เป็นที่จับตาผลการเลือกประธานสภาฯ ใครจะดำรงตำแหน่ง ถือเป็นเกมต่อรองช่วงชิงในการจัดตั้งรัฐบาล ระหว่าง 2 พรรคขั้วการเมือง เนื่องจากประธานสภาฯ มีความสำคัญ เป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวายชื่อนายกรัฐมนตรี คนที่ 30
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีวาระในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความปั่นป่วน ขณะที่ฝั่งพรรคพลังประชารัฐ เสนอให้เลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากไม่มีความพร้อม ตรงข้ามกับฝั่งพรรคเพื่อไทย เสนอให้ดำเนินการต่อไป ท่ามกลาง ส.ส.ลุกขึ้นอภิปรายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนเป็นเหตุให้ นายชัย ชิดชอบ ซึ่งทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว ต้องสั่งพักการประชุมเมื่อช่วงเช้า ก่อนนัดประชุมอีกครั้งในช่วงเวลา 13.00 น.
จากนั้นในเวลา 13.00 น. ปรากฏว่า ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่เข้าประชุม จนเวลาผ่านไปประมาณ 10 กว่านาที ได้ทยอยกันเข้ามา โดย นายชัย ได้สั่งให้นับองค์ประชุม พบว่ามีจำนวน 478 คน จาก 497 คน ซึ่งถือว่าครบองค์ประชุมในการประชุมต่อ
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมยังคงไม่สามารถดำเนินการเลือกประธานสภาฯ โดย ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันให้เลื่อนการเลือกประธานสภาฯ ออกไป ส่วน ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ได้เสนอขอปิดการอภิปรายของฝั่งที่สนับสนุนให้ประชุมต่อ และระบุว่า 7 พรรคการเมืองเห็นสมควรให้ปิดการอภิปราย และให้มีการลงมติต่อไป
จนในที่สุด นายชัย ได้เสนอให้มีการโหวตลงมติเลื่อนประชุมสภาฯ แบบเปิดเผย โดยการขานชื่อ ส.ส.ในที่ประชุมทีละคน ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ในการเลื่อนประชุมสภาฯ
แน่นอนในฝ่ายพรรคเพื่อไทย รวมกับพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งพรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้โหวตไม่เห็นด้วยที่จะเลื่อนออกไป ส่วนพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย และพรรคเล็ก ได้โหวตเห็นด้วยให้เลื่อนการประชุมสภาฯ ซึ่งมีเสียงรวมกันมากกว่า โดยมีแนวโน้มว่าการประชุมสภาฯ ต้องเลื่อนการเลือกประธานสภาฯ ออกไปก่อน
...
ทั้งนี้ระหว่างการโหวตในที่ประชุมได้มี ส.ส.จำนวน 5 คน ได้ลุกขึ้นขอแก้ไขมติในการออกเสียง เนื่องจากมีความสับสน เป็นเหตุให้มีการถกเถียงในที่ประชุม ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทำให้การโหวตได้ยืดเยื้อออกไปอีก ซึ่ง นายชัย ได้พยายามหาทางออก โดยให้โหวตลงมติให้เสร็จสิ้นทั้งหมด ก่อนให้ ส.ส.ทั้ง 5 คน ดำเนินการแก้ไขมติของตัวเอง ซึ่งได้เห็นด้วยกับข้อเสนอของส.ส.ฝั่งพรรคพลังประชารัฐ ต้องถามมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยหรือไม่ ท่ามกลางการประท้วงของ ส.ส. จากอีกฝั่ง อาทิ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งได้หยิบยกข้อบังคับในการประชุม ว่าไม่สามารถทำได้
สำหรับบรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้มข้น ในที่สุดนายชัย ได้สรุปเสียงลงมติ 248 ไม่เห็นด้วย และ 246 เสียง เห็นด้วยในการเลื่อนออกไป โดยมีการงดออกเสียง 2 เสียง จึงนำไปสู่วาระต่อไปในการเสนอชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นประธานสภาฯ โดยการลงเสียงแบบลับในบัตรลงคะแนน ระหว่างนายชวน หลีกภัย จากพรรคประชาธิปัตย์ และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย ว่าใครจะได้รับเลือกทำหน้าที่.