ส.ว.ปิดสวิตช์

Share :
line-share-logo

ท่ามกลางสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทย และ พรรคพลังประชารัฐเดินเกมช่วงชิงเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล

ล่าสุด พรรคจิ๋ว 11 พรรค ที่ได้รับอานิสงส์ จากการที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามสูตรทุกคะแนนเสียงมีคุณค่า ไม่ตกน้ำป๋อมแป๋ม ได้เก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นของชำร่วยไปพรรคละ 1 คน

จับมือลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง ประเคน 11 เสียง ส.ส. สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ชูจั๊กแร้ หนุน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เบิ้ลเก้าอี้นายกรัฐมนตรี อีกรอบ

นั่นก็ทำให้ พรรคพลังประชารัฐ ที่มี ส.ส.115 คน ได้แต้มบวกเพิ่มอีก 11 เสียง

เมื่อรวมกับพรรคเล็ก ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะหนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯ คือ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ 5 เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไท ของ “เฮียชัช” ชัชวาลล์ คงอุดม 3 เสียง และพรรคประชาชนปฏิรูป ของ ไพบูลย์ นิติตะวัน อีก 1 เสียง

สิริรวมเบ็ดเสร็จ พรรคพลังประชารัฐ และแนวร่วม 14 พรรค มีเสียง ส.ส.อยู่ในมือแล้ว 135 เสียง ชัวร์ๆ

ยังไม่รวมพรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง ที่ยังทรงตัวนิ่งๆ ไม่กระโตกกระตาก แต่ทางลึกทางลับก็รู้กันในทีพร้อมไหลมาเทมา

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ 52 เสียง ที่กำลังเปลี่ยนหัวขบวนก่อนตัดสินใจร่วมรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย 51 เสียง ที่ดึงเช็งไปจัดประชุมพรรควันที่ 20 พ.ค. เพื่อตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล

ก็มีแววมยุรา ที่จะมาสามัคคีชุมนุมผสมโรงร่วมรัฐบาลแหงแซะ!!!

ถึงแม้ยามนี้จะมีการโยนหินโครมใหญ่ออกมาจากขั้วพรรคเพื่อไทย และแนวร่วมสำคัญอย่างพรรคเสรีรวมไทย ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส และพรรคอนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ในทำนองส่งเทียบเชิญ “ประชาธิปัตย์” กับ “ภูมิใจไทย” ให้มาผนึกกับขั้วพรรคเพื่อไทยและแนวร่วมที่มี 245 เสียง

เปิดปฏิบัติการในนามฝ่ายประชาธิปไตย ปิดสวิตช์ 250 ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา

ถึงขั้นเคาะกะลา บอกพร้อมประเคนตำแหน่งนายกฯ และประธานสภาฯ ให้เลย เพื่อแลกกับการสกัด “ลุงตู่” ไม่ให้ไปต่อบนเก้าอี้นายกฯ ตัดท่อสืบทอดอำนาจ

แต่ก็เหมือนชนวนด้าน เพราะไม่มี เสียงตอบรับจากทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย

ล่าสุด มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ส.ว.250 คน เป็นที่เรียบร้อย พร้อมประกาศพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.นี้

ตามขั้นตอนเมื่อมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาแล้ว ก็จะมีการประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา จากนั้นจะเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

และแน่นอน เมื่อถึงวันนั้น ความได้เปรียบย่อมเทไปอยู่กับทางขั้วพรรคพลังประชารัฐเต็มๆ

เพราะตามสูตรคณิตศาสตร์การเมือง ถ้าคิดจากเสียง ส.ส.ในสภาฯขณะนี้ 498 คน บวกกับ ส.ว.ที่ คสช.บรรจงคัดเลือกมา 250 คน รวมเบ็ดเสร็จ 748 เสียง

แม้พรรคพลังประชารัฐและแนวร่วม มี ส.ส.ในมือแค่ 135 คน แต่บวกกับ ส.ว.ที่ คสช.เลือกจิ้ม 250 คน

รวมกันก็ปาเข้าไป 385 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา คือ 375 เสียง สามารถชี้ขาดให้ “ลุงตู่” เป็นนายกฯทันที

วางแผนจะปิดสวิตช์ ส.ว. แต่สุดท้ายกลับโดน ส.ว.ปิดสวิตช์ ซะฉิบ!!!


“พ่อลูกอิน”

อ่านเพิ่มเติม...