ลงตัวหลังฉาก...
คงต้องว่ากันอย่างนั้นดีกว่า เนื่องจากไม่ว่าขั้วไหนจะขยับอย่างไรในสถานการณ์อย่างนี้ก็ไร้ประโยชน์ เนื่องจากยังติดขัดที่ตัวเลขยังไม่นิ่ง
9 พ.ค.62 นั่นแหละ...จึงได้คำตอบอย่างเป็นรูปธรรม
ว่ากันถึงการจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าจะมีการแบ่งขั้วชัดเจนออกมาเป็น 2 ขั้วคือเพื่อไทยและพลังประชารัฐ
“เพื่อไทย” นั้นยังเงียบสงบ หลังจากที่เคยออกมาจับมือโชว์ร่วมกับ 6 พรรคเพื่อจัดตั้งรัฐบาล หวังชิงตัดหน้าอีกขั้วหนึ่ง
ยกมือให้ “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” เป็นนายกฯ
แต่ระยะหลังดูเงียบๆไป กลับกลายเป็นข่าวว่าจะเปลี่ยนตัว “สุดารัตน์” เป็น “ชัยสิริ นิติเกษม” แคนดิเดตนายกฯอีกคนหนึ่ง
จริงเท็จอย่างไรไปไล่ล่ากันเองนะครับ...เพราะพรรคนี้อะไรก็เกิดขึ้น เพราะมีคนคอยกดปุ่มมาตลอด
แม้ทางพรรคจะออกมาปฏิเสธก็ตาม เพราะความจริงทางการเมืองที่ปรากฏให้เห็นมาตลอด บรรดา “หางเครื่อง” โดนอย่างนี้เสมอ
เมื่อไม่ถูกใจทำท่าจะสู้ไม่จริง ก็เกิดความเป็นไปจะออกมาในลักษณะนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะต้องข่มขืนใจ พูดก็ไม่ได้คายก็ไม่ออก
อย่าว่าแต่อะไรเลยด้วยยุทธศาสตร์ “แตกแบงก์พัน” นั่นปะไร มีการวางตัวแกนนําพรรค ไม่ว่าจะเป็นในเพื่อไทยหรือไทยรักษาชาติ
เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯครบเครื่องไปแล้ว
พอถึงขั้นตอนสุดท้ายเกิดอะไรขึ้น เมื่อมีการเสนอชื่อบุคคลชั้นสูงให้เป็นนายกฯในนามพรรคไทยรักษาชาติ
บรรดาแคนดิเดตนายกฯในเครือข่ายก็วูบไปตามๆ โดยเฉพาะในนามพรรคเพื่อไทยที่คาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ
เจอแบบนี้เข้าก็ต้องปวดใจไปตามระเบียบ
เมื่อถูกข้ามหัวไม่ให้ราคาได้เป็นเพียงแค่ “ตลกหน้าม่าน” โผล่หน้าออกฉากแวบหนึ่งจากนั้นก็ต้องหลบเข้าไปหลังฉาก
ก็ไม่รู้ว่าอยู่กันได้อย่างไร ทั้งๆที่มีทางเลือกอีกตั้งเยอะแยะ ...เพราะไปหลงบูชาเขาจนขาดเหตุขาดผล
นี่หากไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ป่านนี้คงรู้หมู่รู้จ่าไปแล้ว
ดูจากเสียงสนับสนุนในจำนวน 6 พรรคนั้น ดูท่าว่าจะเกิดปัญหาเพราะแม้จะรวมเสียงได้แต่ตัวเลขน่าจะน้อยกว่าอีกขั้วหนึ่ง
นี่คือปัญหา...นี่คือทางตัน
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วแนวทางก็คือสู้ไม่ถอยเอาทุกรูปแบบ ทำนองว่า “กูไม่ได้มึงก็ต้องไม่ได้” ทำให้การเมืองหลังเลือกตั้งทำท่าจะนำไปสู่ความดุเดือดเลือดพล่านอีกครั้ง
ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้จึงเป็นว่าเดินหน้าไปด้วยกันไม่มีถอยความเคลื่อนไหวต่างๆ
สรุปก็คือไม่มีวันยอมแพ้...
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้ จึงมิอาจปฏิเสธได้ว่าทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกันแบบแยกไม่ออกเพราะหวังสมประโยชน์ร่วมกัน
รุ่นเก่าเอาไว้ข้างหลังดันรุ่นใหม่สดนำทัพออกหน้าแทน
ไม่ต้องถามว่าใครเหนือชั้นกว่าใคร?
“สายล่อฟ้า”