king10
Thairath Logo
กีฬา

กังขาเหตุจูงใจทางการเมือง ธนาธร ฉะ กกต.เร่งคดีหุ้นสื่อ

Share :
line-share-logo

หอบข้อมูลแจง 4 ชม.ลั่นเอาคืน ป.อาญา 157 บิ๊กตู่แปลงโฉม ม.44 เป็น ก.ม.ส่ง รบ.หน้า

“บิ๊กตู่” สั่งยกเลิกคำสั่ง คสช.แปลง 62 คำสั่งมาตรา 44 เป็นกฎหมายส่งต่อรัฐบาลเลือกตั้ง การันตี ส.ว.ชุดใหม่ต้องได้มาตรฐาน เหน็บนักการเมืองอย่าเห็นแก่ตัว นับแต้มใหม่ไม่พอยังร้องจัดเลือกตั้งใหม่ “มีชัย” ไม่ยุ่งวิธีคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ อ้างหมดหน้าที่โยนถาม กกต. “จรุงวิทย์” ยันมีสูตรเดียวตามกฎหมาย ลั่นฟันอาญาผู้สมัคร ส.ส.ขาดคุณสมบัติทุกราย “สมชัย” เตือนจะถูกร้อง ป.ป.ช.ไม่มีตัวช่วย “ชวลิต” ซัด กรธ.ไม่ได้อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ “ปิยบุตร” ขู่ฟ้องยับทั้งแพ่ง-อาญา บี้เปิดคะแนนทุกหน่วยอย่าทำลับๆล่อๆ “ธนาธร” ให้ถ้อยคำ 4 ชม.หักล้างคดีถือหุ้นสื่อ เฉ่ง กกต.มีเหตุจูงใจทางการเมือง เร่งปิดจ๊อบชี้มูลไม่ให้โอกาสแจง จองกฐินฟ้องกลับ ม.157 หลัง คสช.หมดอำนาจ ปูดมีข้อมูลว่าที่ ส.ส.ทุกพรรคมีหุ้นสื่อ ต้องถูกเชือดกันหมด

จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งผ่านไป 1 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อเริ่มกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลได้ ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศใกล้ครบ 5 ปี จึงมีการเตรียมยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ไม่จำเป็น และปรับปรุงบางส่วนให้เป็นกฎหมายปกติเพื่อรองรับรัฐบาลชุดใหม่

“บิ๊กตู่” ถก คสช.เลิกคำสั่งไม่จำเป็น

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสมาชิก คสช.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนประชุมว่า ต้องคุยกันบ้างเป็นธรรมดา จากนั้น พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะสมาชิก คสช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช.หารือพิจารณายกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.และประกาศ คสช.หลายฉบับที่ไม่จำเป็น และพูดคุยดูแลความเรียบร้อยในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ขณะที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. กล่าวว่า การแถลงผลงาน คสช. 5 ปี ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เป็นไปได้จะมีแถลงผลงานก่อนมีรัฐบาลใหม่

แปลง 62 คำสั่ง ม.44 เป็นกฎหมาย

พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การประชุม คสช.มีการหารือถึงคำสั่งมาตรา 44 ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นกฎหมายปกติ 62 คำสั่ง เช่น การแก้ปัญหาประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู) และกรณีขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) จะให้เจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ

รอดูท่าทีจัดแถลงผลงาน 5 ปี

ต่อมาเวลา 14.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า คสช.ได้หารือถึงสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทุกอย่างเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการยกเลิกคำสั่งและประกาศ คสช.ที่ไม่จำเป็นตั้งแต่ปี 57 ให้ฝ่ายกฎหมาย คสช.พิจารณา ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูรายละเอียดคำสั่งใดปฏิบัติไปแล้ว ส่วนไหนมีกฎหมายปกติอยู่แล้วให้ยกเลิก ส่วนที่ยังจำเป็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงให้เป็นกฎหมายปกติต่อไป รัฐบาลหน้าและภาครัฐต้องทำงานต่อไปให้ได้ ส่วนการแถลงผลงาน 5 ปี คสช.ขอดูก่อน

การันตี ส.ว.ใหม่ได้มาตรฐาน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าการแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน ยังอยู่ในขั้นตอนคัดกรองเสนอขึ้นมาให้ คสช.พิจารณา ขอให้เชื่อมั่น ได้หารือกำหนดตรวจสอบคุณสมบัติ ให้ชัดเจนถูกต้อง อย่าไปกังวล ส.ว.จะประกอบด้วยอดีตข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และพลเรือนที่มีสัดส่วนมากกว่าอยู่แล้ว แสดงให้เห็นว่าเราต้องการให้เป็นมาตรฐานให้ได้ ยืนยันจะอยู่ภายใต้กรอบเวลานำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯหลัง กกต.รับรองผล ส.ส.แล้ว 3 วัน

อย่าเห็นแก่ตัวนับซ้ำยังร้อง ลต.ใหม่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการยื่นร้องเรียนให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ได้ยินข่าวมาโดยตลอด แต่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยแล้วกัน อย่าคิดถึงแต่ความต้องการและความถูกต้องของตัวเองเป็นหลัก ต้องเอากฎหมายกระบวนการยุติธรรมมาพิจารณา ถ้าคิดกันไปคนละทางสองทางจะเลอะเทอะไปเรื่อย เลือกตั้งใหม่ให้นับคะแนนใหม่ก็ทำแล้ว นับให้แล้วยังไม่พอใจกันอีก ไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นคะแนนเสียงประชาชน ขอร้องทุกคนอย่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียว แต่ควรทำงานการเมืองโดยยึดถือ 3 สถาบันหลักคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประเทศชาติต้องมีความสงบโดยรวม ทุกคนต้องช่วยกัน เมื่อถามว่า คสช.ประเมินว่าจะมีม็อบการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความไม่แน่นอนคือพวกเราพูดกันเอง พูดกันไปมาจนเสียหาย รัฐบาลยืนยันว่ารัฐบาลมีความแน่นอน มีกำหนดกติกาและวันเวลาต่างๆไว้ทั้งหมด ตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง ความแน่นอนของรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาลที่ได้กำหนดโรดแม็ปออกมาเป็นไปตามความต้องการของประชาชน เราทำให้ทุกอย่างแล้ว

แซว “สื่อไม่เหนื่อยฉันจะเหนื่อยได้ไง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนให้สัมภาษณ์นายกฯถามสื่อมวลชนว่าเหนื่อยหรือไม่ ผู้สื่อข่าวตอบว่าไม่เหนื่อย นายกฯจึงตอบว่า “ดีแล้วที่ไม่เหนื่อย แต่ผมรู้สึกเหนื่อย แต่ยังแข็งแรงเหมือนเดิมยังทำงานได้” หลังการสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องที่บอกว่าเหนื่อย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธว่าไม่เหนื่อย แค่แกล้งพูดว่าเหนื่อยเฉยๆ พร้อมทิ้งท้ายว่า “เมื่อสื่อไม่เหนื่อย แล้วฉันจะเหนื่อยได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ไปต่างประเทศมาเขาแสดงความยินดีกับการเลือกตั้งของเรามาทุกประเทศ สุดแล้วแต่ใครจะเป็นรัฐบาลว่ากันต่อไป บอกไปแบบนี้ เพราะเป็นเรื่องของประชาชนเลือกมาแล้ว อยู่ในกลไกรัฐธรรมนูญที่จะดำเนินการต่อ”

“บิ๊กป้อม” เมินร้อง ลต.ใหม่นครปฐม

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้องให้จัดเลือกตั้งใหม่ที่ จ.นครปฐม ว่า เรื่องนี้แล้วแต่ กกต.ตนจะไปรู้ได้อย่างไร กกต.ต้องเป็นผู้จัด เมื่อถามว่า ประชาชนยังเชื่อมั่นในการทำงานของ กกต.ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เมื่อนับผิดพลาดก็นับใหม่ แล้วเมื่อนับคะแนนใหม่พรรคประชาธิปัตย์ ชนะ พรรคอนาคตใหม่จึงมาเรียกร้องให้นับคะแนนอีกครั้ง ขอให้ไปถาม กกต. มาถามตนก็ไม่รู้ ส่วนความคืบหน้าการคัดเลือก ส.ว.250 คน รองนายกฯ กล่าวย้อนว่า “ทำไมอยากรู้ เดี๋ยวก็ทำเสร็จเอง ไม่ต้องห่วง อยากรู้หรือ” สำหรับการเตรียมแถลงผลงาน 5 ปีของ คสช.กำลังดูรายละเอียดว่าจะเสนอผ่านช่องทางใด และจะประชาสัมพันธ์ให้รับทราบก่อนวันที่ 22 พ.ค.

“มีชัย” อ้างหมดหน้าที่โยนถาม กกต.

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. และอดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความไม่ชัดเจนสูตรการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยระบุเพียงว่า ให้ไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนไม่ขอออกความเห็น เพราะถือว่าหมดหน้าที่แล้ว เมื่อถามว่าปวดหัวในประเด็นสูตรการคำนวณหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า “ไม่”

“จรุงวิทย์” ยันสูตรเดียวคิดปาร์ตี้ลิสต์

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 สูตร ให้ กกต.พิจารณาว่า กรณีดังกล่าวเป็นการที่สำนักงาน กกต.รวบรวมความเห็นทางสังคมที่มีต่อสูตรคำนวณ เพื่อนำมาพิจารณาหาเหตุผลว่าทำไมถึงแตกต่างกัน ไม่ใช่การเสนอความเห็นของสำนักงานฯ ให้ กกต.พิจารณาเลือกสูตรใดสูตรหนึ่งอย่างที่เข้าใจกันผิด ยืนยันว่าการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมีอยู่แล้วสูตรเดียวตามข้อกฎหมายเท่านั้น และเป็นอำนาจ กกต.ต้องคำนวณตามกฎหมาย จึงไม่จำเป็นต้องเลือกสูตรอื่นๆ และสำนักงาน กกต.ก็ไม่ต้องเสนอสูตรให้ กกต.อีก โดยวิธีการคำนวณจะทราบพร้อมกันเมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้งแล้ว

ฟันอาญาผู้สมัครขาดคุณสมบัติ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงการเตรียมดำเนินคดีกับผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกศาลฎีกาสั่งถอนชื่อออกจากการสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากถือหุ้นในกิจการสื่อฯว่า สำนักงาน กกต.จะเสนอให้ กกต.พิจารณาเพื่อดำเนินคดีอาญาทุกรายที่ศาลมีคำสั่งแล้ว ไม่เพียงเฉพาะกรณีผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรรคอนาคตใหม่ที่ศาลฎีกามีคำสั่งไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค.เท่านั้น กรณีนี้เข้าข่ายฐานความผิดตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. หากรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ แต่ยังฝ่าฝืนมาลงสมัครอีกจะมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และปรับสูงสด 200,000 บาท ส่วนที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องขอให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าที่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 11 คน ถือหุ้นกิจการสื่อมวลชน เรื่องอยู่ระหว่างส่งคำร้องให้กลุ่มงานสอบสวนไปพิจารณาว่ามีมูลเพียงพอหรือไม่ หากมีมูลจะเสนอให้ กกต.ตั้งกรรมการไต่สวนตามขั้นตอนก่อนเสนอต่อ กกต.และส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดีต่อไป

“สมชัย” เตือนสติตีความให้รัดกุม

เมื่อเวลา 11.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กว่า กฎหมายลูกไม่เคยขัดรัฐธรรมนูญ แต่คนคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจคำนวณผิดรัฐธรรมนูญได้ รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้สูตร กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ก็ไม่มีสูตรในภาคผนวก ตัวอย่างการคำนวณเป็นการทดลองสมมติตัวเลขที่อยู่ในรายงานการประชุมที่คนเข้าร่วมประชุมเป็นระดับเจ้าพนักงานของ กกต.เพียงไม่กี่คน การแปลกฎหมายลูกให้เป็นสูตรวิธีการคิดจึงเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของ กกต.7 คน จะให้ กรธ.มายืนยันว่าสูตรถูกแล้ว ถ้าใช้แล้วผิด กกต.คือผู้รับผิดชอบ หากใช้แล้วถูก คงไม่มีใครเดือดร้อน แต่หากคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลบอกผิด กกต.เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการคำนวณใหม่ ประกาศผลใหม่ สิ่งที่ทำก่อนหน้าศาลมีคำสั่ง ยังมีผลผูกพันตามกฎหมายไม่ว่าการลงคะแนนเลือกนายกฯ หรือการผ่านกฎหมายใดล้วนมีผล ไม่เป็นโมฆะ ไม่ต้องห่วงว่าจะวุ่นวาย

ระวังถูกร้อง ป.ป.ช.ไม่มีตัวช่วย

“แต่หากไปไกลกว่านั้น มีคนไปร้อง ป.ป.ช.ว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำผิดรัฐธรรมนูญ ลงมติโดยไม่สุจริต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้จัดตั้งรัฐบาลได้ เรื่องจะไม่จบแค่แก้การประกาศผลให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลเท่านั้น ผลที่ตามมาเป็นอย่างไร คงต้องไปคิดกันเอง ทุกอย่างจึงอยู่ที่การตัดสินใจของ กกต.ทั้ง 7 ท่านเอง งานนี้ตัวช่วยไม่มี ถึงมีก็ไม่เกี่ยวด้วย” นายสมชัยระบุ

“ชวลิต” สับ กรธ.ไม่ได้อยู่เหนือ รธน.

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ว่าที่ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดคำนวณสูตรปาร์ตี้ลิสต์ของ กกต.มีแนวโน้มว่าอาจเอนเอียงไปทาง กรธ.เอื้อต่อพรรคเล็กที่ได้คะแนนต่ำกว่า 71,000 คะแนนตามจำนวน ส.ส.ที่พึงมี ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 มีการยกความเห็นของ กรธ.บางคนว่าการเลือกตั้ง ส.ส.เขตบางเขตได้เพียง 20,000 คะแนนได้เป็น ส.ส.แล้ว รัฐธรรมนูญมาตรา 85 วรรคสองกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดให้เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ผู้ได้คะแนนสูงสุดในเขตใดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง แม้ผู้ได้คะแนนสูงสุดในเขตนั้นจะได้คะแนนเพียง 20,000 คะแนน ได้เป็น ส.ส.เขต ไม่จำเป็นต้องได้ถึง 71,000 คะแนน แต่ไม่ใช่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ความเห็นของ กรธ.ที่ยกตัวอย่างมาไม่สามารถปรับเข้ากับรัฐธรรมนูญที่บัญญัติเรื่องหลักเกณฑ์การคำนวณสูตรปาร์ตี้ลิสต์ไว้ในมาตรา 91 จะตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ความเห็น กรธ.ไม่อาจเหนือรัฐธรรมนูญ และ กรธ.ไม่ใช่เป็นผู้ตีความรัฐธรรมนูญ

สวดเกมเสี้ยมซีก ปชต.แตกแยก

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลจากการวางหมากกลและหลุมพรางไว้หลายชั้นในรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้กระบวนการเลือกตั้งเพื่อเปิดประตูเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตยเต็มไปด้วยปัญหา โดยเฉพาะสร้างความแตกแยกให้กับพรรค การเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ปล่อยข่าวว่าพรรคประชาชาติและพรรคเพื่อชาติเข้าร่วมกับพรรคพลัง-ประชารัฐจัดตั้งรัฐบาล สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อทำลายจุดยืนที่มั่นคงในประชาธิปไตยและต้านการสืบทอดอำนาจของพันธมิตรประชาธิปไตย ที่สำคัญเพื่อให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองระบอบประชาธิปไตย อยากบอกผู้มีอำนาจว่าความพยายามเพื่ออยู่ยาวนั้นสูญเปล่าแน่นอน ทุกวันนี้ประชาชนตื่นตัวและรู้ดีว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาจากสาเหตุใด

พช.ซัดพวกลืมคำพูดไม่อาย ปชช.

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า บางพรรคเริ่มโยนหินถามทางจะบิดพลิ้วสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน อย่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ตอนหาเสียงบอกไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ไม่เอาเผด็จการ คะแนนที่ได้มาคือคะแนนที่ปฏิเสธการสืบทอดอำนาจ แต่มีการปล่อยข่าวโยนหินถามทางออกมาตลอด 1 เดือนว่าทั้ง 2 พรรคจะร่วมรัฐบาลกับการสืบทอดอำนาจเผด็จการ อ้างเหตุผลว่าถามประชาชนบางกลุ่มสนับสนุน บ้างอ้างว่าใครผ่านการเลือกตั้งแล้วถือเป็นประชาธิปไตย การบิดพลิ้วข้อตกลงในเวทีสาธารณะเช่นนี้ นักการเมืองเก่าอาวุโสไม่อายบ้างหรือ ยุคนี้ผลการกระทำเกิดขึ้นเร็ว คนตกลงสนับสนุนการสืบทอดอำนาจอาจได้ไปเฉพาะ ส.ส.กลุ่มเล็กๆรอบตัว มีข้อมูลว่า ส.ส.จำนวนมากไม่ยอมหักหลังสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน แต่จะหักหลังมติพรรค เพราะรัฐธรรมนูญ คสช.ให้ ส.ส.โหวตขัดมติพรรคได้ ดังนั้นอาจมีรายการผิดคาดในวันโหวตนายกฯ สืบทอดอำนาจ

“สาธิต” ตอก อนค.ยอมรับแพ้ชนะ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ ดูแลภาคกลาง กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จ.นครปฐม หลังแพ้พรรคประชาธิปัตย์ 4 คะแนนว่า พรรคไม่ได้กังวลถ้าต้องเลือกตั้งใหม่ แต่เสียดายงบประมาณอย่างน้อย 10 ล้านบาทใครจะรับผิดชอบ อยากให้ยอมรับและจบ ขอให้เห็นใจคนนครปฐมด้วยต้องเสียเวลาทำมาหากิน ที่ผ่านมาพอแพ้ก็บอกว่าให้นับใหม่ พอนับเสร็จผลชี้ว่าคุณแพ้ แต่พอ กกต.ประกาศให้คุณชนะเงียบกริบ แทนที่จะทักท้วง พอผลออกมาแพ้จะให้เลือกตั้งใหม่อีกแล้ว ตกลงจุดยืนอนาคตใหม่คืออะไร เหมือนพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ พอได้ประโยชน์เงียบ พอเสียประโยชน์โวยวาย

“ปิยบุตร” ขู่ดื้อแพ่งฟ้องยับ กกต.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงการทำงานของ กกต.ว่า มีความผิดพลาด 3 ประเด็น คือ 1.การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ล่าสุด พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.แถลงเหมือนจะใช้สูตรคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบ 27 พรรคก่อนประกาศรับรองผลร้อยละ 95 วันที่ 9 พ.ค. ยืนยันว่ามีสูตรเดียวตามรัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าจะให้ยุติธรรมจริงๆ ต้องเดินตามรัฐธรรมนูญ หาก กกต.คำนวณแบบ 27 พรรค ให้พรรคที่มีคะแนน 30,000-69,000 คะแนนได้ ส.ส. อนาคตใหม่จะเป็นผู้เสียหายโดยตรง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ 7-8 คน กว่า 6 แสนคะแนนที่ประชาชนเลือกอนาคตใหม่ต้องถูกตัดออกไป ขอสงวนสิทธิดำเนินคดีต่อ กกต.ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 69 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. กำหนดการละเว้นของ กกต.มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนหรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และยังถือว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง สามารถร้องยัง ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

บี้เปิดคะแนนดิบอย่าลับๆล่อๆ

นายปิยบุตร กล่าวว่า 2.การเปิดเผยคะแนนดิบรายหน่วย ตามที่เคยส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้เปิดเผย แต่รองเลขาธิการ กกต.แถลงข่าวว่าคะแนนดิบไม่ได้เป็นความลับ อยู่ที่ กกต.จังหวัด ใครอยากได้ให้ไปขอ 1 เดือนหลังการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคได้ไปขอคะแนนดิบแล้วทุกเขต แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ ส่วนที่ได้มีปัญหา เช่น จ.นครปฐม เขต 1 จน กกต.สั่งให้นับคะแนนใหม่ กทม. เขต 2 ได้คะแนนรายหน่วยมาพบข้อพิรุธข้อบกพร่อง ในแบบฟอร์มขีดคะแนน และใบผลคะแนนรายหน่วย เมื่อนำมาเปรียบเทียบพบคะแนนทั้งสองส่วนไม่ตรงกัน สะท้อนว่ามีความผิดพลาดบกพร่องในการนับคะแนน จึงต้องการทราบคะแนนรายหน่วยทั้งหมด ถ้าร้ายแรงมากจะได้ขอให้นับใหม่ เลือกตั้งใหม่ หากไม่ได้คะแนนรายหน่วยจะตรวจสอบไม่ได้ หาก กกต.มั่นใจว่าจัดเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม จะเป็นเกราะป้องกันให้ กกต.เอง แต่หากทำลับๆล่อๆจะทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย

ฉะสอบสวนย่ำรอยจารีตนครบาล

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า 3.กระบวนพิจารณาการถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มีการชี้แจงหลักฐานโดยละเอียด แต่ต่อให้เปิดเผยแค่ไหน ระบบการพิสูจน์เหมือนกับในยุคกลางแบบจารีตนครบาลที่การพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ต้องลงไปเดินน้ำลุยไฟ ทั้งนี้เรายังกำลังใจดีใช้ชีวิตปกติ จัดกิจกรรมกันปกติ แต่กลับมีเรื่องหงุดหงิดกวนใจ แทนที่จะได้ทำเรื่องสร้างสรรค์ ตอนนี้ทำท่าจะบานปลาย ต่างขุดคุ้ยกันมาอีก บ้านเมืองเราจะไม่คิดเรื่องการตั้งรัฐบาล การบริหารประเทศกันแล้วหรือ ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ต้องเคารพเสียงประชาชนกันบ้าง นายธนาธรจะหัวเสียก็เรื่องนี้ แทนที่จะได้ดูงาน กลับต้องคอยมาชี้แจงอีก ชี้แจงก็ไม่ฟังบอกปลอม จะต้องตรวจสอบดีเอ็นเอกันแบบจับอาชญากรเลยหรือไม่

แฟนคลับให้กำลังใจ “พ่อของฟ้า”

ที่ลานอเนกประสงค์ชั้น 2 ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีกลุ่มแฟนคลับของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดต่างๆ รวมถึงแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยรวมตัวที่ด้านหน้าทางเข้าสำนักงาน กกต.เพื่อรอให้กำลังใจนายธนาธร ซึ่งเดินทางมายังสำนักงาน กกต.เพื่อให้ถ้อยคำ และนำหลักฐานมาแสดงเพื่อแก้ข้อกล่าวหากรณีถือครองหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด จนทำให้อาจเข้าข่ายขัดคุณสมบัติสมัคร ส.ส. โดยมีแกนนำบางส่วนนำเสื้อสีส้มติดโลโก้พรรคอนาคตใหม่ พร้อมนำธง ริบบิ้น ดอกกุหลาบ หมวก หน้ากากและถุงกระดาษที่มีใบหน้าของนายธนาธรมาแจก ให้แฟนคลับได้สวมใส่เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ผู้สมัครส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ได้นัดกันสวมเสื้อคอกลมสีขาวมารวมตัวกัน

“ธนาธร” ยิ้มยันพา 88 ส.ส.เข้าสภาฯ

กระทั่งเวลา 13.00 น. นายธนาธรได้เดินทางมาที่ กกต.พร้อมนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เดินทักทายกลุ่มผู้สนับสนุน โดยกลุ่มผู้สนับสนุนแห่ตะโกนให้กำลังใจส่งเสียงเชียร์ “ธนาธรสู้ๆ” และกลุ่มว่าที่ ส.ส.ทยอยมอบดอกไม้ ขณะที่กลุ่มแฟนคลับต่างห้อมล้อมขอถ่ายเซลฟี่ พร้อมใจกันระบุว่านายธนาธรเป็นเสาหลักของพรรคอนาคตใหม่ พวกเราต้องออกมาปกป้องนายธนาธร จากนั้นนายปิยบุตรได้กล่าวกับว่าที่ ส.ส.ของพรรคว่า ขอให้มั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ เพราะมีคุณสมบัติครบถ้วน ขอยืนยันด้วยความมั่นใจเต็มร้อยว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 88 คน จะได้เข้าไปทำงานสภาฯ ภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่แน่นอน เราเป็นตัวแทนของประชาชน จึงไม่มีอะไรมาขัดขวางเจตนารมณ์ของเราได้

งัดหลักฐาน 26 รายการแจงถือหุ้น

นายธนาธรให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าให้ถ้อยคำต่อ กกต.ว่าได้นำหลักฐาน 26 รายการมาชี้แจงและแสดงต่อ กกต. พร้อมหลักฐานส่วนอื่นๆ แต่ขอเก็บไว้ชี้แจงกับ กกต.ก่อน หลักฐานที่เป็นใบสั่งและการขับรถเร็วได้แสดงไปแล้ว ในวันเดินทางออกจาก จ.บุรีรัมย์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายรายไปคอยอำนวยความสะดวกให้ มีการเก็บภาพไว้ เชื่อว่าเป็นหลักฐานให้เราได้ สบายใจมากและมั่นใจในการชี้แจงมาก

มั่นใจมากแค่ปลุกกระแสทำลาย

นายธนาธรกล่าวอีกว่า ตนและนายปิยบุตรมีความมั่นใจมากในการชี้แจง เชื่อว่ากระแสที่ถูกปลุกขึ้นมาโดยไม่มีข้อเท็จจริงจะมาหักล้างหลักฐานที่เราได้ยืนยันต่อสาธารณะไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เดินเข้าไปชี้แจงด้วยความมั่นคง ด้วยการยืนหยัดกับข้อเท็จจริง เมื่อถามว่าเชื่อมั่นหรือไม่ว่าวันที่ 9 พ.ค. จะได้รับการรับรองเป็น ส.ส. นายธนาธรกล่าวว่า “เชื่อมั่นมากครับ คนที่ตั้งคำถามกับเรา ไม่เคยมีใครเอาหลักฐานใดที่พิสูจน์เป็นอื่น ไม่มีใครพิสูจน์หักล้างเราได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นมีความพยายามหยิบเอาประเด็นเล็กน้อยมาตั้งข้อสงสัยแล้วพูดซ้ำไปซ้ำมา ทำให้คนในสังคมเข้าใจผิดกันไปหมด ถ้าสู้กันด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีใครมีหลักฐานมาหักล้างได้”

ย้ำวันสมัคร ส.ส.ไม่มีหุ้นแล้ว

เมื่อถามว่าขณะนี้นายธนาธรกับนายปิยบุตรแถลงข่าวเรื่องการโอนหุ้นไม่ตรงกัน นายปิยบุตรกล่าวว่า ปัญหาใหญ่สุดคือผลทางกฎหมายของการโอนหุ้น เรื่องนี้พยานหลักฐานข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง แนวคำพิพากษาของศาลฎีกา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด สนับสนุนยืนยันชัดเจนว่านายธนาธรไม่ได้ถือหุ้นสื่อแล้วในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. การโอนหุ้นสำเร็จไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.62 แต่มีสำนักข่าวรายหนึ่งตามถามไม่จบไม่สิ้น และเขียนข่าวลักษณะชี้ชวนให้คนเข้าใจผิด เราทราบอยู่ก่อนแล้วว่าการรับสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องไม่ถือหุ้น เมื่อเราทราบได้รีบแจ้งและจัดการโอน นายธนาธรกล่าวเสริมว่าอยากถามกลับว่าทำไมเป็นวันที่ 8 ม.ค.ไม่ได้ มีเหตุผลอะไรที่เป็นวันนี้ไม่ได้ นึกออกไหมแค่วันที่ ก็ตั้งคำถามกันไร้สาระแล้ว

จี้จัด ลต.ใหม่ชดเชยผิดพลาด

เมื่อถามว่าแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ ที่เขต 1 นครปฐม มีการมองว่าแพ้แล้วไม่ยอมแพ้ นายปิยบุตรกล่าวว่า กรณีนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกอย่างว่ากันไป เราอยากสื่อสารถึง กกต.ว่ามันมีปัญหาการนับคะแนนบกพร่องอย่างไร เชื่อว่าไม่ใช่เขตเลือกตั้งนี้เพียงเขตเดียว กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม มีผลการนับคะแนนกลับไปมาถึง 5 ครั้ง ไม่ว่าแพ้หรือชนะต้องท้วงติง กกต.สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สมัครทุกพรรคไม่ได้เลย วิธีการที่ดีที่สุดคือการจัดการเลือกตั้งใหม่

มีข้อมูล ส.ส.ทุกพรรคถือหุ้นสื่อ

นายธนาธรกล่าวเสริมว่า เราเคารพผลการเลือกตั้ง ถ้ายุติธรรม ผลคะแนนกลับไปกลับมา โดยที่ กกต.ไม่ต้องรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่า กกต.ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สง่างาม ถ้าผู้คนไม่เชื่อถือผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เมื่อถามว่ากังวลกรณี 11 ผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ถูกร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีถือหุ้นสื่อหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า เรื่องนี้สบายใจ พรรคอนาคตใหม่มีข้อมูลของทุกพรรคอยู่ในมือว่ามีผู้สมัคร ส.ส.พรรคอื่นอีกมากมายที่มีลักษณะเดียวกัน ถ้าใช้บรรทัดฐานนี้ ส.ส.ทุกพรรคคงหายไปหมด

ขู่คนชงเรื่องเจอข้อหาร้องเท็จ

นายปิยบุตรกล่าวว่า กรณีผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 11 คน มีหลายกรณีที่มีการปิดบริษัทไปแล้ว หลายกรณีชำระบัญชีไปแล้ว พูดง่ายๆถ้าเป็นบุคคลก็หายสาบสูญ ตายไปแล้ว หลายกรณีโอนเรียบร้อยก่อนวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ฉะนั้นทั้ง 11 คนนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน ฝากไปถึงผู้ที่พยายามร้องเรียนเรื่องต่างๆ หากร้องเรียนเป็นเท็จโดยมีเป้าประสงค์ต้องการให้ผู้สมัครรายอื่นๆ ถูกเพิกถอนสิทธิหรือถูกใบเหลือง ใบแดงใดๆก็ตาม คนร้องเรียนมีโทษตามมาตรา 143 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. การทุจริต มีเหตุแจ้งเล่นงานเขาเป็นเท็จ เพื่อมุ่งหมายให้ผู้สมัครใดๆ ถูกเพิกถอนสิทธิ เป็นเหตุฉกรรจ์ด้วย โทษสูงสุดถึงจำคุก และมีโทษปรับด้วย รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขอให้นักร้องเรียนทั้งหลายระวังเรื่องนี้ด้วย

โต้ 4 ชม. จวกมีเหตุจูงใจการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธรและนายปิยบุตรเข้าให้ถ้อยคำชี้แจงการถือหุ้นต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต. ตั้งแต่เวลา 13.30-17.30 น. ใช้เวลานาน 4 ชั่วโมง จากนั้นนายธนาธรกล่าวว่า บรรยากาศการชี้แจงส่วนใหญ่ตึงเครียด บางช่วงผ่อนคลาย ส่วนตัวหลังจากได้ชี้แจงมีความรู้สึกว่าคดีนี้มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองมากเพราะแม้แต่คำถามพื้นฐานง่ายๆ ที่ถามกับคณะกรรมการฯว่าเราผิดตรงไหน เพราะได้ทำเอกสารชี้แจงไปแล้ว มีตรงไหนที่ไม่เชื่อหรือเห็นว่าพวกเรากระทำผิด คำถามง่ายๆ แต่คณะกรรมการฯไม่สามารถตอบหรือชี้แจงกับเราได้ ทำให้ในการชี้แจงไม่ใช่เป็นการถามเรื่องเหตุการณ์ แต่เถียงกันเรื่องหลักการ ได้เอาหลักฐานมาวางหมดแล้ว ควรเอาไปถามคนที่ไม่เชื่อว่าจะเอาหลักฐานอะไรมาหักล้างหลักฐานของตน ไม่มีใครโต้แย้งหลักฐานที่นำมาแสดงได้เลย ต้องถือว่าตนไม่ผิดจริงๆ เรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียมาก คือ 1 ปีของการทำพรรคอนาคตใหม่ ตนและแกนนำพรรคโดนไปแล้ว 16 คดี เสียใจว่าการเอาตัวบทกฎหมาย ไม่มีข้อเท็จจริงมาทำลายกันทางการเมือง

คสช.หมดอำนาจเจอฟ้องกลับ ม.157

นายธนาธรกล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปต้องบอกว่าตนมีรายชื่อว่าที่ ส.ส.พรรคอื่นไม่น้อยกว่า 30 คนที่มีคดีหุ้นเหมือนกัน ถ้าทำกันอย่างนี้จะเอาเรื่องนี้มาฟ้องบ้าง หลายกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เอาเรื่องเท็จมาฟ้อง ผิดกฎหมายจนถึงวันนี้เรายังไม่ฟ้องกลับ และมีสื่อมวลชนหลายสำนักเอาข้อความที่เป็นเท็จมาเผยแพร่ให้เสียหาย ความอดทนคนมีจำกัด เส้นความอดทนมันใกล้เต็มที ขอสงวนสิทธิจะปกป้องชื่อเสียงตนเอง ถ้าใครพิจารณาคดีความของตนแล้วทำให้เสื่อมเสียจะใช้สิทธิทางกฎหมายตอบโต้ แต่ตนเป็นคนใจเย็นจะรอจน คสช.หมดอำนาจ เพราะมาตรา 157 มีอายุความ 15 ปี จะรอให้ คสช.หมดอำนาจแล้วดำเนินคดีกับคนที่ตัดสินตน โดยไม่ใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ จะรอให้ถึงวันนั้นแล้วฟ้องกลับ

สอนมวยเร่งลงมติผิดหลัก ก.ม.

ด้านนายปิยบุตรกล่าวว่า ขั้นตอนการไต่สวนมี พ.ต.ท.ปรีชา นาเมืองรักษ์ เป็นประธาน เมื่อสอบสวนเสร็จจะเสนอ กกต.พิจารณาวินิจฉัยต่อไป เรายื่นหลักฐานไป 26 รายการ คำชี้แจงครบถ้วนทั้งหมด ข้อกล่าวหามีแค่ 3-4 บรรทัดจึงไม่ได้ชี้แจงมากเท่าไร แต่พูดคุยตั้งคำถามถึงการทำงานของ กกต.ว่าทำไมจึงมีมติแจ้งข้อกล่าวหาเร่งรีบโดยที่นายธนาธรยังไม่ได้ชี้แจง พ.ต.ท.ปรีชาเล่าว่า กกต.มีข้อสงสัยและตรวจสอบจากแบบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) แล้วมีชื่อนายธนาธรอยู่ จึงสงสัยว่าเป็นผู้ถือหุ้น จึงถามกลับไปว่าตรวจสอบวันไหน ลงวันที่เท่าไร พอตรวจสอบแล้วรู้ทันทีเลยหรือว่านายธนาธรถือหุ้น ทำไม กกต.ไม่ไปเปิดกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง วรรคสามที่มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกา และแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ายังสงสัยถือหุ้นจริงหรือ ทำไมไม่เรียกนายธนาธรไปสอบถาม แต่กลับมีมติแจ้งข้อกล่าวหาทันที ผิดหลักการกฎหมาย

ใช้อำนาจมิชอบรับผิดชอบไหวหรือ

นายปิยบุตรกล่าวว่า การแจ้งข้อกล่าวหาจะทำลอยๆไม่ได้ ต้องมีองค์ประกอบความผิดและข้อเท็จจริงชัดเจน ไม่ใช่ผู้ร้องกล่าวหาอะไรมา ต้องดูว่ามีหลักฐานหรือไม่ ถ้าไม่มีต้องตกไป เราจะขอสงวนสิทธิการดำเนินการตามกฎหมาย กกต. ต่อไป ทั้งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ถ้าใช้อำนาจมิชอบด้วยกฎหมายมีโทษอาญา จำคุก โทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วย ทำไมไม่เรียกไปถามกลับลงมติทันที เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ถ้าสั่งแขวนชื่อนายธนาธรหรือให้ใบส้ม ซึ่งไม่มีอำนาจอยู่แล้ว ถ้าเอากันถึงขนาดนั้นตั้งข้อกล่าวหาโดยใช้ดุลพินิจไม่ชอบ กกต. ทั้ง 7 คน จะรับผิดชอบไหวหรือไม่ อย่ากลัวแรงกดดัน ความยุติธรรมและกฎหมายจะคุ้มครองท่านเอง กกต.ต้องอยู่อีกนาน คสช.เดี๋ยวก็ไป ยังไม่รวมส่งเอกสารหนึ่งฉบับไปที่บ้านนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร ในฐานะผู้รับโอนหุ้น วันที่ 22 เม.ย. ถึงบ้านเวลา 13.45 น. แต่หนังสือให้มาชี้แจงเวลา 10.30 น.

วันเดียวกันเป็นไปไม่ได้ แล้ววันที่ 23 เม.ย. เช้า กกต. ก็มีมติแจ้งข้อกล่าวหาทันที ถ้าตรวจจาก บอจ.5 โดยตีขลุมว่ายังถือหุ้น ถ้าจงใจวินิจฉัยผิดแสดงว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบ

ยื่นยุบ พปชร.กก.บห. ติดคดีอั้งยี่

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ดเส้นทางสีแดง พร้อมด้วยนายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง เดินทางมายื่นร้องต่อ กกต. ขอให้พิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ถูกอัยการคดีพิเศษฟ้องคดีต่อศาลในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ขัดขวางการเลือกตั้งและอื่นๆ เนื่องจากการชุมนุมของ กปปส.ถือเป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ฮึ่มไม่รับรอง ส.ส. เจอ ม.157

ด้านนายเอกชัย กล่าวว่า การเลือกตั้งปี 2554 หรือก่อนหน้านั้น กฎหมายให้เวลารับรอง ส.ส. 95 เปอร์เซ็นต์ภายใน 30 วัน กกต. สมัยนั้นทยอยประกาศรับรองผลได้ ทยอยให้ใบเหลืองใบแดงได้ แต่ขณะนี้ผ่านมากว่า 1 เดือนแล้วยังไม่มีการรับรองส.ส.เลย ขอให้ กกต.ทยอยรับรอง ส.ส.เขต อย่างน้อย 284 คน ที่ไม่ถูกร้องเรียน จะได้ไม่กระชั้นชิด การสั่งให้เลือกตั้งใหม่เขต 8 เชียงใหม่ ยังไม่ประกาศจะเลือกตั้งซ่อมวันไหน อาจเป็นเหตุผลให้ กกต.อ้างได้ว่าไม่สามารถคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ จึงขอให้จัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อนรับรองผลวันที่ 9 พ.ค. ถ้าไม่สามารถทำได้ให้ใช้คะแนนเดิมมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไปก่อน อย่าอ้างไม่สามารถคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ แล้วเลื่อนประกาศรับรองผลเพราะจะขัดรัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ถ้าไม่ประกาศรับรอง ส.ส. 475 คน หรือ 95 เปอร์เซ็นต์ ภายในวันที่ 9 พ.ค.จะโดนมาตรา 157

เด็ก อนค.จี้เปิดผลรายหน่วย

ที่สำนักงาน กกต.จ.บึงกาฬ นายสำรวย ศรีทิน ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 2 บึงกาฬ ในฐานะประธานเครือข่ายผู้รักประชาธิปไตยจังหวัดบึงกาฬ และนายสุทธิณัฐ นามวัน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พร้อมมวลชน ประมาณ 20 คน เข้ายื่นหนังสือให้กกต.ยืนหยัดบนวิถีแห่งความสุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ โดยมีนายไพรัตน์ คัณทักษ์ รอง ผอ.กกต.บึงกาฬ ให้การต้อนรับ นายสำรวยกล่าวว่า ขอให้กำลังใจ กกต.ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา บริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นกลางไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่หวั่นไหวเกรงต่ออำนาจอิทธิพลของฝ่ายใด และขอให้เปิดเผยข้อมูลคะแนนผลการเลือกตั้งเป็นรายหน่วยทันที

“ชัยวุฒิ” เปิดตัวนั่งเลขาฯ “ทีมกรณ์”

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวนิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ทาบทามให้เป็นเลขาธิการพรรคในทีมนายกรณ์ว่าเป็นเรื่องจริง ตัดสินใจอย่างหนักมากเมื่อคืนวันที่ 29 เม.ย. เพราะทุกคนที่เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคมีดีหมด ไม่ว่าใครชนะเป็นหัวหน้าพรรค อยากให้ทุกคนมารวมตัวกันทำงานเพื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค เราต้องมาช่วยกัน แต่จะปล่อยให้ภาพไม่ชัดเจนไม่ได้ ถ้าเทียบกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรค ที่ทำมาตรฐานไว้สูงตนขี้ประติ๋ว แต่จะพยายาม ส่วนการร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องของประเทศเวลานี้เราจะไม่คุยเรื่องนี้ เมื่อทุกฝ่ายชัดเจน เมื่อมติพรรคเป็นอย่างไร คนในพรรคต้องมีวินัย

“กรณ์” รุกหนักเดินสายพบบิ๊กสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการประชุมใหญ่วันที่ 15 พ.ค.ว่า บุคคลที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อในที่ประชุมมี 4 คน คือ นายกรณ์ จาติกวณิช นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แต่ละคนเคลื่อนไหวหาคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างคึกคัก โดยเฉพาะนายกรณ์รุกหนักเดินสายพบว่าที่ ส.ส.หลายพื้นที่ เช่น ภาคใต้ และภาคกลาง และมีการโพสต์เฟซบุ๊กระบุเสียงนักธุรกิจต้องการให้ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อหยั่งกระแสสังคม รวมทั้งนัดทานอาหารกับสื่อมวลชนอาวุโส หัวหน้าข่าว ผู้บริหารสื่อทีวี สิ่งพิมพ์และดิจิทัล เพื่อเปิดตัวทีมงานที่มีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก ว่าที่เลขาธิการพรรคของทีม

ลูกพรรคห่วงเสียงแตกเสร็จ “ถาวร”

ขณะที่นายจุรินทร์เป็นตัวแทนสายนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค เดินสายพบปะโหวตเตอร์เป็นระยะ แต่ยังวางตัวเลขาธิการพรรคไม่ลงตัว ส่วนนายอภิรักษ์ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. มีท่าทีอาจถอดใจ ล่าสุดตัดสินใจลงแข่งขันด้วย ทั้งนี้สมาชิกพรรคกังวลว่าคะแนนจะเป็นเบี้ยหัวแตก อาจแพ้กลุ่มนายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา และอดีตแกนนำ กปปส.ที่จะเสนอนายพีระพันธุ์เป็นหัวหน้าพรรค และนายถาวรเป็นเลขาธิการพรรค

“แม่น้องเกด” ไว้อาลัยก่อนรับข้อหา

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ถนนพระรามที่ 1 นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือ “น้องเกด” พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในการชุมนุมเมื่อปี 2553 พร้อมนายณัทพัช อัคฮาด บุตรชาย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายอานนท์ นำภา ทนายความ นำดอกไม้วางไว้อาลัย “น้องเกด” ตรงจุดเสียชีวิตใกล้ประตูทางออกวัดปทุมวนาราม ก่อนเดินเท้าไปรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทที่ กกต.แจ้งความเอาผิดกรณีวิจารณ์การใช้งบประมาณของ กกต. ที่ สน.พญาไท ใช้เวลาสอบสวน 1 ชั่วโมง ทั้งหมดปฏิเสธความผิด เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาขอนัดให้หลักฐานเพิ่มเติมและให้ปากคำอีกครั้งวันที่ 4 มิ.ย.

นางพะเยาว์กล่าวระหว่างนำดอกไม้ไปวางไว้อาลัยว่า “เกดแม่เอาดอกไม้มาให้แล้ว อยากให้หนูเป็นกำลังใจให้แม่ด้วย ความอยุติธรรมมันถาโถมในยุค คสช.เรืองอำนาจ แม่จะขอต่อสู้จนถึงที่สุดนะลูก” ไม่ได้กลัวความอยุติธรรม ถึงเวลาแล้วต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน สู้กันต่อไปอย่างสันติวิธีที่ไม่มีอะไรในมือ มีแต่ 2 มือ 2 เท้า

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562
https://www.thairath.co.th/election 

อ่านเพิ่มเติม...
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจธนาธรแจงปมหุ้นสื่อธนาธรฟ้องกลับกกต.หลักฐานข่าวหน้า1เลือกตั้ง