king10
Thairath Logo
กีฬา

เพื่อไทยพร้อมดัน บัญญัติ ประธานสภา “ธนาธร” นายกรัฐมนตรี

Share :
line-share-logo

‘ตู่’ กอด 4 กระทรวงเกรดเอ ‘กห.-มท.-คลัง-คมนาคม’ อนค.บู๊ กกต.ขัด รธน.-157

อนาคตใหม่เอาคืน กกต. “ปิยบุตร” ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาล รธน.ตีความ สูตร กกต.ประเคน ส.ส.บัญชีรายชื่อเอื้อพรรคเล็ก ซัดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ-ขัด รธน. กังขามีคนบงการให้เร่งปิดจ๊อบ “ธนาธร” ถ้าจะเล่นแบบนี้ต้องมาตรฐานเดียวกัน พท.พร้อมหนุน “ธนาธร” นั่งนายกฯ “ภูมิธรรม” ย้ำคนมีคุณภาพ ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่ขัด “บัญญัติ” นั่งประธานสภาฯ “พลภูมิ” จี้ กกต. อย่าเลือกปฏิบัติเร่งสอบคนพรรคอื่นด้วย เพราะติดคดี “ชาญวิทย์-ธณิกานต์” มีสิทธิถึงยุบ พปชร. “ชนม์สวัสดิ์” หลอนเลือกตั้งปากน้ำ “บิ๊กตู่” อารมณ์ดีร่วมวงข้าวสื่อ ลั่น 4 กระทรวงเกรดเอ “กห.-มท.-คลัง-คมนาคม” ต้องอยู่พรรคหลัก อ้อนสื่ออยากให้ “พี่ใหญ่-พี่รอง” ไปต่อ ภท.จอง สธ.ต้องคุยกันก่อน ไล่ อนค.ไปเป็นฝ่ายค้าน “เสี่ยต่อ” มีคำตอบในใจแล้ว รัฐพิธีเปิดสภานัดแรก 24 พ.ค. เลือก ปธ.วุฒิ ส่วน ปธ.สภา 25 พ.ค. น้อง “วิษณุ” รับหน้าชื่นสภาฯพวกพ้อง

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รีบปิดจ๊อบส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิก–ภาพ ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือครองหุ้นสื่อ จนถูกมองเป็นเกมสกัดการเมืองขั้วที่ 3 การชิงธงจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับ ขั้วพรรคพลังประชารัฐ

“ปิยบุตร” ยื่นปลายหอกสวน กกต.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นำผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ลำดับที่ 53-59 ในฐานะผู้เสียสิทธิยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 วินิจฉัยว่า ประกาศ กกต. เรื่องผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในประเด็นเดียวกัน นายปิยบุตรกล่าวว่า วิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต. โดยให้ 11 พรรค การเมืองที่มีคะแนนต่ำกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี หรือต่ำกว่า 71,054 คะแนน ได้รับการจัดสรร ทำให้คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ถูกทิ้งไป 561,276 คะแนน เสียที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อไป 7 ที่นั่ง ผู้สมัครที่ควรได้เป็น ส.ส.จึงถูกกระทบสิทธิโดยตรง

ซัดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ–ขัด รธน.

นายปิยบุตรกล่าวว่า เมื่อรวมคะแนนของพรรคการเมืองที่ควรได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถูกทิ้งน้ำไปถึง 1,263,759 คะแนน ขณะที่ 11 พรรคเล็กมีคะแนนรวมกันเพียง 540,000 กว่าคะแนนเท่านั้น ถือว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดกับรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ผู้ตรวจการฯส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยให้นำหลักเกณฑ์การคำนวณที่มีเพียง 16 พรรคได้รับการจัดสรร ส.ส. และให้สั่ง กกต.ประกาศรับรองให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 7 คน ได้เป็น ส.ส.ที่อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อจะได้ยืนยันว่าสูตรของ กกต.จะใช้กันตลอดไปหรือไม่ จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

เล่นแบบนี้ต้องมาตรฐานเดียวกัน

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะเป็นผู้สมัคร ส.ส. หรือ ส.ส. ถ้าตรวจสอบในฐานะผู้สมัครฯทำไม่ได้ เพราะเป็น ส.ส.แล้ว แต่จากเอกสารข่าวพบว่า กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะตอนเป็น ส.ส.แล้ว ดังนั้น สถานะ ส.ส.ของนายธนาธรเริ่มต้น วันที่ 24 มี.ค. แต่เรื่องโอนหุ้นเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านั้นแล้ว หรือแม้ตรวจสอบในฐานะผู้สมัคร ก็ยืนยันว่าการโอนหุ้นตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.แล้ว เราพร้อมไปสู้ในชั้นศาล “ถ้าจะเล่นกันแบบนี้ก็ขอให้ กกต.ใช้มาตรฐานข้อเท็จจริงแบบเดียวกัน เพราะมี ส.ส.จำนวนมากมีปัญหาเรื่องการถือหุ้นสื่อ จะส่งศาลรัฐธรรมนูญให้หมดเลยหรือไม่ เพราะถูกร้องเกือบครึ่งสภา และควรเร่งรัดของคนอื่นเหมือนนายธนาธรด้วย”

กังขามีคนบงการให้เร่งปิดจ๊อบ

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า มีผู้หวังดีทั้งโทรศัพท์ ส่งข้อความและส่งจดหมายน้อยมาเตือนว่า มีการเข้ามากดดัน กกต.ให้เร่งรัดคดีนี้ แต่ตนไม่เชื่อ จึงไม่ได้ออกมาชี้แจง คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ที่นายธนาธรเคยมาให้ถ้อยคำยังระบุว่าให้ชี้แจงเพิ่มเติมได้ จึงไม่คิดว่า กกต.จะเร่งพิจารณา แม้ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญจะใช้อำนาจหน้าที่ได้ตามกฎหมาย แต่ควรระมัดระวังเพราะอยู่ในสายตาสาธารณชน ส่วนกรณีที่หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้วจะสั่งให้นายธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที จนไม่อาจเข้าร่วมรัฐพิธีได้นั้น เรื่องนี้หากเทียบเคียงกรณีที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยสั่งให้ใครยุติการปฏิบัติหน้าที่ อย่างกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประกาศ ก็ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นหากจะสั่งนายธนาธรให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ต้องมีเหตุผล

ไม่สนเจรจาตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 ต่อ

นายปิยบุตรยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัด ตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 ว่า มอบอำนาจให้พรรคอันดับ 1 แต่กระทั่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน เดินไปทางไหนประชาชนรู้สึกสิ้นหวังว่าสุดท้ายเลือกตั้งมาแล้วยังจะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ อีก พรรคอนาคตใหม่ในฐานะพรรคอันดับสองของฝ่ายที่ไม่เอา คสช. จึงจะจัดตั้งรัฐบาลเอง และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ก็เปิดทางให้แล้ว มองว่าการที่พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ลำบากเพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมาพรรคการเมืองใหญ่มีความขัดแย้งกันค่อนข้างมาก แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งนั้น เชื่อว่าจะเจรจาต่อรองกันได้ มั่นใจว่าภายใน 7 วัน จะหารือกับพรรคอื่น เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 ได้ ไม่เป็นการเสียมารยาททางการเมือง เราจะเดินหน้าเจรจา

พท.พร้อมหนุน “ธนาธร” นั่งนายกฯ

ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายธนาธรเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถ ไม่มีอะไรเสียหาย เป็นเรื่องน่ายินดีที่นายธนาธรประกาศเสนอตัวเป็นนายกฯ ไม่ทำให้เกิดความสับสนของ 7 พรรคที่จะทำงานร่วมกัน เพราะเราย้ำมาตลอดว่าไม่ยึดติด ไม่นำตำแหน่งนายกฯ และประธานสภาฯมาเป็นเงื่อนไขการพูดคุย พรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรค หากมีจุดยืนเดียวกันคือการสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ มีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับอีก 6 พรรคการเมืองแล้ว ถือว่าเป็นการแบ่งบทบาทหน้าที่ทำงาน เดินหน้าไปสู่เป้าหมาย

ไม่ขัด “บัญญัติ” นั่งประธานสภาฯ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมสนับสนุนให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายภูมิธรรมตอบว่า หากมีหลักการเดียวกันก็พร้อมสนับสนุน แต่วันนี้ยังไม่ขอพูดถึงตัวบุคคล ต้องดูในหลักการคือไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง

จี้ กกต.เร่งสอบปมหุ้นสื่อพรรคอื่น

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ กกต.พิจารณาเรื่องของนายธนาธรอย่างรวดเร็ว อยากให้ยึดแนวทางนี้ดำเนินการกับกรณีอื่นด้วย เพราะคำร้อง ส.ส.ถือหุ้นสื่อไม่ได้มีแต่นายธนาธรคนเดียว ยังมีคนอื่นอีกหลายคน เช่น นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กกต.ต้องดำเนินการให้รวดเร็วเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นสังคมอาจมองว่า กกต.เลือกปฏิบัติ จ้องดำเนินการแต่ฝ่ายตรงข้ามผู้มีอำนาจ การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.ถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำงานมามากพอแล้ว อยากให้ดำเนินการสอบสวนคำร้องต่างๆอย่างเป็นกลาง ยุติธรรม เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ตามคดี “ธณิกานต์” ส.ส.พปชร.

ที่สำนักงาน กกต. ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 7 พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังให้ถ้อยคำประกอบคำร้องต่อ กกต. และยื่นเอกสารเพิ่มเติม กรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 7 และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ อาจเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการด้านสื่อ เพราะหาก กกต.มีมติว่าเรื่องดังกล่าวมีความผิด อาจนำไปสู่การร้องต่อ กกต.ให้สั่งยุบพรรคพลังประชารัฐได้ ต่อมานายฉัตรชัย ณ บางช้าง ตัวแทนนางนันทวัน ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้ง มีการซื้อเสียงในพื้นที่เขต 7 จ.สมุทรปราการ ถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (1) ขอให้เพิกถอนสิทธิ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งจัดการเลือกตั้งใหม่

จี้ยุบ พปชร.ปล่อยคนนอกบงการ

ต่อมานายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ และนายสันธนะ ประยูรรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อ กกต. ทวงถามความคืบหน้ากรณีนายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เคยยื่นเรื่องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชารัฐ กรณีปล่อยให้นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามจากการต้องโทษจำคุกในคดีทุจริตต่อหน้าที่ และพ้นโทษยังไม่ถึง 10 ปี สวมเสื้อที่มีโลโก้พรรค และขึ้นเวทีปราศรัยต่อหน้านายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค โดยเนื้อหาปราศรัยเป็นการช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครทั้ง 7 เขต และยังนำภาพนายชนม์สวัสดิ์ที่ถือว่าเป็นบุคคลภายนอกมาขึ้นป้ายหาเสียง เข้าข่ายปล่อยให้บุคคลภายนอกชี้นำกิจกรรมของพรรค การเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 28

“ชนม์สวัสดิ์” หลอนเลือกตั้งปากน้ำ

นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานในการเปิดสำนักงานที่ทำการพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่สมุทรปราการ นายชนม์สวัสดิ์ในฐานะประธานหอการค้าสมุทรปราการ เข้าร่วมเปิดที่ทำการ และยังมีการระบุอีกว่านายชนม์สวัสดิ์มีตำแหน่งเป็นประธานสาขาของพรรค เป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในความนิยมของตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพราะนายชนม์สวัสดิ์ขาดคุณสมบัติ เป็นสมาชิกพรรคไม่ได้ จะเป็นประธานสาขาได้อย่างไร กกต.ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ด้านนายสันธนะกล่าวว่า ได้รวบรวมหลักฐานกรณีนายชนม์สวัสดิ์ แต่ต้องขอใช้บริการนายเรืองไกรที่เป็น มืออาชีพ หากยุบพลังประชารัฐได้ ต้องกราบลา 3 ป. ถอดสายพานรถถัง

“บิ๊กตู่” อารมณ์ดีร่วมวงข้าวสื่อ

วันเดียวกันเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯอารมณ์ดีพูดคุยเป็นกันเอง ร่วมร้องเพลง “พรหมลิขิต” ท่อนสั้นๆ พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่กับผู้สื่อข่าวและช่างภาพ ก่อนพูดหยอกล้อว่า “ถ่ายรูปกันมากอย่างกับว่าจะไม่ได้เจอกันแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างรับประทานอาหารว่า ครอบครัวเป็นห่วงที่ตัดสินใจลงเล่นการเมือง เป็นธรรมดาไม่มีใครอยากให้อยู่การเมือง แต่ครอบครัวให้กำลังใจ ขอร้องสื่ออย่าไปยุ่งไม่อยากเปิดตัวครอบครัว ส่วน พล.อ.วิลาศจะไปต่อหรือไม่แล้วแต่ท่าน แต่ต้องได้คนที่เชื่อมั่นเป็นหลักให้นายกฯ จะเป็นนักการเมืองหรือไม่ขอดูก่อน

ลั่น 4 กระทรวงเกรดเอต้องอยู่ พปชร.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรี พรรคร่วมอย่าคิดว่าเป็นการให้เก้าอี้ ต่อรองตำแหน่ง เป็นการหาคนที่เหมาะสมมากกว่า ส่วนบุคคลที่จะเป็นประธานสภา ต้องรู้เรื่องงานในสภา ทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ถูกต้อง ไม่ใช่ทำตามใจ ส่วนที่มีชื่อนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถูกเสนอชื่อนั้น ยังไม่ทราบคงคุยกันอยู่ เมื่อถามว่า 4 กระทรวงเกรดเอ คือ กลาโหม มหาดไทย คลัง และคมนาคม ไม่สามารถให้พรรคร่วมได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ควรจะอยู่กับฝ่ายความมั่นคงและพรรคหลักหรือไม่ เพื่อดูแลให้เดินหน้าไปได้ ตนไม่หวงผลประโยชน์ ไม่เคยมีผลประโยชน์ กระทรวงการคลังและคมนาคมเขาคุยกันอยู่ ให้เขาคุยกันก่อน ถ้าตนเป็นนายกฯค่อยมาดูกันอีกที ไม่น่าเปลี่ยนแปลงถ้าคุยกันได้อย่างที่ตนว่า

อ้อนอยากให้ “พี่ใหญ่” ไปต่อ

นายกฯกล่าวว่า แต่ละพรรคขออย่ากังวล มีหลักการดูสัดส่วนความเหมาะสมของพรรคร่วม รวมถึงคะแนนการเลือกตั้งจะนำมาพิจารณาด้วย ขอให้บ้านเมืองไปได้ก่อนได้ไหม เมื่อถามว่าอยากให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม อยู่ช่วยงานต่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าพูดถึงอยากก็อยาก เพราะไว้ใจกันมา ขึ้นอยู่กับตัวท่านเองรวมถึงเรื่องสุขภาพด้วย เป็นห่วงตรงนี้ เรื่องอย่างนี้ไม่ต้องชวน ถึงเวลาก็คุยกัน รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย เมื่อถามว่าจะให้พรรคร่วมมาเสริมทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ช่วยได้ ทั้งเป็นรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วย ที่ปรึกษา ประธานกรรมาธิการ หรือผู้ช่วยรัฐมนตรี มีตำแหน่งเยอะ ถ้าทุกคนมุ่งแต่จะเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรีก็มีตำแหน่งเดียว

ภท.จอง สธ.ต้องคุยกันก่อน

นายกฯกล่าวว่า ส่วนพรรคภูมิใจไทยยังไม่ทราบจะได้กระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ เพื่อเดินหน้ากัญชาเสรี ต้องมาพูดคุยกันอีก ทุกอย่างไม่สามารถเดินหน้าไปได้ง่ายดาย ต้องหารือกันใน ครม.ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่ารัฐบาลผสมจะมีอายุไม่ยืนนั้น ขึ้นอยู่กับเราจะทำให้ยืดหรือไม่ แต่ต้องให้เวลาในช่วงเปลี่ยนผ่านบ้าง ส่วนการบริหารพรรคร่วมที่มีมากเกือบ 20 พรรค ขึ้นอยู่กับความร่วมมือกัน ดูว่าทุกคนทำเพื่อประเทศชาติได้จริงหรือไม่ ที่ปรามาสว่ารัฐบาลหน้าอายุไม่ยาวนั้น ขึ้นอยู่กับประชาชนสื่อและโซเชียลมีเดีย เมื่อถามว่ากังวลเรื่องการต่อรองจากพรรคร่วมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ช่างเขา ถ้าเขาไม่รักประเทศก็ปล่อยเขา เป็นความรับผิดชอบของทุกคนไม่ใช่ตนคนเดียว ไม่ใช่เอาประเทศชาติมาเป็นเดิมพัน ส่วนการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียน วันที่ 22-23 มิ.ย. เชื่อว่าไม่มีปัญหาแม้มีรัฐบาลใหม่แล้ว นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ จะยังอยู่ แม้จะตั้งรัฐบาลใหม่ อาจแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนพิเศษรัฐบาล สถานะเทียบเท่ารัฐมนตรี เพราะรู้งานในภาพรวม

ไล่อนาคตใหม่ไปเป็นฝ่ายค้าน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องถูกอภิปรายในสภานั้น เชื่อว่าชี้แจงได้ อย่าใช้คำว่ากลัวหรือไม่ เมื่อยังไม่เกิด พอเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งต้องพูดคุยกันให้มากขึ้น ให้เกียรติคนที่ทำงาน วันนี้ต่างประเทศรออย่างเดียวคือขอให้ตั้งรัฐบาลเสร็จ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะแอ่นอกได้มากขึ้นหรือไม่ เพราะลดปมว่ามาจากรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีปม เข้ามาด้วยความจำเป็นทางสถานการณ์การเมือง และจะปรับพูดให้ช้าลง ทำหน้างอให้น้อยลง ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและนายกฯว่า เป็นเรื่องกฎหมาย เขาต้องสู้กับกฎหมาย ไม่ใช่สู้กับตน เมื่อถามว่าพรรคอนาคตใหม่มี ส.ส.เป็นอันดับที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อยู่ฝ่ายไหน อยู่ฝ่ายค้านก็อยู่ฝ่ายค้าน จบไป เขาคงไม่อยู่ฝ่ายทางนี้มั้ง เพราะเขาแสดงท่าทีชัดเจนแล้ว แล้วแต่เขา เมื่อถามว่ามองนายธนาธรเป็นคนแบบไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่ามาถามเลย สื่อรู้อยู่ รู้จักทุกคนไม่ว่าดีหรือเลว แต่อย่าทำผิดกฎหมาย ใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้

ช่วงเปลี่ยนผ่านให้ ส.ว.ทำงานไป

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้ง ส.ว. ว่า ขออย่ากังวล นี่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้ ส.ว.ชุดนี้ทำงานไปก่อน เมื่อถึงเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ในวันข้างหน้า ส่วนที่โจมตีว่า ส.ว. รับเงิน 2 ทางนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติแล้ว อะไรที่เป็นกฎหมายอย่าไปรื้อกัน และกฎหมายกำหนดอะไรทำได้ทำไม่ได้ เมื่อถามว่า ส.ว.ทั้ง 250 จะแตกแถวหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน จะไปคุมอะไรเขาได้ เหมือนเลี้ยงลูกยังไม่เหมือนกันเลย แต่รักลูกทุกคน ตนทำได้อย่างเดียวคือทำความดี ประพฤติตนเป็นเยี่ยงอย่าง เมื่อถามว่าถูกมองมี ส.ว. 250 คน เป็นต้นทุนอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ส.ว.มีสมอง อย่าลืมว่าตนไม่ใช่คนเลือก แต่คัดสรรเข้ามา

“บิ๊กป้อม” ปัดเจรจาจัดตั้งรัฐบาล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวมีส่วนเจรจาจัดตั้งรัฐบาลว่า ยังไม่ได้คุยอะไรกัน ยังไม่รับทราบเรื่อง ข่าวลือที่ออกมาพูดกันเองทั้งนั้น เรื่องขั้วที่ 3 ไม่รู้เรื่อง รู้จากสื่อ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะชิงตั้งประธานสภาฯ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้เรื่อง เราไม่ได้เป็นคนจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่ามีความพยายามของ คสช. ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คสช.เกี่ยวอะไร เป็นเรื่องของ กกต. ส่วนรายชื่อคณะกรรมการคัดสรร ส.ว. ไม่รู้จะเปิดเมื่อไหร่เป็นเรื่องของ คสช.รัฐธรรมนูญบอกไว้แล้วให้ คสช.เป็นคนคัดเลือก เราทำงานตามที่หัวหน้า คสช.สั่ง สำหรับกระแสข่าวร่วมทานข้าวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดคุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาลนั้น “ไม่มี ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้คุย” เมื่อถามว่าพร้อมกลับมารับตำแหน่ง รมว.กลาโหมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรยิ้มและตอบว่า “โธ่เอ้ย”

“วิษณุ” ไม่คาดการณ์ปม “ธนาธร”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่า อย่าเพิ่งไปคิดสมมติอะไร แต่ผลมันชัดเจนไม่ว่าใครเป็นคนตอบ คือระหว่างศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนเปิดสภาฯ กับหลังเปิดสภาฯ มันมีความแตกต่างกัน แต่วันนี้เมื่อประกาศรับรองไปแล้ว นายธนาธรก็เป็น ส.ส.แล้ว ความแตกต่างจึงน้อยกว่าที่เราคิดกันเยอะ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็เท่ากับว่าเป็นการออก ต้องไปซ่อมกัน อย่าไปคาดการณ์อะไร ส่วนเอกสิทธิ์คุ้มกันของ ส.ส. ครอบคลุมเฉพาะคดีอาญา ถ้าไม่ใช่คดีอาญา เช่น คดีแพ่ง หรือฟ้องล้มละลาย สามารถฟ้องได้ คดีเลือกตั้งไม่ใช่คดีอาญาจึงไม่มีความคุ้มกัน กรณีนี้ไม่ได้มาเกี่ยวอะไรกับความคุ้มกัน สำหรับเรื่องการกลับมารับตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ว่า สื่อรายงานกันเองก็ลือกันเอง ยังไม่มีใครมาพูดอะไรกับตน เหมือนที่นายกฯพูดท่านยังไม่ได้เป็นอะไร ยังไม่มีใครเป็นอะไรสักคน จะอยู่หรือจะวืดยังไม่รู้ เมื่อถามย้ำอยากกลับมาเป็นอีกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ตอบ เคยพูดแล้วว่าไม่ใช่คนสำคัญ อย่าให้เป็นประเด็นอะไร ตนมีทางเลือกอื่นในชีวิตเยอะ

พปชร.กรี๊ดไม่เคยต่อรองแลกคดี

ที่พรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวตอบโต้นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐติดต่อนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่นายธนาธร ขอ 20 ส.ส.มาร่วมงานแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับนายธนาธรว่า ไม่เป็นความจริง พรรคไม่มีนโยบายแบบนี้และไม่เคยมอบหมายใคร นายธนาธรโกหกหน้าตาย พูดเท็จใส่ร้ายพรรคพลังประชารัฐ มีเจตนาพิเศษที่จะใส่ร้ายสร้างความเสียหายให้พรรคพลังประชารัฐ พรรคจะมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินคดีกับนายธนาธรต่อไป เพราะทำให้พรรคเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

ถกแบ่งเค้กแกนนำ ปชป.ชุดใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากพรรคพลังประชารัฐ ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ล่าสุด แกนนำ พรรคพลังประชารัฐได้นัดพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลังมีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อเจรจาการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในเบื้องต้น โดยแกนนำพรรคพลังประชารัฐรับข้อเสนอที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเข้ามาร่วมดูแลกระทรวงสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และกระทรวงที่จะสร้างผลงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นไปตามโควตาที่แบ่งให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยพรรคพลังประชารัฐได้ 15 ตำแหน่ง พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย พรรคละ 7 ตำแหน่ง พรรคชาติไทยพัฒนา 2 ตำแหน่ง นอกนั้นเกลี่ยให้กับพรรคที่ร่วมรัฐบาล

กระทรวงเกรดรองให้พรรคร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ยังยืนยันจะดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงความมั่นคง แม้มีความพยายามสกัดไม่เอา พล.อ.ประวิตรเข้ามาคุมกระทรวงกลาโหม แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังไว้วางใจให้ พล.อ.ประวิตรดูแลกระทรวงกลาโหมต่อ รวมถึงวางตัว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น รมว. มหาดไทยตามเดิม ส่วนให้ตำแหน่ง รมช.เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย กระทรวงเศรษฐกิจยังคงดูแลกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ เปิดให้ประชาธิปัตย์และภูมิไทยเข้ามาเป็น รมช. ส่วนกระทรวงอื่น ได้แก่ อุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน คาดว่าจะปล่อยให้กับพรรคร่วมรัฐบาล กระทรวงที่จะเกลี่ยกันภายในพรรคพลังประชารัฐ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม เป็นต้น

“จุรินทร์” ไว้เชิงรอนัดถกร่วม รบ.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่นัดแรกวันที่ 20 พ.ค. ว่า เราต้องนับหนึ่งจัดทัพอเวนเจอร์สให้เรียบร้อย เพื่อให้พรรคเดินหน้าต่อได้ ส่วนการหารือร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องของที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคกับ ส.ส. ยังไม่ได้กำหนดวัน ถึงเวลาที่เหมาะสมจะนัดประชุมเพื่อตัดสินใจ เมื่อถามว่าการที่พรรคนัดประชุมหลายรอบจะตัดสินใจได้ทันก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 พ.ค.หรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า ไม่ต้องกังวล เมื่อถึงเวลาที่ต้องพิจารณาก็ต้องพิจารณา เรามีคำตอบแน่นอน

“เสี่ยต่อ” มีคำตอบในใจแล้ว

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยในการร่วมรัฐบาล ว่า มีการพูดคุยกันจริง แต่ไม่ได้พูดคุยเรื่องตั้งรัฐบาล เพียงแสดงความยินดีเท่านั้น ส่วนตัวมีคำตอบในใจอยู่แล้ว แต่ขอให้เป็นมติกรรมการบริหารที่จะประชุมร่วมกับ ส.ส. อีกไม่เกิน 2-3 วันรู้ ยังไม่มีการแบ่งโควตาตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นข่าวโคมลอยยังไม่มีการพูดคุยอะไรกัน เป็นเลขาฯ พรรคยังไม่รู้เลยว่าใครจะไปคุย ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคยังคงยืนยันจุดยืนเดิมไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจนั้น เป็นความเห็นส่วนตัวของท่าน แต่ละคนมีความคิดเห็นกันได้ สำหรับตนต้องรักษามารยาทเอาไว้ อยู่ในใจดีกว่า

“เทพไท” ยืนกรานชู รบ.แห่งชาติ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ทวิตเตอร์ว่า จะเสนอต่อ ที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารกับ ส.ส.พรรค ถ้าพรรคจะเข้าร่วมรัฐบาลกับขั้ว พปชร.ไม่ขัดข้อง แต่มีเงื่อนไขต้องไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพราะระหว่างหาเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พรรคต้องเคารพคะแนน 3.9 ล้านเสียงที่มอบให้ เพื่อแสดงออกว่าจะไม่หักหลังผู้ร่วมอุดมการณ์ พรรคประกาศอุดมการณ์ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบมาร่วม 73 ปี แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองมีความก่ำกึ่งของคะแนนเสียงสนับสนุน ทางออกคือการจัดตั้งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ มีคนกลางเป็นนายกฯ 2 ปี ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่

รู้ต้นตอข่าวลือฝีมือพรรคอื่น

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตามที่มีข่าวลือต่างๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคภูมิใจไทย หรือกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ติดต่อกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ข่าวแบ่งโควตารัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และมีต้นตอข่าวลือว่ามาจากพรรคการเมืองใด หากทำให้พรรคเสียหายต้องพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย พรรคมีจุดยืน หลักการและศักดิ์ศรี ขณะนี้กำลังเร่ง ให้กรรมการบริหารพรรคกรอกเอกสารส่งให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ทันการประชุมร่วม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล

“วัชระ” ยัน ปชป.จงรักภักดีไร้อีแอบ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ม.จ.จุลเจิม ยุคล พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีอีแอบอยากเปลี่ยนแปลงสถาบันสำคัญของชาติแฝงตัวอยู่ว่า เป็นความเท็จ กระทบชื่อเสียงและเกียรติประวัติของพรรค ขอกราบเรียนด้วยความเคารพ พรรคไม่มีอีแอบ ไม่มีใครที่ไม่จงรักภักดี และเคารพส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นับแต่ก่อตั้งมาเป็นเวลา 73 ปี ม.จ.จุลเจิม กล่าวร้ายทำให้เสียหายอย่างร้ายแรง ใคร่ขอความกรุณาเมตตาจากราชนิกุลชั้นสูงเช่นท่าน โปรดให้ความเป็นธรรมต่อพรรค เพราะไม่มีใครที่มีพฤติกรรมเช่นที่ว่า แต่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น ต่อต้านทุจริต รักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ยามที่มีภัยต่อสถาบันในทศวรรษที่แล้ว ส.ส.ของพรรคต่อสู้และปกป้องอย่างไม่เกรงกลัวภัยอันตราย

รัฐพิธีเปิดสภานัดเเรก 24 พ.ค.

ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้ว ถึงกำหนดวันทำรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกในวันที่ 24 พ.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ จากนั้นวันรุ่งขึ้น หรือในวันที่ 25 พ.ค. จะเปิดประชุมสภา ผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานอีก 2 คนทันที ตามหลักการที่เคยปฏิบัติมา โดยเชิญนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ ส.ส.ที่มี อาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในการประชุมเลือกประธานสภาฯ โดยใช้หอประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ เป็นที่ประชุม ส่วนจะโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 30 พ.ค. ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หรือไม่นั้น ยังยืนยันไม่ได้ ต้องหารือและขอความเห็นชอบจากประธานรัฐสภาคนใหม่ก่อน

ตั้ง ปธ.วุฒิก่อนค่อยโหวต ปธ.สภาฯ

นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า สำหรับการเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานอีก 2 คนนั้น จะดำเนินการเลือกกันในวันที่ 24 พ.ค. หลังจากเสร็จงานรัฐพิธีแล้ว ส่วนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯอีก 2 คนนั้น จะเลือกกันวันที่ 25 พ.ค. สาเหตุที่ต้องแยกการเลือกประธานวุฒิสภาและประธานสภาฯเป็นคนละวันเพราะกลัวว่าหากเลือกในวันเดียวกัน อาจทำให้เสียเวลา เนื่องจากหากการเลือกของสภาฯใดเกิดความ ล่าช้า จะทำให้การเลือกของอีกฝั่งช้าตามไปด้วย

ส.ว.รายงานตัวครบ 249 คน

เวลา 08.30 น. ที่อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดให้รายงานตัว ส.ว.วันสุดท้าย มี ส.ว.มารายงานตัวทั้งสิ้น 21 คน อาทิ นายพิศาล มาณวพัฒน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีต รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรอง ผบ.ทบ. นายระวี รุ่งเรือง นายภาณุ อุทัยรัตน์ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข อดีต เสธ.ทบ. พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม น้องชายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นต้น ส่วนนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล อดีต รมช.ต่างประเทศ แจ้งว่าติดภารกิจในต่างประเทศ จะมารายงานตัวภายหลัง สรุปยอดมางานตัวแล้ว 249 คน

“บิ๊กเเดง” ชิ่งสื่อเปลี่ยนจุดแสดงตน

ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางมารายงานตัว โดยไม่ลงจากรถที่บริเวณชั้น 1 ที่ใช้รับรองการแสดงตน ส.ว. แต่เปลี่ยนขึ้นไปแสดงตนและยื่นเอกสารบริเวณชั้นบนของอาคารสุขประ พฤติ เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนขึ้นไปติดตามทำข่าว

“ปนัดดา” ท่องคาถาธรรมาภิบาล

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ส.ว.กล่าวว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ตนเป็นข้าราชการมาทั้งชีวิตจะใช้ประสบการณ์ 38 ปี ความรอบคอบทำหน้าที่ ส่วนการยกมือโหวตในสภาฯนั้นเป็นเรื่องของธรรมาภิบาล ความซื่อตรง ตรงไปตรงมา และไม่ทราบถึงกระแสข่าวที่มี 60 ส.ว.จะไปร่วมกับ ส.ส.ฝั่งพรรคเพื่อไทย ยกมือโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ

น้อง “วิษณุ” รับสภาฯพวกพ้อง

พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. และน้องชายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่หนักใจการเข้ามาเป็น ส.ว. มีประสบการณ์เคยเป็นทั้ง ส.ว. และ สปท. รู้อำนาจหน้าที่ดี ขออย่ามองแค่นามสกุล ให้ดูที่การทำงาน สอบถามได้ว่าชื่อนี้นามสกุลนี้มีบทบาทในสภาฯอย่างไร กล้าพูดชมตัวเองว่าขยันเต็มที่ อภิปรายเสนอแนะกฎหมายทุกเรื่อง ส่วนหน้าที่การโหวตเลือกนายกฯเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวมีแค่ในบทเฉพาะกาล ปฏิเสธไม่ได้เรื่องความใกล้ชิดสังคมไทยก็รู้จักกัน ไม่เป็นเพื่อนก็เป็นคนที่ร่วมงานกันมา วิพากษ์วิจารณ์ก็น้อมรับและเข้าใจ

มีญาณวิถีโหวตเลือกหมอคนเดิม

พล.อ.ต.เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ขอให้เชื่อใจในดุลพินิจทั้ง ส.ส.และ ส.ว. มีญาณวิถีหยั่งรู้ต้องเลือก ใครอย่างไร เพราะการลงคะแนนเลือกนายกฯ ผู้เลือกต้องมีข้อมูลอยู่แล้ว จะไม่มีคืนหมาหอน ดูจากผลงานในอดีตและรายชื่อแคนดิเดตนายกฯทั้งหมดมาไล่เรียงดูแล้ว ญาณวิถีหยั่งรู้จะทำให้รู้ว่าต้องเลือกใคร ไม่ได้อยู่ในอาณัติใคร สั่งไม่ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจจะเลือก จะตัดสินใจโดยคำนึงถึงการรักษาอาการของประเทศ เหมือนหมอรักษาคนไข้ประเทศไทยผ่านการผ่าตัดมาแล้ว 5 ปี อยู่ระหว่างพักฟื้นต้องดูแลความมั่นคงอย่างใกล้ชิดด้วยแพทย์ที่เชี่ยวชาญชำนาญ เมื่อถามว่าแพทย์คนดังกล่าวเป็น พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ต.เฉลิมชัยตอบว่า คนที่ผ่าตัดคนไข้ยังต้องมาดูแลคนไข้ที่ห้องพักฟื้น ไม่ใช่ผ่าตัดเสร็จแล้วล้างมือกลับบ้าน

“เวิลด์แบงก์” ปลื้มไทยเลือกตั้งฉลุย

วันเดียวกันที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ทีมวิจัยเกี่ยวกับ Doing Business จากธนาคารโลก เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จากนั้น พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอบคุณธนาคารโลกที่ให้ข้อแนะนำแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการดำเนินธุรกิจในไทย ส่งผลให้อันดับของไทยปี 2562 อยู่อันดับที่ 27 จาก 190 ประเทศ และเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน พร้อมจะร่วมมือยกระดับประเทศและภูมิภาคในทุกด้าน โดยเฉพาะการจัดอันดับความยากง่ายการประกอบธุรกิจ ให้บรรลุเป้าหมายตามแผน ขณะที่ ผอ.ธนาคารโลกประจำบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ต่างยินดีที่การเลือกตั้งของไทยประสบความสำเร็จ

สะพัด “ศักดิ์สยาม” นั่ง รมว.ทส.

ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการทำงานเป็นไปอย่างคึกคัก ข้าราชการกรมต่างๆ จับกลุ่มพูดคุยถึงผู้ที่จะมาเป็น รมว.ทส.คนใหม่ ล่าสุด มีชื่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ จะเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว ข้าราชการส่วนใหญ่ยอมรับได้ข่าวมาและไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อต้าน แต่ขอให้ทำงานมีความเป็นธรรม ข้าราชการโดยเฉพาะระดับบริหารที่มีความผิดต้องถูกลงโทษ รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม ที่สำคัญเดือน ก.ย.นี้ จะมีข้าราชการระดับซี 11 คือปลัดกระทรวงฯ และข้าราชการระดับ 10 อีก 6 ตำแหน่ง อาทิ รองปลัด ผู้ตรวจราชการ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะเกษียณอายุราชการ

ปลุกชาวเชียงใหม่สกัดสืบอำนาจ

อีกเรื่องเมื่อเวลา 17.30 น. ที่ตลาดนัดปากทางเจริญ ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.สีนวล บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ ที่ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมแทนนายสุรพล เกียรติไชยากร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยมีชาวบ้านให้การต้อนรับจำนวนมาก นายธนาธรขึ้นเวทีขอให้ชาวบ้านเลือกพรรคอนาคตใหม่อย่างถล่มทลายฉลองครบรอบ 1 ปี พร้อมพูดถึงการสืบทอดอำนาจของ คสช. ทั้งการแต่งตั้ง ส.ว. ที่พวกสืบอำนาจยังคงลอยนวลอยู่ ต้องรวมพลังไม่ให้สืบทอดอำนาจอีกต่อไป จากนั้นนายธนาธรร่วมถ่ายเซลฟี่กับชาวบ้าน ก่อนไปหาเสียงต่อที่เวทีบ้านทุ่งเสี้ยว อ.สันป่าตอง

อ่านเพิ่มเติม...
บัญญัติ บรรทัดฐานพรรคประชาธิปัตย์ประธานสภาธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจพรรคอนาคตใหม่พรรคเพื่อไทยข่าวหน้า1เลือกตั้ง