"กรณ์" รุกหนักเดินสายพบผู้บริหารสื่อทั้งทีวี สิ่งพิมพ์ และออนไลน์ พร้อมโชว์ "ชัยวุฒิ" นั่งว่าที่เลขาฯ พรรค ขณะที่ "จุรินทร์-อภิรักษ์" ยังควานหาว่าที่แม่บ้านต่อไป ขณะที่สมาชิกประชาธิปัตย์หวั่นเสียงแตก ถูกกลุ่ม "ถาวร" ยึด และพร้อมเสนอชื่อ "พีรพันธ์" นั่งแท่นหัวหน้า...
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่จะมีขึ้นในการประชุมใหญ่วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ว่า บุคคลที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อในที่ประชุมมี 4 คน คือ นายกรณ์ จาติกวณิช นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค โดยแต่ละคนเริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อหาคะแนนเสียงสนับสนุนแล้ว โดยเฉพาะนายกรณ์ ที่รุกหนักเดินสายพบว่าที่ ส.ส.หลายพื้นที่ เช่น ภาคใต้และภาคกลาง ล่าสุดลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.กระบี่ ใช้สถานะประธานฝ่ายนโยบายพรรคและทำปืนลั่นหยั่งท่าทีสังคมในการโพสต์เฟซบุ๊กว่า เสียงนักธุรกิจต้องการให้ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อหนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ รวมถึงการนัดรับประทานอาหารร่วมกับสื่อมวลชนอาวุโส หัวหน้าข่าว ผู้บริหารสื่อทีวี สิ่งพิมพ์ และดิจิทัล เพื่อเปิดตัวทีมงานที่มีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก จะให้เป็นเลขาธิการพรรคให้ทีม
ขณะที่ นายจุรินทร์ ก็เดินสายพบปะโหวตเตอร์ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนในการเลือกหัวหน้าพรรคเป็นระยะๆ โดยถือเป็นตัวแทนสายนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค แต่ในขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องตัวเลขาธิการพรรคที่ยังไม่ลงตัว
ด้านนายอภิรักษ์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีทีท่าว่าอาจจะถอดใจไม่ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ล่าสุดตัดสินใจที่จะลงแข่งขันในสนามนี้ด้วย แต่มีข้อเสียเปรียบนายกรณ์และนายจุรินทร์ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. ทั้งนี้มีความกังวลใจในหมู่สมาชิกพรรคว่า คะแนนจะเป็นเบี้ยหัวแตก และอาจพ่ายแพ้ต่อกลุ่มของนายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลาและอดีตแกนนำ กปปส. ที่เตรียมเสนอชื่อนายพีรพันธ์เป็นหัวหน้า และมีนายถาวรเป็นเลขาธิการพรรค ทั้งนี้ ในส่วนของนายพีรพันธ์ยังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ โดยขอประเมินสถานการณ์ทั้งหมดก่อน เนื่องจากทางครอบครัวไม่สนับสนุนให้ลงแข่งขัน
...
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ซึ่งมีจุดยืนการเมืองชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังสงวนท่าทีไม่ได้เคลื่อนไหวสนับสนุนใคร โดยอยู่ในระหว่างติดตามจุดยืนทางการเมืองของแต่ละคนที่ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่ามีแนวทางอย่างไร ก่อนตัดสินใจว่าจะสนับสนุนใคร และมติของที่ประชุม กก.บห.พรรคห้ามให้ใช้เรื่องการจะร่วมรัฐบาล หรือไม่ร่วมรัฐบาลมาหาเสียงเพื่อสนับสนุน ทั้งนี้ การชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้จะไม่มีการหยั่งเสียงสมาชิกพรรค เหมือนครั้งที่นายอภิสิทธิ์แข่งขันกับนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายอลงกรณ์ พลบุตร แต่จะเสนอชื่อกันในที่ประชุมใหญ่วันที่ 15 พ.ค. ซึ่งมีองค์ประชุมทั้งหมด 307 คน แบ่งการคำนวณคะแนนออกเป็นสองส่วนคือ ส.ส.ใหม่ 52 คน มีน้ำหนักในการโหวต 70% ในการคำนวณคะแนนเลือกตั้ง และส่วนที่สองประกอบด้วย กก.บห.พรรคชุดเก่า อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น กลุ่มหัวหน้าสาขาพรรค หรือตัวแทนจังหวัด กลุ่มตัวแทนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งชุดล่าสุด 25 คน ซึ่งในส่วนนี้จะมีน้ำหนักในการโหวตเพียง 30% โดยไม่ว่าใครจะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะมีภารกิจใหญ่ในการฟื้นฟูพรรค รวมถึงการตัดสินใจทางการเมืองว่าเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้านอิสระ.