เปิดใจ “พ.อ.บุรินทร์” ชีวิตที่ไม่มีใครรู้ มือกฎหมาย คสช. แฉยับปม “รถตู้ธนาธร”

Share :
line-share-logo

เปิดใจ “พ.อ.บุรินทร์” หลังผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า 2-3 ร้อยคดี เผยเป็นคนธรรมดาทั่วไป แต่ต้องทำหน้าที่ ก่อนจะมาแฉยับ ปมรถตู้ธนาธร-รังสิมันต์ โรม...

จากกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก ถูกพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา หลัง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. ) แจ้งความดำเนินคดีกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

สำหรับคำบรรยายข้อกล่าวหานายธนาธรนั้น แสดงให้เห็น 2 ฐานความผิดคือ 1. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116(2) (3) ยุยงปลุกปั่นฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และ 2. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กระทั่ง พ.อ.บุรินทร์ ได้เปิดเผยว่า ที่มาของการออกหมายเรียกนายธนาธรนั้น มาจากกรณีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุม นำโดย นายรังสิมันต์ โรม กลุ่มดาวดิน 7 คน และกลุ่มที่ทำกิจกรรมหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครอีก 5 คน ถูกออกหมายจับพร้อมกับเพื่อนรวมกว่า 20 คน หลังจากมารวมตัวชุมนุมปิดล้อม สน.ปทุมวัน

ต่อมา หลังการชุมนุมยุติ ทางตำรวจและทหาร จึงได้ออกติดตามเพื่อจับกุมบุคคลที่มีหมายจับ ซึ่งขณะที่ตำรวจและทหารจะเข้าไปจับกุม นายรังสิมันต์ โรม ปรากฏว่า นายรังสิมันต์ โรม เกิดไหวตัวทันได้วิ่งหลบหนี จากนั้นได้มีรถตู้มารับนายรังสิมันต์ โรม และพวกหลบหนีไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อีกทั้งในวันเกิดเหตุนายธนาธร ได้ไปสังเกตการณ์อยู่ภายนอก และมีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย จึงเป็นที่มาของการออกหมายเรียกในครั้งนี้

โดย พ.อ.บุรินทร์ กล่าวกับทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ถึงสิ่งที่ยืนยันได้ว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นรถของนายธนาธร ว่า “นี่เป็นเรื่องในสำนวน ปรากฏตามพยานหลักฐาน เหตุการณ์ครั้งนั้นที่เขาขับหนี มีเจ้าหน้าที่ขับติดตามไปตลอด”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจาก คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ได้นับหรือไม่ว่า พ.อ.บุรินทร์ ทำหน้าที่ฟ้องร้องไปกี่คดีแล้ว? พ.อ.บุรินทร์ ตอบช้าๆ ชัดๆ อย่างชายชาติทหารว่า “มันเป็นหน้าที่ ผมสาบานต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลแล้วว่า ผมจะปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำให้ดีที่สุด โดยที่ผมไม่ได้มีความขัดแย้งกับใครเป็นการส่วนตัว หากนับรวมคดีที่ผ่านมา (นับตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลาเกือบ 5 ปี) ก็มีประมาณ 2-3 ร้อยคดีที่ผมเป็นผู้กล่าวหา

ส่วนเส้นทางการศึกษาของ พ.อ.บุรินทร์ นั้น เขาจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และอยู่ระหว่างเรียนเนติบัณฑิต

นายรังสิมันต์ โรม

เมื่อถามว่าเหตุใด พ.อ.บุรินทร์ ถึงรับหน้าที่ดังกล่าวอยู่เสมอ และทำไมต้องเป็นเขา? พ.อ.บุรินทร์ กล่าวว่า “การที่ได้มาทำงานในจุดนี้ ไม่เกี่ยวกับว่า ผมเรียนอะไรมา แต่มาจากการทำงานที่ผ่านมามากกว่า เพราะคนที่ตั้งใจทำงาน ก็มักจะทำงานให้ดีที่สุด ก็แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก ผมไม่ได้เก่ง ไม่ได้อะไรทั้งนั้น”

ส่วนข้อคำถามที่ว่า กังวลหรือไม่ว่า คนที่มีความคิดเห็นตรงกันข้าม หรือชื่นชอบพรรคอนาคตใหม่ จะเกลียดชังตัวเอง พ.อ.บุรินทร์ ตอบว่า “ผมรู้ ผมก็ยังคิดเลยว่า ป่านนี้คนอีก 6 ล้านด่าผมเละแล้ว แต่จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อมีหน้าที่ที่ต้องทำ มันไม่ใช่เรื่องขัดแย้งส่วนตัว หลายคนอาจโกรธเกลียดผม แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันคือหน้าที่ที่ผมต้องทำให้ดีที่สุด เมื่อถูกสั่งมาแล้วให้ทำสิ่งใด ผมก็ต้องทำสิ่งนั้น เป็นทหารไม่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ แล้วจะไปทำอะไร”

“ชีวิตผมก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไปแหละครับ เมื่อเข้าคูหาผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ผมมีสิทธิ์เลือกพรรคที่ผมชอบ หรือจะชื่นชอบใครคนใดของพรรคใดก็ได้ แต่การทำหน้าที่มันไม่เหมือนกัน มันมีเพียงแค่คำว่า ปฏิบัติ แต่เราจะมาเลือกว่า อยากจะปฏิบัติ หรืออยากจะทำอะไรนั้น มันทำแบบนั้นไม่ได้” พ.อ.บุรินทร ทิ้งท้าย.

อ่านเพิ่มเติม...