อุตตมปัดยี้ "ป้อม-ป๊อก" อนค.ปลุกเลิก "ไทยเฉย" 4 ขุนพลปชป.ลุยชิงหน.

“อุตตม” ดับข่าวร้อนพรรคร่วมตั้งแง่ไม่เอา “บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก” โบ้ยสื่อมโนปั่นข่าวแบ่งเค้กฝุ่นตลบ “ณัฏฐพล” มั่นใจตั้งรัฐบาลผสม 20 พรรค เมินอนาคตใหม่ชงหวานโหวต “อภิสิทธิ์” นั่งนายกฯ แกนนำ พปชร.ลุยช็อปงูเห่าหวังดึงเสียงเกิน 260 คน กอดแน่นไม่ปล่อยกระทรวงเกษตรฯ หวั่นเรตติ้งดิ่งวูบ “มาร์ค” รับแชตไลน์คุยขำๆ “เสี่ยหนู” ยิ้มกริ่มข่าวถูกจีบร่วมขั้วที่ 3 ชิงธง “ธนาธร” อุบไต๋บิ๊กดีล หวั่นไม่เคารพคู่เจรจา ย้ำเสียงคนไม่เอา “บิ๊กตู่” มีมากพอปิดสวิตช์ ส.ว. ก๊วนพรรคเล็กยึกยัก “มงคลกิตติ์” โอ่ 3 ขั้วรุมตอม นัดหารือไปไหนไปกัน พท.ยังแอบลุ้นตั้งรัฐบาลสำเร็จ “ชวลิต” แนะ ส.ว.โหวตนายกฯฟังประชาชนหรืองดออกเสียง “ชวน” สวดคนนอกป่วนครอบงำเฟ้น หน.ปชป. ซัดอย่ามาชี้นำร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล

จากกรณีพรรคการเมืองมีเดินเกมช่วงชิงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีกระแสข่าวการจับขั้วที่ 3 ขึ้นมาจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงข่าวการต่อรองโควตารัฐมนตรีที่ไม่ลงตัวได้ง่ายๆ จนมีข่าวพรรคร่วมตั้งเงื่อนไขไม่ต้องการให้มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น

“อุตตม” ปัดข่าวยี้ “ประวิตร-อนุพงษ์”

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีการตั้งเงื่อนไขต่อรองจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคการเมืองและนักการเมืองว่า ไม่ควรมีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ไม่เป็นความจริงขณะนี้มีการพูดคุยกันเรื่องการมาร่วมกันเดินหน้าประเทศ ยังไม่มีการพูดเรื่องตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น เพราะต้องรอความพร้อมของทุกพรรคที่จะมาหารือกันอย่างเป็นทางการ เท่าที่ได้มีโอกาสพบปะกับนักการเมือง ไม่มีใครตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ และขณะที่เคยร่วมงานกับทั้ง พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ ทั้งสองท่านมีความตั้งใจและมีผลการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศอย่างแท้จริง ต้องยอมรับว่าที่ประเทศสงบเรียบร้อยมา 5 ปี ที่ผ่านมาทั้งสองท่านมีบทบาทช่วยงานนายกฯ รัฐ อย่างมากโดยเฉพาะงานด้านความมั่นคง

...

โบ้ยสื่อปั่นกระแส-ให้ฟังแถลง

นายอุตตมกล่าวอีกว่า ส่วนการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลยังมีเวลา ขณะนี้ต้องให้เกียรติกับทุกพรรค เพราะบางพรรคอยู่ระหว่างการดำเนินการภายใน อย่างพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จึงควรรอให้กระบวนการของแต่ละพรรคเสร็จสิ้นเสียก่อน กระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้นเป็นเพียงคาดคะเนของสื่อมวลชน อาจทำให้สับสนและเข้าใจผิด ในฐานะหัวหน้าพรรคจึงอยากให้ทุกท่านติดตามการแถลงข่าวจากพรรคอย่างเป็นทางการจะดีกว่า

“ณัฏฐพล” ชัวร์ตั้ง รบ.ผสม 20 พรรค

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกันในการจัดตั้งรัฐบาลกับหลายพรรคการเมือง มั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จากการพูดคุยกันมีการตอบรับที่ดี แต่ยังต้องรอให้พรรคประชาธิปัตย์เลือกหัวหน้าพรรคก่อน โดยจะเห็นภาพชัดหลังวันที่ 15 พ.ค. ส่วนกระแสข่าวว่าบางพรรคไม่พอใจการจัดสรรโควตารัฐมนตรี เป็นเพียงการประเมินของสื่อมวลชน ตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆจะเกิดภายหลังจากที่เราได้นายกฯ แล้ว ยอมรับว่ามีตัวเลขพรรคร่วมรัฐบาลประมาณ 20 พรรค แต่เชื่อว่าไม่มีผลกับการทำงานและการลงมติในสภาฯ เพราะ ส.ส.ทุกคนที่มาร่วมรัฐบาลมีความตั้งใจจะรวมตัวกันเพื่อสร้างศักยภาพ แม้จะมีเสียงปริ่มน้ำไม่กังวล

เมิน อนค.ชงโหวต “มาร์ค” นั่งนายกฯ

เมื่อถามถึงแคมเปญรณรงค์ปิดสวิตช์ ส.ว.ของพรรคอนาคตใหม่ นายณัฏฐพลตอบว่า ส่วนตัวไม่กังวล เพราะต้องเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อถามว่าพรรคอนาคตใหม่จะโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ นายณัฏฐพลกล่าวว่า เป็นแนวคิดของพรรคอนาคตใหม่ ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความเป็นไปได้ต้องรอดูวันเลือกประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ จะเห็นภาพและแนวทางการเลือกนายกฯ ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เมื่อถามอีกว่ามีกระแสข่าวว่า ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของ พปชร.จะสละสิทธิเพื่อขยับ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ขึ้นมาเป็น ส.ส. นายณัฏฐพล กล่าวว่า คงไม่มีการสละสิทธิเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่อาจมีความเป็นไปได้ที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคจะลาออก เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรี ส่งผลให้มีการขยับลำดับ

พปชร.ช็อปงูเห่าหวังได้เกิน 260 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า พรรคพลังประชารัฐยังเดินหน้าจับขั้วกับพรรคการเมืองต่างๆ แต่คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการจะเริ่มหลังจากการเลือกประธานรัฐสภาเสร็จ โดยมั่นใจว่าตั้งรัฐบาลได้แน่นอน และคะแนนเสียงจะมีมากกว่า 255 เสียง เพราะจะมีคะแนนเสียงพิเศษจากพรรคพันธมิตรคู่แข่งบางส่วน ที่ได้เจรจาพูดคุยเรื่องเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลไปบ้างแล้ว โดยได้นัดพบปะหารือและทานข้าวกัน และมีส่วนหนึ่งสนใจจะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย นอกจากนี้แกนนำพรรคยังเร่งพบปะกับบรรดาพรรคต่างๆ ทั้งพรรคขนาดกลางและพรรคเล็ก เพื่อรวบรวมเสียงให้มากที่สุด ให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ เนื่องจากแกนนำพรรคกังวลว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจได้เสียงสนับสนุนไม่ครบทั้งหมด จึงต้องเร่งดีลสำรองไว้ แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ตกลงมาทั้งหมด เสียงการจัดตั้งรัฐบาลอาจได้เกิน 260 เสียง

ยึด กษ.ไม่ได้ขับเคลื่อนหวั่นเรตติ้งดิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการจัดสรรโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีนอกจาก 4 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงกลาโหม มหาดไทย คลังและคมนาคมแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่พรรคพลังประชารัฐต้องการใช้ขับเคลื่อนนโยบาย จึงอาจไม่แบ่งให้พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ต่อรองขอเก้าอี้นี้ เพราะได้รับปากกับชาวบ้านไว้ตอนหาเสียงและผลักดันนโยบายไปแล้วในบางส่วนในช่วงรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะโครงการข้าว อย่าง การเพิ่มค่าเกี่ยวข้าวจาก 12 ไร่ เป็น 20 ไร่ เพิ่มเงินจากไร่ละ 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท ที่อาจขัดแย้งกับนโยบายประกันราคาของพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้นโยบายไร่ยาสูบ อ้อย ปาล์มน้ำมันรวมนโยบายที่ดิน ส.ป.ก. พรรคพลังประชารัฐมองว่าถ้าไม่ได้ขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ อาจกระทบกระแสความนิยมและความเชื่อมั่นจากเกษตรกร โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลางฐานคะแนนหลัก จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

นักการเมืองร่วม “วันปรีดี” คึกคัก

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ลานปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อม น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค เข้าร่วมงานวันปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2562 ปีนี้เป็นวาระครบรอบชาตกาล 119 ปี บรรยากาศภายในงานมีทายาทและครอบครัวของนายปรีดี พนมยงค์ พร้อมด้วยนักวิชาการและนักการเมืองเข้าร่วมงาน อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ลดาวัลลิ์ วงศ์-ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย โดยนายธนาธรได้ทักทายกับนายองอาจด้วยการสวมกอดและตบไหล่

“มาร์ค” พลิ้วขั้วที่ 3 ชิงตั้ง รบ.แค่ข่าว

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีแกนนำขั้วพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่มาจีบพรรคประชาธิปัตย์ให้ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า เป็นธรรมดาของการเมือง ขณะนี้มีกระแสข่าวออกมาหลายเรื่อง ทั้งการต่อรองเก้าอี้เพื่อแลกกับการเข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับภูมิใจไทยและฝั่งพรรคอนาคตใหม่ เพื่อไทยเป็นขั้วที่ 3 จัดตั้งรัฐบาลด้วย แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทำงานตามระบบโดยยึดตามมติพรรค เมื่อถามต่อว่าหากพรรคมีมติให้เข้าร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ จะร่วมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ทราบเพราะต้องรอฟังมติพรรควันนั้นก่อน ส่วนเวลานี้ใครจะคุยกับใคร และปล่อยข่าวออกมาอย่างไรมันก็เป็นแค่ข่าว เพราะที่สุดแล้วทุกคนต้องทำตามมติพรรค ขณะนี้พรรคมีการพูดคุยกันตลอดว่าหาก ส.ส.หรือสมาชิกพรรคใครมีความเห็นอย่างไร ส่งความเห็นให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ ทุกคนส่งความคิดเห็นมาถึงตนทุกวันว่าคิดอย่างไร

ยิ้มรับคุยไลน์ขำๆ “อนุทิน”

เมื่อถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ออกมาระบุว่าขณะนี้กำลังมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆและอาจมีการเกิดจับขั้วการเมืองขึ้นมาใหม่เรียกว่าขั้วที่ 3 โดยมีพรรคประชาธิปัตย์รวมอยู่ด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวพร้อมหัวเราะอารมณ์ดีว่า “ไม่ทราบ แต่เมื่อวาน (10 พ.ค.) ผมยังคุยผ่านไลน์กันแบบขำๆ กับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับกระแสข่าวที่ออกมาเลย” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แล้วจะมีความเป็นไปได้ที่จะไปร่วมกับพรรคอนาคตใหม่และเพื่อไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์รีบกล่าวปฏิเสธว่า “ผมก็ไม่ทราบเรื่อง แค่เห็นข่าวแล้วก็ขำๆกันเท่านั้น” นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า ส่วนแคนดิเดตหัวหน้าพรรค 4 คนแข่งขันกันตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค ล้วนแล้วแต่ต้องการนำพาพรรคให้เดินไปข้างหน้าต่อไปได้ การแข่งขันเป็นไปด้วยดี ยืนยันว่าไม่มีคนของใคร หรืออยู่ฝั่งไหน วันที่ 15 พ.ค. คาดว่าจะประชุมกันถึงช่วงเย็น ไม่ทราบว่าจะหารือและลงมติว่าพรรคจะร่วมหรือไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐต่อเลยหรือไม่

“อิสสระ” ไม่อยากพูดไม่เอา 2 ป.

นายอิสสระ สมชัย รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนาและชาติพัฒนา รวมตัวเป็นขั้วการเมืองที่ 3 ชิงธงตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชารัฐว่าขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อทาบทามเรื่องดังกล่าวมา ส่วนกระแสข่าวไม่เอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมรัฐบาล ไม่อยากตอบคำถามนี้ในนามพรรค

“ธนาธร” เคี่ยว ส.ส.คุณภาพเข้าสภาฯ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดอบรม ส.ส.ของพรรคว่า การอบรม ส.ส.ครั้งที่ 3 ของพรรคจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 พ.ค. เนื้อหาการอบรมจะติวเข้มเรื่องการพิจารณาตัวบทกฎหมาย ขอบเขต อำนาจหน้าที่ของ ส.ส.เป็นการอบรมที่เราได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเครื่องการันตีว่าเมื่อ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็น ส.ส.สมัยแรก ได้เข้าไปทำงานในสภาฯแล้วจะเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพ

อุบไต๋บิ๊กดีลเกรงไม่เคารพคู่เจรจา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวเปลี่ยนจับขั้วที่ 3 จัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ จะผลักดันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์และนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯพรรคภูมิใจไทยขึ้นเป็นนายกฯ นายธนาธรกล่าวว่า ถ้าพูดรายละเอียดตอนนี้ถือว่าเป็นการไม่เคารพอีกฝ่าย จึงยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียด แต่ในอนาคตถ้ามีความชัดเจน พรรคอนาคตใหม่พร้อมจะแถลงทันที

เสียงคนไม่เอา “บิ๊กตู่” มีพอปิดสวิตช์ ส.ว.

เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันจะจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.มีเสียงมากพอที่จะปิดสวิตช์ ส.ว.ได้ เสียงที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์มีมากกว่ากลุ่มพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และ ส.ว. 250 คน การปิดสวิตช์ ส.ว.อยู่ระหว่างเจรจาพูดคุย ไม่ทราบว่าจะทำได้หรือไม่แต่จะพยายามเต็มที่

“ปิยบุตร” ปลุกพันธุ์ใหม่เลิกไทยเฉย

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ มีการจัดสัมมนาอบรม ส.ส.ของพรรค เตรียมพร้อมก่อนเริ่มต้นงานในสภาฯ โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค กล่าวตอนหนึ่งว่าการทำหน้าที่ ส.ส.อยากให้ทุกคนดึงพลังศักยภาพออกมา สร้างความกระตือรือร้นในบทบาทสร้างสรรค์ เอาความไทยเฉยออกไป ให้ร่วมมือกันทำงาน ใครอภิปรายเก่งยกมืออภิปราย ใครไม่ถนัดให้ทำงานเบื้องหลัง หาข้อมูลตรวจสอบ ใครมีความรู้กฎหมายมาช่วยกัน ไม่ต้องกังวลใจไม่ต้องเกร็ง จะเอาความใหม่ไปเปลี่ยนการเมืองแบบเก่าๆ ถ้าท่านเกร็งว่าตนเองใหม่ จะไม่กล้าทำอะไรเลย การเมืองแบบเก่าๆ คนเก่าๆจะยึดและควบคุมทุกอย่างไว้หมด ฉะนั้นอย่าเกร็ง อยากให้ช่วยกันแสดงบทบาทการเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ให้เต็มที่

จี้ ปชป.-ภท. อย่าตระบัดสัตย์ ปชช.

น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่ากระแสข่าวว่าพรรคอนาคตใหม่พร้อมยกมือให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ เป็นการนำเสนอข่าวเกินเลยจากข้อเท็จจริง พรรคอนาคตใหม่เพียงต้องการชี้ให้สังคมเห็นว่าตอนนี้ภารกิจสำคัญที่สุดของพรรคการเมือง ไม่ใช่การเจรจาต่อรองตำแหน่งหรือเก้าอี้รัฐมนตรี แต่คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. เพราะฉะนั้นพรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคที่เคยแสดงจุดยืนไว้ในช่วงหาเสียงว่าจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. อย่าตระบัดสัตย์กับประชาชน

ต้านสืบอำนาจแล้วมาคุยร่วม รบ.

“โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย อย่าตระบัดสัตย์ เพราะชีวิตของนักการเมืองขึ้นอยู่กับการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เมื่อพรรคแต่ละพรรคแสดงจุดยืนตามที่สัญญาไว้กับประชาชน ร่วมกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. แล้ว จึงค่อยเจรจากันต่อเรื่องการร่วมรัฐบาล”

พรรคเล็กยึกยักคุย 3 ขั้วรุมตอม

ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการรวมกลุ่มพรรคเล็กเพื่อเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้พรรคเล็กรวมกลุ่มกันได้ 11 พรรค บวก 1 คือ พรรคประชาชนปฏิรูปของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด ต้องรอหารือในกลุ่มอีกครั้ง ยืนยันยังไม่มีการตัดสินใจว่าได้ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐแล้ว หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทย แต่ยอมรับว่าได้รับการทาบทามมาจาก 3 กลุ่มให้ไปร่วมงานด้วย ได้แก่ 1.กลุ่มพรรคเพื่อไทย 2.กลุ่มพรรคพลังประชารัฐ 3.กลุ่มพรรคภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ หากพรรคเล็กไม่ไปร่วมงานกับขั้วใดก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ขณะนี้ยังไม่ได้พูดถึงการต่อรองตำแหน่งใดๆ

นัดหารือจุดยืนไปไหนไปกัน

“ในสัปดาห์หน้ากลุ่มพรรคเล็กจะประชุมกันเพื่อกำหนดจุดยืน และร่างข้อบังคับการทำงานร่วมกัน ในสภาผู้แทนราษฎรให้ไปในทางเดียวกัน เช่น การเสนอกฎหมาย การแก้กฎหมาย การโหวตลงมติต่างๆ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ระบุถึงความไม่เป็นธรรมที่พรรคเล็กซึ่งได้คะแนนต่ำกว่า 71,000 คะแนน แต่ได้ ส.ส. ขณะนี้เลยขั้นตอนดังกล่าวไปแล้ว เลยโหมดการร้อง กกต.และศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว เข้าโหมดจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ร้องเรียนไปไม่มีอะไร ไม่พอใจก็ไปร้องศาลอะไรไม่ได้แล้ว ร้องได้แต่ศาลไคฟง ให้เปาบุ้นจิ้นมาตัดสิน” นายมงคลกิตติ์กล่าว

“ดำรงค์” ผวาตกสำรวจงดต่อรอง รมต.

นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครทาบทามพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยให้ไปร่วมรัฐบาล ไม่รู้ตกสำรวจไปแล้วหรือยัง แต่พร้อมร่วมทำงานร่วมรัฐบาลกับทุกฝ่าย เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี เป็นพรรคเล็กมีแค่ 2 เสียง แค่ขอให้ได้ทำงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามที่ถนัดเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่ให้ไปทำงานอื่นที่ไม่มีความรู้ ถ้าไม่ได้ตามนี้ขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะไม่ไปจับมือกับพรรคเล็กอื่นๆเพื่อต่อรองตำแหน่งโควตารัฐมนตรี เพราะทุกคนมีอิสระ ตนไม่ใช่ล็อบบี้ยิสต์ วันนี้ประเทศประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ทั้งฝุ่นละออง PM 2.5 ไฟป่า สารเคมี ต้องแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน

พท.ยังแอบหวังตั้งรัฐบาลสำเร็จ

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง เราจึงยืนยันมาโดยตลอดว่ามารยาททางการเมืองพรรคเพื่อไทยต้องมีสิทธิ 100 เปอร์เซ็นต์ ในการเป็นพรรคแรกที่จะรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ผู้บริหารของพรรคกำลังดำเนินการอยู่ และจากเสียง ส.ส.ของพรรคต่างๆที่มาร่วมลงสัตยาบันกับพรรคเพื่อไทย หวังว่าเราจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ เพราะเป็นการดำเนินการตามฉันทามติที่ประชาชนมอบให้

อัดคู่กัดผิดมารยาทแหกประเพณี

“แต่รู้สึกแปลกใจคือตอนนี้มีพรรคอันดับสองพยายามจะยืนขึ้นแท่นมารับเหรียญทอง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถือเป็นเรื่องผิดประเพณีทางการเมือง นักการเมืองที่มาจากประชาชนควรคำนึงว่าจะให้สภาเป็นสภาที่มาจากประชาชน หรือมาจากระบบอื่น แต่ที่สุดแล้วหากเขาทำสำเร็จเราต้องเดินตามกระบวนการประชาธิปไตยพร้อมทำงานในสภาเป็นฝ่ายค้าน แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มองไกลถึงขนาดนั้น เพราะยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมเสียงอยู่ และเชื่อมั่นว่านักการเมืองจะตัดสินใจ โดยเอาฉันทามติประชาชนเป็นที่ตั้ง” นายสมคิดกล่าว

“ยุทธพงศ์” ซัดดูด ส.ส.อีสานเจอด่าส่ง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวความพยายามดูด ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ในฐานะ ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย ประกาศจุดยืนว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง และไม่เอาการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ส่วนที่มีกระแสข่าวจะใช้เงินดูด ส.ส. ขอฝากไปยังพรรคพลังประชารัฐว่าไม่ต้องมาติดต่อตนหรือ ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย ทุกคนมีอุดมการณ์ ไม่ต้องการเงิน หากมีใครติดต่อมาจะด่าสาปแช่งกลับไปด้วย เมื่อถามว่าที่สุดแล้วหากพรรคพลังประชารัฐสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลในสภาไม่มี ปัญหาอะไร พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มี ส.ส.อันดับหนึ่งหากไม่ได้เป็นรัฐบาลก็จะเป็นพรรคฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง

“ชวลิต” แนะ ส.ว.ยึด ปชช.หรืองดยกมือ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีประเด็นน่าเป็นห่วงการทำหน้าที่ของ ส.ว.คือกระบวนการสรรหา ส.ว.ส่อว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาล มาตรา 269 (1) บัญญัติให้ คสช.แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ เป็นกลางทางการเมือง ข้อเท็จจริงสังคมรับรู้ทั่วไปว่า กระบวนการสรรหาเพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ว. มาจากพวกพ้องใน ครม.และ สนช. คสช.แต่งตั้งมาทั้งสิ้นและหัวหน้า คสช.เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ จึงนับว่ากระบวนการสรรหา ส.ว.น่าจะไม่เป็นกลางหรือไม่ และการทำหน้าที่ ส.ว.วาระเริ่มแรก คือการโหวตเลือกนายกฯร่วมกับ ส.ส.ส่อว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าเมื่อ คสช.เป็นผู้สรรหา ส.ว.ถือได้ว่า ส.ว.ทั้งหมดอยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆของ คสช. ทางออก ส.ว.ควรทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114 ที่บัญญัติให้ ส.ว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แล้วโหวตเลือกนายกฯตามเสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือก ส.ส.เข้ามาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ส.ว.งดออกเสียงให้เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ที่ถืออำนาจอธิปไตยจากประชาชนที่เลือกเป็นสมาชิกสภาฯ

4 ขุนพลโชว์วิชั่นชิง หน.ปชป.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง จัดให้ 4 แคนดิเดตชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คือนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อสมาชิกพรรคภาคกลาง เพื่อประกอบการตัดสินใจลงมติ โดยไม่เปิดให้สื่อมวลชนร่วมฟัง มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคร่วมรับฟัง รวมถึงอดีต ส.ส.กทม.บางส่วน ก่อนร่วมแสดงวิสัยทัศน์ นายจุรินทร์ได้เข้าหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคก่อน

“จุรินทร์” ชูทีมเวิร์กยึดอุดมการณ์

นายจุรินทร์ ในฐานะผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า หากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค จะบริหารจัดการพรรคเป็นระบบและทีมเวิร์ก เน้นจุดแข็งคืออุดมการณ์ความซื่อสัตย์สุจริต เพราะใช้ได้ตลอดและดีอยู่แล้ว แต่ต้องเปลี่ยนแปลงการบริหารบุคลากรเป็นทีม กระจายงานไม่ใช่โยนภาระให้เฉพาะผู้นำคือหัวหน้ากับเลขาธิการพรรคต้องรับผิดชอบ เพราะพรรคมีบุคลากรหลากหลายแต่ละสาขาวิชาชีพจะขอเชิญให้มาช่วยทำงาน เคยเป็นทีมเศรษฐกิจในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย 1 จะเน้นเชื่อมประสานศักยภาพคนทุกรุ่นให้มาร่วมฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง เพื่อการบริหารประเทศให้เป็นทีมที่มีคุณภาพ ไว้วางใจได้ ที่สำคัญคือช่วยประชาชนได้อย่างแท้จริง

“ชวน” ชี้คนเปลี่ยนสถานการณ์ป่วน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เท่าที่ฟังทั้ง 4 คนทุกคนมีศักยภาพเป็นหัวหน้าพรรคคนได้ เพราะมีความสามารถ ทุกคนมีเจตนาจะเข้ามาฟื้นฟู อาจมีแนวทางแตกต่างกันบ้างแต่ล้วนมีเจตนารมณ์จะฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งให้พรรคหลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งที่ผ่านมาค่อนข้างมาก และมีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออย่าให้เกิดความแตกแยกขึ้น ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาความขัดแย้ง เพิ่งจะมีช่วงหลังอาจเป็นเพราะโลกเปลี่ยนหรือคนที่เข้ามาใหม่ๆ อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเลือกหัวหน้าพรรคจบทุกอย่างจะจบ แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงปัจจัยภายนอกพรรคเข้ามาครอบงำและชี้นำ

รับห่วงปัจจัยภายนอกครอบงำ

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามีปัจจัยภายนอกหรือกลุ่มทุนภายนอกเข้ามาแทรกแซง และครอบงำพรรค ผ่านการเลือกหัวหน้าพรรค นายชวนกล่าวว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายคนเป็นห่วงกันในเรื่องนี้ และตนพยายามบอกกันว่าการแข่งขันให้พยายามคำนึงว่าเป็นเรื่องภายในของพรรค เมื่อถามย้ำว่าหลังวันที่ 15 พ.ค.จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น อยากให้เมื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคจบทุกอย่างจบ และเราหันมาร่วมมือทำงานเพื่อพรรคต่อไป

ซัดอย่ามาชี้นำร่วม–ไม่ร่วมรัฐบาล

เมื่อถามอีกว่าสถานการณ์การตัดสินใจที่จะร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาล จะเป็นปัจจัยทำให้พรรคมีความไขว้เขวหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ได้พูดกันเรื่องนี้ เช่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ให้เห็นว่าพรรคอย่าเพิ่งไปแสดงความเห็นอะไรรอให้ชัดเจนและการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปก่อนดีกว่า การจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลขึ้นอยู่กับมติคณะผู้บริหารพรรค ส่วนการแสดงความคิดเห็นถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่วันนี้ไม่ควรจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ควรจะให้ความไว้วางใจกับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

“อภิรักษ์” ช้าแต่ชัวร์ชูคนรุ่นใหม่

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้เปิดรายชื่อทีมงานที่จะมาร่วมในการทำงานให้พรรค หากตนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้ทาบทามคนที่มีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และคนรุ่นใหม่มืออาชีพมาร่วมทำงานรับรองว่าแรงขับเคลื่อนจากภายในพรรคและเครือข่าย จะช่วยให้ดำเนินงานได้รวดเร็วตามความเห็นเรื่องเร่งด่วนในการบริหารพรรคที่สมาชิกได้ส่งจดหมายกลับมาให้ตนปฏิบัติได้ทันที สำหรับรายชื่อทีมที่ปรึกษาในแต่ละสาขา เพื่อผลักดันการทำงานเกี่ยวกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมกับกลุ่มยุวประชาธิปัตย์ กลุ่มนิวเด็มและเครือข่ายนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศด้วย รวมถึงการทำงานเรื่องนโยบายสาธารณะกับสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย

เปิดตัวทีมงานตอบโจทย์สังคม

นายอภิรักษ์กล่าวอีกว่า ทีมงานของตนรายชื่อประกอบด้วยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ด้านเศรษฐกิจ นายเสนีย์ สุวรรณดี ด้านการบริหาร นายสุทธิกร กิ่งแก้ว ด้านวิชาการ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก และนางฮูวัยดียะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง ด้านพัฒนาสตรี นายวิทเยนทร์ มุตตามระ ด้านอาสาคนไทย นางลักขณา คุณาวิชยานนท์ ด้านศิลปวัฒนธรรม นางการดี เลียวไพโรจน์ ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ด้านภาคประชาสังคม นายอุกฤษ อุณหเลขกะ ด้านสตาร์ตอัพเพื่อเกษตรกร และนายภาณุมาศ สุขอัมพร ด้านเครือข่ายผู้พิการสื่อสารสังคม ทั้งนี้ โหวตเตอร์ทั้ง 307 คนมีความสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนประเด็นการร่วมและไม่ร่วมรัฐบาลนั้นจุดยืนของการตัดสินใจของพรรคจะเกิดขึ้น จากมติของที่ประชุมร่วมของกรรมการบริหารชุดใหม่และ ส.ส.พรรค หลังการเลือกหัวหน้าพรรควันที่ 15 พ.ค.

“เทพไท” ฉะ กกต.ก่อตราบาปยิ่งใหญ่

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ กกต.รับรองผล ส.ส.แบบปล่อยผี ไม่ได้พิจารณาข้อร้องเรียนทุจริตการเลือกตั้ง แสดงว่า 1 เดือนกว่าหลังเลือกตั้ง กกต.ไม่ได้สนใจการสืบสวนสอบสวนข้อร้องเรียนการทุจริตเลย เว้นแต่เขต 8 เชียงใหม่ ที่ให้ใบส้มนายสุรพล เกียรติไชยากร ถือว่าสูญเปล่าเอาผิดคนโกงการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าใช้มาตรฐานแบบนี้ ต่อไปจะมีคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมากขึ้น ไม่สนใจใบแดง ใบเหลือง หรือใบส้ม เพราะเชื่อว่าถ้าชนะมาแล้ว กกต.ต้องรับรองไปก่อน อย่างน้อยได้เป็น ส.ส. 1 ปีค่อยมาวัดดวงกัน ส่วนการรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ให้พรรคที่มีคะแนนต่ำกว่า 71,000 คะแนน ได้ที่นั่ง ส.ส.พรรคละ 1 คน จะทำให้เป็นบรรทัดฐานการคิดสัดส่วนระบบบัญชีรายชื่อครั้งต่อไปด้วย จะมีพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งมากกว่าครั้งนี้แน่นอน จะมีพรรคเล็กๆคาดหวังว่ามีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์เฉลี่ยคะแนนต่อ ส.ส.1 คน การทำหน้าที่ของ กกต.ชุดนี้จะถือเป็นบรรทัดฐานทางการเมือง และเป็นตราบาปทางการเมืองต่อไปหลีกเลี่ยงไม่ได้ กกต.ต้องรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบผลการกระทำของ กกต.ได้เลย

5 วัน ส.ส.รับใบรับรองแล้ว 468 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการเข้ารับหนังสือรับรองความเป็น ส.ส.ที่สำนักงาน กกต.เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ค่อนข้างเงียบเหงามี ส.ส.ทยอยเข้ารับหนังสือสำคัญบางตา อาทิ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น มี ส.ส.รับใบรับรอง 30 คน เป็น ส.ส.เขต 14 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16 คน จึงเหลือ ส.ส.ที่ยังไม่มารับหนังสือรับรอง 30 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 22 คน จากพรรคภูมิใจไทย 11 คน พรรคเสรีรวมไทย 10 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และ ส.ส.เขตอีก 8 คน เมื่อรวม 5 วันมี ส.ส.ทั้งสองระบบมารับใบรับรองแล้ว 468 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 127 คน ส.ส.แบ่งเขต 341 คน มีรายงานว่าวันที่ 13 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อม ส.ส.จำนวนหนึ่งจะมารับหนังสือรับรอง เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าเสรีรวมไทย จะนำ ส.ส.ของพรรคมารับใบรับรองช่วงเช้า

“คารม” ยุฟ้อง ม.157 เล่นงาน กกต.

นายคารมให้สัมภาษณ์ถึงสูตรการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของ กกต.ว่า สูตรของ กกต.มีปัญหาและเป็นสิทธิที่ผู้สมัคร ส.ส.และพรรคการเมืองที่ได้รับความเสียหายจะฟ้องร้องเอาผิดตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ไม่เห็นด้วยกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ จะร้องศาลปกครองให้มีคำสั่งให้การรับรอง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ทั้งหมดเป็นโมฆะแล้วให้คำนวณใหม่โดยไม่มี 11 พรรคเล็กเข้าร่วม เพราะเห็นว่าประเทศต้องเดินไปข้างหน้า ควรจะไปตรวจสอบความเป็น ส.ว.ของนายตวง อัณทะไชย นายสมชาย แสวงการและนายคำนูณ สิทธิสมาน ที่ผูกขาดตำแหน่งโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง

ยอดรายงานตัว 4 วัน 333 ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ถึงบรรยากาศการรายงานตัวเป็น ส.ส.เป็นวันที่ 4 ค่อนข้างเงียบเหงา มี ส.ส.มารายงานค่อนข้างบางตาเนื่องจากเป็นวันหยุด ทำให้มี ส.ส. มารายงานตัวตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. เพียง 13 คน ประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ 3 คน ได้แก่ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ 4 คน ได้แก่ นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย 1 คน ได้แก่ นายนพคุณ รัฐไผท ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ 1 คน ได้แก่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคภูมิใจไทย 1 คน ได้แก่ นายไตรเทพ งามกมล ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคไทยศรีวิไลย์ 1 คน ได้แก่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย 1 คน ได้แก่ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 1 คน ได้แก่ นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวม 4 วันมี ส.ส.มารายงานตัวไปแล้ว 333 คน

“บิ๊กตู่” สะสางงานก่อนมี รบ.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในช่วงเวลาที่เหลือก่อนมีรัฐบาลชุดใหม่ พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เวลาเร่งสะสางงานที่คั่งค้าง และยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ในวันที่ 15 พ.ค. นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการตามปกติที่เขตพื้นที่คลองเตย โดยจะมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย พร้อมถือโอกาสขอบคุณข้าราชการที่ได้ร่วมกันทำงานมาตลอดระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้วันที่ 17 พ.ค.นายกฯจะเชิญสื่อมวลชนร่วมรับประทานอาหาร พร้อมเปิดใจ

แจงข่าวเท็จ “วิลาศ” ไขก๊อก

วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ระบุว่า พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ให้มีผลหลังมีรัฐบาลใหม่ และถูกมองว่าจะไปเป็น ส.ว.ด้วยว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ ไม่มีการลาออกแต่อย่างใด พล.อ.วิลาศยังปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขาธิการนายกฯที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ

“กฤษฎา-ชุติมา” ขอยุติไม่ไปต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐมนตรีใน ครม.ชุดปัจจุบันส่วนที่เหลือไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเป็น ส.ว. ยังทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ปรากฏว่ามีบางส่วนได้แจ้งความประสงค์กับนายกฯแล้วว่าไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งใดในรัฐบาลหน้า เนื่องจากต้องการพัก อาทิ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ น.ส.ชุติมาบุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ รักษาการ รมว.พาณิชย์ โดย น.ส.ชุติมาได้เก็บของที่ห้องทำงานกลับไปบางส่วนแล้ว