"พลังประชารัฐ" ยันดีลพรรคร่วมตั้ง รบ.ไม่มีปัญหา ยันโควตาเก้าอี้ต้องเข้าที่ประชุมพรรค ลั่น "บิ๊กตู่" มีอำนาจสแกนตัว รมต.หลังโหวตนายกฯ รื้อดีล "บิ๊กป้อม" ให้ "อุตตม" คุยต่อ ขบเหลี่ยมพรรคร่วม เช็กเสียงวันโหวต "ชาติไทยฯ" ยิ้มกริ่ม คุม ทส.สมใจ "ประชาธิปัตย์" ยันยึดข้อตกลงเดิมไม่เปลี่ยน แว่วเสียงต้าน "ลุงตู่" มีเพิ่มขึ้น "เพื่อไทย" พลิกเกมชงชื่อคนใน ดิ้นชิงนายกฯ

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า การที่ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค แถลงกับสื่อโดยยืนยันว่า ข้อเสนอโควตารัฐมนตรีแต่ละพรรคนั้น ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรค และต้องเป็นภายหลังการโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่แล้ว โดยนายกฯ จะมาพิจารณาผู้ที่เหมาะสมอีกที เนื่องจากการดีลกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังไม่ลงตัว รวมถึงกลุ่มก๊วนภายในพลังประชารัฐเองที่รู้สึกไม่พอใจ เพราะมองว่าพรรคยกเก้าอี้ดีๆ ให้หมด โดยเฉพาะ รมว.พาณิชย์ รมว.คมนาคม และ รมว.เกษตรฯ ที่มีข่าวทั้ง 2 พรรคได้ไปดีลผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ล่าสุดจึงมีการมาคุยกันของผู้ใหญ่นอกพรรค โดยยกสิทธิการตัดสินใจให้กับนายอุตตม และกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ขณะที่ พล.อ.ประวิตร จะยอมถอยออกไป จึงต้องมาหารือจัดสรรกระทรวงกันใหม่อีกที

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ทั้งนี้พรรคพลังประชารัฐจะเดินเกมวัดใจพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในวันที่โหวตนายกฯ จำนวนเท่าไหร่ เพราะเป็นการโหวตแบบเปิดเผย ทำให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าจะโหวตให้กี่เสียง ถือเป็นเกมต่อรองและขอคืนบางกระทรวงเกรดเอ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับมาอยู่ในการดูแลของพลังประชารัฐ ส่วนหลังได้นายกฯ แล้วนั้น หากยังตั้ง ครม.ไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังคงเป็นนายกฯ ต่อไป แบบมีอำนาจเต็มเปี่ยม และกฎหมายไม่ได้เขียนกำหนดไว้ว่าจะต้องตั้ง ครม.แล้วเสร็จเมื่อไหร่

...

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่ทางด้านพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) หลังมีข่าวไม่พอใจที่แกนนำพลังประชารัฐไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเรื่องโควตารัฐมนตรี ทั้งที่ประกาศตัวเป็นพรรคแรกๆ ร่วมตั้งรัฐบาลด้วย บวกกับกระแสข่าวอาจมีการสลับเอาเก้าอี้ รมว.พัฒนาสังคมฯ ให้แทน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นั้น ล่าสุด นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้เจรจาคุยกับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาด้วยตัวเอง ยืนยันว่าจะได้ตามที่เสนอมา คือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และ รมช.เกษตรฯ จึงจะมีการเทียบเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ส่วนพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กำลังประสานเทียบเชิญอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถึงท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังที่พรรคพลังประชารัฐไม่สามารถเคลียร์ปัญหาภายในได้ เนื่องจากต้องการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯคืนให้นายสนธิรัตน์ และกลุ่มสามมิตร จนไม่สามารถพูดคุยกันตามดีลเดิมได้ การเจรจาเมื่อช่วงคืนวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนพลังประชารัฐได้ประสานมาที่ตัวแทนประชาธิปัตย์ เพื่อขอแลกเปลี่ยนกระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงเกษตรฯ และขอแลกอีกกระทรวงกับกระทรวงพาณิชย์ โดยรับปากว่าจะจัดการปัญหาภายในพรรคโดยเร็ว แต่ทางพรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธข้อเสนอ และขอยึดข้อตกลงเดิมตามที่รับปากไว้ตั้งแต่ต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ล่าสุดทางพลังประชารัฐได้ประสานมาอีกครั้งว่า ขอให้โหวตเลือกนายกฯ ก่อน แล้วค่อยมาจัดสรรตำแหน่งกันทีหลัง ประกอบกับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ระบุว่าจะขอตรวจสอบรายชื่อรัฐมนตรีของแต่ละพรรคก่อน ทำให้ ส.ส.และกรรมการพรรคที่เคยสนับสนุนให้ร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐไม่พอใจ ถือเป็นการก้าวก่ายพรรคอื่น และเป็นการไม่ให้เกียรติกัน หากไปร่วมก็จะถูกกดหัวเป็นได้เพียงไม้ประดับ อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่พลังประชารัฐจะบิดพลิ้วผิดคำพูด ดึงกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์กลับไป ทำให้พรรคไม่สามารถผลักดันนโยบายประกันรายได้สินค้าเกษตร เพื่อแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่พรรคจะเข้าร่วมรัฐบาล เพราะขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการส่งสัญญาณขู่จะยุบสภาฯ หลังตั้งนายกฯอีก ยิ่งทำให้เสียงที่เห็นว่าไม่ควรร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐเริ่มมีมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงกลุ่มของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพียงไม่กี่สิบเสียงเท่านั้น

นอกจากนี้ทางด้านพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยได้หารือและเห็นร่วมกันว่า แคนดิเดตนายกฯ ที่ทั้ง 7 พรรคจะเสนอควรมาจากเพื่อไทย เพราะถือเป็นพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุด ไม่ว่าแพ้หรือชนะเราต้องแสดงจุดยืนเรื่องหลักเกณฑ์ในระบอบประชาธิปไตย ส่วนชื่อของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นั้น มีการถกเถียงกันถึงข้อสงสัยในข้อกฎหมาย จึงจำเป็นต้องตัดสินใจไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง โดยแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยเหลืออยู่ 2 คน คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ หากนายชัชชาติไม่รับก็เป็นชื่อ นายชัยเกษม ส่วน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ นั้น เจ้าตัวปฏิเสธทั้งในที่ประชุมและต่อสาธารณะไปแล้ว ขณะนี้แกนนำพรรคเพื่อไทยยังคงติดตามสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจว่าจะเสนอชื่อใคร จะรับฟังความคิดเห็นจากที่ประชุม ส.ส.พรรคก่อนไปหารือร่วมกับ 7 พรรคอีกครั้ง.