Thairath Logo
กีฬา

"เสี่ยหนู" ยืดอกอยากเป็นนายกฯ เจียมตัวไม่รับตำแหน่ง เผยเทใจร่วมฝ่ายไหน

Share :
line-share-logo

"อนุทิน" เผยเทใจร่วมรัฐบาลให้พรรคที่หนุนทุกนโยบาย ยันยังไม่มีใครทาบทาม รอประกาศผลทางการ 9 พ.ค. เชื่อถึงเวลาจะรู้ว่าควรรับสายใคร พร้อมวอนผ่านเลือกตั้งแล้ว หยุดพูดแบ่งฝ่าย "ประชาธิปไตย-สืบทอดอำนาจ" ลั่นไม่รับตำแหน่งนายกฯ ชี้เป็นเรื่องของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ย้ำจุดยืนแก้ปากท้องชาวบ้าน ไร้ปัญหากับรัฐธรรมนูญ มั่นใจลูกพรรคไม่มีปัญหาถือหุ้นสื่อ ย้ำจะเป็น "ฝ่ายค้าน-รัฐบาล" พร้อมชง "กัญชาเสรี"

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2562 ว่า ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดท่าทีทางการเมืองใดๆ ได้ เพราะเรายังไม่ทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ อีกทั้งวันนี้ยังมีการนับคะแนนใหม่กันอยู่ พรรคจึงตัดสินอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอให้ทุกอย่างได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคน ใช้ช่วงเวลามหามงคลอยู่กับประชาชน และชักชวนให้ประชาชนออกมาร่วมงานพระราชพิธีนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตอนนี้ขอให้ลืมเรื่องการเมืองไปก่อนจนกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะผ่านพ้นไปด้วยความเป็นมงคล ซึ่งหลังจากวันที่ 8-9 พ.ค.ค่อยมาคิดหาแนวทาง และทิศทางทางการเมืองของทุกคนต่อไป ส่วนเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พรรคและสมาชิกพรรคจะช่วยกันสนับสนุนให้พรรคได้รับความนิยมมากที่สุด

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.กรณีถือหุ้นสื่อ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนต้องเคลียร์ตัวเองก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งว่า ตัวเองมีคุณสมบัติอย่างไร ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบก็ไปชี้แจง ตนมั่นใจว่าสมาชิกพรรคและผู้สมัครของพรรคทุกคน จะสามารถชี้แจงคุณสมบัติของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันแบบนี้จะไปห้ามคนร้องเรียนก็ไม่ได้ ดังนั้นใครร้องอะไรมา เราก็ต้องมีหลักฐานไปยืนยันว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย หรือพรรคฝั่งสืบทอดอำนาจ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยประกาศมาตลอดว่า จุดรีเซตคือการเลือกตั้ง ใครก็ตามที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ถือว่าผ่านกระบวนการประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยจะไปทางไหนหรือไปกับใคร เราไม่ได้ดูว่าอยู่ฝั่งไหน แต่จะดูว่าสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ มีความขัดแย้งใดๆ หรือไม่ เข้าใจกันหรือไม่ และมองเห็นประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักชัยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่พรรคจะพิจารณาว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร เนื่องจากเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ ไม่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวและรู้สถานะของตัวเอง ทั้งนี้อย่ามาพูดเรื่องเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยอีกเลย เพราะทุกคนผ่านกระบวนการประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญมาหมดแล้ว และเท่าที่เห็นก็ยังไม่มีกระบวนการไหนในการเลือกตั้งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยบอกมาตลอดว่า เราเคารพกติกาทุกอย่างที่มาจากรัฐธรรมนูญ และหลังจากการเลือกตั้ง พรรคยังไม่ได้ทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า จะผลักดันนโยบายกัญชาเสรี หรือผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า การผลักดันนโยบายน่าจะผลักดันได้เร็วกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยเข้าสภาเพื่อทำงาน เราไม่ได้มีปัญหาอย่างมีนัยกับรัฐธรรมนูญ จนรู้สึกว่าจะทำงานไม่ได้ พรรคจึงกล้าที่จะแถลงจุดยืนและนโยบายที่ตั้งใจจะทำได้ทันที ทำได้เร็ว และทำได้เลย เพราะรู้ว่าถ้ามัวแต่ไปวุ่นวายหรือกังวลกับปัญหาทางการเมือง เราจะทำงานไม่ได้ พี่น้องประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานและแก้ไขปัญหาปากท้อง เราต้องทำตามสิ่งที่ประชาชนได้สั่งการ ไม่ได้เข้ามาแก้ไขอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีพรรคการเมืองใดทาบทามให้เข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะทุกคนต้องรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อพ้นการเลือกตั้งมาก็มีวันหยุดยาวและคนก็รู้สึกเหนื่อย จึงยังไม่ได้มีการพูดคุยติดต่ออะไรกัน เพียงแต่อาจเจอกันตามงานต่างๆก็แสดงความยินดีซึ่งกันและกัน เป้าหมายของเราคือการนำตัวเองเข้าไปในสถา เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยกำหนดในภายหลัง

เมื่อถามว่า มีกระแสเสนอให้ นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า "เป็นกระแสก็ว่ากันไป ใครจะรู้ดีกว่าผม เพราะไม่เห็นมีใครมาให้ผมสักคน เรื่องนี้เป็นการคาดการณ์ พรรคภูมิใจไทยบอกแล้วว่าจะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการ ก็ต่อเมื่อได้รับคะแนนเป็นพรรคที่หนึ่ง มี ส.ส.มากมาย แต่ตอนนี้เป็นพรรคลำดับที่ 5 ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราต้องให้คนที่มาที่ 1 ที่ 2 สามารถเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ แต่ผมก็ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญจากฝ่ายใดเลย"

เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเสนอเข้ามาว่า ให้เป็นนายกฯ จริงๆ จะรับหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "ไม่รับครับ บอกแล้วว่าคนเราจะได้อะไรต้องสมควรได้ ไม่ใช่ว่าหาทางออกไม่ได้แล้วโยนมาให้ นี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องตัวเอง ถามว่าอยากเป็นนายกฯ ไหม ตอบว่าอยากเป็น แต่จะเป็นได้หรือไม่ได้ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย"

เมื่อถามว่า ท่าทีของพรรคหลังวันที่ 9 พ.ค.จะเปิดประตูเจรจาอ้าซ่าหรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามว่า "ทำไมต้องบอกว่าเปิดประตูอ้าซ่า ทำไมไม่บอกว่าปิดประตูแล้วให้คนหา ทั้งนี้ธรรมชาติการเมืองมันมีอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาคนนี้จะคุยกับคนนี้ มันกำหนดไม่ได้ถ้ามาถามผมตอนนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ผมจะรู้ว่าถ้าเกิดโทรศัพท์สายนี้ดังเข้ามา เราควรจะคุยกับคนนี้ แล้วคิดว่าน่าจะมีข้อสรุป หรือว่าเราไม่ควรจะรับสายคนนี้ เพราะคุยไปก็ไม่ได้ข้อสรุป ถือเป็นสัญชาตญาณ เพราะอธิบายไม่ได้ วันนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าจะคุยกับใคร และยังไม่มีใครโทรเข้ามา"

เมื่อถามว่า หากมีพรรคการเมืองใดตอบรับนโยบายกัญชาเสรี พรรคภูมิใจไทยก็จะไปร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องรับทุกนโยบาย เพราะเราไม่ได้มีเพียงนโยบายกัญชาเสรีอย่างเดียว เชื่อว่าตอนนี้ยังมีเวลาในการพูดคุย เราต้องดูจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรค ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้เป็นหลัก

เมื่อถามถึงกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุมีหลักฐานเด็ด อาจถึงขั้นนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทยได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องพิสูจน์ แต่ตนได้สอบถามผู้ที่ถูกร้องเรียน และผู้ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ของพรรคแล้ว ทุกคนยืนยันว่าเข้าสู่การแข่งขันที่เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งก็ต้องเชื่อเขา ทั้งนี้การร้องเรียนเป็นสิ่งที่เราห้ามไม่ได้ แต่พรรคเราไม่เคยไปร้องเรียนใคร เพราะปลูกฝังมาตลอดว่าทุกคนต่อสู้อย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาตนได้เจอกับลูกพรรคที่แพ้คะแนน 400-500 คะแนน ตนก็ถามว่าพอใจแล้วใช่หรือไม่ หลายคนก็บอกว่าพอใจแล้ว และยอมรับความพ่ายแพ้ ดังนั้นเราต้องมีสปิริต เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้

"ขอให้พรรคการเมืองคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เมื่อถึงเวลาก็ส่งสมาชิกลงรับเลือกตั้ง ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะก็เป็นเรื่องดี จะได้ทำงานต่อไป แต่หากเป็นโมฆะก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นกงกรรมกงเกวียน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเข้าใจธรรมชาติของการเมืองดีอยู่แล้ว" นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามถึงกรณี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดล็อกกัญชาเสรี นายอนุทิน กล่าวว่า นายเนวิน ถือเป็นครูใหญ่ที่เราเรียกขาน แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรค และตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสพบ พล.อ.ประยุทธ์ จึงยังไม่ได้พูดคุย อย่างไรก็ตามทั้งเรื่องกฎหมายกัญชา กฎหมายแกร็บ เราได้เตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าเราได้เป็นฝ่ายบริหารจะผลักดันและเสนอเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร ก็จะเป็นเพียงผู้เสนอ ตามสิทธิที่เรามีในรัฐธรรมนูญ

อ่านเพิ่มเติม...
เลือกตั้ง62อนุทิน ชาญวีรกูลภูมิใจไทยภท.เลือกตั้ง