king10
Thairath Logo
กีฬา

รอถกร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ จุรินทร์ผงาด หัวหน้าประชาธิปัตย์คนใหม่ (คลิป)

Share :
line-share-logo

เฉลิมชัยเลขาพรรค ส.ว.เครือญาติไม่สนไปรายงานตัวชื่นมื่น พรเพชรป้องบิ๊กติ๊ก พท.จี้เปิด กก.สรรหา

“จุรินทร์” ยึด ปชป.เบ็ดเสร็จ “เฉลิมชัย” ผงาดเลขาฯพรรค “ไชยยศ” รอง หน.ภาคอีสาน “นิพิฏฐ์” เหนียวรั้งรอง หน.ภาคใต้ หน.ปชป.คนใหม่ลั่นดึง “กรณ์-อภิรักษ์-พีระพันธุ์” ร่วมทีม อเวนเจอร์ส ฟื้นฟูพรรค ยื้อถกเคาะร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาลต้นสัปดาห์หน้า รอนายทะเบียนพรรครับรอง กก.บห. “โบว์” บุกทวงสัจจะไม่หนุน “ลุงตู่” พปชร.แบ่งเค้กรอกัน 9 เก้าอี้ให้ ครม.ชุดเก่า “3 ป.-สมคิด-วิษณุ” ตอกเข็มเก้าอี้เดิม “จอมยุทธ์กวง” ดัน 4 กุมารยึด 4 กล่องดวงใจ “อุตตม-คค. สนธิรัตน์-พณ. กอบศักดิ์-คลัง สุวิทย์เปิดซิง ก.อุดมศึกษาฯ” ด้าน “พรเพชร” ยิ้มรับประธานสภาฯ โดดป้อง “บิ๊กติ๊ก” แก้ครหาโดดร่ม ส.ว.โต้สภาเครือญาติ “บิ๊กกี่” ลั่นมีสมองเลือกนายกฯ “วันชัย” รับหน้าชื่นต่างตอบแทนเรื่องปกติ พท.บี้เปิดชื่อ กก.สรรหาชงเองกินเอง “ประยุทธ์” อ้างโปรดเกล้าฯมาแล้วต้องระวัง อย่าเพิ่งคาดการณ์ได้เป็นนายกฯต่อ

พรรคประชาธิปัตย์ได้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เบ็ดเสร็จ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังต้องรอคำตอบเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ต่อไป โดยกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ ระบุยังต้องรอให้นายทะเบียนพรรครับรองก่อน คาดว่าจะเลื่อนการประชุมตัดสินอนาคตการเมืองกันออกไปเป็นต้นสัปดาห์หน้า

ปชป.เลือก หน. “โบว์” บุกทวงสัจจะ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเมื่อเวลา 08.15น. น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้เดินทางมามอบดอกไม้และยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ผู้อาวุโสของพรรคผ่าน น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้พรรครักษาสัจจะและหลักการ ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริตด้วยการเคารพเสียงของประชาชน หยุด 250 ส.ว.สืบทอดอำนาจและเลือกนายกฯจากพลเรือน เราไม่ต้องการนายกฯที่มาจากทหารอีกต่อไป ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค เคยหาเสียงไว้ว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีก จึงขอให้พรรครักษาสัจจะนี้แม้นายอภิสิทธิ์จะไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว แต่ยังมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ

จับสลาก 4 คนชิงดำโชว์วิชัน

ต่อมาเวลา 10.00 น. คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งของพรรคที่มีนายเทอดพงษ์ ไชยนันท์ เป็นประธานได้อธิบายขั้นตอนตามระเบียบพรรค จากนั้นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ได้เสนอชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค ตามด้วยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก เสนอชื่อนายกรณ์ จาติกวณิช น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม.เสนอชื่อนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้เสนอชื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ทั้ง 4 คนจับสลากหมายเลขเพื่อแสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของพรรคโดยนายอภิรักษ์ได้หมายเลขที่ 1 นายจุรินทร์ หมายเลข 2 นายพีระพันธ์ หมายเลข 3 และนายกรณ์ หมายเลข 4 โดยให้เวลาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม คนละ 15 นาที

“อภิรักษ์” จะพลิกพรรคให้เข้าใจโลก

นายอภิรักษ์กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า วิกฤติจากเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ส.ส.ลดลงมาก มองเป็นโอกาสจะรวมพลัง ตั้งใจฟื้นฟูพรรคร่วมกับอดีต ส.ส. สาขา ต่อยอดอุดมการณ์พรรค ปรับปรุงให้พรรคร่วมสมัย เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก โดย 1.การดึงพลังของทุกคนมาร่วมกันทำงานโดยไม่แบ่งแยก 2.อยากเห็นพรรคเปลี่ยน แต่ต้องยึดมั่นอุดมการณ์ของพรรคนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เชื่อมโยงประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ 3.เปิดกว้างให้เครือข่ายสาขาสมาชิกพรรค ทำงานร่วมกับองค์กรในท้องที่ คนรุ่นใหม่มีบทบาททางการเมืองมากขึ้น เพื่อกำหนดอนาคตประชาธิปัตย์ว่าจะเปลี่ยนจนชนะการเลือกตั้ง เลือกอภิรักษ์พรรคเปลี่ยนแน่นอน

“จุรินทร์” ลั่นยุคนี้รวมทีมอเวนเจอร์ส

ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า ร่วมอุดมการณ์กับพรรคมาอย่างน้อย 33 ปี ตั้งแต่เป็น ส.ส.ปี 2529 ถ้าได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคจะให้โอกาสทุกคนที่ตั้งใจทำงานทุ่มเทเสียสละให้พรรค โดยไม่จำเป็นว่าต้องอยู่ฝ่ายไหนหรือเป็นเด็กของใคร เป็นคำสัญญา สิ่งที่ต้องไม่เปลี่ยนคืออุดมการณ์ระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องไม่เปลี่ยนการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนสิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือนโยบายวิสัยทัศน์ต้องเปลี่ยนให้เท่าทันโลก มีระบบบิ๊กดาต้า เอไอ รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ สังเคราะห์ประกอบการตัดสินใจทางการเมือง เดินหน้าสู่ความทันสมัยในอนาคต บุคลากรต้องเปลี่ยน หมดยุคซุปเปอร์แมน ต้องเป็นยุคของอเวนเจอร์ส ซุปเปอร์ฮีโร่ของพรรคต้องจับมือเป็นทีมอเวนเจอร์สประชาธิปัตย์ นำทัพเดินไปข้างหน้า นายกรณ์ นายอภิรักษ์และนายพีระพันธุ์จะเป็นหนึ่งในทีมอเวนเจอร์สของพรรค แต่แค่นี้ไม่พอประชาธิปัตย์เหลือแค่ 52 คน หัวหน้าพรรคต้องคิดทำอย่างไรให้เพิ่มจนมากกว่า 200 ในอนาคต ประชาธิปัตย์ต้องเป็นเอกภาพ ภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของทุกคน

“พีระพันธุ์” เสมอภาค–ไม่เอา รมต.

ด้านนายพีระพันธุ์กล่าวว่า พรรคเรามีอายุ 73 ปี แต่รูปแบบบริหารพรรคไม่ได้เปลี่ยนแปลง ผู้บริหารต้องเปิดกว้างอย่าจำกัดอำนาจไว้กับตัวเอง ตำแหน่งเป็นแค่หัวโขน ต้องเปิดกว้างให้ทุกคนมาทำงานด้วยกันเพื่อค้ำจุนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีคนถามว่าหากได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคแล้วต่อไปมีการร่วมรัฐบาล ตนยังเป็นหัวหน้าพรรค แต่จะไม่รับตำแหน่งบริหารในรัฐบาลเด็ดขาด ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่านักการเมืองของประชาธิปัตย์ไม่เคยวิ่งเต้น วิ่งหาตำแหน่ง จะอยู่ดูแลพรรค อดีต ส.ส.ต้องหาทางให้ทุกคนกลับมาเป็น ส.ส.ให้ได้ พรรคต้องกลับมาคิดแบบชาวบ้าน พูดแบบชาวบ้าน ทำแบบชาวบ้าน เปิดกว้างให้ทุกคนร่วมทำงานแบบเสมอภาค ไม่ใช่หัวหน้าใหญ่กว่าลูกพรรค เลขาธิการพรรคใหญ่กว่าทุกคน แต่ทุกคนจะใหญ่เท่าเทียม เสมอหน้าทุกคน

“กรณ์” โวตั้ง 3 เป้าหมายฟื้น ศก.

ขณะที่นายกรณ์กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเราไม่สามารถอาศัยทุนเก่าหรือบุญเก่าได้ ต้องกล้าเดินหน้าด้วยความชัดเจน จากนี้ไปนอกจากทำงานหนัก ในทุกความคิดทุกคำพูดทุกการกระทำต้องชัดเจนบนเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ 1.ทุกอย่างที่คิดและทำต้องทำให้ประชาชนอยู่ดี กินดี 2.ประเทศต้องพัฒนา ทันสมัย แข่งขันต่างประเทศได้ และ 3.ทุกคำพูดทุกการกระทำต้องชัดเจนว่ามุ่งเป้าสร้างสังคมไทยสงบ สถาบันหลักมั่นคง พรรคจะมีการตัดสินใจสำคัญกำหนดอนาคตประเทศ หลีกเลี่ยงประเด็นไม่ได้ ต้องพิจารณาร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ตราบใดที่ยึดหลัก 3 ประเด็นเป้าหมาย ไม่ใช้ประโยชน์ส่วนตนส่วนพรรค ประชาชนจะสนับสนุนการตัดสินใจของพรรค

วุ่นเครื่องลงคะแนน กกต.ไม่อ่านผล

จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้ลงคะแนนผ่านเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ของ กกต. องค์ประชุมมีทั้งหมด 309 คน แต่มาประชุม 291 คน ไม่มาร่วมประชุม 18 คน แบ่งสัดส่วนการลงคะแนนเป็นส่วนแรก 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นคะแนนของ ส.ส. 52 คน และอีก 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นคะแนนของอดีต ส.ส. อดีตกรรมการบริหารพรรค ประธานสาขา เป็นต้น ปรากฏว่าเกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ของ กกต.เกิดปัญหาไม่อ่านผลคะแนนบางเครื่อง จนทำให้ต้องลงคะแนนใหม่อีกรอบ แต่ยังมีปัญหาว่ามีผู้ลงคะแนนบางรายได้แอบถ่ายสลิปการลงคะแนนเป็นหลักฐาน ทำให้ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รักษาการ ผอ. พรรค ประกาศห้ามถ่ายรูปไว้อีก ก่อนให้ลงคะแนนกันต่อ

“จุรินทร์” ชนะขาด หน.ปชป.คนที่ 8

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนับผลคะแนนโหวตพบว่าผลการลงคะแนนเสียง ส.ส. 52 คน นายจุรินทร์ สัดส่วนคะแนน 70 เปอร์เซ็นต์ ได้รับเลือกมาเป็นอันดับหนึ่งคือ 25 คน ตามด้วยนายพีระพันธุ์ 20 คะแนน นายกรณ์ 5 คะแนน และนายอภิรักษ์ 2 คะแนน ส่วนคะแนนจากสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ นายจุรินทร์ยังครองอันดับหนึ่งได้ 135 คะแนน นายพีระพันธุ์ได้ 82 คะแนน นายกรณ์ได้ 14 คะแนน และนายอภิรักษ์ได้ 8 คะแนน รวมคะแนนอย่างเป็นทางการนายจุรินทร์ชนะขาดได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 8 ด้วยคะแนน 50.5995 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยนายพีระพันธุ์ 37.2160 เปอร์เซ็นต์ นายกรณ์ 8.4881 เปอร์เซ็นต์ และนายอภิรักษ์ 3.6965 เปอร์เซ็นต์

“นิพิฏฐ์” รอง หน.ใต้-“ไชยยศ” อีสาน

ต่อมาเวลา 14.00 น. เริ่มประชุมช่วงบ่ายเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค เริ่มจากรองหัวหน้าพรรครายภาค นายนราพัฒน์ แก้วทอง ได้เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ โดยเอาชนะนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู นายไชยยศ จิรเมธากร เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน เอาชนะนายอิสสระ สมชัย อดีตแกนนำ กปปส. นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคกลางโดยไม่มีคู่แข่ง ส่วนนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้คะแนนชนะนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ์ ได้เป็นรองหัวหน้าภาคใต้ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าภาค กทม. ตามด้วยรองหัวหน้าตามภารกิจที่หัวหน้าพรรคใหม่เสนอแต่งตั้ง 8 คน ได้แก่ 1.นายนิพนธ์ บุญญามณี 2.นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ 3.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช 4.นายอลงกรณ์ พลบุตร 5.นายกนก วงษ์ตระหง่าน 6.นายอัศวิน วิภูศิริ นายสรรเสริญ สมะลาภา และ 8.นายปริญญ์ พานิชภักดิ์

“ทีมจุรินทร์” เบ็ดเสร็จ“เฉลิมชัย” เลขาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในส่วนของตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายจุรินทร์ได้เสนอชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน โดยที่ประชุมมีมติรับรอง พร้อมรองเลขาธิการ 6 คน คือ 1.นายธนา ชีรวนิจ 2.นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ 3.พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร 4.นายอันวาร์ สาและ 5.น.ส.จิตภัสร์ (ตั๊น) กฤดากร และ 6.นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ตามด้วยการเสนอให้นายอภิชัย เตชะอุบล เป็นเหรัญญิกพรรค นายวิรัช ร่มเย็น เป็นนายทะเบียนพรรค และนายราเมศ รัตนเชวง เป็นโฆษกพรรค

ถกร่วม-ไม่ร่วม รบ.รอ กกต.รับรอง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการหารือทิศทางการเมืองของพรรคในการจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ผู้บริหารพรรคชุดใหม่ยังไม่หารือกัน เพราะต้องส่งรายงานและผลการประชุมพรรคเพื่อให้นายทะเบียนพรรคการเมือง กกต.มีหนังสือรับรองเป็นทางการก่อน คณะผู้บริหารพรรคชุดใหม่จึงจะนัดประชุม กรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.พรรคเพื่อกำหนดท่าทีของพรรคได้ โดยผู้บริหารพรรคชุดใหม่คาดว่าเร็วที่สุดน่าจะเป็นต้นสัปดาห์หน้า

พปชร.สัมมนาเตือนระวัง ม.144

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเดอะซายน์ พัทยา จ.ชลบุรี มีการสัมมนาพรรคพลังประชารัฐเป็นวันที่ 2 ก่อนเริ่มสัมมนานายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ส.ส.ระบบเขต และบัญชีรายชื่อ ถ่ายรูปร่วมกัน จากนั้นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทและหน้าที่ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” ตอนหนึ่งว่า หน้าที่ของ ส.ส.คือการทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชน แก้ไขปัญหาทุกข์ร้อน การออกกฎหมายและการอนุมัติงบประมาณเป็นเรื่องควรระมัดระวังมากที่สุดไปศึกษารัฐธรรมนูญมาตรา 144 ว่าด้วยการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ชัดเจน หากทำไม่รอบคอบ ครม.อาจต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะและจะเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งตลอดชีวิต ต้องคืนเงินเดือนพร้อมดอกเบี้ยย้อนหลัง

“อุตตม” ปัดต่อสาย ปชป.แจก รมต.

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องรอฟังพรรคประชาธิปัตย์จะประกาศท่าทีทางการเมือง การร่วมจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐต่อสายถึง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี นายอุตตมกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี เราไม่ได้ติดต่อไปทางพรรคประชาธิปัตย์ ต้องให้เกียรติและให้เวลา พรรคประชาธิปัตย์มีกระบวนการภายในอยู่ จนกระบวนการแล้วเสร็จไม่สายเกินไปที่จะพูดคุยกัน เรารอดูท่าทีเขาเหมือนกัน ทราบกำหนดเวลาจัดตั้งรัฐบาลอยู่ งวดเข้ามาแล้ว

ไม่ห่วงงูเห่าแปรพักตร์ซบ พท.

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีงูเห่าในพรรคพลังประชารัฐจะหนีไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่า ไม่กังวลเรื่องงูเห่า มั่นใจว่าพรรคจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ พวกเรามั่นคงในการรวมกลุ่มกัน แม้อาจเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่เรื่องระเบียบวินัย ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้คุยกันไว้คงทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่านำพาประเทศไปได้ ขอให้ประกาศรวมตัวกันอย่างเป็นทางการก่อน ต้องเลือกประธานสภาฯ แล้วโหวตเลือกนายกฯ ส่วนเก้าอี้รัฐมนตรี ต้องพูดคุยหลังจากนั้น โดยให้นายกฯตัดสินใจว่าใครเหมาะสมทำหน้าที่ตำแหน่งใด คงไม่ได้เป็นปัญหาต่อรองมากมาย ประธานรัฐสภาคงต้องพูดคุยกันและให้เกียรติพรรคที่จะมาร่วม

“ป้อม-ป๊อก-สมคิด-วิษณุ” ยึดที่เดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่าความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล การจัดสรรโควตารัฐมนตรี ซีกฝั่งพรรคพลังประชารัฐ ยังมีความเคลื่อนไหวต่อรองจากพรรคต่างๆที่ไปทาบทามมาร่วมรัฐบาล โดยแกนนำรัฐบาลได้วางตุ๊กตาไว้เบื้องต้นจะมีรัฐมนตรีใน ครม.ชุดเดิมได้ตำแหน่ง 9 คนคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ยังคงนั่งควบตำแหน่งเดิม นายวิษณุ เครืองามและนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะได้เป็นรองนายกฯต่อไป เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ยังรั้งตำแหน่ง รมว.มหาดไทย

ดัน 4 กุมารยึด คค.-พณ.-คลัง-อว.

ขณะที่อดีตรัฐมนตรี 4 กุมาร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นายสมคิดเสนอให้ต้องมีตำแหน่งทุกคน เพราะถือว่าได้เสียสละช่วยเหลือพรรค วางตัวให้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เป็น รมว.คมนาคม คุมงานกระทรวงใหญ่เกรดเอ และเป็นกระทรวงที่มีการต่อรองจากพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการเก้าอี้นี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค จะเสนอเป็น รมว.พาณิชย์ เพราะเป็นกระทรวงสำคัญเกี่ยวกับปากท้องประชาชนและทำงานได้ดีในช่วงที่อยู่ในตำแหน่ง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค เป็น รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพราะเป็นผู้จัดทำแผนและดำเนินการให้เกิดกระทรวงใหม่นี้ขึ้นมาและเล็งส่งนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เป็น รมว.คลัง แทนนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ที่ยืนยันไม่นั่งตำแหน่งนี้ต่อ โดยนายกอบศักดิ์ช่วงเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทำงานเป็นที่ยอมรับและเป็นที่พอใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนเก้าอี้ที่เหลือต้องจัดสรรให้หัวหน้ากลุ่มต่างๆในพรรค แต่ยังต้องรอดูท่าทีพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย

“ไพบูลย์” เย้ยขั้วที่ 3 เสียงไม่พอตั้ง รบ.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาชนปฏิรูปมีมติ ในที่ประชุมใหญ่พรรคว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ยังยืนยันจุดยืนนี้ ส่วนกระแสข่าวพรรคการเมืองขั้วที่ 3 จะรวมตัวจัดตั้งรัฐบาล เท่าที่ดูในขั้วที่ 3 ยังไม่มีบุคคลใดมีแนวโน้มจะรวบรวมเสียง ส.ส.ได้ถึง 376 เสียง ยังถือว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะเป็นนายกฯ ขั้วอื่นคงได้เสียงไม่พอ การโหวตเลือกนายกฯคาดว่า คงเป็นวันที่ 31 พ.ค. ถ้ามีการประชุมรัฐสภา ถ้าเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯจะได้ตอนนั้น แต่ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นการเลือกนายกฯจะต้องเลื่อนไป แต่อย่างไรก็ต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์อยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหา ส่วนพรรคต่างๆที่เจรจาต่อรองเพื่อร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องพูดคุยกันจนเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

“ดำรงค์” ซบ พปชร.ขอดูสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำการพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ย่านถนนโชคชัย 4 กทม. นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พร้อมนายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ว่าครั้งนี้เป็นการตัดสินใจยากที่สุด เพราะคนในครอบครัวเห็นต่างกัน และทั้งสองขั้วการเมืองติดต่อให้เข้าร่วมไม่ว่าจะเข้าร่วมกับขั้วไหนต่างก็เป็นประชาธิปไตยมาตามรัฐธรรมนูญ ที่สุดตัดสินใจเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เพื่อผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมตามที่หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม อาจไปช่วยงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ไปในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ไปในตำแหน่งอื่น ทั้งหมดไม่ใช่ทำเพื่อรัฐบาล แต่ทำให้ประเทศชาติ

พท.เสริมเขี้ยวเล็บ ส.ส.ใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เรียกประชุม ส.ส.หน้าใหม่ 23 คน เพื่อเตรียมความพร้อมทำหน้าที่ในสภาฯ โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า อยากให้ ส.ส.เข้าใจกฎกติกา และรัฐธรรมนูญ ขอบเขตอำนาจหน้าที่และข้อควรระวังต่างๆ ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยว่าวันที่ 16 พ.ค. จะประชุม ส.ส.รวมถึงผู้จะทำงานนอกสภาฯ รัฐธรรมนูญทำให้ผู้ใหญ่ของพรรคหลายคนไม่ได้เข้าไปทำงานในสภาฯ

“เฉลิม” เหน็บ “อนุทิน” กินยาผิดซอง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เลวที่สุดยิ่งกว่าปี 2500 ข้าราชการ 90 เปอร์เซ็นต์ไม่วางตัวเป็นกลาง รัฐบาลใช้มาตรา 44 แบ่งเขตใหม่หลัง กกต.แบ่งไปแล้ว เพราะพรรคพลังประชารัฐไม่พอใจ กฎหมายออกมา กกต.ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ยังเอาชนะเพื่อไทยไม่ได้ นับเข้าข้างตัวเองได้ ส.ส.เขต 80 คน ชนะ ส.ส.136 คน แต่ละพรรคบอกชัดเจนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เอาสืบทอดอำนาจ แล้ววันนี้กินยาผิดซองมาหรือถึงได้อึกอัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบอกให้รอวันที่ 20 พ.ค.ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ให้รอผลประชุมวันที่ 15 พ.ค.ทั้งที่ก่อนเลือกตั้งพูดชัดเจน

8 วัน ส.ส.รายงานตัว 458 คน

ที่อาคารรัฐสภาใหม่ การรายงานตัว ส.ส.วันที่ 8 ตลอดทั้งวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. มี ส.ส.เข้ารายงานตัว 4 คน ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป นายกนก ลิ้มตระกูล ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย และนายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย รวม 8 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-15 พ.ค.มี ส.ส.มารายงานตัวแล้ว 458 คน

ส.ว.ฟิตรายงานตัวแล้ว 113 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเปิดให้รายงานตัว ส.ว. วันที่ 2 ที่อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เมื่อเวลา 08.30 น. มี ส.ว.ทยอยมารายงานตัวต่อเนื่องตลอดทั้งวันจำนวน 109 คน โดยมี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ อดีตประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาเป็นคนแรก จากนั้น ส.ว.คนอื่นๆทยอยเข้ารายงานตัวตามลำดับ อาทิ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ นายกล้านรงค์ จันทิก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.อ.อู้ด เบื้องบน นายพรเพชร วิชิตชลชัย นายพลเดช ปิ่นประทีป นายชาญวิทย์ ผลชีวิน พล.อ.นพดล อินทปัญญา นายวันชัย สอนศิริ และนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นต้น รวม 2 วัน มารายงานตัวแล้ว 113 คน ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการวุฒิสภาจะเปิดรับรายงานตัวถึงวันที่ 17 พ.ค.

“พรเพชร” พร้อมรับประธาน ส.ว.

นายพรเพชร วิชิตชลชัย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และอดีตประธาน สนช.กล่าวถึงความพร้อมรับตำแหน่ง ประธานวุฒิสภาว่า ทุกคนในนี้พร้อมและเหมาะสม หากตนได้รับความไว้วางใจพร้อมจะทำหน้าที่ บทบาทหน้าที่ สนช.กับ ส.ว.แตกต่างกัน ตอนเป็น สนช.เป็นสภาเดียว จึงพิจารณากฎหมายได้มาก แต่วุฒิสภามีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายให้รอบคอบ ครั้งนี้มีกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ นอกจากนี้ ส.ว.ยังมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่ฮือฮาคือการโหวตเลือกนายกฯอยู่ในบทเฉพาะกาลที่ได้รับความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ การทำงานต้องเป็นเอกภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีความเห็นต่างกันไม่ได้ เมื่อถามว่าก่อนโหวตเลือกนายกฯ ส.ว.ต้องหารือกันให้เป็นเอกภาพหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ยังไม่มีใครเสนอว่าจะต้องมีการหารือ และไม่มีอยู่ในวาระที่จะต้องหารือ สมาชิกแต่ละท่านก็ยังไม่ได้เห็นหน้ากัน

กางโพยป้อง “บิ๊กติ๊ก” จอมโดดร่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์ใกล้เสร็จสิ้น อยู่ๆนายพรเพชรได้หยิบโพยกระดาษขึ้นมาบอกว่า มีเรื่องหนึ่งที่อยากชี้แจง คือเรื่อง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.ในฐานะอดีต สนช.และน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.เรื่องการทำหน้าที่สมัยดำรงตำแหน่ง สนช. ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดประชุมบ่อยครั้งแต่ได้เป็น ส.ว.ว่า ขอชี้แจงในฐานะอดีตประธาน สนช.กระทบกับตนที่เคยเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของ พล.อ.ปรีชา จำนวนการประชุมของ สนช.ตั้งแต่ปี 2557-2562 มีทั้งสิ้น 387 ครั้ง พล.อ.ปรีชามาประชุม 341 ครั้งลาประชุม 46 ครั้ง การลาประชุมของ พล.อ.ปรีชาจะค่อนข้างมากช่วงปี 2557-2559 แต่หลังจากนั้นมีพัฒนาการที่ดีขึ้นคือลาประชุมน้อยมาก สนช.มีการลงมติ 7,085 ครั้ง คงไม่มีใครลงมติครบทุกครั้ง พล.อ.ปรีชาลงมติ 5,091 ครั้ง ขาดไป 2,000 กว่าครั้ง ขาดประชุมช่วง 3 ปีแรกที่ยังมีตำแหน่งในกองทัพ หลังพ้นปลัดกระทรวงกลาโหม ได้มาลงมติเกือบเต็มจำนวน

ปัด “บิ๊กตู่” มอบแก้ต่างแทนน้องชาย

เมื่อถามว่าขาดลงมติแบบนี้แสดงถึงความไม่พร้อมทำหน้าที่หรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ขอย้ำว่าการขาดลงมติเกิดขึ้นช่วงแรกที่ พล.อ.ปรีชาดำรงตำแหน่งในกองทัพอยู่ หลังจากนั้นท่านลงมติไม่ขาดเลย หลังจากนั้น พล.อ.ปรีชามีพัฒนาการที่ดีขึ้น เข้มแข็งมากขึ้น เช่นเดียวกับคนอื่นที่ไม่ได้หยิบยกในที่นี้ ไม่ได้ลาเป็น 80-90 เปอร์เซ็นต์ 3 ปีหลัง พล.อ.ปรีชามาประชุมตลอด เข้าร่วมกิจกรรมทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ ขอชี้แจงให้ทราบเพื่อความเป็นธรรม ส่วนที่มีกระแสวิจารณ์ พล.อ.ปรีชากรณีเป็นน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ “ผมไม่เกี่ยว ไม่ขอชี้แจง” เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ปรีชาไม่ได้ขอให้มาชี้แจงแทนใช่หรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ไม่มี แต่ตนเป็นอดีตประธาน สนช.และผู้ควบคุมข้อมูลไม่ว่าเป็นคนใดได้รับผลกระทบแบบนี้ตนจะมาชี้แจง เมื่อถามอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้มาชี้แจงหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ไม่มี ใครจะมาบอกให้ชี้แจง

ยก ก.ม.ไม่ห้าม กก.สรรหาตั้งตัวเอง

เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของที่มีคณะกรรมการสรรหา ส.ว.บางส่วนได้เข้ามานั่งใน ส.ว.ชุดนี้ นายพรเพชรกล่าวว่า เป็นเรื่องกระบวนการ ที่ผ่านมาส่วนตัวเคยเป็นคณะกรรมการสรรหาในชุดต่างๆมาแล้วหลายชุด ตามปกติแล้วการสรรหาบุคคลใดบุคคลหนึ่งหาเกี่ยวข้องกับตัวเรา บุคคลนั้นต้องออกจากที่ประชุมเป็นวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว.จะมาเป็น ส.ว.ไม่ได้ เมื่อถามถึงความเหมาะสมกรณีที่มีญาติพี่น้องของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ได้มาเป็น ส.ว.ด้วย นายพรเพชรกล่าวว่า ตามกฎหมายห้ามไว้เฉพาะบุตรและบุพการี ถือว่าเป็นสายตรง วิพากษ์วิจารณ์ไปอย่าให้ต้องพูดเลยไม่ขอตอบ

เมินถูกตีตราสภาเครือญาติ

นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. กล่าวว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.เป็นสภาเครือญาติ แล้วแต่จะคิด แต่ ส.ว. 250 คนมาจากหลากหลายอาชีพ แต่ละคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ วัยวุฒิ มั่นใจว่าจะทำหน้าที่ตัวเองด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามรัฐธรรมนูญ กระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆเป็นความเห็นของแต่ละบุคคล แต่ ส.ว.เป็นอิสระในการโหวตเลือกนายกฯเหมือนสนช. เป็นอิสระในการทำงาน หลายครั้ง สนช.ไม่เห็นด้วยในการโหวตกฎหมายบางฉบับ เมื่อถามว่า ส.ว.ถูกมองไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึงไม่ควรมีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ นายกล้านรงค์ตอบว่า การโหวตนายกฯเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติได้กำหนดเอาไว้

“บุญสร้าง” ยันอิสระ “บิ๊กกี่” ลั่นมีสมอง

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ส.ว.ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว. ที่จะโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯอีกรอบว่า ยืนยัน ส.ว.เป็นอิสระ เชื่อว่าไม่มีใครจะบังคับใครได้ในการโหวตเลือกนายกฯครั้งนี้ ขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณาไปถึงการโหวตเลือกประธานวุฒิสภาที่กำลังจะประชุมถัดจากวันรัฐพิธีช่วงปลายเดือน พ.ค. เมื่อถามถึงกระแสวิจารณ์ที่ ส.ว.ชุดปัจจุบันถูกมองเป็นสภาทหาร พล.อ.บุญสร้างตอบว่า ไม่ขอให้ความเห็น ตอนนี้วิญญาณยังไม่เข้าร่าง พล.อ.นพดล อินทรปัญญา ส.ว.คนสนิท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว. กลาโหม กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ภาพลักษณ์ ส.ว.ที่เป็นพวกพ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.และ พล.อ.ประวิตรว่า พวกตนมาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หากอยากรู้ว่าใครเป็นพวกพ้องกับใครไปถามคนตั้งเอง เมื่อถามว่า ส.ว.ถูกมองว่าจะมาโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ พล.อ.นพดล ตอบว่า “ผมก็มีสมองสามารถพิจารณาเลือกเองได้ รู้ดีว่าใครดีหรือไม่ดี วันนี้มีคำตอบในใจอยู่แล้วจะเลือกใคร แต่ไม่บอกจะเลือกคนที่เห็นว่าดีที่สุด”

“วันชัย” ชี้ต่างตอบแทนเรื่องปกติ

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.เป็นสภาฯ พี่น้อง ถือเป็นเรื่องปกติ ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ส่วนการโหวตเลือกนายกฯเวลาทำงาน ส.ว.ไม่ได้ทำงานแบบตัวใครตัวมัน เวลาจะโหวตให้ใครต้องเป็นความเห็นพ้องร่วมกันของเสียงส่วนใหญ่ เมื่อถามว่า จะเป็นพรรค ส.ว.หรือไม่ นายวันชัยตอบว่า ปกติการทำงานทุกครั้งต้องอาศัยเสียงส่วนใหญ่ เกิดจากการหารือร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรค การเมือง ส.ว.หรือกลุ่มใดก็ตาม ส่วนที่มองว่าต่างตอบแทนหลังเคยช่วย คสช. ถ้าตอบแทนแล้วเป็นคนที่ไม่มีความรู้ ความสามารถน่าวิพากษ์วิจารณ์ แต่ถ้าตอบแทนแล้วเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ ถือเป็นเรื่องปกติ คนทำงานต้องเอาคนที่รู้ใจ ทำงานไปด้วยกันได้

ต้องเคารพเสียงจากประชามติ

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า อย่าไปมองว่าต่างตอบแทนแต่งตั้งเป็น ส.ว. รัฐธรรมนูญกำหนดให้ คสช.มีอำนาจ ซึ่งอำนาจของ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนหลายล้านเสียงเห็นชอบผ่านประชามติรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงมาให้เข้ามาเป็นตัวช่วย ส.ส.ทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเลือกนายกฯ ถึงเวลา ส.ว.จะใช้ดุลพินิจให้ประเทศเดินหน้าได้ หาก ส.ส.มีเสียงเกิน 376 เสียงขึ้นไปไม่ต้องกังวลอะไร ปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่จำเป็นด้วย เมื่อถามว่า มีการรณรงค์ว่าหากพรรคการเมืองร่วมกันได้เสียงเกิน 250 เสียง ส.ว.ต้องเคารพมติประชาชน เพราะมาจากการเลือกตั้ง นายสมชายตอบว่า มติประชาชนที่ผ่านการทำประชามติ เราต้องเคารพเหมือนกัน

“เสรี” สวน ส.ส.มาสั่งสภาสูงขัด รธน.

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯของ ส.ว.ว่า เป็นเรื่องที่ ส.ว.ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง จะเลือกใครเป็นนายกฯ หาก ส.ว.ลงคะแนนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นสิทธิแต่ละคน ไม่ใช่เรื่องการต่างตอบแทน ควรเลิกพูดเรื่องที่ ส.ว.จะมาช่วยสืบทอดอำนาจได้แล้ว เป็นกระบวนการหลังการเลือกตั้งแล้ว จึงควรยอมรับกติกากันได้แล้ว ขอทำความเข้าใจว่าบทบาทหน้าที่ ส.ส.และ ส.ว.ถูกแยกออกจากกัน ถ้า ส.ส.เสนออะไรมาแล้ว ส.ว.ต้องทำตามนั้น อาจถูกมองไม่มีอิสระ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส.ส.ไม่ควรมาสั่ง ส.ว.ให้เลือกคนนั้นคนนี้ ส่วนที่มอง ส.ว.ชุดนี้เป็นสภาเครือญาติ ขอให้ดูแต่ละคนเข้ามาขัดรัฐ– ธรรมนูญหรือไม่ ถ้าทุกคนมีคุณสมบัติมีสิทธิเข้ามาได้ หากจะมี คสช. สนช. มาเป็น ส.ว.ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ต้องยอมรับความจริงรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเงื่อนไขห้ามเข้ามา จะเอาความรู้สึกตัวเองไปตัดสินคนอื่นว่าไม่ดีไม่ได้

“อุตตม” ติงอย่ามองใครเพื่อนใคร

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแต่งตั้ง 250 ส.ว. มีทหารกว่า 100 คนหากโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัย จะกระทบภาพลักษณ์ของพรรคและไม่สง่างามหรือไม่ว่า การคัดสรร ส.ว.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ต้องให้เกียรติ ไม่ได้คิดในแง่จะมีผลกระทบภาพลักษณ์ต่อพรรค ไปดูกันได้ว่า ส.ว.แต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร ไม่ทราบว่าใครเพื่อนใคร ประเทศไทยเป็นประเทศที่พวกเราเป็นเพื่อนกันเยอะแยะ ไม่ใช่ว่าใครเป็นเพื่อนใครแล้วจะเข้ามาทำหน้าที่ไม่ได้ ถ้าเห็นแก่ประเทศชาติต้องเอาเรื่องคุณสมบัติเป็นหลัก ส.ว.ทุกคนต่างมีวุฒิภาวะ เชื่อว่าจะเอาประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่ว่าใครเป็นเพื่อนใครเป็นหลัก

พท.บี้ตีความ กก.สรรหาชงเองกินชง

ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นโฉมหน้า ส.ว. 250 คนแล้ว คนที่จะให้ฉายา ส.ว.ชุดนี้คือประชาชน อยากให้ช่วยกันตรวจสอบ อะไรที่เคยวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นมาเห็นได้จาก ส.ว.ชุดนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ต้องสะท้อนความหลากหลายอาชีพ แต่เห็นแล้วเป็นเครือข่ายรัฐบาล คณะกรรมการสรรหาคัดเลือก ส.ว.ไม่ชัดเจนว่าเป็นกลางหรือเป็นใคร หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าคัดสรรตัวเองเป็น ส.ว. ถ้าไม่จริงขอให้แจกแจงรายชื่อออกมา จะขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นเรื่องกฎหมาย องค์กรที่มีอำนาจต้องตีความ ถ้าขัดต่อกฎหมายต้องรับผิดชอบตั้งแต่นายกฯ คนเลือกและคนเกี่ยวข้อง สังคมไทยเราไม่ยินยอมให้ใครใช้อำนาจตามอำเภอใจ ถ้าแค่นี้ไม่สามารถทำให้โปร่งใสได้จะไปแก้ปัญหาอะไรในวันข้างหน้า

“เหลิม” จองกฐินด่านอกสภาฯ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าไม่ขอวิจารณ์ ส.ว.เพราะยังไม่ทำงาน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่างกฎหมายมาแบบนี้ ต้องไปช่วยกันด่านายมีชัยให้นอนไม่หลับ 250 ส.ว. จะเป็นจุดแข็งของรัฐบาล แต่จะเป็นจุดอ่อนของประเทศ ถ้าไม่คิดถึงประเทศชาติก็เป็นไปเถอะ แต่อยู่ได้ทุลักทุเลเหมือนผีหัวขาดหลอกใครๆก็ไม่กลัว แต่ละคนตัวสั่นอยากเข้าสภาฯเอาปืนไปจี้ยังไม่ออกเลย อยู่กันไปเถอะพ่อคุณ เชื่อว่าตัวเต็งรัฐมนตรีอารมณ์ไม่ดีหรอก ถ้าโดน ส.ส.ในสภาฯด่า แม้ตนจะไม่เข้าสภาฯแต่จะอภิปรายนอกสภา อาจแถลงข่าวที่พรรคสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะไม่เป็นกรรมาธิการหรืออะไรเพราะพญาหงส์ไม่ลงหนองน้ำเล็ก

“ชูศักดิ์” ฉะทับซ้อนมากชั้นต้องแก้ รธน.

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีคำถามอยู่ 5 ข้อ คือ 1.พรรคเพื่อไทยสอบถามไปยัง กกต.ว่ากรรมการสรรหา ส.ว.ที่รัฐธรรมนูญบอกให้ตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆเป็นกลางทางการเมือง 9-12 คนมีใครบ้างแต่ไม่มีคำตอบ ล่าสุดให้ไปถามเลขาธิการ คสช.ว่ากรรมการสรรหา ส.ว.ที่สรรหา 400 คนให้ คสช.เลือก 194 คน มีใครบ้างแต่ไม่มีคำตอบ 2.รู้จากสื่อเพียงว่าประธานสรรหาเป็น พล.อ.ประวิตร กรรมการสรรหาเป็น คสช. แต่ คสช.หลายคนที่เป็นกรรม– การมาเป็น ส.ว.ไม่เรียกว่าขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือ 3.ดูรายชื่อ ส.ว.แล้วคงแยกแยะกันได้ว่าใครสายไหน คนเหล่านี้จะมาร่วมเลือกนายกฯ ที่เป็นคนเลือก ส.ว.มา คนร่างรัฐธรรมนูญไม่เคยคิดเลยหรือว่าคือผลประโยชน์ทับซ้อนหลายชั้น 4.คนเหล่านี้เป็น ส.ว.5 ปี เลือกนายกฯ ได้ 2 สมัยแล้วการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร และ 5.เป็นการกระทำที่เสียของหรือไม่ แลกกับอำนาจของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชน เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ซ่อนเงื่อนต้องการสืบทอดอำนาจ เราจึงเสนอให้แก้

“พลภูมิ” ซัดอ้างคุณธรรมหลอกลวง

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผู้เป็น ส.ว.ครั้งนี้อาจภูมิใจกับการเข้ามาโดยการเลือกของ คสช. แต่อยากให้ลองฟังเสียงประชาชนดูว่าภูมิใจมากน้อยขนาดไหน อยากให้ ส.ว.ตระหนักถึงหน้าที่ต่อประชาชน ไม่ใช่จะตอบแทนผู้มีอำนาจที่แต่งตั้งตนเอง ส.ว.ชุดนี้มีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ได้ แคนดิเดตนายกฯ คือหัวหน้า คสช.ที่แต่งตั้ง ส.ว.มากับมือ หากจะบอกว่าการเลือกน้องชายพี่ชายของผู้มีอำนาจใน คสช.และรัฐบาลมาเป็น ส.ว. เลือกอดีตนายทหาร อดีต สนช.ที่ คสช.เคยแต่งตั้งมาเป็นผลงาน สิ่งที่ด่านักการเมืองอ้างคุณธรรมเป็นแค่วาทกรรมหลอกลวงประชาชนเท่านั้น

ปลุกศักดิ์ศรีการเมืองสู้ปฏิวัติเงียบ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแต่งตั้ง ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายแม่น้ำ 5 สายที่แต่งตั้งโดย คสช.เข้าทำนองตั้งเองกินเองชงเอง กระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว.ส่อจะขัดรัฐธรรมนูญในเรื่องความไม่เป็นกลางทางการเมือง และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ นี่คือกระบวนการสืบทอดอำนาจเป็นขั้นเป็นตอน หรือปฏิวัติเงียบ แต่เชื่อว่าประเทศยังมีทางออก ถ้าพรรคการเมืองฟังเสียงประชาชนและรักษาสัญญา แต่ถ้าพรรคใดไม่ฟังไม่รักษาสัญญา พรรคการเมืองนั้นต้องก้มหน้ามองดินอยู่ใต้อำนาจเผด็จการอย่างไร้เกียรติยศไร้ศักดิ์ศรี

“เจ๊ต้อย” ยื่นบี้เปิดชื่อ กก.สรรหา

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล บริเวณสำนักงาน ก.พ.นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนพรรคยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ขอให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ทุกคน รวมถึงกระบวนการสรรหาและงบประมาณการสรรหาสมาชิก ส.ว. มีนายสมพาศ นิลพันธุ์ ที่ปรึกษา สปน.เป็นผู้รับหนังสือ นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า เห็นจากข่าวว่าใช้กว่าพันล้านบาทแต่งตั้ง ส.ว. แต่เห็นรายชื่อ ส.ว.แล้วใช้ 300 ถึง 400 ล้านบาทเกินพอ พล.อ.ประวิตรเป็นประธานกรรมการคัดเลือกไม่ได้เป็นกลาง ประชาชนไม่มีส่วนรับทราบข้อมูล ขอ ส.ว.เห็นแก่ประชาชน และเห็นแก่ความสงบสุข งดออกเสียงเลือกนายกฯ

“วัชระ” เฉ่งไม่ต่างกับสภาผัวเมีย

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของ พล.อ.ประยุทธ์จะแต่งตั้งครอบครัวญาติพี่น้อง คสช.เข้าไปเป็น ส.ว. สายเลือดเครือญาติครอบครัว คสช.ย่อมสำคัญกว่าคนมีความรู้ทั้งหมดในประเทศ โดยรวมคัดสรรกันออกมาให้ดูดี มีตัวแทนสตรีจำนวนมาก เป็นผู้หญิงเก่งๆหลายคน บางคนขยันรับใช้ คสช.อยากเป็นมากก็ไม่ได้เป็นเส้นไม่ถึง พล.อ.ประยุทธ์สลัดญาติพี่น้องไม่พ้นเพราะเป็นธรรมชาติของคนมีอำนาจ ไม่แตกต่างกับสภาผัวสภาเมียใน ส.ว.ชุดที่แล้วที่เคยด่าว่า ส.ว.ได้รับสิทธิโหวตตั้งนายกฯย่อมมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน พล.อ.ประยุทธ์ผู้มีพระคุณแต่งตั้ง ไม่มีประเทศใดในโลกกล้าทำกัน วางระบบการเมืองแบบนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จหรือสร้างวิกฤติการเมืองให้ประเทศชาติ อีกไม่นานคงได้รู้กัน

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่เป็นศัตรูกับใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. หลังจากช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ครั้งที่ 2/2562 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. นายกฯลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนและสภาพแวดล้อมของผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัดล็อก 1-2-3 และชุนชนหัวโค้ง เขตคลองเตย กทม. มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยร่วมคณะ โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย พรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับ นายกฯกล่าวระหว่างเดินทักทายประชาชนว่า รัฐบาลได้จัดทำแผนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ใครเป็นรัฐบาลต้องทำ ต้องไม่ต่อต้าน ร่วมมือกับรัฐบาล เพราะไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แม้เคยเป็นทหาร

นั่งนายกฯต่อแล้วแต่ท่าน ส.ส.

ต่อมานายกฯเยี่ยมชมกิจกรรมนันทนาการและกีฬาของเยาวชนและประชาชนในชุมชนคลองเตย ณ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย เยี่ยมชมการซ้อมมวยคาดเชือก การแสดงดนตรี การแสดงลีลาศ โดยนายกฯอารมณ์ดีร่วมร้องเพลง “สุขกันเถอะเรา” และเพลง “พรหมลิขิต” ช่วงหนึ่งมีชาวบ้านตะโกนเชียร์ขอให้เป็นรัฐบาลต่อไปและขอให้เป็นนายกฯ ขณะที่นายกฯยิ้มเขินๆก่อนตอบว่า เขากำลังคุยกันอยู่ ที่ขอให้เป็นนายกฯแล้วแต่ท่าน ส.ส.เขา จากนั้นนายกฯตรวจเยี่ยมการให้บริการการแพทย์และสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 41

ขึงขังจำไว้ว่าโปรดเกล้าฯมาแล้ว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.เป็นคนคุ้นเคยรัฐบาลว่า จำไว้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯมาแล้ว อะไรที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว มีพระราชวินิจฉัยมาแล้ว ทุกอย่างมีการตรวจสอบทั้งหมด ทำไมคุณถึงไม่แยกแยะ การเมืองที่เข้ามาก็เห็นแต่คนเก่าๆ เข้ามาทั้งนั้น แล้วทำไมคนพวกนี้ที่เป็นคนเก่าๆถึงเข้ามาทำงานไม่ได้ในเมื่อเข้าสานต่องาน ต้องเลือกคนที่รู้งานมาส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เข้าไปไม่เกิน 1 ใน 2 อยู่แล้ว เมื่อถามว่า แต่คนเก่าเป็นพี่เป็นน้องคนในรัฐบาล นายกฯตอบสวนทันทีว่า “เป็นไง มีใครไม่เป็นพี่เป็นน้องกันมั่งล่ะ มีใครไม่รู้จักผมบ้าง มีใครไม่รู้จักพี่ป้อม มีใครไม่รู้จักพี่ป๊อก รู้จักกันทั้งหมดนั่นแหละ ทำงานมา 5 ปีไม่รู้จักกันหรอ สื่อไม่รู้จักฉันหรอ ก็สื่อก็คนเก่า อย่ารังเกียจกันเลย ทหารเขาก็เกษียณกันหมดแล้ว”

ให้เกียรติบ้างไม่ใช่อยู่ดีๆไปจิ้มเอา

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. นายกฯกล่าวว่า รู้อยู่แล้วว่าใครเป็นประธานการสรรหา ตนไม่ได้เป็นคนทำ การสรรหามาไม่ใช่อยู่ดีๆไปจิ้มเอา ต้องมีการพิจารณาคัดกรอง ไม่ใช่ตนคนเดียวให้เกียรติกันบ้าง ไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักอย่าง เมื่อถามว่าส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิก ส.ว.ไม่ค่อยเข้าร่วมประชุมช่วงที่เป็น สนช.นายกฯกล่าวว่า สภาฯชี้แจงมาแล้ว ประธาน สนช.ชี้แจงมาแล้ว ทำไมยังไม่จบเสียที เมื่อถามว่า มีการพูดถึงงบประมาณที่ใช้สรรหา ส.ว.ถึง 1,300 ล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของ กกต.

อย่าเพิ่งคาดการณ์ได้นั่งนายกฯต่อ

เมื่อถามถึงความหวังที่จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้หวังอะไร อย่ามาถามความหวังของตน อยู่ที่ประชาชน เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐมีเสียงสนับสนุนจากหลายพรรค จะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เสียงสนับสนุนก็ไม่น้อย แต่จะได้กลับมาเป็นนายกฯหรือไม่ยังไม่รู้ เมื่อไม่รู้อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ก่อนเลย วันนี้ยังไม่ได้ประชุมเปิดสภาฯเลย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเปิดสภาฯก่อน เมื่อเปิดสภาฯเสร็จก็เลือกประธานสภาฯและเลือกนายกฯ เมื่อได้นายกฯจัดตั้งรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถ้าบอกว่าวันที่ 24 พ.ค.สภาฯจะจัดพิธีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสภาฯ แล้วสภาฯรีบดำเนินการเลือกประธานสภาฯ จากนั้นเปิด 2 สภาฯเลือกนายกฯทุกอย่างน่าจะจบในเดือน มิ.ย.

ตั้งใจทำสภาฯสงบเป็นสิ่งแรก

เมื่อถามว่านิยามการเป็นนายกฯคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม “Better and Better” ถ้าเราไม่สร้างแรงศรัทธาไว้ในใจว่าต้องดีขึ้น คงลากลับบ้านไปนานแล้ว อย่างน้อยมีดีขึ้น เห็นได้จากหลายๆอย่าง เมื่อถามว่ารู้สึกใจเต้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เลิกใจเต้นมา 5 ปีแล้ว เต้นจนจะหลุดนอกเบ้าหลายรอบแล้ว แต่กลับมาที่เก่าแล้ว อะไรจะเกิดก็เกิดไป เป็นเรื่องชะตาชีวิตของพวกเรา ของประเทศไทยด้วย เมื่อถามว่าพร้อมเป็นนายกฯใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า ถ้าบอกให้ผมเป็น แล้วผมต้องป่วยทันทีหรืออย่างไร ถ้าเขาไว้ใจผมก็พร้อม และสิ่งแรกที่จะทำถ้าได้เป็นคือ ทำให้สภาฯสงบ ทำไมไม่ไปบอกให้เขาทำให้สงบบ้าง หลายคนก็เป็นนักการเมืองเก่า เชื่อว่าทุกคนมีจิตปรารถนาที่ดี วันหน้ามีการตรวจสอบตนคงไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงอะไรมากมาย เมื่อถามว่านิยามของท่านในการทำงานคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “หายใจเข้าไว้ ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ”

ยินดี “จุรินทร์” หน.ปชป.คนใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวแสดงความยินดีกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมกล่าวว่ายินดีด้วย

“จิ๋ว” ให้นักการเมืองเลิกทะเลาะกัน

ช่วงค่ำ ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ พร้อมนางอรทัย สรการ ยงใจยุทธ ภรรยา จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 87 ปี มีนักการเมือง อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายสงคราม เลิศกิจไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมงาน พล.อ.ชวลิตกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า คนไทยทะเลาะและขัดแย้ง หัวใจสำคัญต้องแก้ที่ตัวนักการเมืองต้องไม่ทะเลาะกันเอง อย่าไปโทษทหารว่ามายึดอำนาจ ยืนยันสิ่งที่ทำมาเพื่อชาติบ้านเมืองไม่ได้เกิดมาเพื่อทำลายชาติ จากนั้นร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อย่างครึกครื้น โดยนางอรทัยได้หอมแก้ม พล.อ.ชวลิต ก่อนทีมอดีตทหารพราน 150 คน ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลงมาร์ชทหารพรานให้ฟัง

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562
https://www.thairath.co.th/election 

อ่านเพิ่มเติม...
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์พรรคประชาธิปัตย์หัวหน้าพรรคคนใหม่พลังประชารัฐร่วมรัฐบาลกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป