"ภูมิธรรม" ยัน 7 พรรคเคยลงสัตยาบัน ยังจับมือกันแน่น เย้ยพลังประชารัฐ จับนั่งแถลงข่าวไม่ได้ แค่ความอยากฝ่ายเดียว เพราะกลุ่มที่ 3 พรรคขนาดกลางสงวนท่าที ฟุ้งคุยกับทุกกลุ่มทุกระดับ เชื่อเพื่อไทย ไร้งูเห่า...
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันขณะนี้ 7 พรรคการเมืองที่เคยลงสัตยาบันไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจยังเหนียวแน่นอยู่ ซึ่งไม่มีเจตนารมณ์มารวมกันเพื่อตั้งรัฐบาลแล้วมานั่งแบ่งเค้กเก้าอี้รัฐมนตรีกัน แต่เรามารวมกัน เพราะก่อนเลือกตั้งได้ประกาศชัดว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกรอบ เราไม่เห็นด้วยที่จะมีการสืบทอดอำนาจ และหลังการเลือกตั้งยังยึดเจตนารมณ์ดังกล่าว โดยประเด็นสำคัญขณะนี้การเมืองมีปัญหา เพราะเลือกตั้งมาแล้วเกือบ 2 เดือน ยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เพราะความไม่ปกติของกฎกติกาที่ออกแบบมา เพื่อการเลือกตั้งครั้งนี้โดยเฉพาะ
"ดังนั้นเมื่อเราร่วมมือกันแม้จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม หากเราเป็นเสียงข้างมากในสภา และเป็นเสียงที่จัดตั้งรัฐบาลได้เราก็จะดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหา 1.ไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจเลือกนายกฯ เพราะการเลือกนายกฯ จะต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกตั้ง 2.การออกแบบกฎหมายเลือกตั้ง หรือการดำเนินการเลือกตั้ง นอกจากจะสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรที่จัดการเลือกตั้งแล้ว ยังสะท้อนความไม่สมบูรณ์ขององค์กรและกติกาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ดังนั้นเราจะแก้ไขให้กฎหมายเลือกตั้งไปสู่สภาวะปกติ เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมอย่างแท้จริง"
พร้อมระบุสถานการณ์การเมืองขณะนี้กำลังเปลี่ยนแปลง แต่ยืนยันว่าเสียงที่จะสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนมี 1.กลุ่ม 7 พรรคที่ผลักดันประชาธิปไตย 2.กลุ่มพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งยังไม่เคยเห็นจับมือกับพรรคต่างๆ แล้วแถลงว่ามีเสียงสนับสนุนเท่าไหร่ และเท่าที่เห็นพรรคที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มี 3 พรรคการเมือง รวมกันได้ 137 เสียง ขณะที่กลุ่มที่ 3 คือพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนา ยังไม่แสดงท่าทีทางการเมือง ดังนั้นเป็นเพียงความเชื่อและความอยากของพรรคพลังประชารัฐ ตราบใดที่ยังไม่สามารถมานั่งรวมกันและแถลงประกาศจับมือและมีเสียงเกิน 255 ได้ ยังคงเป็นเพียงแค่ความอยากเฉพาะตนไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นฉันทานุมัติได้
ส่วนจะสามารถรวมเสียงได้มากกว่า 7 พรรคหรือไม่นั้น เวลาเปลี่ยนแปลงตลอดและเรายังไม่หยุดคุย สิ่งที่เรานำเสนอคืออุดมการณ์ที่ต้องการให้สังคมไทยหลุดพ้นจากปัญหา ใครที่เห็นตรงกับเราสามารถร่วมกันได้ ส่วนโอกาสจับมือกับกลุ่มที่ 3 คิดว่า สิ่งสำคัญของการเป็นนักการเมืองและพรรคการเมือง คือต้องรับผิดชอบสิ่งที่พูดไว้กับประชาชน การเมืองต้องอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับความเป็นจริง ตนคิดว่าวันนี้เราเห็นกันอยู่แล้วว่าการเมืองมี 3 กลุ่มใหญ่ คือ ซีกประชาธิปไตยมี 245 เสียง ซีกพลังประชารัฐมี 137 เสียง และกลุ่มที่ 3 คือพรรคขนาดกลางมี 121 เสียง สิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องมาดูอุดมการณ์ของกลุ่มที่ 3 ตรงกับกลุ่มใด สามารถไปร่วมมือกันได้ แต่อย่าใช้เวลาตัดสินใจนานมากเกินไป เพราะปัญหาของประชาชนมีมากไม่สามารถรอได้
ขณะที่การต่อสายคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเมืองเป็นเพื่อนกันหมด เราเคารพทุกความคิดให้แต่ละฝ่ายได้คิดว่าจะหาทางออกให้ประเทศอย่างไร ถือเป็นการพูดคุยหลายกลุ่มในหลายระดับ คงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้
นอกจากนี้ยอมรับงูเห่าเกิดขึ้นได้ เนื่องจากกติกาที่ถูกออกแบบมาอย่างพิกลพิการ เมื่อไม่มีวินัยของพรรคไปควบคุมแล้วให้อิสระ ส.ส. คิดและตัดสินใจได้เอง เมื่อกติกาบิดเบี้ยวอย่างนี้ ทำให้งูเห่าเกิดขึ้นได้ทุกพรรค กับพรรคเพื่อไทยก็เกิดได้ มันเกิดขึ้นแน่นอน อย่างไรก็ตามยังเชื่อมั่นในคนของพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าส่วนใหญ่จะยึดมั่นสิ่งที่เราทำและพูดมาตลอด ถ้าใครคิดเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้าที่มากหรือน้อยก็ตาม อาจจะเห็นการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสุดท้ายของชีวิตทางการเมืองของเขา.