"สมชัย" ชี้ชัดสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ต้องยึด รธน.91(4) ชี้ 58 พรรคเล็กไม่มีสิทธิ์ได้ ส.ส. จี้ กกต.เปิดใจฟังทุกฝ่าย ชี้ถ้าเจตนาบกพร่อง ต้องรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.62 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยระบุว่า ต้องยึดหลักตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ปี 2560 และกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ตั้งแต่ (1) ถึง (7) เป็นหลัก แจกแจงวิธีการคำนวณอย่างละเอียดต่อสื่อมวลชน ทั้งนี้สิ่งที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดไม่ได้มีปัญหา เพราะสามารถถอดค่าและนำมาคำนวณได้ แต่สูตรที่ตนคำนวณแตกต่างจากผลลัพธ์ที่ กกต.ออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า จะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรค ที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในขณะที่สูตรของตนจะมีพรรคการเมืองได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16 พรรค โดยต้องตัดพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.เขต 137 คน ที่กฎหมายระบุคำว่า เกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี 111 คน ทำให้ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และตัดพรรคประชาชาติออก เนื่องจากได้จำนวน ส.ส.พึงมีที่ 6.8316 และได้ ส.ส.เขตมาแล้ว 6 คน ทำให้เศษที่เหลือสำหรับการจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถึง 1 คน จึงต้องตัดทิ้ง จึงเท่ากับเหลือพรรคการเมืองที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 14 พรรคการเมือง ซึ่งจะต้องนำมาปรับอัตราส่วนใหม่ให้รวมแล้วได้ 150 คน ตามที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 กำหนดไว้ โดย ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ทั้ง 14 พรรคจะมีรายละเอียดดังนี้ พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 21 คน พรรคอนาคตใหม่ ได้ 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 22 คน พรรคภูมิใจไทย ได้ 13 คน พรรคเสรีรวมไทย ได้ 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ 5 คน พรรคเศษฐกิจใหม่ ได้ 6 คน พรรคเพื่อชาติ ได้ 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ 4 คน พรรคชาติพัฒนา ได้ 2 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้ 2 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ได้ 1 คน พรรคพลังปวงชนไทย ได้ 1 คน และพรรคพลังชาติไทย ได้ 1 คน

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนอีก 58 พรรคเล็ก ที่ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นไปตามที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ที่กำหนดว่า การจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใด มี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ ซึ่งเป็นข้อความเดียวกับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) เนื่องจากทั้ง 58 พรรค ได้คะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประชากร 71,057.4980 คะแนนต่อ ส.ส.1 คน จึงต้องตัดทิ้งไปตั้งแต่แรก

ทั้งนี้ตนจะนำสูตรคำนวณนี้ จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ กกต.กลางอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ และอยากให้ กกต.ดูข้อความในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ที่กำหนดจะไม่ทำให้พรรคการเมืองมี ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงมีให้ดีๆว่า แปลว่าอะไร ซึ่งในขณะนี้ยังมีเวลาอีกหนึ่งเดือนกว่าจะถึงวันที่ 9 พ.ค.ที่ กกต.จะต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 จึงขอให้ กกต.จัดเวทีรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย ทั้งนักกฎหมาย นักคณิตศาสตร์ หรือจะเชิญตนก็ยินดี และสุดท้ายเมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว กกต.ค่อยตัดสินใจว่า สูตรที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร 

"ผมขอให้ กกต.อย่าเอาการติดยึดกับประโยคที่บอกว่า ทำถูกแล้วออกไปจากหัวก่อน ไม่อยากให้ กกต.ติดยึดสิ่งที่เคยเผยแพร่ไป แต่ควรเปิดกว้างรับฟังก่อน เพราะไม่มีใครกดดัน กกต.ท่านต้องตัดสินใจเองว่า จะเลือกใช้สูตรใดในการคำนวณ ส.ส.บัญีรายชื่อ และต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเองด้วย เพราะหากคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อผิด ก็ถือว่าบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นการบกพร่องที่เจตนาหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง หากบกพร่องโดยตั้งใจ ทั้งที่สังคมพยายามสะท้อนหรือชี้ให้เห็นแล้ว กกต.ก็ต้องรับผลที่ตามมาด้วย อย่างไรก็ตามหากมีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อผิดพลาด ก็ไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะสามารถแก้ไขผลลัพธ์ให้ถูกต้องได้ ส่วนข้อเสนอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ผมเห็นว่าก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้ ไม่มีช่องทางที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ ถือเป็นหน้าที่ของ กกต.จึงต้องตัดสินใจเอง ผมอยากให้ กกต.ยึดหลักไม่มีเขา ไม่มีเรา ไม่มีหน้าตาที่ต้องเสีย แต่ต้องให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ อย่าติดยึดเรื่องการเสียหน้า เมื่อผิดก็แก้ไข เชื่อว่าสังคมเข้าใจ" นายสมชัย กล่าว