การตั้งรัฐบาลด้วยวาทกรรม

ข่าว

การตั้งรัฐบาลด้วยวาทกรรม

หมัดเหล็ก

    2 เม.ย. 2562 05:10 น.

    บันทึก

    การจับขั้วรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำ ระหว่าง เพื่อไทย กับพลังประชารัฐ ยังอึมครึมและมืดมนที่จะมีโอกาสได้รัฐบาลหลังเลือกตั้งที่มี เสถียรภาพเพียงพอ เริ่มจากเสียงของทั้งสองฝ่ายจากการจับขั้วการเมืองที่อ้างว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องไปต่อ

    สาเหตุก็น่าจะมาจาก วาทกรรมระหว่างการหาเสียงของแกนนำการเมือง ที่ไประบุว่าจะไม่เอาฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ เช่น ประชาธิปัตย์ ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ และจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ พรรคเพื่อไทย เข้าใจว่าเป็นยุทธศาสตร์ของพรรคที่จะจุดประเด็นทางเลือกใหม่คือ คนที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ และไม่เอาพรรคตระกูลเพื่อ จะได้มีทางเลือกที่ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาแบบถล่มทลายเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

    แต่กลับกลายเป็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความชัดเจน ผู้นำพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่แสดงความชัดเจนว่าจะอยู่กับประชาธิปไตย หรือ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียง ส.ส.ต่ำร้อยจนได้

    วาทกรรมต่อมา พรรคการเมือง ไม่ได้ใช้นโยบายเป็นแรงจูงใจในการหาเสียง แต่ ประกาศความชัดเจนทางการเมือง ก่อนเลือกตั้งว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จะสืบทอดอำนาจ โดยเรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย

    ประกอบด้วย เพื่อไทย เสรีรวมไทย ประชาชาติ อนาคตใหม่ เพื่อชาติ และ เศรษฐกิจใหม่ ดังนั้น หลังการเลือกตั้งจึงมีปัญหาเนื่องจากคะแนนเสียงที่ได้รับมา ไม่แลนด์สไลด์ ได้เสียงรวมกันแล้วไม่ถึง 376 เสียง หรือ 250 เสียง เกินกึ่งหนึ่งพอที่จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้

    เช่นเดียวกับ ขั้วพลังประชารัฐ ที่คิดว่าจะสามารถรวมเสียงให้ได้ 250 เสียงเช่นกัน แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อรวมเสียงออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น พลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย ประชาชนปฏิรูป ขั้วที่ประกาศว่าจะหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ชัดเจนยิ่งได้ ส.ส.ไม่ถึง 200 เสียงด้วยซ้ำ

    โฟกัสจึงไปตกที่ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา ที่รวมกันก็ไม่ถึง 100 เสียงอีก จะเสนอตัวเป็นขั้วที่สามก็ไม่ได้ การเมืองเลยถึงทางตัน

    พรรคเล็กพรรคน้อย ที่คาดว่าจะได้ ส.ส. 1-2 เสียงมีคุณค่าขึ้นมาทันทีเพราะเมื่อรวมกันแล้วมี ส.ส.เกือบจะ 20 เสียง ซึ่งพรรคเหล่านี้จะเป็นตัวแปรในการจัดขั้วรัฐบาล

    เพราะไม่ว่า ประชาธิปัตย์ หรือ ภูมิใจไทย เทไปขั้ว พลังประชารัฐ หรือ แยกกันไปอยู่คนละขั้ว ก็ยังไม่มีฝ่ายไหนได้เสียงข้างมาก หรือเสียงเกินครึ่ง นั่นหมายความว่า พรรคขนาดเล็กเหล่านี้ ถ้ารวมตัวกันได้เป็น พรรคอัมโนเหมือนในมาเลเซีย ก็พอที่จะจับขั้วรัฐบาลได้ ในกรณีที่ไม่มี งูเห่า เกิดขึ้น

    การเมืองไทยที่ถึงทางตันเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือเสียงปริ่มน้ำ ปรากฏการณ์งูเห่า เกิดจากความไม่แข็งแรงของพรรคการเมืองไทย และเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ตั้งใจทำให้พรรคการเมืองและประชาธิปไตยอ่อนแอ.

    หมัดเหล็ก
    mudlek@thairath.co.th 

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "นิด้าโพล" ปชช.หนุน"อุ๊งอิ๊ง"นั่งนายกฯ
    03:48

    "นิด้าโพล" ปชช.หนุน"อุ๊งอิ๊ง"นั่งนายกฯ

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันพฤหัสที่ 30 มิถุนายน 2565 เวลา 19:12 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์