ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยัน เร่งวินิจฉัยคำร้องเลือกตั้งโมฆะ ชี้ เหตุโมฆะได้ ต้องชัดมีการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม มีอคติ นับคะแนนเอื้อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอให้ไว้ใจกกต. เพราะคัดคุณสมบัติมาเข้มข้น
วันที่ 10 เม.ย. พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งความเห็นให้ศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้การเลือกตั้ง 24 มี.ค.เป็นโมฆะ ว่า อยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่า จะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากรับไว้พิจารณาก็ต้องดำเนินการโดยเร็ว น่าจะแล้วเสร็จก่อน วันที่ 9 พ.ค. ที่กกต.ครบกำหนดจะประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไม่น้อยกว่าร้อยละ 95
เท่าที่ดูคำร้องพบว่า เป็นการร้องเรื่องของจำนวนคะแนนในการประกาศผลร้อยละ 95 กับ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ตรงกัน และจำนวนผู้มาใช้สิทธิกับบัตรที่ถูกใช้ไม่ตรงกัน รวมถึงกรณีบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่มาไม่ทัน ไม่ได้ถูกนำมานับรวม ต้องดูข้อกฎหมายก่อนว่าอย่างไร ยังไม่ขอวินิจฉัยในขณะนี้ ปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ต้องเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่า การเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม มีอคติ ในการนับคะแนนเอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง ถ้าไม่เจตนา ก็มีทางออกของกฎหมายในการแก้ไข เช่น การนับคะแนนใหม่ เลือกตั้งใหม่ โดยอยากให้ประชาชนรับฟังด้วยใจที่เป็นกลาง
พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้ง ส่วนหนึ่งต้องไว้ใจ กกต.ที่ผ่านการสรรหาและมีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มข้น อีกทั้งการจัดการเลือกตั้ง 350 เขต มีหน่วยเลือกตั้งมากถึงกว่า 9 หมื่นหน่วย มีกรรมการประจำหน่วยหลายแสนคน รวมถึงการรายงานผลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ที่มุ่งเรื่องความรวดเร็ว แต่อาจมีปัญหาเรื่องความถูกต้อง แม่นยำ โอกาสที่จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ โดยต้องยึดหลักให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมและโปร่งใส หากยึดตามนี้ ก็สามารถตอบสังคมได้อยู่แล้ว แม้คำร้องที่เข้ามาจะมีผลกระทบต่อทางการเมืองก็ไม่ลำบากใจ เพราะทำงานยึดหลักความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ ถ้าองค์กรอิสระทุกองค์กรยึดตามนี้ เชื่อว่าประชาชนจะไว้วางใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้
พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า กับอธิบายถึง กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการมีมติว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ว่า อยากให้ผู้วิจารณ์ไปอ่านคำวินิจฉัยอย่างละเอียดทุกบรรทัดอย่าเพียงแต่ฟัง เพราะเรายกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2543 มาเป็นแนววินิจฉัย โดยในมาตรา 98(15) ของรัฐธรรมนูญเขียนแยกไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ จึงต้องแยกคำว่า เจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่อื่นออกจากกัน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลายเรื่องเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ