คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

5 มิ.ย.เลือกนายกฯ โปรดเกล้าประธานสภาฯ-ประธานวุฒิสภา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 มิ.ย. 2562 05:35 น.
SHARE

‘พรเพชร’ ชี้-ม้วนเดียวจบ บิ๊กป้อมดับข่าวลือปฏิวัติ สมศักดิ์โต้ขนส.ส.ซบพท.

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานสภาฯ-ประธานวุฒิสภา “ชวน” นัด 5 มิ.ย. 11.00 น. ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตเสียงเลือกนายกฯ “พรเพชร” เชื่อไม่ยืดเยื้อม้วนเดียวจบ แกนนํา พปชร.ประเมิน ส.ส.ปชป.เกินครึ่งเทเสียงให้ “บิ๊กตู่” ตีปีก “กรณ์” โพสต์โชว์รูปยกพวกถ่ายภาพร่วม “สมคิด” หึ่งจ่อเขย่าโผยื่น รมว.ศึกษาธิการพ่วง รมช.ศธ.แลกกระทรวงเกษตรฯ กลับคืน ยก “พลังงาน” แลก “คมนาคม” รื้อดีลภูมิใจไทย “สมศักดิ์” ลั่นสู้ถึงที่สุดยึด รมว.กษ.โต้ข่าวมั่วขน 30 ส.ส.ซบเพื่อไทย “จุรินทร์” ยัน ปชป.ยังไม่ร่วมรัฐบาล เลือกนายกฯ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ปัดไม่มีเงื่อนไขโหวตก่อนแบ่งเค้ก พท.ซัดฝนตกขี้หมูไหลดันทุรังตั้งรัฐบาล “ภูมิธรรม” ยัน 7 พรรค ปชต.ยังไม่สรุปส่งใครชิงนายกฯ “บิ๊กป้อม” ปัดข่าวลือปฏิวัติซ้อน “ธนาธร” ชี้ปั่นข่าวข่มขู่พรรคร่วม ต่อสายกล่อม ปชป.-ภท.อย่าเป็นนั่งร้าน คสช.

กระบวนการโหวตเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี และการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าไปตามลำดับ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรลงมาเรียบร้อยแล้ว โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส่งหนังสือเชิญประชุมสภาฯ และประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อเรียกประชุมในวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อพิจารณาวาระสำคัญเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ในเวลา 11.00 น.

โปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานสภาฯ

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 31 พ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ความว่า พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เลือกสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายศุภชัย โพธิ์สุ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามความใน มาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

พร้อมประธาน-รองประธาน ส.ว.

พร้อมกันนี้มีประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภา ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่วุฒิสภาลงมติเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เลือกสมาชิกวุฒิสภา ให้เป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา ดังนี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นายศุภชัย สมเจริญ เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา ตามความในมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

5 มิ.ย.ประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ

จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น 4 อาคารรัฐสภาใหม่ เกียกกาย มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน โดยนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งมายังหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 รวมถึง ส.ส. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ผู้บริหารและข้าราชการ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เข้าร่วมพิธี

นายชวนกล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะส่งหนังสือเชิญประชุมสภาฯ และประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 1 มิ.ย. เพื่อเรียกประชุมในวันที่ 5 มิ.ย. มีวาระสำคัญคือเวลา 09.00 น. ให้ 4 ส.ส.ใหม่กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ จากนั้นเวลา 11.00 น. จะประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาวาระสำคัญ เลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ใช้หอประชุมใหญ่บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ ได้หารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาแล้ว การประชุมสภาผู้แทนฯจะนัดประชุมอีกครั้ง วันที่ 6 มิ.ย. มีวาระสำคัญตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ฉบับใหม่ รวมถึงกำหนดวันประชุมสภาฯ ในสมัยประชุมด้วย

“พรเพชร” นำทีมรับราชโองการ

ขณะที่เวลา 16.30 น. ที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารสุขประพฤติ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ทั้ง 2 คน โดยนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการ ครม. เป็นผู้อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมายังหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อม พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 รวมถึงสมาชิก ส.ว. โดยมีนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเข้าร่วมพิธี

เลือกนายกฯ ไม่ยืดเยื้อวันเดียวจบ

จากนั้นนายพรเพชรให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 6 มิ.ย. จะเรียกประชุมสมาชิก ส.ว.เพื่อตั้ง กมธ.ยกร่างระเบียบข้อบังคับของ ส.ว.เพื่อใช้ในการประชุมในเวลา 09.00 น. เมื่อถามว่า ส.ว.โหวตเลือกนายกฯครั้งนี้ถูกจับตา ต้องกำชับอะไรสมาชิกเป็นพิเศษหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า จะไปกำชับอะไรการโหวตเลือกนายกฯ เป็นเอกสิทธิ์เป็นอิสระของสมาชิกวุฒิสภา เชื่อว่าในพฤตินัยสมาชิกแต่ละคนจะใช้ดุลพินิจ นำพาประเทศชาติไปสู่ข้างหน้าต่อไปได้ แม้จะมีการปรึกษาพูดคุยกันบ้างในนามส่วนตัว แต่จนบัดนี้ยังไม่มีใครมาชี้นำได้ แม้การประชุมโหวตเลือกนายกฯ จะใช้วิธีให้แต่ละคนขานชื่อเป็นรายคน แต่เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานและจบภายในวันนั้น เมื่อถามอีกว่า ส.ว.ทั้ง 250 คน จะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ ทั้งหมดหรือไม่ นายพรเพชรอมยิ้มก่อนตอบว่า ในเมื่อมันเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก ส.ว.แล้วจะไปตอบแทนสมาชิกได้อย่างไร

ห่วงไมโครโฟนมีไม่พอ

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 12.45 น. นายพรเพชร พร้อมนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ และนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ได้ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างห้องประชุมจันทรา ที่ใช้เป็นห้องประชุมวุฒิสภา โดยนายพรเพชรกล่าวว่า กังวลปัญหาเทคโนโลยีการลงคะแนนการประชุมสมาชิกวุฒิสภาและการประชุมรัฐสภา ได้แนะนำไปก่อนนี้แล้วว่าหากปรับที่นั่งจาก 350 เป็น 500 ที่นั่งจะหมดปัญหา ยอมรับอาจมีปัญหาไมโครโฟนมีเพียง 150 ตัว ได้เสนอขอเพิ่มไปแล้วหวังว่าภายในสิ้นปี 2563 รัฐสภาแห่งใหม่จะพร้อมใช้งานทุกอย่าง แต่อาจยังไม่สมบูรณ์ ส่วนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศควรเสร็จภายในเดือน ส.ค.

“บิ๊กป้อม” สยบลือปฏิวัติไม่มีอะไร

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางมาขึ้นเครื่องบินไปร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงของภูมิภาคในการประชุม IISS Shangri -La Dialogue ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. โดย พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าทหารจะทำการปฏิวัติรัฐประหาร จนทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจว่า “ไม่มีอะไร”

เตือนอย่าหลงเชื่อเฟกนิวส์

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ช่วงนี้มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ของกองทัพ เป็นการปฏิบัติภารกิจการฝึกตามวงรอบประจำปี ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เป็นเรื่องปกติ ที่มีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่ลงตัวขณะนี้ว่าอาจนำไปสู่การปฏิวัติได้นั้นไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องการเมือง วันนี้ทุกอย่างเข้า สู่ระบบแล้ว ขอให้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองต้องไปพูดคุยกัน การปฏิวัติเป็นการปล่อยข่าว การรับฟังข้อมูลข่าวสารต้องกลั่นกรองและใช้วิจารณญาณว่าเรื่องใดจริงหรือไม่จริง วันนี้สังคมปั่นป่วนเพราะการให้ข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะข่าวปลอม หรือ Fake news เรามีบทเรียนอยู่แล้ว นอกจากนี้ เรายังมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ใครทำอะไรหรือโพสต์ข้อความไม่เป็นจริงจะเป็นหลักฐานนำไปดำเนินคดีได้ ส่วนเว็บไซต์ที่มีข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ ไม่ควรนำมาแชร์ต่อ

“บิ๊กตู่” เก็บตัวเกาะติดการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ไม่มีวาระงานใดๆเป็นพิเศษ และติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิด แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ไม่ได้มารอรับที่ทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเหมือนเคย แม้เป็นช่วงนับถอยหลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังเดินหน้าทำงานเต็มที่ สั่งทีมโฆษกรัฐบาล เดินหน้าเปิดเชิงรุกงานประชาสัมพันธ์ เร่งสรุปผลงานรัฐบาลที่โดดเด่น เพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบทุกช่องทาง โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติทีมประชาสัมพันธ์ทุกกระทรวงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ก่อนทยอยเปิดผลงานตลอด 5 ปี ในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป มีรายงานว่า พล.อ.วิลาศใช้สิทธิลาพักร้อนยาวตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. เพื่อให้หมดหน้าที่ไปพร้อมกับรัฐบาลปัจจุบันแทนการลาออก

“ธนาธร” ชี้ข่มขู่กดหัวพรรคร่วม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตลาดมั่นคง มหาชัย จ.สมุทรสาคร นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีรับฟังปัญหาของชาวประมงในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร นายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก จนเกิดกระแสข่าวลือเรื่องการปฏิวัติซ้ำว่า เป็นการข่มขู่ของผู้นำกองทัพ เพื่อให้พรรคการเมืองที่ยังตกลงกันไม่ได้ ยอมรับเงื่อนไขของพรรคพลังประชารัฐ สถานการณ์การเมืองขณะนี้ ไม่มีต้นทุนหรือเหตุผลเพียงพอจะทำเช่นนั้นได้ ขออย่ากังวลกับกระแสข่าว แต่หากจะปฏิวัติจริง ตนและพรรคอนาคตใหม่พร้อมออกมาต่อต้าน และอยากชวนประชาชนที่รักความถูกต้อง รักประชาธิปไตย มาต่อสู้ร่วมกัน

คุย ปชป.–ภท.อย่าเป็นนั่งร้าน คสช.

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการหารือของ 7 พรรคการเมือง นายธนาธรกล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังเป็นไปได้ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. ยังมีการพูดคุยกับทั้งพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย หวังให้ตัดสินใจร่วมกัน อย่าไปเป็นนั่งร้านให้กับการสืบทอดอำนาจ และเข้าร่วมกับ 7 พรรคการเมืองเพราะมีเงื่อนไขน้อย พร้อมยังเรียกร้องไปถึง ส.ว.ที่ไม่ได้มาการเลือกตั้งของประชาชน แสดงสปิริตไม่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ฉะรัฐประหารอีกเผด็จการเต็มรูป

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ใหญ่ในกองทัพ ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องปฏิวัติรัฐประหาร แต่สุดท้ายก็นั่งร่วมอ่านแถลงการณ์ของคณะยึดอำนาจออกโทรทัศน์ทั้งสิ้น ทุกฝ่ายคงต้องวัดดวงเอาเองว่าจะมีการปฏิวัติหรือไม่ แต่น่าสังเกตว่าต้นตอข่าวลือยึดอำนาจ ส่วนหนึ่งเพราะนักข่าวเห็น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นเรื่องไม่เหมาะสมจะถูกตีความได้ว่ากองทัพกำลังแทรกแซงทางการเมือง ช่วงนี้กำลังมีข่าวแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลใหม่ พล.อ.อภิรัชต์ น่าจะรู้ตัวว่าถ้านักข่าวเห็น ผบ.ทบ.ไปปรากฏตัวอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จะกลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันที คนจะตีความว่ากองทัพส่งสัญญาณสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และข่มขู่นักการเมืองให้กลัวถูกล้มกระดาน ผบ.ทบ.ยังเป็น ส.ว.ที่มีสิทธิเลือกนายกฯ ไม่กลัวถูกมองว่าเข้าไปสมคบคิดกันเรื่องจัดตั้งรัฐบาลอย่างนั้นหรือ หากมีการยึดอำนาจจริง โดยการรัฐประหารตัวเองถือเป็นการฟื้นคืนชีพของระบบเผด็จการทหารเต็มรูปแบบ ทำให้บ้านเมืองล้าหลังอย่างสมบูรณ์แบบ

7 พรรคยังไม่สรุปส่งใครชิงนายกฯ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีนัดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกฯ วันที่ 5 มิ.ย. พรรคเพื่อไทยและพรรคพันธมิตรจะเสนอใครชิงตำแหน่งนายกฯว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆออกมาว่าจะเสนอใคร เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยต้องคุยกันก่อน รวมถึงต้องนำไปหารือกับพรรคการเมืองอีก 6 พรรคที่ร่วมลงสัตยาบันไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ทุกพรรคยังยึดมั่นในแนวทางนี้อย่างชัดเจน วันนี้เขาเพิ่งประกาศเราจึงยังไม่มีข้อสรุป ส่วนข่าวที่บอกว่าจะเสนอชื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย เป็นเพียงแค่ข่าวลือ ทุกอย่างต้องมีการประชุมกันอีกครั้ง

ซัดต่อรองเก้าอี้ไม่เห็นหัว ปชช.

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่พรรคได้ที่นั่ง ส.ส.อันดับสองแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล โดยต้องไปง้องอนพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลเพราะมีเสียงไม่พอ ชี้ให้เห็นชัดเจนถึงชัยชนะที่ไม่สง่างามในการเลือกตั้งที่มีข้อกังขาว่าเต็มไปด้วยความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม เอารัดเอาเปรียบมากมาย จึงเปิดช่องให้มีการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ต้องไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคเล็กพรรคน้อยกว่า 20 พรรคมาร่วมตั้งรัฐบาล ยากที่จะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพมั่นคง ยากที่จะบริหารงานราบรื่น และชี้ให้เห็นถึงความถดถอยของการพัฒนาการเมืองของประเทศ พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจ และนำพาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกลับมาสู่สังคมไทย แม้ว่าจะต้องใช้เวลาก็ตาม

อัดฝนตกขี้หมูไหลดันทุรังตั้งรัฐบาล

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การดันทุรังเดินหน้ารวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่เคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจถึง 18 ล้านเสียง จะทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ นักการเมืองกลุ่มเล็กๆอาจได้ตำแหน่งลาภยศจากการเล่นเก้าอี้ดนตรี ถือชามข้าวต่อรองผลประโยชน์ อย่าพาประเทศเดินไปตกหลุมดำ ทั้งที่คนร้องห้ามกันทั้งประเทศ ทุกฝ่ายยังมีเวลาตัดสินใจใหม่ ยึดเอาเสียงประชาชนเป็นตัวตั้ง ประชาชนไม่อยากเห็นแอนิมอลฟาร์มฤดูฝนในฟาร์มหมูฝนตกขี้หมูไหล ทำประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส

ฉะบิ๊กสามมิตรปล่อยข่าวปั่นราคา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการพูดคุยระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กับนายสมศักดิ์เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นการพูดคุยช่วงก่อนเลือกตั้งตามหลักการการเมืองปกติ ที่จะเชิญชวนให้ร่วมทางเดินแบบผู้รักประชาธิปไตย ต่อต้านการสืบทอดอำนาจแต่เมื่อนายศักดิ์ตัดสินใจไปพรรคพลังประชารัฐ อุดมการณ์ต่างจากพรรคเพื่อไทยโดยสิ้นเชิง คงไปด้วยกันไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการกรวดน้ำคว่ำขัน ที่มีข่าวว่าจะมารวมกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าไม่ได้ตำแหน่งหรือไม่ได้กระทรวงที่ตัวเองต้องการ เป็นเพียงการต่อรองเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหากจริงใจจะมาช่วยฝ่ายประชาธิปไตยคงไม่มีใครปฏิเสธ แต่เป็นการต่อรองไม่ได้คำนึงถึงหลักการและผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน จึงเป็นเหตุให้คุณหญิงสุดารัตน์ปฏิเสธ เป็นการพูดเองเออเองว่าจะพากลุ่มสามมิตรสวิงโหวตมาฝ่ายประชาธิปไตย หากตกลงกับพลังประชารัฐไม่ลงตัว เคยถามพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่าจะต้อนรับ ถ้าเจ๋งจริงดึง 30 เสียงออกมาเป็นฝ่ายค้านอิสระจะเท่กว่า ชาวบ้านจะสาธุ

“สมศักดิ์” โต้ข่าวมั่วพา 30 ส.ส.ซบ พท.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวชี้แจงกรณีเฟซบุ๊กแห่งหนึ่งเสนอข่าวเตรียมขน 30 ส.ส.ย้ายซบพรรคเพื่อไทย หากไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ขอบคุณคนปล่อยข่าวสร้างความเสียหายทำคนอ่านเข้าใจผิดว่าตนและพวกเกเรตีรวนจัดตั้งรัฐบาล ข้อเท็จจริงการพูดคุยกระทรวงต่างๆกรรมการบริหารพรรคมอบอำนาจให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรค ตั้งแต่ทำการเมืองมามีปัญหาน้อยสุด อยู่มาหลายพรรคตั้งแต่พรรคกิจสังคมจนตายจากกัน มาถึงพรรคไทยรักไทยอยู่จนยุบพรรค มาอยู่พรรคพลังประชารัฐแม้มีเปรี้ยว หวาน มัน เค็มผสมกัน แต่ไม่เคยคิดหายไปจากพรรค จะปักหลักอยู่ที่นี่ตลอดไป ข่าวที่ปล่อยประสงค์ให้เกิดชิงชังกัน ทำลายทั้งทางตรงทางอ้อม ผู้ใหญ่ในพรรคไม่มีใครสอบถาม การทำลักษณะนี้ไม่มีอยู่ในหัวสมอง มีศักดิ์ศรีพอ

เหน็บ “เจ๊หน่อย” พวกองุ่นเปรี้ยว

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ข่าวที่เกิดขึ้นยังไม่รู้ว่าใครทำ ตนปากกับใจตรงกันจะทำอะไรทำเลย ไม่เคยปล่อยข่าวทำร้ายใคร แต่กลับถูกปล่อยข่าวทำร้ายตลอด แต่ดีคงเห็นว่าตนเป็นคนสำคัญ เมื่อถามว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ขอกรวดน้ำคว่ำขัน ไปแล้วให้ไปลับ นายสมศักดิ์ตอบว่า ไม่ได้ยินกับหูตัวเองว่าคุณหญิงพูดแบบนั้น มาคิดดูว่าเป็นลักษณะเหมือนภาษิตว่า “องุ่นเปรี้ยว มะนาวหวาน” คุณหญิงสุดารัตน์เคยไปพบและเชิญตนที่บ้านก่อนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ตัดสินใจไม่ไป สิ่งที่คุณหญิงสุดารัตน์พูดนั้นบางคำพูดทำให้คิดว่าเป็นถึงคุณหญิงจะพูดอะไรที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคำพูดของท่าน แต่ได้ยินคนในพรรคของท่านพูดถึงท่านเหมือนที่ท่านพูดถึงตนแบบนี้เหมือนกัน นึกไม่ออกทำไมสนใจตนถึงขนาดนั้น

กร้าวสู้ถึงที่สุดทวงเก้าอี้ รมว.กษ.

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีหากพรรคประชาธิปัตย์ ได้โควตากระทรวงเกษตรฯว่า เรานำเสนอนโยบายประชาชนชนบท เพื่อขอให้เลือกเรา ถึงเวลานี้มีหน้าที่ทวงถามในสิ่งที่ได้พูดกับประชาชนกับผู้บริหารพรรค แล้วนายกฯคนใหม่ต้องพิจารณา ไม่ใช่ตนจะมาตีอกชกตัว แต่พยายามต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพราะได้ให้สัจจะวาจากับพี่น้องชาวชนบทไปแล้วจะทำให้ชีวิตดีขึ้น เมื่อถามว่า ควรพิจารณา ครม.ใหม่ให้เสร็จก่อนโหวตนายกฯหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ไม่มีสูตรตายตัว แต่ไม่ว่าพรรคใดเข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรฯ ต้องร่วมกันรับผิดชอบนโยบาย ไม่ขัดแข้งขัดขากัน หรือใครไม่ได้ รมว.อาจได้ รมช.เฉลี่ยกันไป เมื่อถามต่อว่า ถ้าได้ตำแหน่ง รมช.พอผลักดันนโยบายได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้เล็งที่ รมช.ไว้ เมื่อถามว่า ถ้าไม่ได้ รมว.เกษตรฯก็ไม่น้อยใจ นายสมศักดิ์ กล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ก็ร้องไห้” เชื่อว่าในที่สุดจะลงตัว ไม่เกิดรัฐบาลปรองดอง รัฐบาลแห่งชาติ นักประชาธิปไตยและพรรคการเมืองจะไม่ปล่อยให้รัฐประหารเกิดขึ้น และมั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯแน่นอน

ประเมิน ปชป.เกินครึ่งโหวต “ลุงตู่”

สำหรับความเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาล การแบ่ง โควตารัฐมนตรีที่สะดุด เมื่อพรรคพลังประชารัฐพยายามดึงอำนาจต่อรองกลับมาอยู่ในมือ เปลี่ยนมือดีลหวังเกลี่ยโควตาใหม่ทั้งหมด เข้าที่ประชุมพรรคและสุดท้ายนายกฯใหม่จะเป็นคนเคาะ หลังผู้ใหญ่นอกพรรคมือดีลรอบแรกยอมปล่อยให้กลุ่มการเมืองไปดำเนินการเจรจา ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ วันที่ 31 พ.ค. แกนนำพลังประชารัฐมีการประเมินพลังการต่อรองของพรรคประชาธิปัตย์ว่าขณะนี้ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีพลังต่อรองเลย เพราะเสียงในพรรคแตก เชื่อว่าการโหวตเลือกนายกฯของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ สายนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับนายถาวร เสนเนียม รวมกับเสียง ส.ส.นอกกลุ่มที่พร้อมเข้าร่วมรัฐบาลจะมีอยู่กว่า 20 เสียง ล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีต รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่งาน “THAIFEX-WORLD of Food Asia 2019” ที่เมืองทองธานี ถ่ายร่วม กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ทำให้แกนนำพรรคพลังประชารัฐยิ่งมั่นใจว่าจะมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เกินครึ่งพรรค

หึ่งยื่น ศธ.แลก กษ.ให้ “สามมิตร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแบ่งโควตารัฐมนตรี กระทรวงเกรดเอที่ยังเป็นปัญหาไม่จบ หลังพรรคประชาธิปัตย์เลื่อนลงมติที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.เพื่อตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาขู่พร้อมถอยแพ็กคู่ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมีข่าวพรรคพลังประชารัฐพยายามทวงคืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ประกาศสู้เต็มที่ทวงคืนกลับมาให้ได้ แกนนำพรรคพลังประชารัฐยืนยันขอเอาเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อน โดยมีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐเสนอ 2 เก้าอี้ คือ รมว.ศึกษาธิการ และ รมช.ศึกษาธิการพ่วงไปด้วยเลย แลกกับ รมว.เกษตรฯ เพื่อตัดลดโควตารัฐมนตรีไม่ให้มี รมช.ของพรรค ประชาธิปัตย์ไปอยู่ในกระทรวงสำคัญอื่นๆ รวมถึงมีกระแสข่าวอีกทางระบุว่าอาจมีเสนอแลก รมว.เกษตรฯกับ รมว.ยุติธรรม และ รมว.อุตสาหกรรม

ตั้งแท่นยก ก.พลังงานแลกคืน คค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ที่มีข่าวดีลรอบแรกยกให้พรรคภูมิใจไทยแล้วนั้น แม้ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันกระทรวงคมนาคม 1 ใน 4 กระทรวงที่ต้องเป็นของ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะมองว่าเป็นงานสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นห่วงภาพลักษณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน มีรายงานข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐพยายามทวงคืนด้วยเช่นกัน แลกกับ รมว.พลังงาน ที่ก่อนนี้มีข่าวตกเป็นโควตาของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.แบบบัญชี รายชื่อพลังประชารัฐ

ปชป.แจงเหตุผลยังไม่เคาะร่วม รบ.

เมื่อเวลา 13.00 น. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ชี้แจงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีมติว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล 7 ข้อ ระบุข้อความ “ก้าวสู่การตัดสินใจ ประชาชนเข้าใจพร้อมเดินไปด้วยกัน” ระบุว่าการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และ ส.ส.พรรค ตามข้อบังคับพรรค แต่ที่ยังไม่มีมติเพราะพรรคพลังประชารัฐยังไม่มีความชัดเจน จึงเป็นเหตุผลที่ยังไม่มีการพูดคุยกันไปไกลถึงการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างที่มีข่าวออกไป เหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีมติร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลคือ 1.พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมือง ที่เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่มีใครสั่งการชี้นำได้เพียงคน คนเดียว ทุกคนในพรรคมีส่วนร่วม มีความเป็นประชาธิปไตย การตัดสินใจจึงเป็นไปตามมติของเสียง ส่วนใหญ่ 2.พรรคประชาธิปัตย์มีข้อบังคับพรรคระบุชัดแจ้งว่าการมีมติร่วมหรือไม่ร่วม ต้องเกิดจากมติของที่ประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.

โต้ต่อรอง-ยังไม่ตอบรับหลักการ

นายราเมศระบุอีกว่า 3.ข้อมูลการตัดสินใจของที่ประชุมร่วมกัน เลขาธิการพรรคต้องไปรวบรวมทั้งหมด เพื่อรายงานต่อที่ประชุมประกอบการตัดสินใจ 4.หลักการทำงานของพรรคที่ได้บอกกล่าวพรรคพลังประชารัฐไปยังไม่ได้ตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ 5.กรณีที่อ้างว่ามีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี คงไม่ใช่ถ้อยความจริง เมื่อยังไม่ได้ตอบรับหลักการต่างๆ แล้วจะมากำหนดกระทรวงต่างๆกันได้อย่างไร 6.มติว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาลไม่ใช่การเล่นเกมการเมืองเพื่อต่อรองใดๆ แต่กระบวนการเพื่อนำไปสู่การลงมติยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ 7.เมื่อครบถ้วนกระบวนการต่างๆแล้วแน่นอนที่สุดคือการตัดสินใจ จะยืนอยู่บนหลักการประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง

“จุรินทร์” ให้เวลา พปชร.เคลียร์ศึกใน

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ต้องเริ่มต้นที่พรรคพลังประชารัฐก่อน ตอนนี้ถือว่าเป็นขั้วหนึ่งที่กำลังทำหน้าที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้นับหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ความคืบหน้าล่าสุดทราบตรงกันว่า พรรคพลังประชารัฐมาเชิญประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล แต่เหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเลื่อนการประชุมออกไป เป็นเพราะพลังประชารัฐต้องใช้เวลาทำให้พรรคพลังประชารัฐเป็นหนึ่งเดียวกันเสียก่อน จึงต้องให้เวลาและโอกาสเขา แต่สำหรับการทำหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอยู่แล้ว ต้องนัดประชุมเพื่อเลือกนายกฯ ต้องถามว่าจะนัดประชุมเมื่อใดตามขั้นตอนและกระบวนการ

ไม่มีเงื่อนไขโหวต “ลุงตู่” ก่อนแบ่งเค้ก

เมื่อถามว่า การที่นายชวนเป็นประธานสภาฯจะผูกมัดว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า การที่พรรคไหนจะเสนอ ชื่อใครเป็นนายกฯ ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคที่จะพิจารณา พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ประชุมกันว่าจะเสนอใครเป็นนายกฯหรือไม่ คงต้องนับหนึ่งที่พรรคพลังประชารัฐก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความคืบหน้าใดๆจากพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐออกมาระบุว่าจะโหวตเลือกนายกฯก่อนค่อยมาจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีและนโยบาย นายจุรินทร์กล่าวว่า “ก็สุดแล้ว แต่พลังประชารัฐ เพราะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ประชาธิปัตย์เป็นพรรคขนาดกลางมีแค่ 53 เสียง ต้องเข้าใจสถานภาพตัวเองว่าอยู่ในฐานะไหน เรื่องนี้ยังไม่เคยคุยกันว่าจะต้องโหวตนายกฯก่อนแล้วค่อยจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ข้อเท็จจริงคือพรรคพลังประชารัฐมาเชิญพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล เดิมคิดว่าทุกอย่างจะยุติตามที่ได้พูดคุยกันแล้ว แต่เนื่องจากเกิดปัญหาความไม่ลงตัวของเขาต้อง ขอพูดตรงๆเป็นปัญหาของพลังประชารัฐ เป็นที่มาประชาธิปัตย์จำเป็นต้องเลื่อนการประชุมร่วม กก.บห.และ ส.ส. ออกไป ต้องให้เวลาพลังประชารัฐคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ และตัดสินใจอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์เคารพการตัดสินใจของเขา พรรคไม่ได้กำหนดว่าพลังประชารัฐจะต้องให้คำตอบกับประชาธิปัตย์เมื่อไหร่” นายจุรินทร์กล่าว

โหวตนายกฯอยู่ที่สถานการณ์

เมื่อถามว่า การเลือกนายกฯใกล้เข้ามาแล้ว การตั้งรัฐบาลควรเสร็จก่อนเลือกนายกฯหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพรรคพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำจะพิจารณาตัดสินใจอย่างไร ตอบแทนไม่ได้ หากไม่เกี่ยวข้องกับพรรคอื่นเรามีมติของตัวเองได้อยู่แล้ว แต่ส่วนที่เกี่ยวกับพรรคอื่น โดยเฉพาะพลังประชารัฐต้องรอว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า พรรคจะมีมติแยกระหว่างการโหวตเลือกนายกฯกับการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ในการเลือกนายกฯเป็นอย่างไร ประชาธิปัตย์อยู่ในสถานะไหน ขณะนี้ยังอยู่ในสถานะของความเป็นประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้พิจารณาตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่อย่างไร ถึงวันนั้นพรรคต้องมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจในสภาฯ พรรคต้องประชุมร่วมกันตัดสินใจว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

ย้ำร่วม รบ.ต้องแก้ รธน.พ่วงชูนโยบาย

ต่อข้อถามว่า ถ้าข้อเสนอของพรรคไม่ได้รับการตอบรับ การร่วมรัฐบาลอาจไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตอบล่วงหน้าไม่ได้ แต่ได้พูดคุยเบื้องต้นเรื่องเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องสำคัญหากจะตัดสินใจร่วมงานกับพลังประชารัฐ อย่างน้อยที่สุดต้องพาประเทศเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นได้ ถ้าไม่พูดเรื่องนี้ ไม่หยิบประเด็นนี้ขึ้นมา โอกาสที่ประเทศจะเดินหน้าไปสู่ ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นมันริบหรี่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดเงื่อนไขให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยากมาก ใช้เสียงข้างมากเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภาคือสองสภารวมกันแล้ว ต้องมีฝ่ายค้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และยังต้องได้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ด้วย เกือบจะปิดประตูแก้ไข ทางเดียวคือแก้รัฐธรรมนูญด้วยวิธีไม่ปกติ ซึ่งไม่ประสงค์ให้เกิดขึ้น พรรคจึงต้องยื่นเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญว่าถ้าร่วมรัฐบาล รัฐบาลต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามรัฐบาลหรือกำหนดเป็นนโยบายจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า และมีการเสนอนโยบายที่พรรคหาเสียงไว้ การประกันรายได้เกษตรกรต้องบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาล เงื่อนไขทั้ง 2 ข้อสำคัญต่อการตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ จึงต้องรอคำตอบจากพลังประชารัฐก่อนว่าจะรับข้อเสนอของพรรคหรือไม่

“นิพนธ์” ปฏิเสธโดดร่วม รบ.แล้ว

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ตกลงจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐแล้วว่าไม่เป็นความจริง พรรคยังรอรับแจ้งผลสรุปจากพรรคพลังประชารัฐอยู่ ถึงขณะนี้ยังไม่ได้ติดต่อแจ้งมา จึงยังไม่ได้ประชุมใดๆ คงรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานสภาฯก่อน หรืออาจรอให้เลือกนายกฯเสร็จไปก่อน แต่ในอดีตไม่เคยทำกัน ถ้าจะทำแบบนั้นจริงต้องบอกกันอย่างเป็นทางการว่ามีเหตุผลความจำเป็นอะไร ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้วต้องเคารพและให้เกียรติกัน ไม่ใช่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกมาพูดกันถึงเรื่องบ้านเมือง ผู้ทำหน้าที่เจรจาต้องมีศาสตร์และศิลป์ มีวุฒิภาวะมากพอไม่ใช่ใครก็มาทำได้ ขอย้ำว่าให้เขาแก้ปัญหาของเขาให้จบก่อน

จับไต๋ดันตั้งนายกฯให้ถึงทางตัน

เมื่อถามว่า ถ้าคนที่มาเจรจาใช้วิธีคิดแบบทหาร จะทำให้การตกลงร่วมตั้งรัฐบาลยากใช่หรือไม่ นายนิพนธ์ตอบว่า มันมีความเสี่ยงที่ปลายทาง ถ้าทำอย่างนั้นแสดงว่าเขากำลังจะพาการเมืองเข้าสู่ทางตันใช่หรือไม่ ถ้าเราไม่ร่วมด้วยจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วจะเดินอย่างไร จะทำให้การเมืองไปสู่การยุบสภาใช่หรือไม่ สภาฯพิจารณาออกกฎหมาย ส.ว.ไม่ได้มาประชุมด้วย ถ้าจะคิดเพียงแค่ให้ได้เสียงลงมติเลือกนายกฯ แต่ต่อไปฝ่ายรัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากจะเกิดทางตันทันที ดังนั้นผู้ที่จะเป็นผู้บริหารต้องดูหมากทั้งกระดานไม่ควรดูทีละตา ต้องดูว่าหมากเกมนี้จะจบลงอย่างไร ประเทศไม่ใช่อยู่ที่อารมณ์ของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องมีสติแก้ปัญหา ไม่เชื่อว่าการตัดสินใจอย่างนั้นจะเป็นทางออกที่ดีต่อประเทศ ยังมีทางออกอีกเยอะ

“เทพไท” ซัด รธน.เอื้อแต่ พปชร.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ร่างขึ้นเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาลเท่านั้นว่า เป็นความจริงแม้แต่คนของพลังประชารัฐยังยอมรับเอง ติดตามสถานการณ์การเมืองมาตลอด 5 ปี คสช. ให้เหตุผลเพื่อมาปฏิรูปการเมือง ตนมีเหตุผล 5 ข้อมาสนับสนุนว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันเอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐคือ 1.ระหว่างที่มีการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ในฐานะแคนดิเดตนายกฯในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ แต่กลับใช้ตำแหน่งหน้าที่ความเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มและมีมาตรา 44 อยู่ในมือ ใช้อำนาจรัฐ กลไกของรัฐ เอื้อประโยชน์พรรคพลังประชารัฐเห็นได้ชัด เช่น การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์เอื้อต่อคะแนนเสียงให้ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐหลีกเลี่ยงไม่ได้ 2.หลังเลือกตั้งแล้วรัฐธรรมนูญยังให้อำนาจนายกฯ ในฐานะหัวหน้า คสช. แต่งตั้ง 250 ส.ว. โดย ส.ว.ใช้สิทธิโหวตเลือกหัวหน้า คสช. มาเป็นนายกฯได้ด้วย การตั้ง ส.ว.250 คนเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐ ตั้งมาเพื่อค้ำบัลลังก์ให้คนที่มาเป็นนายกฯในนามพรรคพลังประชารัฐโดยตรง

ปูทางคุมอำนาจ-ส.ว. ค้ำบัลลังก์

นายเทพไทกล่าวต่อว่า 3.การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อมี 250 สว. ในมือ ผู้มีอำนาจรวม ส.ส.ให้ได้แค่ 126 คนก็เลือกนายกฯได้ และยังจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยไม่ต้องสนใจพรรคอื่นในสภาฯ 4.เมื่อพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลได้ เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ ยังมีสิทธิยุบสภาฯให้ไปเลือกตั้งใหม่และอาศัยความเป็นรัฐบาลรักษาการต่อไป 5.ถ้าการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งติดปัญหาหรือเข้าสู่ทางตันไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มทำหน้าที่รักษาการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้โดยไม่มีที่สิ้นสุด และยังคงมีมาตรา 44 ในมือ ทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลรองรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล เหมือนที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐโอ้อวด

มติ ชทพ.ไปไหนไปกันกับ พปชร.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค จากนั้นนายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศเดินหน้า และพร้อมจะลงคะแนนให้ผู้ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอเป็นนายกฯ ส่วน ตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่ได้คุยรายละเอียด กรรมการบริหารพรรคมีมติมอบให้หัวหน้าพรรคพิจารณาคัดสรรจากรายชื่อที่ผ่านการเสนอแนะ รับฟังความเห็นของสมาชิกพรรค ตัวแทนประจำจังหวัด สาขาพรรค และกรรมการบริหารพรรคจำนวน 26 คน เราไม่กลับลำ พูดคำไหนคำนั้น เมื่อพรรคตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐแล้วจะไปไหนก็ไปกัน จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดี เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะรักษามารยาท ให้เครดิตมติของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อการเสนอชื่อรัฐมนตรีของพรรค

“วราวุธ” โอดแก้ รธน.ไม่ง่าย

ขณะที่นายวราวุธกล่าวถึงการยอมรับเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองที่เสนอให้พรรคพลังประชารัฐตัดสินใจก่อนเข้าร่วมรัฐบาลว่าเป็นแนวทางของพรรคอื่น มองว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีเสียงสนับสนุนร่วมกันทั้งฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา

ขึ้นบัญชีเกลี่ยตำแหน่งให้ลูกพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนา มีมติเสนอบุคคล 26 รายชื่อที่จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้แก่ รัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษาไว้ให้ น.ส.กัญจนาพิจารณา อาทิ น.ส.กัญจนา นายวราวุธ ศิลปอาชา นายประภัตร โพธสุธน นายธีระ วงศ์สมุทร นายนิกร จำนง นายอนุรักษ์ จุรีมาศ นายอนุชา สะสมทรัพย์ นายภานุวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายนพดล มารศรี นายสรชัด สุจิตต์ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม นายยุทธพล อังกินันทน์ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง นายเสน่ห์ ขาวโต นายณรงค์ นุ่นทอง น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ปัตตะพงศภัช และนาย พิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ เป็นต้น

“ไพบูลย์” ชี้ช่อง “บิ๊กตู่” ไปต่อไร้เดดล็อก

นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงทางตันหรือเดดล็อก ตั้งรัฐบาลตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา 400 เสียง แต่ถ้ามีเสียงสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึงกึ่งหนึ่งยังสามารถบริหารประเทศไปได้ แก้ไขปัญหาการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินปี 2563 ด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยที่ประชุมรัฐสภา หรือหากฝ่ายค้านเสียงข้างมากในสภาฯ เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมีผลให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์พ้นไป ยังเสนอให้รัฐสภาเสียงข้างมากเลือก พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกวาระตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และฝ่ายค้านจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีกไม่ได้ ไปตลอดปีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154

อ้างรัฐสภาหนุน รบ.เสียงข้างน้อย

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า แต่หากการจัดตั้งรัฐบาลได้เสียง ส.ส.สนับสนุนเกิน 251 เสียง ยังมีปัญหายุ่งยากในการแบ่งกระทรวงให้พรรคการเมืองต่างๆ และการจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 ตามข่าวจะต้องมีเสียง ส.ส. สนับสนุนเกิน 376 เสียง จะยิ่งมีปัญหายุ่งยากเป็นทวีคูณในการแบ่งกระทรวงให้พรรคต่างๆจนพอใจ ดังนั้น การจัดตั้งรัฐบาลโดยมีเสียงข้างมากในรัฐสภาสนับสนุน แม้จะมีเสียง ส.ส.สนับสนุนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง แต่แบ่งกระทรวงต่างๆให้พรรคการเมืองได้ลงตัวง่ายกว่ามาก จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประธานสภาประธานวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัยประยุทธ์ จันทร์โอชารัฐบาลข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้