king10
Thairath Logo
กีฬา

นักศึกษามาแล้ว-ออกแถลง กกต. บกพร่อง (คลิป)

Share :
line-share-logo

ฟันธง-มีสูตรเดียว! คํานวณบัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่ฮึดสู้ ‘เผด็จการ’ สภานัดแรกที่ทีโอที

กกต.จนแต้มเชิญอดีต กรธ.ถกสูตรลับคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ “ประพันธ์” ยันชัดมีอยู่สูตรเดียว กกต.ชุดก่อนชงเข้า กรธ.-กมธ.วิสามัญของ สนช. “จ่านิว” ท้าทาย บุกล่าชื่อถอดถอนถึงถิ่น กกต. องค์การนิสิต-นักศึกษา ทยอยออกแถลงการณ์ ม.แม่ฟ้าหลวง-มศว-รามฯจี้ทบทวนข้อบกพร่อง “วิษณุ” บอก คาดไว้แล้วว่าเรื่องจะยุ่งเหยิงอย่างนี้ “สมศักดิ์” แนะเชิญนักคณิตฯ-นิติศาสตร์-รัฐศาสตร์มาช่วยคำนวณ “เจ๊หน่อย” ชูยึดมั่น 3 สถาบันหลัก “ชัยเกษม” ติง “บิ๊กแดง” พูดเหมือนจะให้มีเรื่อง พท. เตือนสถานะควรวางตัวเป็นกลาง “ธนาธร” ซัดอำนาจมืดไม่ยอมปล่อยอนาคตใหม่ ลั่นยืนหยัดสู้เผด็จการ เลิกเสี้ยมคนไทยเกลียดกันซะที กกต.เด้งรับตั้งแท่นสอยคดีถือหุ้นสื่อ “อุ๊ หฤทัย” แจ้ง ป. จัดการ “ปิยบุตร” เจ้าตัวประชดสะสมหมายเรียก “บิ๊กป้อม” ยันเรื่อง “ธนาธร” ทำตามกฎหมาย สนช. คุยตัวแทน 7 พรรค เลือกทีโอทีที่โหวตนายกฯ-ปธ.สภาฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนการเมืองที่น่าจับตา กับลีลาดุเดือดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ซัดกลุ่มซ้ายจัดดัดจริต ท่ามกลางคดีความที่ถาโถมเข้าใส่สองแกนนำคนสำคัญของพรรคอนาคตใหม่อย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค

“ประพันธ์” ดอดถกสูตรลับ กกต.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และอดีต กกต. กล่าวภายหลังร่วมหารือกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. กรณีการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า การคิดคำนวณ ส.ส.เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 วรรคท้าย ให้ กกต.ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หลักคิดของรัฐธรรมนูญมุ่งให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย วิธีการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตารางการคิดไม่ได้เพิ่งมาคิดในขณะนี้มีเสนอมาตั้งแต่ในชั้นของ กกต.ชุดที่แล้วมาที่ กรธ. และเสนอต่อไปยังคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในชั้นกรรมาธิการยกร่างกฎหมายลูก ได้นำตารางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพิจารณา และยกร่างเป็นกฎหมาย รายละเอียดของตารางการคิดคำนวณ ส.ส.มีอยู่ที่รัฐสภา ไม่ได้เป็นความลับ ขอดูได้

แจงชัดคำนวณ ส.ส.มีสูตรเดียว

นายประพันธ์กล่าวว่า การหารือวันนี้ได้ชี้แจงถึงที่มาที่ไปของการคิดคำนวณว่าเป็นมาอย่างไร เราพิจารณาหมดว่าถ้ากรณีไม่มีโอเวอร์แฮงค์จะทำอย่างไร หรือมีโอเวอร์แฮงค์จะคิดคำนวณอย่างไร หากต้องประกาศ ส.ส.ที่ร้อยละ 95 เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะคิดอย่างไร จนเขียนออกมาเป็นมาตรา 128 และมาตรา 129 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว เมื่อถามว่าทำไมกฎหมายต้องเปิดช่องให้ กกต.มาทำสูตรตอนหลัง ไม่กำหนดสูตรที่ถูกต้องไปเลย นายประพันธ์ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะตารางการคำนวณมีอยู่หมดแล้วว่าการคำนวณ ส.ส.ทำอย่างไร แต่มาตรา 128 เขียนว่าให้ กกต.เป็นผู้คิด หมายความว่า กกต.ต้องไปดูสูตรแล้วคิดออกมาว่าจะออกมาอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตมา ไม่ได้ยอมรับในสูตรนี้ นายประพันธ์ตอบว่า ในการยกร่างฯมีสูตรวิธีการคำนวณอยู่ก่อนแล้ว และมีสูตรเดียว ส่วนกรณีที่ 12 พรรคเล็กจำนวนพึงมีไม่ควรได้ แต่กลับได้ ส.ส.นั้น อยู่ในสูตรที่มีอยู่ในกรรมาธิการฯ และมีปรากฏมานานแล้ว

“จ่านิว” บุกล่าชื่อถึงถิ่น กกต.

ช่วงเวลาเดียวกัน ที่บริเวณหน้าสำนักงาน กกต. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว พร้อมนายธนวัฒน์ วงค์ไชย นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนเพื่อยื่นถอดถอน กกต. นายสิรวิชญ์กล่าวว่า มานั่งรอรับรายชื่อประชาชนที่จะมายื่นถอดถอน กกต.เท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถตั้งโต๊ะได้ ขณะนี้ได้รับรายชื่อแล้วประมาณ 5,000 รายชื่อ จากเป้า 20,000 รายชื่อ เหตุผลที่ต้องยื่นถอดถอน กกต. คือการจัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส มีหลักฐานประกอบด้วย วันที่ 5 เม.ย.นี้ จะนัดเเถลงข่าวปิดกิจกรรมที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และวันที่ 10 เม.ย. จะนำรายชื่อไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้ ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ติดต่อไปยังพนักงานไปรษณีย์ ขอเปิดดูเอกสารรายชื่อขอถอดถอน กกต. ที่ส่งมาทางไปรษณีย์สามเสนใน ทำให้ผู้ส่งรายชื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย ขอให้ไปรษณีย์สามเสนในออกมาชี้เเจงกรณีดังกล่าวด้วย

“เรืองไกร” จี้แจงส่วนต่าง 9,310 ใบ

ที่สำนักงาน กกต. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ตรวจสอบและชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสังเกตถึงการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 มี.ค. กกต.ระบุจำนวนผู้มาใช้สิทธิมีความแตกต่างจากผลการนับคะแนนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ กว่า 4 ล้านคน เพราะยังไม่ได้นับคะแนนในอีก 9,232 หน่วยเลือกตั้ง และยังไม่ได้นับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า (ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร) อีกกว่า 2 ล้านใบ มองว่า กกต.ยังไม่ชี้แจงให้ชัดเจนว่าเป็นบัตรที่เกิดขึ้นจากหน่วยเลือกตั้งใดบ้าง การแถลงผลการนับคะแนน 100 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51,239,638 คน มาใช้สิทธิ 38,268,375 คน คิดเป็น 74.69 เปอร์เซ็นต์ จำนวนนี้เป็นตัวเลขที่ตรงกัน แต่เมื่อแยกเป็นบัตรดีบัตรเสีย พบว่าเป็นบัตรดี 35,523,645 ใบ บัตรเสีย 2,130,327 ใบ โหวตโน 605,093 ใบ มีผลต่างกันอยู่ 9,310 ใบ กกต.ต้องตอบให้ได้ และขอให้นำผลคะแนนจากทุกหน่วยมาเปิดเผยให้สาธารณชนได้ตรวจสอบ

ร่อนแถลงโต้เลือกสอยบางพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีความพยายามเร่งรัดให้สอยว่าที่ ส.ส.ของบางพรรค เพื่อประโยชน์ในการตั้งรัฐบาลของผู้ที่มีความคิดสืบทอดอำนาจ ว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสเที่ยงธรรม การพิจารณาว่าผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนที่ร้องเรียนมายัง กกต. ว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลกระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้งจนสามารถวินิจฉัยได้ว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดจริง จึงจะนำไปสู่ขั้นตอนการเสนอขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนของนายชวลิต ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด

ตอก “เรืองไกร” อ้างตัวเลขมั่ว

นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.ยังออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อร้องเรียนของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ว่า ข้อมูลที่นายเรืองไกรนำมากล่าวอ้างข้างต้นเป็นความเท็จ ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเอกสารเเถลงข่าวของสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ระบุจำนวนบัตรดี 35,532,645 ใบ และจำนวนบัตรไม่เลือกผู้สมัคร 605,392 ใบ ส่วนการให้ข่าวของนายเรืองไกรที่อ้างข้อมูลว่า มีบัตรดี 35,523,645 ใบ และบัตรโหวตโน 605,093 ใบ จึงไม่ถูกต้อง

แม่ฟ้าหลวงจี้ทบทวนข้อบกพร่อง

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ทยอยออกแถลงการณ์เรียกร้อง กกต.แสดงความรับผิดชอบ จากการจัด เลือกตั้งที่ส่อไม่สุจริตโปร่งใส ล่าสุด สภานักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.แสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการวินิจฉัยไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ เป็นการวินิจฉัยที่ปราศจากเหตุผล และเป็นการตัดสิทธิประชาชน ขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตที่ไม่มีปัญหาโดยเร็ว และขอให้พิจารณาทบทวนความผิดพลาดบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อไป

มศว ให้รับผิดชอบต่อเงินภาษี

ขณะที่องค์กรนิสิตรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต. แสดงผลการเลือกตั้งต่อประชาชนทุกคนทั้งใน และต่างประเทศ เปิดให้ภาคเอกชนเข้าไปตรวจสอบได้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของ กกต. เรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา และมิให้ภาพลักษณ์ขององค์กรที่สร้างขึ้นมาว่า “สุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม” ถูกทำลายลงไป และรับผิดชอบต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษี ที่เป็นที่มาของงบประมาณในการจัดเลือกตั้ง รวมถึงเงินเดือนของ กกต.ชุดนี้

เด็กรามฯ ย้ำทำให้เป็นบรรทัดฐาน

ด้านสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยพรรคตะวันใหม่ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอประณาม กกต. ที่มีความบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลอย่างร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในแง่ของความสุจริตและความเที่ยงธรรมของผลการเลือกตั้ง สภานักศึกษารามฯ ประสงค์อย่างยิ่งให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. หรือให้ กกต.ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆว่าการทำงานต้องคำนึงถึงประชาชน อยู่บนหลักของความสุจริต และเที่ยงธรรม

ยอดชื่อถอด กกต.ยังไม่ถึงล้าน

เมื่อเวลา 19.30 น. เว็บไซต์ change.org ของเครือข่ายกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ที่เปิดแคมเปญให้ประชาชนร่วมลงชื่อถอดถอน กกต. ภายใต้หัวข้อ “ขออำนาจพลังประชาชนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้งที่ดูมีมลทินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย” โดยตั้งเป้าให้ถึง 1,000,000 ชื่อ ปรากฏว่ามีผู้ร่วมลงชื่อ 840,301 คน ทั้งนี้ยังมีคนสนใจคลิกเข้ามาร่วมลงชื่ออย่างต่อเนื่อง

“วิษณุ” บอกคุย กรธ.ทำถูกแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นการถูกต้องแล้วที่ กกต.เชิญอดีต กรธ.ไปหารือสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรธ.อาจไม่ถึงขนาดชี้ขาดอะไรได้ แต่จะบอกได้ว่าตอนยกร่างรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เขามุ่งหมายอะไร ตอนเสนอเข้า สนช.มีการปรับแก้เนื้อหาอย่างไร คงต้องเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ฉบับนี้มาหารือด้วย ส่วนสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถ้ามีปัญหาในอนาคต กกต.จะเป็นผู้ตัดสิน เพราะมีอำนาจ ยกเว้นมีใครไปฟ้องศาลว่า กกต.วินิจฉัยผิด หากศาลวินิจฉัยว่าเป็นอำนาจ กกต. ศาลก็จำหน่ายคดี เมื่อถามว่า สุดท้ายทางออกเรื่องนี้มีใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มี เป็นไปไม่ได้ที่มันจะตัน ปัญหาอยู่ที่ว่าเราคิดว่าเป็นทางออกที่คนเชื่อถือหรือไม่

คาดไว้แล้วว่าเรื่องจะยุ่งเหยิง

เมื่อถามว่า ภายในวันที่ 9 พ.ค. จะจบได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ที่กำหนดเวลายาวนานเพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ พูดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าจะมีการร้องเรียนกันมาก เพราะเป็นของใหม่ โดยเฉพาะสูตรเฉลี่ย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในอดีตจะร้องเฉพาะผู้แพ้ แต่ครั้งนี้คนชนะจะร้องด้วย เหตุเพราะคะแนนไม่ได้ตกน้ำแต่นำมาใช้ทั้งหมด เคยพูดว่าให้จัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 150 วัน และต้องประกาศผลภายใน 60 วัน แต่ กกต.นำ 60 วันใส่ซ้อนเข้าไปใน 150 วัน มันเลยไปจบลงแค่วันที่ 9 พ.ค. ที่จริงถ้านับจากวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. มันจะยาวไปถึงวันที่ 23 พ.ค. แต่ กกต.ไม่เอา เมื่อกำหนดแบบนี้ต้องประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็มี 2 วิธีคือ แจกใบต่างๆไว้ก่อน และประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการให้ได้ 95 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย จากนั้นใช้วิธีสอยเอาทีหลัง โดยให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย ซึ่งมันจะไปกระทบกับเสียงในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่าการใช้วิธีแจกใบต่างๆ ไปก่อน แล้วรอศาลสอยทีหลังจะเสี่ยงต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่น่าไปถึงขั้นนั้น ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยให้ว่าที่ ส.ส.เซ็นใบลาออกจากสมาชิกพรรคไว้ก่อน เพื่อป้องกันการย้ายขั้วนั้น ขอไม่ตอบ แต่ในทางกฎหมายหากลาออกจะหาพรรคใหม่ไม่ได้ เพราะถือว่าพ้นสมาชิกภาพ ยกเว้นถูกไล่ออกจะสามารถหาพรรคใหม่ได้ภายใน 30 วัน

“สมศักดิ์” จี้ กกต.อธิบายสูตรชัดๆ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ถ้าเราคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ตามที่เขียนไว้ในกฎหมาย จะไม่สับสนอะไร การที่ กกต.คำนวณสัดส่วนแล้วพรรคเล็กที่ได้ 3-4 หมื่นคะแนน จะได้ ส.ส.ตรงนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กกต.ต้องออกมาอธิบายให้ชัดเจน ส่วนการล่ารายชื่อถอดถอน กกต. กกต.ต้องพยายามสร้างความเข้าใจ ทำให้ชัดเจน และเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะวิธีการคำนวณ เพื่อไม่ต้องให้มีใครมาวิพากษ์วิจารณ์และมีคนโจมตีอยู่ทุกวัน

เชิญนักคณิต-นิติฯ-รัฐศาสตร์ช่วย

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ขอแนะนำว่า กกต.ควรเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ มาร่วมกันช่วยแก้ปัญหาการคำนวณ เรื่องนี้ต้องช่วยกันทำให้จบไม่ให้เกิดความแคลงใจ คิดว่าวิธีนี้จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย ไม่ต้องมาวิจารณ์กันว่าวิธีไหนกันแน่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อถามว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า คนที่คิดว่าจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ เขาคงอยากเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น หากใครพูดว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ สันนิษฐานว่าเขาคงตั้งรัฐบาลไม่ได้ หาก กกต.ออกมาเปิดเผยรายละเอียดชัดเจน ปัญหาจะคลี่คลายไปได้

“เจ๊หน่อย” ยึดมั่น 3 สถาบันหลัก

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า ต้นเดือน เม.ย.ของทุกปี ตนและครอบครัว พร้อมญาติๆจะกลับบ้านที่โคราช ทำบุญสงกรานต์อุทิศบุญกุศลให้กับพ่อแม่ และบรรพบุรุษทุกท่าน เป็นวันที่ญาติพี่น้องมารวมตัวกันพร้อมหน้า ท่านทั้งสองสอนให้ปฏิบัติเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญนี่คือการปลูกฝังให้รู้จักสำนึกบุญคนด้วยการปฏิบัติ ตอนที่พ่อและแม่มีชีวิตอยู่ สิ่งที่ท่านเน้นย้ำอยู่เสมอ คือการกตัญญูรู้คุณ ต่อ 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพราะเรามีชาติ เราจึงมีแผ่นดินให้อยู่อาศัยอย่างอบอุ่นปลอดภัย เพราะเรามีศาสนา จึงทำให้ชีวิตเรามีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เดินไปในทางที่ถูกที่ดี เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ที่ทรงปกปักษ์รักษาปวงประชาชาวไทยให้อยู่อย่างมีความสุข และมีความเจริญรุ่งเรือง คำสอนจากพ่อและแม่ คือคำสอนที่ตนยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เด็ก จนเติบโตมาเป็นตัวตนในทุกวันนี้ และคำสอนนี้ได้ถูกปลูกฝังไปยังรุ่นลูก และจะสืบทอดไปสู่รุ่นหลานสืบต่อไป

“ชัยเกษม” ซัดตลกร้ายสื่อเต้าข่าว

นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีบางสื่อเสนอข่าวว่ามีการสไกป์หารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ไม่ค่อยพอใจคุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ประกาศต่อสู้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเต็มที่ ว่า ไม่เคยสไกป์พูดคุยอะไรกับนายทักษิณ ช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วอยู่ต่างจังหวัด ยืนยันว่าไม่มี มาตรวจสอบได้เลย เจตนาหวังสร้างความแตกแยกในพรรคเพื่อไทยมากกว่า เห็นข่าวแล้วไม่สบายใจเดี๋ยวคุณหญิงสุดารัตน์เข้าใจผิด ไม่ได้อยากไปเป็น การใส่ความโดยไม่มีหลักฐาน ทำให้พรรคเสียหายคงต้องพิจารณาจะดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ ไม่อยากทะเลาะกับใคร แต่อยากให้เสนอข่าวตรงไปตรงมา อย่าเต้าข่าวไม่ถูกต้อง เสียหาย ข่าวนี้ตลกร้ายกาจ เพราะยังไม่ถึงเวลา และยังไม่เคยมีมติพรรค

“บิ๊กแดง” พูดเหมือนจะให้มีเรื่อง

นายชัยเกษมยังกล่าวถึงท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่พูดถึงกลุ่มซ้ายดัดจริต ว่า ฝ่ายประชาธิปไตยที่ออกมาต่อสู้ ไม่ใช่อยากได้อำนาจหรือหาประโยชน์จากการเลือกตั้ง ดูจากกติกาแล้วเป็นไปได้ยากที่พรรคเพื่อไทยจะเข้าไปเป็นรัฐบาล แต่ก็ต้องสู้เพราะเราไม่มีทางเลือก หากไม่ทำอะไรเลยเขาก็อยู่ต่อไป เราไม่สามารถปล่อยบ้านเมืองให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เพราะจะเกิดความวุ่นวาย และสิ่งที่เขาพูดเหมือนจะปลุกอะไรขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งการออกมาเตือนเรื่องทำไม่ดีต่อบ้านเมือง และสถาบัน เหมือนกับพูดเพื่อจะให้มีเรื่อง และถ้ามีเรื่องขึ้นมารัฐบาลปัจจุบันก็จะได้ประโยชน์ ถ้ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นช่วงนี้ สาเหตุไม่ใช่จากพรรคการเมือง แต่เป็นความตั้งใจของฝ่ายที่ต้องการอยู่ต่อ หากไม่มีรัฐบาลใหม่รัฐบาลปัจจุบันก็จะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.ออกมาพูดเหมือนฝ่ายการเมืองพยายามทำให้เกิดความแตกแยก นายชัยเกษมตอบว่า ทุกฝ่ายรอผลการเลือกตั้งอยู่ ไม่มีฝ่ายเลือกตั้งคนไหนต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนั้น

เตือนสถานะควรวางตัวเป็นกลาง

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากชี้แจงให้ ผบ.ทบ.ทราบว่า การดำเนินการของฝ่ายการเมือง และการแสดงออกของนักศึกษาประชาชนในขณะนี้ ล้วนเป็นไปตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การก่อความวุ่นวายสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติตามที่ท่านพูด คนที่อยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ.ถือเป็นคนที่มีเกียรติ มีอำนาจ การแสดงความเห็นแต่ละครั้งส่งผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นก่อนแสดงความคิดเห็นออกมา ต้องคิดให้รอบคอบ และระมัดระวัง ไม่ให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนจนนำมาซึ่งความขัดแย้ง สิ่งที่ ผบ.ทบ.สมควรทำขณะนี้คือการวางตัวเป็นกลาง ปล่อยให้การแข่งขันทางการเมืองเป็นไปตามปกติในระบอบประชาธิปไตย เพราะนักการเมืองทุกคน ต่างรักและปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองไม่น้อยกว่าท่าน ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่รู้ดีว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อใคร

“ธนาธร” กระทุ้งกลับอำนาจมืด

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เมื่ออำนาจมืดไม่ยอมปล่อยอนาคตใหม่ ผมเพิ่งกลับจากเดินสายขอบคุณประชาชน 2 วัน กลับมาถึงบ้านยังไม่ทันได้พัก กลับเจอเรื่องร้อนที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง มีหมายเรียกมารอที่บ้าน กล่าวหาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ให้ไปรายงานตัวที่ สน.ปทุมวัน วันที่ 6 เม.ย. ผมยังสงสัยอยู่ว่าไปก่อความกระด้างกระเดื่อง หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงตอนไหน ในเมื่อตลอดปีที่ผ่านมาเวลาเกือบ ทั้งหมดในแต่ละวัน ทุ่มไปกับการหาเสียง และพบปะประชาชนทั่วประเทศ แทบไม่ได้เจอหน้าลูกๆด้วยซ้ำ เป็นที่แน่ชัดว่าเกมการเมืองเก่าไม่ใช่แค่ไม่ยอมยุติลงหลังเลือกตั้ง แต่กลับยิ่งเข้มข้นขึ้น เพราะพวกเขากำลังกลัวอนาคตใหม่ กลัวชัยชนะที่เกินความคาดหมายของหลายๆคน กลัวความจริงที่ว่าการเมือง ที่ชูนโยบาย อุดมการณ์ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาได้ สร้างแรงสนับสนุนจากประชาชนได้โดยไม่ต้องใช้เงินหรืออิทธิพล กลัวความจริงที่ว่ามีคนเกือบ 6.3 ล้านคน ที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ด้วยใจบริสุทธิ์”

ไม่ต้องห่วงยังยืนหยัดสู้เผด็จการ

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ นายธนาธรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า พูดตรงๆ ยังไม่รู้ว่าเรียกไปเรื่องอะไร เนื้อหาของคดีคงต้องรอไปฟัง ยืนยันว่าพวกเราพรรคอนาคตใหม่ยังแน่วแน่ ไม่หวาดกลัว ไม่สะทกสะท้าน มากกว่านั้นทั้งตนและนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าเรื่องพวกนี้ไม่ช้าหรือเร็วต้องเกิด พวกเรารู้ อยู่แล้วว่าต้องถูกกระทำเช่นนี้ พร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง ขอเรียนว่าอาวุธเดียวที่ตนและนายปิยบุตรมี คือพรรคอนาคตใหม่ที่จะยึดมั่นต่อสู้กับเผด็จการทหารอย่างเข้มแข็งในอนาคต ไม่ได้เตรียมการอะไร เราชี้แจงทุกข้อกล่าวหาด้วยความจริงใจด้วยความบริสุทธิ์ อย่างเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมจะปกป้องพวกเรา การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เป็นภัยต่อประเทศ แต่เราเป็นภัยคุกคามต่อกองทัพที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย ปฏิปักษ์กับประชาชน เราไม่ใช่คนที่จะทำให้ประเทศเดือดร้อนวุ่นวาย เราเรียกร้องสังคมนิติรัฐ สังคมประชาธิปไตย ที่เสียงของประชาชนได้รับการเคารพ ดังนั้น เราไม่ใช่ภัยของคนส่วนใหญ่ของประเทศแน่นอน

เลิกเสี้ยมคนไทยเกลียดกันซะที

เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.พูดถึงกลุ่มซ้ายจัดดัดจริต นายธนาธรถึงกับหัวเราะอารมณ์ดีก่อนตอบว่า “ขอให้ทุกคนฟังผมดีๆนะ ผมเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตย เรียกร้องให้สังคมไทยเคารพสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้เกิดนิติรัฐ กฎหมายบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ถามว่าสิ่งที่ผมเรียกร้องนั้นซ้ายจัดตรงไหน ผมเรียกร้องคือความปกติ ไม่ได้ซ้ายจัดอะไรเลย อยากฝากให้เข้าใจเจตนารมณ์ของพวกเรา ที่ต้องการนำประเทศกลับสู่ความปกติ กลับสู่ความเป็นสากล ไม่รู้ว่า พล.อ.อภิรัชต์ต้องการส่งสัญญาณอะไรถึงพวกเรา แต่พวกเราจะเดินหน้ารณรงค์อย่างหนักแน่นสร้างสรรค์ ต้องบอกว่าขณะที่พรรคอนาคตใหม่ เตรียมอบรม ส.ส.เพื่อสร้าง ส.ส.คุณภาพในสภา เดินขอบคุณประชาชนที่เลือกพวกเรา เตรียมจัดทำกฎหมายผลักดันนำเสนอเมื่อเข้าสู่สภา แต่สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ทำคือ มาพูดจาให้ประชาชนเกลียดชังพวกเรา ทำให้ประชาชนหวาดระแวงกันเอง พวกเราต้องเสียเวลาไปเยอะแยะมากกับการแก้ข้อกล่าวหาที่โยนให้อย่างไม่เป็นธรรม”

ทนายฯขอดูรายละเอียดก่อน

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า ทีมทนายความจะเดินทางไปกับนายธนาธรตามวันเวลาที่กำหนดนัด เรายังไม่ทราบชัดเจนถึงพฤติการณ์ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเราไปกระทำผิดที่ไหนอย่างไรกับใคร ที่มีข่าวลงว่าสาเหตุที่โดนแจ้งข้อกล่าวหามาจากเหตุการณ์เมื่อปี 2558 จริงหรือไม่ยังไม่ทราบชัดเจน เลยไม่กล้าพูดออกไปก่อน เรื่องนี้เหมือนกับคนกล่าวหาที่เขามา รังแกเรา พูดลอยๆออกมา สำหรับนายธนาธรยังมีกำลังใจดี ไม่มีปัญหามันเรื่องเล็ก เมื่อตัดสินใจเข้าสู่เวทีการเมืองโดยเฉพาะตัดสินใจต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหารแล้ว มันก็ต้องเจอปัญหาพวกนี้ อย่าว่าแต่ตัวนายธนาธรเลย สื่อมวลชนหนังสือพิมพ์ก็โดนด้วยใช่หรือไม่ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องฟันฝ่ากันต่อไป เรามั่นใจว่าชนะ

กกต.เด้งรับตั้งแท่นสอยถือหุ้นสื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ได้สั่งรับคำร้องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ขอให้ กกต.ตรวจสอบว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขาดคุณสมบัติลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ เนื่องจากยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อเข้าลักษณะต้องห้าม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยแจ้งให้นายศรีสุวรรณมาให้ถ้อยคำในวันที่ 5 เม.ย. เวลา 13.30. น. ขณะเดียวกัน ได้สั่งรับเรื่องที่นายศรีสุวรรณยื่นให้ตรวจสอบนายธนาธร กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (5) กรณีอ้างว่าเป็นนักการเมืองคนแรกที่ใช้แนวทาง Blind trust คือโอนทรัพย์สินมูลค่า 5 พันล้านบาทไปให้ trust หรือกองทุนเป็นผู้ดูแล พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นกัน

“อุ๊” แจ้งกองปราบเอาผิด “ปิยบุตร”

อีกเรื่อง ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี หรืออุ๊ หฤทัย นักร้องชื่อดัง พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ขอให้ตรวจสอบกรณีคลิปเผยแพร่คำพูดนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในงานเสวนาเรื่อง “การเมือง ความยุติธรรม และกษัตริย์” จัดขึ้นที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2556 ว่า ขัดต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ พร้อมนำหลักฐานคลิปวิดีโอความยาว 51 นาที และเอกสารบทถอดคำพูดอย่างละเอียดมามอบให้พิจารณาว่า นายปิยบุตรพูดพาดพิงสถาบันหลัก เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงหรือไม่ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวน บก.ป.

เจ้าตัวประชดสะสมหมายเรียก

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “วันนี้ก่อนออกไปทำงาน เห็นกระดาษเสียบอยู่ในตู้จดหมาย หยิบมาดูปรากฏว่าเป็น “หมายเรียกพยาน” กรณีแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ เจ้าหน้าที่ให้ไปพบ ปอท. ในวันนี้คือวันที่ 3 เม.ย. เวลา 13.00 น. แต่เพิ่งได้รับหมายเรียกพยานก่อนเที่ยงวันเดียวกันนี้เอง ให้ผมไปพบพนักงานสอบสวนตอนบ่ายโมงวันนี้ แต่ในหมายเรียกเขียนว่าออกหมายวันที่ 27 มีนาคม จึงมอบหมายให้ทนายความขอเลื่อนนัดไปก่อน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็เพิ่งจะได้รับหมายเรียกเช่นกัน ตลอดสัปดาห์นี้เราพยายามเรียกร้องให้ กกต.เปิดคะแนนรายหน่วย แต่ทำไปทำมา ช่วงนี้เรากลับได้ของสะสมที่ระลึก เป็นหมายเรียกแทน”

จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่ บก.ปอท. ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งลุง ปฏิบัติหน้าที่ พงส.บก.ปอท. โดยขอเลื่อนเข้าพบไปเป็นวันที่ 19 เม.ย.แทน

ลามจ่อออกหมายเรียกถึง “แม่”

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การออกหมายเรียกนายธนาธร ทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎหมาย รู้แต่ว่าศาลสั่งตั้งแต่ปี 2558 แล้วไม่ดำเนินการ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ตนก็เพิ่งทราบถ้าทราบก่อนหน้าก็ทำไปแล้ว เช่นเดียวกับกรณีแม่ของนายธนาธรตั้งแต่ปี 2558 พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกแม่นายธนาธรมาให้ปากคำแล้ว แต่ได้ส่งทนายมาให้การ เมื่อหัวหน้าพนักงานสอบสวนย้าย การสอบสวนก็หยุดชะงักไป หลังจากนี้จะออกหมายเรียกแม่นายธนาธรมาสอบปากคำเพิ่มเติม

“บิ๊กป้อม” ให้ไปถาม ผบ.ทบ.เอง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี ผบ.ทบ.ออกมาพูดถึงกลุ่มซ้ายจัดดัดจริตว่า ต้องไปถาม ผบ.ทบ.ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวสั้นๆว่า ไม่ทราบ ต้องไปถาม ผบ.ทบ. เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงกลุ่มคนที่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ ทุกอย่างทำไปตามกฎหมาย คิดว่าคงไม่มีสัญญาณอะไร เมื่อถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 พล.อ.ประวิตรตอบว่า ผิดหรือไม่ยังไม่รู้ แล้วแต่เจ้าหน้าที่ ทุกอย่างทำตามกฎหมาย เราไม่รู้ว่าใครทำอะไรไว้บ้าง

เรื่อง “ธนาธร” ทำตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า เมื่อเป็นนายธนาธร สังคมจึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการจ้องสกัดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเขาผิดหรือไม่ เพียงแต่เจ้าหน้าที่เริ่มทำการตรวจสอบเท่านั้น เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยหลังเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า ยังไงที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ทำตามกฎหมายทั้งนั้น เมื่อถามว่า การใช้มาตรา 116 ที่เป็นกฎหมายความมั่นคงจะถูกมองในแง่ลบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า แล้วเป็นเรื่องความมั่นคงหรือไม่ เมื่อถามว่าจะทำให้อุณหภูมิการเมืองยิ่งร้อนขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงว่า ไม่มี

พปชร.ชี้ ผบ.ทบ.พูดเพราะห่วงใย

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า มองว่า ผบ.ทบ.พูดด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง มีเจตนาบริสุทธิ์ และพูดด้วยข้อเท็จจริง เชื่อว่าคนไทยจะเข้าใจ ที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้นำความเสียหายต่อประเทศมาก ทำให้เกิดความแตกแยก ประชาชนต้องเข่นฆ่ากันเอง พรรคการเมืองควรยุติได้แล้ว ไม่เช่นนั้นปัญหาความขัดแย้งรุนแรงจะกลับมาอีก พรรคการเมืองบางพรรคและกลุ่มที่เคลื่อนไหว ส่วนใหญ่เราทราบกันดีว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกัน น่าจะยอมรับกติกาบ้านเมือง ประเทศจะได้เดินไปข้างหน้าอย่างสงบ ผบ.ทบ.เป็นทหารที่รักชาติ รักประชาชน และเทิดทูนสถาบัน ท่านออกมาให้ข้อคิด เพราะกังวลว่าเรากำลังจะไปสู่จุดนั้นอีก ขอให้ทุกฝ่ายคิดและไตร่ตรอง ทำเพื่อประเทศชาติเรา วันนี้ประชาชนต้องการความสงบ ไม่ต้องการความขัดแย้งอีก

เลือกที่โหวตนายกฯ-ปธ.สภาฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. พร้อมตัวแทน 7 พรรค การเมือง ประกอบด้วย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษก พรรคเพื่อไทย นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ นายอิสสระ สมชัย แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย นายสุวัตร สิทธิหล่อ รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมหารือประเด็นสถานที่ประชุม ส.ส.นัดแรก นายพรเพชรกล่าวหลังการประชุมว่า ผู้รับเหมาฯแจ้งมาล่าสุดว่าห้องประชุม ส.ส.จะเสร็จในเดือน ก.ย. จึงต้องหาสถานที่รองรับการประชุมไว้ ที่ประชุมเห็นชอบที่จะใช้หอประชุมใหญ่ทีโอที แจ้งวัฒนะ แต่ยังมีปัญหาบางประการที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย

“อุตตม” ไม่รอลุย 5 นโยบายทันที

ด้านนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในนามหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอประกาศเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน ประเทศชาติทันที ไม่รอว่าจะเป็นรัฐบาลหรือไม่ เพราะตำแหน่งทางการเมืองแค่หัวโขน เบื้องต้นเตรียมผลักดัน 5 นโยบายทันที ได้แก่ 1.บัตรประชารัฐ “เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ เพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาส” 2.บ้าน ล้านหลัง “ผ่อนถูกกว่าเช่า ฟรีเงินดาวน์” 3.พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปี “พักหนี้ ฟื้นฟู เติมทุน ให้โอกาส” 4.ดูแลราคาสินค้าเกษตร (ข้าว อ้อย ยาง มัน ปาล์ม) 5.เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย “คนตัวเล็ก ล้มแล้วลุก” 6.ส.ป.ก.4.0 “ใช้ประโยชน์ โอนสิทธิ์ เพิ่มมูลค่า” 7.มารดาประชารัฐ “ดูแลตั้งแต่ในครรภ์”

คน ปชป.ขออย่ารีบชูธงฝ่ายค้าน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊กระบุว่า หัวหน้าพรรค คนใหม่ที่ยึดหลักรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และปฏิเสธระบอบทักษิณอย่างชัดเจน จะได้รับเสียงสนับสนุนเป็นหัวหน้าพรรค อย่าปล่อยให้คนเลวปกครองบ้าน เมือง ต้องตระหนักว่าพรรคใดคือแนวร่วม พรรคใดที่ต้องแยกทางกันเด็ดขาด หากพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และพรรคร่วมอื่น รวมกันมี ส.ส. เกิน 250 คน ก็เป็นหลักประชาธิปไตยสากลที่จะเป็นรัฐบาลได้ อย่ารีบฟันธงเป็นฝ่ายค้าน มิเช่นนั้นผลจะออกมาได้แค่รัฐบาลเผด็จการ คสช.อยู่ต่อ พร้อมมาตรา 44 เพราะตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยไม่ได้ หรือคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ

ผู้สมัครเพื่อชาติบุกทวงเงิน

ที่ทำการพรรคเพื่อชาติ ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติจำนวนหนึ่ง เดินทางพบผู้บริหารพรรคทวงถามงบฯสนับสนุนการหาเสียง มีนายอารี ไกรนรา นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล รองหัวหน้าพรรค และนายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พรรค ร่วมรับฟังปัญหาก่อนเข้าพูดคุย โดยห้ามผู้สมัคร ส.ส.นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในห้องหารือ ห้ามให้ข้อมูลกับบุคคลภายนอก และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว นายรยุศด์ให้สัมภาษณ์ก่อนหารือว่า การช่วยเหลือผู้สมัคร ส.ส. เบื้องต้นพรรคมีเกณฑ์ที่เป็นข้อตกลงกันระหว่างพรรคกับผู้สมัคร เรื่องเงินได้ตกลงกันก่อนเลือกตั้งแล้ว คงต้องให้หัวหน้าพรรคเป็นผู้ชี้แจง

แจ้งจับ กรรมการบริหารพรคพลังปวงชนไทย

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสุบัน สุวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สงขลา นายนพดล เอมบัณฑิตย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สุพรรณบุรี พรรค พลังปวงชนไทย นำกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.กว่า 50 ราย เข้าพบ พ.ต.ท.ภูมิรพี สังข์ทอง รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2บก.ป. แจ้งความดำเนินคดีกับกรรมการบริหารพรรคฐานฉ้อโกง หลังหลอกให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค สัญญาว่าจะให้ค่าใช้จ่ายหาเสียงรายละ 1.5 ล้านบาท เลือกตั้งเสร็จกลับไม่ได้เงินตามที่ตกลง นายสุบันกล่าวว่า กรรมการบริหารพรรคชักชวนให้ลงสมัคร ส.ส. ยื่นข้อเสนอว่าพรรคจะออกให้คนละ 1.5 ล้านบาท แต่ลูกพรรคทั้ง 269 ราย ต้องนำเงินส่วนตัวสำรองจ่าย ทวงถามก็เบี่ยงบ่าย บางรายคืนไม่ครบ ทั้งที่ กกต. ได้มอบเงินสนับสนุนพรรคกว่า 30 ล้านบาทแล้ว

“สุพัชรี” ร้องโกงเลือกตั้งพัทลุง

ส่วนการร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งในหลายพื้นที่ ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดพัทลุง น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทนายความ ยื่นหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งต่อ ร.ต.อ.สุชีพ จาดย่านขาด ผอ.กกต.พัทลุง ประกอบด้วยภาพถ่าย คลิปเสียง และเอกสารสำคัญส่วนหนึ่ง น.ส.สุพัชรีกล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส.พัทลุงที่ผ่านมา มีการทุจริตหลายประการ ได้รวบรวมพยานหลักฐานมามอบให้ กกต.พัทลุง และจะนำไปยื่นให้กับ กกต.กลางต่อไป

4 พรรครุมจี้คดีทุจริตที่เมืองชล

ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย นายพายุ เนื่องจำนงค์ ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ นายสมชาย เนื่องจำนงค์ ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 4 พรรคอนาคตใหม่ และนายภิญโญ ตั๊นวิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ร่วมติดตามความคืบหน้ากรณีร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ โดยนายกรกฎ เชาว์เจริญชล รอง ผอ.กกต.จังหวัดชลบุรี ชี้แจงว่าการร้องเรียนมีทั้งหมด 9 เรื่อง พิจารณาแล้วมีมูล 1 เรื่อง จะสอบสวนและไต่สวนหาข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 4 คน มาให้ปากคำเกี่ยวกับการร้องเรียนผู้สมัคร ส.ส.ผู้ชนะเลือกตั้งนั้น กกต.กลางจะแต่งตั้งผู้ทำการไต่สวนมาดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 20 วัน

อ่านเพิ่มเติม...
เลือกตั้ง62เลือกตั้งกกต.นักศึกษาเคลื่อนไหวถอดถอน กกต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ข่าวหน้า1