต้องการผู้นำที่กล้าชนกับอำนาจไม่เป็นธรรม

จากกรณีที่ พรรคอนาคตใหม่ ขอถอนมติให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ในสภา เนื่องจากเห็นว่า เสียเวลาขานชื่อ ทั้งๆ ที่รู้ผลอยู่แล้วนั้น

ต่อมา นายธนาธร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงวิสัยทัศน์ บริเวณจุดแถลงข่าว รัฐสภา โดยบางช่วงบางตอน นายธนาธร ยืนยันว่า ตนพร้อมที่จะเป็นนายกฯ แห่งความจริง ตนพร้อมที่จะเป็นนายกฯ แห่งความเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะเป็นนายกฯ เพื่อพาประเทศไทยไปข้างหน้า

ทั้งนี้ นายธนาธร อธิบายว่า นายกฯ แห่งความจริง ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาอีกเยอะ ที่รากฐาน หรือปัญหาเฉพาะตัว จากการเดินทางไปทั่วประเทศ ขณะที่หาเสียงเลือกตั้ง พบว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ลำบาก งบประมาณจำนวนมากถูกใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ช่องว่างคนจนคนรวย ห่างออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ซึ่งในการแก้ปัญหา ต้องแก้ทุกด้านไปพร้อมๆ กัน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม

นอกจากนี้ ตนพร้อมเป็นนายกฯแห่งความเปลี่ยนแปลง โดยการมองปัญหาจากความจริง ไม่เพียงพอ แต่ต้องมองปัญหาจากต้นตอ และเปลี่ยนแปลง โดยคิดอย่างเป็นระบบ และทำงานเป็นทีม ประเทศเราผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง และทุกครั้งประชาชนคนไทย มักจะร่วมกันฝ่าไปด้วยกัน แต่ที่เราเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่สงครามที่มีระเบิด แต่เหมือนกบที่ถูกต้ม กว่าจะรู้ตัวว่าโลกเปลี่ยนไปแค่ไหน ก็สายไปแล้ว

สังคมไทยก็เช่นกัน หนี้ครัวเรือนขยับสูงขึ้น บริษัทใหญ่กำเงินสดมากขึ้น บริษัทขนาดเล็กไม่มีกำลังจ่ายหนี้ แม้ประเทศขณะนี้จะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์น้ำเดือด แต่น้ำร้อนขึ้นทุกที ซึ่งถ้ารอให้น้ำเดือด มันก็สายไปแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนได้ทันที จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และต้องการผู้นำที่มีเจตจำนงที่ต้องกล้าชนกับโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรมอย่างตรงไปตรงมา โดยต้องทำอย่างรอบคอบ รัดกุม.