king10
Thairath Logo
กีฬา

เราจะชนะในเกมที่คสช. คุมกฎ "พรรณิการ์ วานิช" ดีกรี ป.โท สถาบัน Top5 โลก

Share :
line-share-logo

อย่าเพิ่งคิดไปเองว่าเธอ "เป็นแค่อดีตผู้ประกาศข่าวนั่งจ้อหน้าจอทีวี" แล้วจับพลัดจับผลูมาเป็นโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เพียงเพราะหน้าตาที่สะสวย ทว่าความจริงแล้ว "พรรณิการ์ วานิช หรือ "น้องช่อ" หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม คำพูดคำจามีหลักการฉะฉานและติดสอยห้อยตามหัวหน้าพรรคอย่าง "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ไปด้วยทุกแห่งหน ซ้ำยังต้องเป็นด่านแรกคอยตอบคำถามป้อนข้อมูลให้สื่อมวลชนเกี่ยวกับข่าวคราวมรสุมทุกระลอกของพรรค  

เพราะเธอมีดีกรีการศึกษาที่น่าสนใจ เรียนจบระดับปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) จากนั้นไปคว้าดีกรีระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษ London School of Economics and Political Science (LSE) สถาบันด้านสังคมศาสตร์ที่ติดอันดับ TOP 5 ของโลก เป็นมหา'ลัยที่มีชื่อเสียงเก่าแก่มานาน และเปิดเข้ารับนักเรียนยากมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

อดีตบรรณาธิการฝ่ายต่างประเทศ

"พรรณิการ์ วานิช" หรือน้องช่อ เกิดวันที่ 28 มกราคม 2531 ชาวกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันเริ่มต้นชีวิตบนเส้นทางสายการเมืองขณะอายุเพียง 30 ปี แต่ก่อนหน้านี้ได้สั่งสมความรู้จากสายงานสื่อมวลชนมาไม่น้อยเลย เพราะภายหลังเรียนจบระดับปริญญาโท เธอเลือกที่จะทำอาชีพสื่อมวลชน ด้วยความมุ่งหวังที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เริ่มต้นจาก

เป็นพิธีกรรายการสารคดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทยและประเทศอาเซียน iASEAN, พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ Tonight Thailand, พิธีกรรายการวาไรตี้ ที่มีทั้งเรื่องการเมือง สิทธิมนุษยชน แฟชั่น วัฒนธรรม ท่องเที่ยว จากมุมมองของผู้หญิง Divas Café, พิธีกรรายการข่าวต่างประเทศ Voice World Wide, เคยฝึกงานที่กรมเอเชียใต้, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา สังกัดกระทรวงต่างประเทศ จวบจนตำแหน่งล่าสุดก่อนจะโบกมือลาวงการสื่อ เธอเป็น บรรณาธิการฝ่ายต่างประเทศ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี (2554 – 2560) 

แฟนพันธุ์แท้มติชนสุดสัปดาห์ ดูรายการทีวีสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นประจำ  

เธอเป็นนักเรียนที่สนใจด้านเหตุบ้านการเมืองมาตลอด และชอบอ่านมติชนสุดสัปดาห์ รวมไปถึงพ็อกเกตบุ๊กต่วยตูนพิเศษ นอกจากนี้ยังติดหนึบหน้าจอทีวี ดูคุณสนธิ ลิ้มทองกุล จัดรายการตั้งแต่ช่วง ม.ต้น-ม.ปลาย เธอบอกกับเราว่า เธอเติบโตพร้อมกับรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ และนิตยสาร มติชนสุดสัปดาห์

"คุณสนธิ พูดถึงข่าวต่างประเทศได้เข้มข้น วิเคราะห์ดีมาก ติดตามมาตลอด กระทั่งคุณสนธิ เริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิดแล้ว ตอนช่อเรียนปี 1 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ก็เริ่มมีการรัฐประหาร 49 พอเรียนจบตอนปี 4 ก็มาเจอ ช่วง เมษาฯ-พฤษภาฯ 53 ตอนเรียนรัฐศาสตร์ เป็นช่วงเวลาที่เริ่มปีหนึ่งด้วยรัฐประหาร พอช่อจบปี 4 ก็มีเหตุการณ์สังหารหมู่ในกรุงเทพมหานคร จากนั้นช่อก็ตัดสินใจไปเรียนต่อ นี่ยังคิดอยู่เลยว่าที่ LSE รับเพราะช่อเป็นคนไทย เขาอยากได้คนไทยไปสะท้อนเรื่องพวกนี้ในคลาสรึเปล่า เพราะช่วงไปเรียนใหม่ๆ โดนถามเยอะมาก และประเทศไทยได้รับความสนใจหลังมีคนตายนับ 100 ศพ กลางเมืองหลวง"  (เรียนปี 1 มีรัฐประหาร-จบปี 4 เจอสังหารหมู่)

ทุกคนในประเทศรู้ดี "พรรคอนาคตใหม่" กำลังถูกบีบทุกทาง

"ขณะนี้ช่อคิดว่า ไม่ใช่แค่คนในพรรคอนาคตใหม่เท่านั้น ที่รู้ถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เพราะประชาชนทั่วไปก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า "เราถูกสกัดดาวรุ่ง" ซึ่งถ้าถามว่าพรรคแปลกใจไหม บอกได้ว่าไม่แปลกใจ เพราะช่อและทุกคนเตรียมใจไว้แล้วตั้งแต่ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง  ช่อและทุกคนรู้ว่าการมีจุดยืนต่อต้าน คสช. ยุติรัฐประหาร ทลายทุนผูกขาด เป็นจุดยืนที่ชนกับผู้มีอำนาจ เพราะฉะนั้นงานย่อมไม่ง่าย เสี่ยงอันตราย เหนื่อยหนัก"

แต่เพื่อเป้าหมายของเราในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม เราก็พร้อมจะเสี่ยง และช่อเชื่อเสมอว่าประชาชนจะยืนเคียงข้างเรา

มีอำนาจอื่นๆ อยู่เหนือเราก็ไม่เป็นไร จะแพ้สักกี่ครั้งก็ได้  "ขอชนะแค่ครั้งเดียว"

"ก่อนอื่นต้องบอกว่า เราไม่มีมาตรา 44 เราไม่มีศาล ไม่มีองค์กรอิสระ ไม่มีปืน ไม่มีรถถัง แต่เรามีประชาชนที่สนับสนุนเรา ไม่ใช่แค่คะแนน 6 ล้าน 3 แสน จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ยังมีคนอีกมากที่อาจไม่ได้เลือกเรา แต่เขามีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ที่เราถูกกระทำอย่างอยุติธรรม เห็นด้วยกับเป้าหมายในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม เป็นธรรม และไม่มีรัฐประหารอีกต่อไป"

เราเชื่อว่าการต่อสู้ทางการเมืองบนแนวทางสันติวิธีผ่านสภา โดยมีประชาชนนอกสภาคอยสนับสนุน เป็นหนทางที่ถูกต้องในการเปลี่ยนประเทศ แม้จะเจออุปสรรคยากที่จะชนะ ใช้เวลานาน ใช้ความอดทนสูง แต่จะประสบความสำเร็จในบั้นปลาย ไม่มีทางลัดสำหรับประชาธิปไตย เราประชาชนแพ้กี่ครั้งก็ได้ แต่ขอชนะแค่ครั้งเดียว แล้วเราจะหยั่งรากปักธงประชาธิปไตยได้สำเร็จ

ครอบครัวคุยการเมืองด้วยเหตุผล และดีใจที่เราต่อสู้เผด็จการ

"โชคดีที่ญาติพี่น้องไม่มีใครมีแนวคิดทางการเมืองแตกต่างกันขนาดจะคุยกันไม่ได้ ทุกคนคุยกันด้วยเหตุผล เราโตมาในครอบครัวแบบนี้ และทั้งครอบครัวก็มีแนวคิดฝั่งประชาธิปไตย คุณพ่อเคยไปยืนแถวหน้าขวางรถถังยุค 14 ตุลาฯ มาแล้ว เลยดีใจมากที่เราเลือกทำงานกับพรรคที่ต่อต้านเผด็จการ อาจมีพี่น้องทางฝั่งพ่อบางคนที่เป็นข้าราชการ เป็นสายประชาธิปัตย์"

แต่พอเรามาอยู่พรรคนี้ เขาก็เริ่มเอนเอียงมาอนาคตใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะตัวเรามาอยู่ แต่พอเรามาอยู่ เขาเลยติดตาม ฟังคลิป ฟังนโยบาย แล้วเลยชอบ

เรายินดีเล่นเกมที่ คสช.กำหนด ร่างกติกา และเราจะชนะในเกมนี้ 

"เมื่อเราตัดสินใจลงเลือกตั้งในครั้งนี้ เราก็ประกาศแต่แรกแล้วว่าเรายอมเล่นเกมของคสช. ที่คสช.เป็นทั้งผู้ร่างกติกา ผู้คุมกฎ และผู้เล่น และเราจะชนะในเกมที่คสช.กำหนดเอง หากเราไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็ต้องยอมรับว่าเรายังทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ ยังรณรงค์ไม่เข้มแข็งหนักแน่นพอ แต่พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานการเมืองระยะยาว ไม่ใช่เพื่อเลือกตั้งครั้งเดียว"

เราจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง อภิปรายอย่างมีคุณภาพ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเดินหน้าทำงานความคิด รณรงค์เรื่องแก้รัฐธรรมนูญต่อไป เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เราไม่ใช่พรรคสุดโต่ง ซ้ายจัด แต่กระทบทหารและผู้กุมอำนาจในบ้านเมือง

"พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่ทำงานการเมืองบนพื้นฐานอุดมการณ์ เราต้องการปักธงประชาธิปไตยลงในสังคมไทย ยุติรัฐประหารซ้ำซาก สร้างสังคมที่คนไทยเท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำ และนำประเทศไทยไปเท่าทันโลก ปลดปล่อยศักยภาพของประเทศที่ถูกล่ามไว้โดยวงจรอุบาทว์ของการรัฐประหารและการชุมนุมประท้วงนองเลือด นี่คือเป้าหมายที่เรียบง่ายตรงไปตรงมา ไม่ได้มีอะไรรุนแรง สุดโต่ง ซ้ายจัด แต่แน่นอนว่ากระทบกับทหารและผู้กุมอำนาจในบ้านเมือง"

การใส่ร้ายป้ายสีนักการเมืองหรือศัตรูทางการเมืองว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์ ซ้ายจัด เป็นมุกเก่าที่ฝ่ายเผด็จการใช้มาตั้งแต่ยุค 6 ตุลาฯ เราไม่สบายใจกับการกระทำแบบนี้ เพราะมีแต่จะสร้างความเกลียดชังแตกแยกในหมู่ประชาชนโดยใช่เหตุ หวังว่าคนไทยจะรู้เท่าทันเกมการเมืองเก่าๆ อย่าตกอยู่ในวังวนเดิมๆ ของการหลอกให้ประชาชนเกลียดชังกันเอง.

**นอกจากนี้ "น้องช่อ" เธอยังได้ทิ้งท้ายไว้กับทีมข่าวเจาะประเด็น ฝากไปถึงสื่อมวลชนทุกสำนักว่า "คงไม่มีอะไรอยากบอกเพิ่ม เติม นอกจาก ในฐานะที่ช่อเคยทำงานสายสื่อมวลชนมา  ช่อคิดว่างานสื่อกับนักการเมือง มีจุดร่วมกันที่สำคัญ นั้นคือการทำงานเพื่อ “มวลชน” รับใช้ประชาชน ประชาธิปไตยไทยจะเข้มแข็งได้ อาศัยทั้งพลังของสื่อมวลชนและนักการเมืองนะค่ะ

อ่านเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่ 

อ่านเพิ่มเติม...
พรรณิการ์ วานิชช่อโฆษกพรรคอนาคตใหม่อนาคตใหม่ข่าวร้อนช่อ อนาคตใหม่เลือกตั้ง