ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ประชาธิปัตย์ ต้องแก้ให้ตรงจุด

    สายล่อฟ้า3 พ.ค. 2562 05:01 น.
    SHARE

    ต้องใช้ยาแรง...

    คงต้องกันยังงั้นมั่ง สำหรับทิศทางการเปลี่ยนแปลงความเป็นไปของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองระดับสถาบันของ ประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียวที่เก่าแก่ที่สุด

    พรรคการเมืองอย่างนี้ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกรูปแบบทั้งรุ่งเรืองและตกตํ่า ถือว่าเป็นพรรคที่มีหลักการมีระเบียบวินัยอันเป็นจุดแข็งที่สุด

    บุคลากรของพรรคนี้แต่ละยุคสมัยถือว่ามี “นํ้าดี” เป็นส่วนใหญ่ จะมี “นํ้าเน่า” เข้ามาสิงสู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องแยกจากไป

    คืออยู่ด้วยกันไม่ได้ต้องไปเอาดีที่อื่นสไตล์อื่น

    การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปรากฏว่าประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ศึกย่อยยับ มีตัวเลข ส.ส.คร่าวๆน่าจะอยู่ที่ 52 เสียง

    ที่สำคัญก็คือ ฐานเสียงสำคัญทั้ง กทม.และภาคใต้แตกกระเจิง

    เหตุผลส่วนหนึ่งถูกมองไปว่าเป็นเพราะการประกาศท่าทีทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค

    ที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

    แต่ผมว่าเอาเข้าจริงแล้วการประกาศไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์น่าจะเป็นเพียงผลส่วนหนึ่งคือสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไป

    เหตุผลที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่เนื้อในของพรรคเองมากกว่า

    คือความเป็นพรรคอนุรักษนิยมที่ไม่ปรับเปลี่ยนให้ทันโลกทันการเปลี่ยนแปลงจนทำให้พรรคยํ่าเท้าอยู่กับที่ อาศัยผู้สนับสนุนเก่าแก่เดิมๆ ที่ยังเชื่อว่าพรรคนี้เท่านั้น

    แม้จะมีคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นและศรัทธาเข้ามาร่วมงานได้

    ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อโครงสร้างพรรคยังอยู่ในรูปแบบเดิมจึงไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

    อำนาจการตัดสินใจอยู่กับกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

    เมื่อเปรียบกับพรรคอนาคตใหม่จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นพรรคที่มีแนวทางชัดเจน มีความเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยทันโลก

    แม้พรรคนี้จะมีแนวทางที่ขัดใจสังคมอยู่หลายประเด็นก็ตาม แต่ในความเป็นพรรคได้สร้างรูปแบบการเมืองที่น่าสนใจยิ่ง อยู่ที่ว่าจะยืนยาวเป็นอนาคตของประเทศได้หรือไม่

    นั่นอยู่ที่ว่าจะพิสูจน์ให้ประชาชนยอมรับได้หรือไม่ในทางยาว

    หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค จึงต้องมีการเลือกหัวหน้ากันใหม่ พร้อมกับกรรมการบริหารชุดใหม่

    ล่าสุดมีการเสนอตัวที่จะเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ 4 คน

    1.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค รักษาการหัวหน้าพรรค

    2.นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค

    3.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค อดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

    4.นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รองหัวหน้าพรรค ซึ่งคนนี้ยังไม่รู้ว่าจะสู้จริงหรือไม่

    สำหรับนายจุรินทร์นั้นคงสู้เต็มที่ เพราะมีความอาวุโสและคงคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุด

    หรือนายกรณ์ก็คงคิดเช่นกันว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว

    นายอภิรักษ์ยังไม่เดินเครื่องให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าแนวคิดและทิศทางจะไปทางไหน อย่างไร มีเสียงสนับสนุนในพรรคมากน้อยแค่ไหน

    การเลือกหัวหน้าพรรคของประชาธิปัตย์ครั้งนี้คงเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านเท่านั้น เพราะถึงที่สุดแล้วต้องว่ากันถึงการปฏิรูป พรรคอย่างเป็นรูปธรรม และจัดการปัญหาภายในอย่างเด็ดขาด

    นั่นคือการวางบทบาทผู้อาวุโสเพื่อไม่ให้ “ชี้นำ” พรรคอย่างที่ผ่านมา.

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พรรคประชาธิปัตย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะส.ส.หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าเลือกตั้ง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้