เราก็เคยฝ่าสายฝนกันมาแล้วทุกคน แต่เมื่อได้ยินว่าการฝ่าสายฝนนั้น เป็นทั้งสามัญสำนึก และเป็นทั้งศิลปะ ก็คงนึกไม่ถึงว่า อะไรจะไปได้ถึงขนาดนั้น

(กฎพิสดาร ปรากฏการณ์พิศวง ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ สำนักพิมพ์สารคดี พ.ศ.2551)

ดร.บัญชา เจอคำถามนักเรียนวิชาฟิสิกส์...กรณีที่ไม่มีเครื่องกันฝน เม็ดฝนตกลงมาในแนวดิ่ง ถ้าจำเป็นจะต้องฝ่าสายฝนจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง โดยให้เปียกน้อยที่สุด...จะทำอย่างไร

วิ่งด้วยอัตราเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ หรือช้าที่สุด หรือ ไม่เร็วไม่ช้านัก

เพื่อให้เหมาะกับยุคปฏิรูป อาจารย์บัญชาปรับโจทย์ใหม่ ให้กว้างขวางขึ้น จะได้เห็นประเด็นนี้หลายมุมมอง

ก่อนอื่น เรื่องอุปกรณ์กันฝน หรือร่ม จะคิดสองกรณีใหญ่ๆ A) มีร่ม โดยติ๊งต่างว่า ถือร่มตรงๆเหนือศีรษะในแนวดิ่ง และ B) ไม่มีร่ม

ส่วนทิศทางที่ฝนเทลงมา สมมติง่าย เป็นสามกรณี

1.ฝนตกมาตรงๆ 2. ฝนสาดเฉียงเข้ามาทางด้านหน้า และ 3. ฝนสาดเฉียงเข้ามาทางด้านหลัง

เมื่อตกลงกันอย่างนี้แล้ว กรณีที่ถามมา คือ ไม่มีร่ม กรณี B) และฝนตกลงมาในแนวดิ่ง (กรณี 1) จึงเป็นเฉพาะกรณีหนึ่งได้แก่ B) เท่านั้น

ลองดูกรณีมีร่ม และฝนตกลงมาในแนวดิ่งกันก่อน (กรณี A) ถ้าคุณถือร่มไว้เหนือศีรษะเฉยๆ คุณจะไม่เปียก

แต่เมื่อคุณออกเดินไปข้างหน้า แสดงว่าคุณกำลังเดินเข้าหาสายฝนตามแนวนอน

ดังนั้นแม้ว่าคนอื่นที่อยู่เฉยๆบนพื้น จะเห็นฝนตกลงมาตรงๆในแนวดิ่ง แต่คุณเองจะเห็นฝนพุ่งเฉียงๆเข้าหาตัว

ถ้าคุณเดินหรือวิ่งเร็วเท่าไร ฝนจะเอียงเข้ามาหาคุณมากขึ้นเท่านั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งขาและเท้าของคุณก็จะโดนฝนสาด

ส่วนจะเปียกปอนแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับคุณเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน และอยู่ท่ามกลางสายฝนนานเท่าไร ถ้าวิ่งเร็วมากก็โดนสาดในบริเวณกว้างมาก แต่แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ

...

ถ้าเดินช้าๆก็อาจไม่โดนสาด หรือโดนน้อย แต่อยู่ท่ามกลางสายฝนนานกว่า

ถ้าฝนสาดเข้ามาด้านหน้า แม้จะอยู่เฉยๆ ด้านหน้าตัวคุณอาจเปียกได้ ถ้ายังถือร่มไว้เหนือศีรษะเฉยๆ

แล้วถ้าสายฝนสาดเข้าทางด้านหลัง แม้จะอยู่เฉยๆ ด้านหน้าตัวคุณก็อาจเปียกได้

แต่ถ้าคุณยืนกรานที่จะถือร่มตรงๆ ก็ต้องเดินหนีฝนไปทางด้านหน้า ซึ่งถ้าเดินหรือวิ่งเร็วพอ ก็จะดูเหมือนว่าฝนตกลงมาตรงๆ คุณก็จะไม่เปียก

กรณีไม่มีร่ม ไม่ว่าฝนจะตกอย่างไร คุณก็เปียกทั้งนั้น ถ้าอยากเปียกน้อย ก็ต้องวิ่งเร็วเข้าหาที่ร่มให้เร็วที่สุด

ที่ว่ามานี้ คือกรณีไม่มีลมพัดฝนสาดทางด้านข้าง ไม่ต้องระวังพื้นลื่น พื้นเฉอะแฉะ และยังไม่คิดกรณีที่คุณอยู่ในที่โล่ง

ถ้าคุณอยู่เฉยๆ หรือเดินเฉื่อย ก็อาจเป็นเป้าให้ฟ้าผ่าได้

พอ ดร.บัญชา อธิบายถึงตอนนี้ ผมก็นึกถึงคำว่า อยู่ใต้ฟ้าไม่ต้องกลัวฝน ฝนนั้นทำได้แค่เปียก และยังพอมีอุปกรณ์และวิธีป้องกัน แต่เรื่องที่น่ากลัวนักหนา ก็คือฟ้าผ่า

ฟ้าผ่าคนเจ็บไปก็ไม่น้อย ถึงตายก็มาก ระมัดระวังแค่ไหน ถ้ามีซ้ำด้ำพลอย ก็มักไม่รอด

ความเป็นจริงข้อนี้ชี้ว่า อยู่ใต้ฟ้า ก็ต้องกลัวฝน...เพราะฝนกับฟ้ามาด้วยกัน น่ากลัวก็ตรงที่ว่า ฟ้าผ่ามาแบบไม่ตั้งเค้า ไม่บอกไม่กล่าวกันเลย.

กิเลน ประลองเชิง