king10
Thairath Logo
กีฬา

ถือหุ้นสื่ออาจโดนอีกระนาว

Share :
line-share-logo

ช่วงนี้คงต้องลุ้นกันว่า คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาของ กกต.กรณีถือหุ้นสื่อใน บริษัท วี-ลัค มีเดีย ได้หรือไม่ หากไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ ก็อาจหมดสิทธิเข้าสภา เพราะ กกต.มีอำนาจแจก “ใบส้ม” สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี ก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่ กกต.กำหนดไว้ในวันที่ 9 พฤษภาคม

ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กกต. ได้แจกเอกสารระบุว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว มีหลักฐานเบื้องต้นฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด

ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

เรื่องนักการเมืองถือหุ้นสื่อหรือเป็นเจ้าของสื่อ วันนี้กำลังเป็นไฟลามทุ่ม อาจจะโดนกันหลายพรรคการเมือง เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำพิพากษาออกมาแล้วว่า นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เขต 2 สกลนคร เป็นผู้ขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เพราะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้น ส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์และออกหนังสือพิมพ์ จึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

ไปอ่านคำพิพากษาของ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ดูนะครับ

ศาลฎีกาเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ...โดย (3) บัญญัติว่า เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ...” พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 42 บัญญัติไว้เช่นเดียวกันว่า บุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ เป็น “บุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ...โดย (3) บัญญัติว่า เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ”

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้คัดค้านเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้น ส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์และออกหนังสือพิมพ์ ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 42 (3) ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส มีวัตถุประสงค์ดังกล่าว แต่ไม่ได้ประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์และออกหนังสือพิมพ์ จึงฟังไม่ขึ้น

เมื่อ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาออกมาแล้ว ก็ต้องถือเป็น “บรรทัดฐาน” ผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ด้านสื่อ มีสิทธิถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกันอีกมากทีเดียว เพราะบริษัทที่จดทะเบียนส่วนใหญ่จะจดวัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัทแบบครอบจักรวาล ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ยกเว้น ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจประกันภัย ที่ต้องใช้กฎหมายเฉพาะ

ผมเปิดดูวัตถุประสงค์การจดทะเบียนบริษัททั่วไป มีวัตถุประสงค์ทั้งหมด 46 ข้อ ข้อที่มีปัญหาก็คือ ข้อที่ 19 ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ กับ ข้อ 41 ประกอบกิจการโฆษณา โรงพิมพ์ ออกแบบ จัดให้เผยแพร่ จำหน่าย แจกจ่าย จัดการ หรือดำเนินการโดยประการอื่น ซึ่งหนังสือพิมพ์ วารสาร หนังสือ สิ่งพิมพ์โฆษณา และสิ่งพิมพ์ทุกชนิดทุกภาษา ฯลฯ และ ข้อ 46 การผลิตรายการผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อประเภทอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

นอกจาก คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังมีผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่อีก 11 คน ถูกยื่นสอบในเรื่องนี้ และ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐอีก 1 คน ก็ต้องดูกันต่อไป กกต. จะมีการแจก “ใบส้ม” กี่ใบ ต้องเลือกตั้งใหม่อีกกี่เขต และประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม ได้หรือไม่?

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...
ถือหุ้นสื่อธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจนักการเมืองขาดคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้งลม เปลี่ยนทิศหมายเหตุประเทศไทย