ทบ.โชว์ผลงาน 6 เดือนสกัดกั้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ยึดยาบ้า 141 ล้านเม็ด โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในทุกมิติ และสร้างเครือข่ายติดต่อสื่อสารร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง...

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.62 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากการที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งการให้กองกำลังชายแดนกองทัพบกและหน่วยทหารในพื้นที่ตอนใน ดำเนินมาตรการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในทุกมิติ โดยเฉพาะการหยุดยาเสพติดไว้ที่แนวชายแดน ด้วยการลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนและตลอดแนวลำน้ำโขง การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณด่านพรมแดน ตามช่องทางธรรมชาติตามเส้นทางคมนาคม การสนธิกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมบุคคลในพื้นที่เป้าหมาย การสร้างเครือข่ายติดต่อสื่อสารร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในปฏิบัติการติดตามขบวนการยาเสพติด รวมถึงการขอความร่วมมือผู้ประกอบการเพิ่มวิธีป้องกันการลักลอบส่งสิ่งของผิดกฎหมาย ผ่านธุรกิจ รับ-ส่งพัสดุภัณฑ์และระบบขนส่ง ควบคู่กับการติดตามความคืบหน้าทางคดีเพื่อขยายผลไปถึงผู้ต้องหาหรือขบวนการอันเป็นต้นตอของการกระทำผิดกฎหมายให้ได้ครบถ้วน โดยที่ผ่านมามาตรการปราบปรามยาเสพติดดังกล่าว ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่าผลจากการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดต่อเนื่อง ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ ตุลาคม 2561 ถึง มีนาคม 2562กองกำลังชายแดนกองทัพบก ตรวจพบการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดจำนวน 2,975 ครั้ง สามารถยึดของกลางยาบ้า 141,705,817 เม็ด, ไอซ์ 1,227 กิโลกรัม, กัญชา 14,436 กิโลกรัม, เฮโรอีน 376 กิโลกรัม, พืชกระท่อม 20,880 กิโลกรัม การปราบปรามอาวุธสงครามยึดของกลาง อาวุธปืน 14 กระบอก, ลูกระเบิดขว้าง 3 ลูก พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ส่วนการลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตร สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและยึดของกลางได้หลายรายการ อาทิ ข้าวเปลือก 172 ตัน, หอมแดง 45 ตัน, ยางพาราแผ่น 47 ตัน, เมล็ดข้าวโพด 71 ตัน และกระเทียม 20 ตัน เป็นต้น ทั้งนี้ล่าสุด ผบ.ทบ. ได้เน้นย้ำให้กองกำลังชายแดนและหน่วยทหารในพื้นที่ตอนใน ดำรงความต่อเนื่องในการสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด อาวุธสงคราม และสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย.