กีฬา
100 year

กุนซือมือ1 แยบยลกลเศรษฐกิจ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" คนเก่งอยู่ได้ทุกรัฐบาล

ไทยรัฐออนไลน์9 เม.ย. 2562 20:12 น.
SHARE

มันสมองระดับโลก มองเกมขาด อ่านกลไกเศรษฐกิจได้แม่นยำ จนถูกหยิบยกให้เป็นคนสำคัญ และเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนรัฐบาลไทยรักไทย เมื่อ 17 ปีก่อน ให้ประสบความสำเร็จชนะใจชาวบ้านได้คะแนนเสียงถล่มทลาย ใครจะไปเชื่อว่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อำนาจที่ว่ายิ่งใหญ่เปลี่ยนมือ แต่กุนซือกวง หรือ รองศาสตราจารย์ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังคงยืนเด่นเป็นกุนซือให้กับพรรคพลังประชารัฐ จนคว้าคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดมาถล่มทลาย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จบงานบริหาร เศรษฐศาสตร์ วางแผนเศรษฐกิจ

"ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" หรือ กวง หรือ กุนซือกวง ลูกจีนฮกเกี้ยน เกิดที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ปี 2496 เรียนจบชั้นประถมและมัธยมต้นที่โรงเรียนเผยอิง จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก่อนจะไปคว้าปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์การคลังและเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาโท สาขาบริหารการเงิน จากสถาบันบัณทิตพัฒนบริหารศาสตร์ และจบปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ ด้านการจัดการและการตลาด จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา

หลังจบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกาในปี 2527 ดร.สมคิด ก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านบริหารการตลาดเข้าไปทำงานให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมทั้งการเป็นอาจารย์สอนที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ บริษัทเอกชนที่ ดร.สมคิด เคยไปร่วมทำงานและยังมีสัมพันธภาพเป็นอันดีมาจนกระทั่งทุกวันนี้ คือบริษัทเครือสหพัฒนพิบูล ของตระกูลโชควัฒนา และบริษัทเครือผู้จัดการและเอเอสทีวี ของสนธิ ลิ้มทองกุล

ตำแหน่งแรกทางการเมือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เริ่มเข้าสู่การเมืองครั้งแรกด้วยการเข้าดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยที่ ดร.ทะนง พิทยะ เป็นรัฐมนตรีว่าการในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่สำคัญ "ดร.สมคิด" เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พูดภาษาไทยไม่ชัด แถมยังพูดอะไรเข้าใจยาก ดูท่าทีไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่สบตากับคนพูด แต่ท้ายที่สุดเขาปรับตัวพัฒนาจนดีขึ้นในทุกด้านจนกลายเป็นที่ยอมรับของเวทีโลก


"สมคิด" ได้ชื่อว่าเป็นขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาล "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ด้วยนโยบายประชานิยม หรือนโยบายเศรษฐกิจหลายอย่าง ก็มาจากแนวความคิดของ สมคิด เอง ในระหว่างการทำงานการเมืองได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์ดี เพราะเก่งกาจ มีความสามารถเชี่ยวชาญคนหนึ่ง และได้ชื่อว่าบางครั้งก็ไม่ทำตามนโยบายหรือแนวทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำหนดไว้เสมอไป แต่ตัวเขาเอง กระทั่งกลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้พรรคไทยรักไทย ครองฐานเสียงคนจำนวนมากในประเทศไทย

30 บาทรักษาทุกโรค

ต่อมาเมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ออกมาตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคไทยรักไทย ดร.สมคิด ก็ได้ร่วมกับ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ลูกน้องเก่าของ พอล สิทธิอำนวย และสุธี นพคุณ ช่วยกันปัดฝุ่นนำเอานโยบายประชานิยมของ บุญชู โรจนเสถียร ที่เคยนำเสนอต่อ พล.ต.ม.ร.ว.ศึกฤทธิ์ ปราโมช ให้ใช้เป็นนโยบายของพรรคกิจสังคมในอดีต ซึ่ง พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธ์ ปราโมช เคยท้วงติงว่านโยบายหลายอย่างอาจจะถูกใจประชาชนแต่จะเป็นปัญหาเรื่องวินัยทางการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว มาดัดแปลงให้เป็นนโยบายของพรรคไทยรักไทย เช่น นโยบายช่วยเหลือชาวนาในรูปแบบต่างๆ นโยบายกองทุนหมู่บ้าน นโยบายค่าโดยสารฟรี นโยบายการรักษาพยาบาลฟรีแต่ปรับแนวนโยบายให้เป็นไปตามแนวคิด 30 บาทรักษาทุกโรคของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วใช้กลยุทธ์ทางการตลาดทำการหาเสียงจนพรรคไทยรักไทยของทักษิณ ชินวัตร ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล


เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็แต่งตั้ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่เป็นได้เพียง 8 เดือน ก็มีการปรับคณะรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี และกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกครั้ง เมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรีอีก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้รับการปรับตำแหน่งอยู่เรื่อยๆ จนหมดยุครัฐบาลทักษิณ โดยตำแหน่งสุดท้ายในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กระทั่งหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เขาได้ลาออกจากการเป็น สมาชิกพรรคไทยรักไทย จากนั้นได้เป็นหนึ่งในตัวแทนกลุ่มมัชฌิมา โดยเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้เป็นผู้ทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับต่างชาติ โดยเฉพาะไทยกับญี่ปุ่น แต่เป็นได้เพียงไม่กี่วันก็ลาออกไป เนื่องจากแรงกดดันจากหลายฝ่าย ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 ต่อมาจึงร่วมในการก่อตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพรรค

วัดรอยเท้าทักษิณ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาคือ 1 ใน 23 ผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ร่วมกับ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2541 อาศัยความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการด้านการตลาด ร่วมปลุกปั้นนโยบายแปลก-ใหม่-จับต้องได้ ปั่นกระแสนิยมในตัวทักษิณให้พุ่งสูง จนพรรคการเมืองน้องใหม่ชนะการเลือกตั้งปี 2544 ด้วยคะแนน 11 ล้านเสียง กวาด ส.ส. เข้าสภาได้ 248 คน สมคิด กลายเป็นขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาล "ทักษิณ 1" (2544-2548) แม้มีการปรับ ครม. ถึง 10 ครั้ง แต่เขายังมั่นคงบนเก้าอี้ รมว.คลัง สลับกับ รองนายกฯ ต่อเนื่องไปจนถึงรัฐบาล "ทักษิณ 2" (2548-2549) ที่พ่วงเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ เป็นบางช่วง

ความเฟื่องฟูของ "ผู้นำขวัญใจชาวรากหญ้า" ทำให้ชื่อชั้นของ "ขุนพลเศรษฐกิจ" พลอยโดดเด่นไปด้วยทั้งในเวทีไทย-เวทีโลก-เวทีการเมือง บางครั้งเกิดภาพเหลื่อม-ล้ำ-ทับซ้อนกัน จนเกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากแกนนำ ทรท. ว่าครั้งหนึ่งทักษิณเคยออกปากถามสมคิด ณ ที่ทำการพรรค ทรท. ว่า "วัดรอยเท้าผมหรือ"

ผู้ที่มีอิทธิพลในฐานะแกนนำกลุ่ม ส.ส.

นอกจากนี้เขายังมีพลพรรคเป็นของตัวเอง และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในฐานะแกนนำกลุ่ม ส.ส. ซึ่งสื่อมวลชนให้ชื่อกลุ่มแกนนำนี้ว่า "8ส.+ส.พิเศษ" อันประกอบด้วย สมศักดิ์ เทพสุทิน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สุวิทย์ คุณกิตติ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ สนธยา คุณปลื้ม และสรอรรถ กลิ่นประทุม ส่วน ส.พิเศษ คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ต่อมาได้เข้ารับหน้าที่ ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งนำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูแลรับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งกับหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 สมคิด จึงได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และปรับให้หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เขาเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ กรณีกระทรวงการคลังไล่นายสาธิต รังคสิริ พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านเศรษฐกิจ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหลายสมัย และยังเป็นที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และอดีตสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 122/2557

เห็นชอบผู้สมควรเป็นนายกฯ 3 ชื่อแล้ว โดยดัน 'ประยุทธ์ - สมคิด - อุตตม'

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค มีมติเลือก 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยหลังจากนี้ นายอุตตม สาวนายน จะขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ และนายสมคิด เพื่อเทียบเชิญให้เข้าร่วมในบัญชีตามมติพรรค พร้อมยืนยันว่ารายชื่อทั้งหมดพิจารณาจากความเหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจการดำเนินกิจการพรรค และเพื่อประโยชน์ของประเทศ พร้อมเชื่อมั่นว่ารายชื่อทั้ง 3 มีความเหมาะสมเป็นผู้นำประเทศได้

ต่อมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลถูกเสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ว่า ขอให้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แต่เพียงชื่อเดียว
“ผมเคยประกาศไว้ว่า ภายใต้สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้ ในสถานการณ์ที่จำเป็นที่ต้องขับเคลื่อนเชิงนโยบายการปฏิรูปที่ต่อเนื่อง ให้บังเกิดผล ผมสนับสนุนท่านประยุทธ์ ให้ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น และเพื่อสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ วันนี้ผมก็คิดเช่นนั้นเหมือนเดิม ทุกประการ”

ปฏิเสธ อยู่เบื้องหลังแกนนำจัดตั้ง 3 มิตร โต้วางแผนผุดพลังประชารัฐ

เมื่อปีก่อน แวดวงการเมือง จับจ้องความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มสามมิตร” ที่มี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต ส.ส.สุโขทัย และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นแกนนำ โดย นายสุริยะ อยู่ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งหนึ่งในนั้นมี "สมคิด" รวมอยู่ด้วย

มีการกล่าวอ้างถึงจุดเริ่มต้นของ “กลุ่มสามมิตร” กันไว้ว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2561 นายสมศักดิ์ และ นายสุริยะ ไปรับประทานอาหารกับ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีต ส.ส.จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย, นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข, นายวันชัย บุษบา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.เลย ที่คีรีคราม ต.หนองบัว อ.ภูเรือ จ.เลย กลุ่มสามมิตรจะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ และจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พร้อมเดินสายพูดคุยชวน อดีต ส.ส.พื้นที่อีสาน จุดยุทธศาสตร์ของพรรคไทยรักไทย ที่ นายสมศักดิ์ และ นายสุริยะ เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน จนทำให้เกิดข่าวว่า มีอดีต ส.ส.กว่า 30 คนที่ตัดสินใจย้ายมาซบ พรรคพลังประชารัฐ

“การเดินสายพูดคุยกับบรรดานักการเมือง” ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า คือ “พลังดูด” และบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ มองว่า ปฏิบัติการ “ดูด” อาจกระทบกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ยังไม่ปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมือง ยกเว้นงานธุรการของพรรคการเมืองที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สมคิด เอง ไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นหนึ่งในกลุ่ม 3 มิตร แต่ออกตัวโต้ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการวางแผนดูด และวางแผนผุดพรรคพลังประชารัฐ

ตำแหน่งที่ผ่านมา 

- เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ทนง พิทยะ)
- ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)
- ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)
- ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ศ.สม จาตุศรีพิทักษ์)
- ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร

17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 9 ตุลาคม พ.ศ. 2544 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
9 ตุลาคม พ.ศ. 2544 – 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 รองนายกรัฐมนตรี
3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 – 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 – 9 มีนาคม พ.ศ. 2547 รองนายกรัฐมนตรี
10 มีนาคม พ.ศ. 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 รองนายกรัฐมนตรี
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
2 สิงหาคม พ.ศ. 2548 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 – 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ประธานคณะกรรมการประสานงานและกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

**ปัจจุบัน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ , รองประธานกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) กรรมการในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหลายสมัย และยังเป็นที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และอดีตสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 122/2557 อีกด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์กุนซือกวงสามมิตรพลังประชารัฐข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้